Home / วาย / คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน / ตอนที่ 1: คำขอข้างเตียงคนไข้

Share

คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน
คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน
Author: พิมพ์ใจ

ตอนที่ 1: คำขอข้างเตียงคนไข้

last update publish date: 2026-10-20 16:35:33

ตอนที่ 1: คำขอข้างเตียงคนไข้

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรงโชยแตะจมูกทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ส่วนบุคคล เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง คิรากร อัครเดช ในชุดสูทสีกรมท่าสามชิ้นที่ตัดเย็บอย่างประณีตเดินตรงไปยังหน้าห้องผ่าตัดชั้น VIP ของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กระดุมเสื้อสูทถูกปลดออกเม็ดหนึ่งเพื่อลดความอึดอัด ทว่าใบหน้าคมคายกลับเรียบเฉยจนดูเย็นชา แววตาคมกริบคู่ใต้คิ้วเข้มไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกใด ๆ แม้ว่าเขาจะเพิ่งปลีกตัวออกจากการประชุมบอร์ดบริหารของ Aurora Media Group มาอย่างกะทันหันก็ตาม

ที่หน้าห้องผ่าตัด ร่างโปร่งบางของภีมภัทร วัฒนกุล นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมสีครีม สองมือของเขากุมเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ปลายนิ้วสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาคู่สวยจนบดบังทัศนียภาพตรงหน้า จมูกและขอบตาแดงระเรื่อจากการร้องไห้เงียบ ๆ มาเป็นเวลานาน เสียงฝีเท้าที่หยุดลงตรงหน้าทำให้ภีมภัทรค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง

สายตาสองคู่ประสานกันในความเงียบ

คิรากรยืนกอดอก ท่าทางสุขุมและสง่างามราวกับภาพวาด ทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในสระลึกที่ไม่มีลมพัดผ่าน ไอความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มทำให้บรรยากาศรอบข้างที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งอึดอัดขึ้นไปอีก ภีมภัทรเม้มริมฝีปากล่างเบา ๆ ก่อนจะหลบสายตาลงต่ำทันที ความเจียมตัวที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กทำให้เขาตระหนักดีว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไรในบ้านอัครเดช เด็กกำพร้าที่คุณหญิงวารุณีชุบเลี้ยงมาอย่างเขา ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแสดงความอ่อนแอให้ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเห็น

คิรากรลอบถอนหายใจยาว แต่อดไม่ได้ที่จะปรายตา มองแผ่นหลังบางที่สั่นเทาน้อย ๆ นั้น มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบผ้าเช็ดหน้าสีเทาเข้มเนื้อดีออกมาแล้วยื่นส่งให้โดยไม่พูดอะไรสักคำ

ภีมภัทรมองผ้าเช็ดหน้าตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ

"เช็ดซะ" เสียงทุ้มต่ำและเรียบเรื่อยหลุดจากปากคิรากร "คุณย่ายังไม่เป็นอะไร อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนร้องไห้งานศพ"

"ครับ... ขอบคุณครับคุณคิรา" ภีมภัทรรับผ้าเช็ดหน้ามาถือไว้เบา ๆ ราวกับกลัวว่ามันจะยับสลายคามือ ความอบอุ่นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนเนื้อผ้าทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความกลัวเริ่มสงบลงเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่กล้าใช้มันเช็ดน้ำตาอยู่ดี ได้แต่กำมันไว้แน่นในอุ้งมือ

ความเงียบกลับมาปกคลุมโถงทางเดินหน้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาของภีมภัทรที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ และเสียงพลิกข้อมือเพื่อดูนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ ของคิรากรเป็นระยะ ๆ เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน จนกระทั่งสัญญาณไฟสีแดงหน้าห้องผ่าตัดดับลง

ประตูห้องผ่าตัดเปิดออกพร้อมกับร่างของ นพ.ปริญญ์ วัฒนกิจ หมอประจำตัวของคุณหญิงวารุณีที่เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นายแพทย์วัยกลางคนถอดหน้ากากอนามัยออกก่อนจะก้าวตรงมาหาคนทั้งสอง

"หมอปริญญ์ คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ" ภีมภัทรถลันกายลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้เลื่อนไปด้านหลัง

"การผ่าตัดด่วนผ่านไปด้วยดีครับ แต่เนื่องจากคนไข้อายุมากแล้ว และมีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับโรคหัวใจ หมอจำเป็นต้องย้ายคุณหญิงไปที่ห้อง ICU ทันทีหลังจากนี้" นพ.ปริญญ์อธิบายพลางมองหน้าคิรากร "แต่ก่อนที่จะให้ยากล่อมประสาทเพื่อให้ท่านพักผ่อนยาว คุณหญิงท่านลืมตาขึ้นมาและยืนยันว่าจะขอพบคุณคิรากรกับคุณภีมภัทรให้ได้ครับ หมอให้เวลาแค่ห้านาทีนะครับ"

"ขอบคุณครับหมอ" คิรากรพยักหน้า รับคำอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปทางประตู ภีมภัทรเดินตามหลังชายหนุ่มเข้าไปในห้องเตรียมผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบ

ภายในห้องพักฟื้นชั่วคราว แสงไฟสลัวส่องกระทบร่างผอมบางของคุณหญิงวารุณีที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ สายระโยงระยางจากเครื่องช่วยหายใจและเครื่องวัดสัญญาณชีพส่งเสียงสัญญาณเตือนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัยซีดเผือด แต่เมื่อเห็นร่างของหลานชายและเด็กหนุ่มที่เธอรักเหมือนลูกหลานเดินเข้ามา ดวงตาที่ฝ้าฟางก็ประกายแสงขึ้นมาเล็กน้อย

"คิรา... ภีม..." เสียงแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากที่แห้งผาก

"คุณย่าครับ" ภีมภัทรปรี่เข้าไปคุกเข่าข้างเตียงคนไข้ทันที มือเรียวบางเอื้อมไปจับมืออันอบอุ่นแต่ไร้เรี่ยวแรงของผู้มีพระคุณไว้ น้ำตาที่เพิ่งแห้งไปไหลรินลงมาอีกครั้ง "ภีมอยู่นี่ครับคุณย่า คุณย่าต้องไม่เป็นอะไรนะครับ"

คิรากรเดินตามเข้ามาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางบนผ้าห่มตรงช่วงไหล่ของผู้เป็นย่า "ผมอยู่นี่ครับคุณย่า การผ่าตัดเรียบร้อยดี คุณย่าพักผ่อนเถอะครับ"

คุณหญิงวารุณีส่ายหน้าช้า ๆ พยายามยกมืออีกข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือขึ้น คิรากรเห็นดังนั้นจึงยื่นมือไปกุมมือท่านไว้ หญิงชราใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีดึงมือของคิรากรและมือของภีมภัทรให้มาวางซ้อนกันบนอกของเธอ

ฝ่ามือหนาที่เย็นเฉียบของคิรากรสัมผัสเข้ากับหลังมือบางอันสั่นเทาของภีมภัทรอย่างจัง นายแบบหนุ่มสะดุ้งน้อย ๆ แต่ไม่กล้าชักมือกลับ เช่นเดียวกับคิรากรที่ขากรรไกรบดเข้าหากันเบา ๆ จนเห็นสันนูนที่แก้ว แววตาของเขาไหววูบไปเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมานิ่งสนิท

"ย่ารู้ตัวดี... ว่าย่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน" คุณหญิงวารุณีพูดพยายามสูดหายใจเข้าลึก "สิ่งที่ย่าห่วงที่สุด... คือภีม ภีมเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีญาติที่ไหน ถ้าย่าเป็นอะไรไป... ย่าจะนอนตายตาไม่หลับ"

"คุณย่าอย่าพูดแบบนั้นสิครับ" ภีมภัทรส่ายหน้าสะอื้นจนตัวโยน

"และย่าก็อยากเห็นคิรา... มีคนคอยดูแลหัวใจ มีคนอยู่เคียงข้าง..." หญิงชราหันไปมองหลานชายแท้ ๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนและคาดหวังส่งตรงไปยังคิรากร "หมั้นกับน้องได้ไหมคิรา... ถือว่าย่าขอร้อง... เป็นคำขอสุดท้ายของย่า"

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องวัดหัวใจที่เต้นรัวเร็วยิ่งขึ้นตามอารมณ์ของผู้ป่วย ภีมภัทรหัวใจเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกภายในใจตีกันจนวุ่นวาย เขารักคิรากร แอบรักมาตั้งแต่เด็กตอนที่ถูกรับเลี้ยงเข้ามาในคฤหาสน์อัครเดช คิรากรคือดวงอาทิตย์ที่อยู่ไกลเกินเอื้อมเสมอมา การได้ยินคำขอแบบนี้ทำให้หัวใจของเขาพองโตด้วยความหวัง... ทว่าในเวลาเดียวกัน ความเจ็บปวดลึก ๆ ก็แล่นริ้วเข้ามา เพราะเขารู้ดีว่าคิรากรไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน

ภีมภัทรเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของคิรากร ชายหนุ่มนิ่งไป ขมับขวาเต้นตุบ สายตาคมจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นย่าที่ชราและทรุดโทรมลงไปมาก คิรากรลังเล... สัญชาตญาณและการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของเขาไม่เคยยอมให้ใครมาบงการชีวิต แต่เมื่อเห็นสายตาที่ไร้ทางสู้และเต็มไปด้วยความกังวลของคุณหญิงวารุณี ชายหนุ่มก็ลอบระบายลมหายใจยาวออกทางจมูก

"ครับคุณย่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างมั่นคง "ผมจะหมั้น... คุณย่าไม่ต้องห่วงนะครับ พักผ่อนให้สบาย"

คำตอบรับนั้นทำให้คุณหญิงวารุณียิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ดวงตาของท่านค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ ด้วยความเหนื่อยล้า พร้อมกับที่พยาบาลเดินเข้ามาเตือนว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว

ภีมภัทรค่อย ๆ ถอนมือออกจากการเกาะกุม ทว่าความรู้สึกอุ่นวาบบนหลังมือที่เกิดจากการสัมผัสของคิรากรยังคงติดตรู่ไม่จางหาย เขาเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ออกมาจากห้องพักฟื้นด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก ดีใจ... แต่ก็รู้ดีว่าข้อผูกมัดนี้เกิดขึ้นเพราะ "หน้าที่" และความกตัญญูเท่านั้น ไม่ใช่เพราะความรักเลยแม้แต่น้อย

สามวันต่อมา อาการของคุณหญิงวารุณีทรงตัวและถูกย้ายมายังห้องพักฟื้น VIP ระดับสูงสุดที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้รื่นเริงเหมือนพิธีหมั้นของมหาเศรษฐีตระกูลดังทั่วไป ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีแสงแฟลช ไม่มีเสียงดนตรีคลอเคลีย และไม่มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดี

มีเพียงคุณหญิงวารุณีที่นั่งพิงหมอนอยู่บนเตียงคนไข้ นพ.ปริญญ์ พยาบาลอาวุโสอีกหนึ่งคน และขวดน้ำเกลือที่ทำหน้าที่เป็นพยาน

ภีมภัทรอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงสแลกสีดำธรรมดา เขายืนอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางประหม่า ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างบดบี้กันไปมาจนผิวเริ่มแดง ขณะที่คิรากรยังคงอยู่ในชุดสูททำงานเต็มยศ ราวกับว่าพิธีหมั้นนี้เป็นเพียงหนึ่งในวาระการประชุมที่เขาต้องแวะมาเซ็นอนุมัติก่อนจะไปทำงานต่อ

"คิรา สวมแหวนให้น้องสิลูก" คุณหญิงวารุณีเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

คิรากรล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา เปิดออกเผยให้เห็นแหวนเพชรตัวเรือนทองคำขาวเรียบหรู เม็ดเพชรขนาดกำลังพอดีไม่ได้ใหญ่โตจนสะดุดตา แต่ประกายของมันสะท้อนแสงไฟในห้องโรงพยาบาลอย่างงดงาม ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือซ้ายของภีมภัทรขึ้นมา

มือของคิรากรเย็นเฉียบ... ทว่าการจับต้องกลับมั่นคงและไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

ภีมภัทรรู้สึกราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งพล่านไปทั่วแขนเมื่อปลายนิ้วหนาสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อของเขา คิรากรบรรจงดันแหวนเพชรเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของนายแบบหนุ่มอย่างช้า ๆ จนกระทั่งมันเข้าไปสุดโคนนิ้ว ขนาดของแหวนช่างพอดีราวกับถูกวัดมาตั้งแต่อดีตชาติ

"เรียบร้อยแล้วครับคุณย่า" คิรากรปล่อยมือออกทันทีอย่างสุภาพ ท่าทางขยับถอยห่างหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณทำเอาหัวใจของภีมภัทรกระตุกวูบ

คุณหญิงวารุณียิ้มอย่างหมดห่วง มือผอมบางยกขึ้นลูบศีรษะของภีมภัทรเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองหลานชาย "เรื่องงานหมั้น... จะเปิดเผยหรือไม่ ย่าให้พวกเราตัดสินใจกันเอง ย่ารู้ว่าคิรามีงานใหญ่ต้องทำ และภีมเองก็กำลังไปได้ดีในวงการนายแบบ ทำตามที่พวกเจ้าเห็นสมควรเถอะนะ"

"ครับคุณย่า ขอบคุณครับ" ภีมภัทรก้มศีรษะลงไหว้บนอกของผู้มีพระคุณ

หลังจากพูดคุยและตรวจเช็กอาการอีกเล็กน้อย คุณหญิงวารุณีก็เริ่มมีอาการเพลียและหลับไป นพ.ปริญญ์และพยาบาลจึงขอตัวออกจากห้องเพื่อปล่อยให้คนไข้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นปิดสนิทลง ความเงียบสงัดก็เข้าจู่โจมคนทั้งสองทันที

คิรากรหันกลับมามองภีมภัทร สายตาเรียบนิ่งและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกลับมาอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างโปร่งที่ยังคงยืนกำมือซ้ายของตัวเองอยู่ข้างเตียงคนไข้ ประธานหนุ่มยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองแหวนเพชรบนนิ้วนางของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

"เรื่องหมั้น..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำเอาภีมภัทรสะดุ้งน้อย ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นฟังอย่างตั้งใจ "อย่าเพิ่งบอกใครในบริษัท ฉันไม่อยากให้คนมองว่านายใช้เส้นสายอัครเดชในการทำงาน หรือใช้เรื่องนี้เป็นทางลัดในวงการนายแบบ"

คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้เยื่อใยราวกับใบมีดโกนกรีดลึกลงในใจของคนฟัง ภีมภัทรรู้สึกหน้าชา วาบขมในคอ เขาไม่ได้อยากได้เส้นสาย ไม่เคยคิดจะใช้ชื่อตระกูลอัครเดชเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเลยสักครั้ง ทุกก้าวในเส้นทางอาชีพนายแบบของ Aurora Models เขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความตั้งใจของตัวเองทั้งสิ้น

แต่เขาก็เข้าใจดี... ในสายตาของคิรากร เขาคงเป็นแค่เด็กในบ้านที่เข้ามาเกาะกระแสเพื่อความก้าวหน้า

"ครับคุณคิรา..." ภีมภัทรพยักหน้ารับคำเงียบ ๆ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ แต่เขาพยายามกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าชายหนุ่ม มือขวากำแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายแน่นจนเนื้อเหล็กกดลึกลงไปในผิว "ผมจะไม่บอกใครครับ จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้... ผมสัญญา"

คิรากรจ้องมองท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวนั้นนิ่ง แววตาคมกริบไหววูบไปเล็กน้อยคล้ายมีความรู้สึกบางอย่างพาดผ่าน แต่เพียงครู่เดียวมันก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดั้งเดิม ชายหนุ่มยืดตัวตรงพยักหน้ารับคำรับรู้สั้น ๆ

"ดี... งั้นฉันกลับบริษัทก่อน ส่วนนาย... มิ้นคงมารับไปงานถ่ายแบบตอนบ่ายใช่ไหม"

"ครับ พี่มิ้นกำลังมารับครับ"

"อืม อย่าให้เสียงานล่ะ" คิรากรพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องพักฟื้นไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

คล้อยหลังร่างสูงใหญ่ ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่แผ่ซ่าน ภีมภัทรปล่อยให้ตัวเองทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างหมดแรง เขายกมือซ้ายขึ้นมาตรงหน้า แสงไฟจากเพดานตกกระทบเม็ดเพชรจนเกิดประกายระยิบระยับงดงาม... ทว่ามันช่างดูโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวเหลือเกิน

"แอบรักข้างเดียวก็เจ็บพอแล้ว..." ภีมภัทรพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงกระทบลงบนหน้าปัดแหวนเพชร "พอต้องมาผูกมัดกันแบบนี้... ทำไมมันถึงเจ็บกว่าเดิมนะ"

เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามตั้งสติและปาดน้ำตาออกจากหางตาลวก ๆ วงการบันเทิงและรันเวย์ข้างหน้าไม่มีพื้นที่ให้กับความอ่อนแอ และเขาก็ยอมรับข้อผูกมัดนี้แล้ว... ไม่ว่าจะต้องอยู่ฐานะ "คู่หมั้นลับ ๆ" ที่ไร้ตัวตนไปอีกนานแค่ไหนก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์

    ตอนที่ 9: คลื่นใต้น้ำและกองถ่ายพรีเซนเตอร์แสงไฟฟลูออเรสเซนต์ในห้องแต่งตัวของ บลู ริเวอร์ สตูดิโอ ส่องสว่างจนเห็นละอองแป้งที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เสียงไดร์เป่าผมทำงานสลับกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของทีมงานด้านนอก ทว่าภายในห้องสี่เหลี่ยมนี้ บรรยากาศกลับอึดอัดจนชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องภีมภัทรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตจ้องมองเงาของตัวเองที่กำลังถูกช่างแต่งหน้าเติมแต่ง ไหล่บางเหยียดตรง แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอนจากสายตาของคนรอบข้างที่มองมาอย่างมีเลศนัยตั้งแต่เขาเดินก้าวเข้ามาในสตูดิโอแห่งนี้“พี่พิมครับ ขอรองพื้นตรงโหนกแก้มเพิ่มอีกนิดได้ไหมครับ วันนี้ฟิตติ้งเสื้อผ้าโทนเข้ม ผมกลัวหน้าจะลอย” ภีมภัทรเอ่ยเสียงนุ่ม พยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด“ได้จ้ะน้องภีม” พิม ช่างแต่งหน้าประจำกองถ่ายยิ้มรับ มือที่ถือพู่กันชะงักไปเล็กน้อย สายตาหล่อนเหลือบมองไปทางมุมห้องชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อที่มุมห้องนั้น ลลิน นักแสดงสาวชื่อดังที่เป็นพรีเซนเตอร์ร่วมในแคมเปญนี้กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟายาว หล่อนจิบชาคาโมมายล์พลางใช้นิ้วเรียวยาวเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะแสร้งทำเป็นถอน

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์

    ตอนที่ 8: อาหารค่ำรสขมที่ เมซง ลูมิแยร์เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดคลื่นหัวใจดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกหนักอึ้งอยู่ลึก ๆ ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเซนต์เกรซ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่ากลับถูกกลบด้วยกลิ่นหอมอ่อนของดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ที่วางอยู่ตรงมุมห้องคุณหญิงวารุณี อัครเดช ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนเอนหลังพิงหมอนใบโต ดวงตาที่ผ่านโลกมาเนิ่นนานทอดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ แม้ร่างกายจะซูบผอมลงไปบ้างตามวัยและอาการป่วย แต่สายตาและน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้ง ออโรร่า มีเดีย กรุ๊ป"คิรา... แกจำได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร"ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคิรากรดังรอดมาตามสัญญาณ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำตงฉินจะตอบกลับอย่างสุภาพ "จำได้ครับคุณย่า วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือน... ที่ผมกับภีมหมั้นกัน""จำได้ก็ดี" คุณหญิงวารุณีปรับท่านั่งเล็กน้อย ขยับปลายนิ้วเคาะลงบนขอบเตียงเป็นจังหวะ "ตั้งแต่ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์ ย่าไม่เห็นแกจะพาภีมออกไปไหนมาไหนบ้างเลย วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองเอกสารชั้นแ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"

    ตอนที่ 7: กฎบัตรนิตยสารเล่มใหม่ และ "ทิ้งมันไปซะ"แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าเหนือโถงทางเดินของ ออโรร่า สกาย เรสซิเดนซ์ (Aurora Sky Residence) ทอดเงายาวลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ภีมภัทรก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์พร้อมกับอ้อมแขนที่โอบกอดช่อดอกยิปโซและคัตเตอร์สีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ ใบไม้สีเขียวสดแซมอยู่ระบายรอบขอบกระดาษคราฟต์ที่ห่อหุ้มอย่างประณีต กลิ่นหอมจาง ๆ ของมันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าหลังจากการถ่ายแบบตลอดทั้งวันภีมภัทรเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัว วางช่อดอกไม้ลงอย่างเบามือ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดตู้ด้านบนเพื่อหาแจกันแก้วใสใบใหญ่ เขาหยิบแจกันออกมา ล้างฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ออกด้วยน้ำสะอาด เปิดก๊อกรองน้ำจนได้ระดับที่พอดี จากนั้นจึงหันกลับมาหยิบกรรไกรเตรียมจะเล็มปลายก้านดอกไม้เสียงปลดล็อกประตูระบบดิจิตอลดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยเสียงบานประตูหนาหนักที่เปิดออกและปิดลง คิรากรเดินเข้ามาในห้อง เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขนซ้าย กระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกสองเม็ด เนกไทสีเข้มคลายออกเล็กน้อย คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดมเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับช่อดอกไม้สีขาวบนเคาน์เตอร์ภีมภัทรหันไปมองตาม

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรู

    ตอนที่ 6: ดอกไม้ปริศนาที่ล็อบบี้หรูแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกใสบานสูงของล็อบบี้ตึกออโรร่า ทาวเวอร์ สะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับ เสียงฝีเท้าของพนักงานและผู้มาติดต่อดังสลับกับเสียงพูดคุยเบา ๆ เป็นจังหวะปกติของตึกระฟ้าใจกลางนครอัศวิน จนกระทั่งร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับออร่าที่ดึงดูดสายตาคนทั้งบริเวณนที วรเวช พระเอกซีรีส์อันดับหนึ่งของวงการบันเทิงยุคนี้ เดินถือช่อดอกกุหลาบสีขาวขนาดใหญ่ก้าวเข้ามาในโถงกว้าง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนลุกสบาย ๆ คู่กับกางเกงสแลกสีครีมส่งให้บุคลิกของเขาดูอบอุ่นและเข้าถึงง่าย รอยยิ้มละมุนที่มักจะปรากฏอยู่บนหน้าจอทีวีบ่อย ๆ ตอนนี้กำลังจุดประกายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ขณะที่สายตามุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์โดยสารโซนออฟฟิศ"คุณภีมครับ" เสียงนุ่มทักทายขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปถึงภีมภัทร วัฒนกุล ชะงักเท้า ดวงตากลมโตหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหวานที่เพิ่งผ่านการซับหน้าหลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายแบบเซตล่าสุดดูประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาหา"คุณนที? ยังไม่กลับอีกเหรอครับ เห็นพี่มิ้นท์บอกว่าถ่ายพาร์ทของต

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืน

    ตอนที่ 5: โหมดกลางวันและกลางคืนแสงแดดยามบ่ายส่องทะลุกระจกนิรภัยบานยักษ์ของห้องประชุม Diamond Hall บนชั้น 80 ของอาคารออโรร่า ทาวเวอร์ บรรยากาศด้านในเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้คงที่ แต่สิ่งที่ทำให้คนในห้องรู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าคือบรรยากาศการประชุมสรุปแผนงานประจำไตรมาสภีมภัทรนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งซ้ายของโต๊ะประชุมยาว ด้านข้างมีมิรินทร์ หรือพี่มิ้น ผู้จัดการส่วนตัวคอยส่งเอกสารให้อยู่ไม่ห่าง ฝั่งตรงข้ามคือทีมบริหารฝ่ายศิลปินและฝ่ายประชาสัมพันธ์ ส่วนหัวโต๊ะ...คือตำแหน่งของประธานบริหารสูงสุดคิรากร อัครเดช ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกดย้ำปลายนิ้วลงบนหน้าจอไอแพด สายตาคมกริบไล่อ่านตารางงานของนายแบบในสังกัดออโรร่า โมเดลส์ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ทว่ามีรังสีความกดดันแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าประสานสายตาตรง ๆ"ตารางงานเดือนนี้ของภีมภัทร ใครเป็นคนจัด" เสียงทุ้มเรียบหักมุมความเงียบในห้องรัญชิดา ผู้จัดการฝ่ายนายแบบรีบยืดตัวขึ้น "ดิฉันร่วมกับคุณมิรินทร์จัดค่ะ มีทั้งงานถ่ายแบบพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางแบรนด์นอก แล้วก็งานเดินแบบปิดท้ายฟินาเล่ช่วงปลายเดือนค่ะ"คิรากรไม่ได้เงยหน้าขึ

  • คู่หมั้นลับ ของท่านประธาน   ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬ

    ตอนที่ 4: แฟลชส่องสว่าง...แผ่รังสีทมิฬเครื่องปรับอากาศภายใน ออโรร่า สตูดิโอ วัน (Aurora Studio One) ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทว่าบรรยากาศใจกลางสตูดิโอขนาดใหญ่กลับร้อนระอุสวนทางกับอุณหภูมิรอบข้าง แสงไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่หลายสิบดวงถูกจัดวางและปรับมุมองศาเพื่อจำลองแสงแดดอันจัดจ้าของฤดูร้อน ผืนทรายจำลองสีขาวละเอียดถูกปูลาดเต็มพื้นที่ถ่ายภาพ ฉากหลังเป็นผ้าแคนวาสเพนต์ลวดลายเกลียวคลื่นและผืนฟ้าสีครามจาง"เซ็ตนี้ขอแบบเซ็กซี่แต่ยังมีคลาสอยู่นะครับน้องภีม ธันวา"‘ปอนด์’ ปกรณ์ ช่างภาพมือหนึ่งของบริษัทในเครือ Aurora Models ละสายตาจากช่องมองภาพของกล้องโปรเฟสชันนัลราคาเหยียบแสน เขาโบกมือส่งสัญญาณให้สไตลิสต์เข้าไปตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายเป็นครั้งสุดท้าย‘ภีมภัทร’ ยืนนิ่งอยู่กลางฉากจำลอง ผิวเนียนละเอียดของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสามปีสะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเนื้อแก้ว เสื้อผ้าในคอนเซปต์ "Sensual Summer" ของเขาคือเสื้อเชิ้ตผ้าลินินเนื้อบางเบาสีขาวสะอาดตา ตัวเสื้อถูกปลดกระดุมออกจนถึงเม็ดบนสุดของกางเกง เผยให้เห็นแผ่นอกบางและแนวไหปลาร้าที่เด่นชัด ชายเสื้อฝั่งหนึ่งถูกปล่อยให้หลุดลุ่ยออกจากขอบกางเกงขาสั้นสีเบจ โชว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status