Mag-log inนรกขุมไหนมันเป็นแบบนี้กัน...
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาจดจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยแววตาขุ่นมัวขวางโลก ขณะที่ถูกชายสูงวัยแปลกหน้าคอยจ่อไฟดวงเล็ก ๆ ส่องเข้าหาดวงตาของเขาสลับไปมาไม่ยอมหยุดสักที
ไม่รู้จะหาพระแสงกระไรของมัน
คนตายไปแล้วไม่น่าจะมีขี้ตารึเปล่า แล้วจะจ้องหาอะไรในตาเขานักหนา?
ปราจค่อนขอดในใจพลางหรี่ตาหนีแสงจ้า
“หมอขอเช็คตาหน่อยนะครับ คนไข้มองไปด้านหน้านะครับ”
แพทย์สูงวัยเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย เพ่งมองการตอบสนองของม่านตาอย่างตั้งใจ ไม่สนคนบนเตียงที่งุนงงจนนิ่งเพราะสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ปราจไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเดียว เอาเข้าจริงตั้งแต่วินาทีที่ถูกฝ่ามือนุ่มของคนข้างกายปิดปากเอาไว้ ปราจก็ยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่ายามนี้ดวงวิญญาณของตนมอดม้วยไปแล้วหรือยัง แล้วกำลังสถิตอยู่ที่แห่งหนตำบลใด
หากจะบอกว่าตายแล้ว ทำไมไอ้สำนึกคิดและความรู้สึกเจ็บแปลบที่หลังมือนี่มันถึงเหมือนจริงจนน่ารำคาญนักเล่า?
แต่หากจะบอกว่าไม่ตาย จะอธิบายสถานที่สีขาวโพลนประหลาดตา คนประหลาดที่ใส่เสื้อผ้าพิกล แถมยังใช้ภาษาพิลึกพวกนี้ได้อย่างไรกัน?
นอกจากว่าที่นี่คือนรก ไม่ก็แดนจำลองที่ขุนหมื่นเวรนั่นใช้อาคมกักขังจองจำเขาเอาไว้!
“คนไข้ยิงฟันให้หมอดูหน่อยครับ”
“ฮะ?”
ริมฝีปากหยักหลุดทวนคำด้วยความฉงนสงสัย อะไรของพ่อใหญ่คนนี้ล่ะนั่น อยู่ดี ๆ จะให้มาแยกเขี้ยวโชว์ฟัน
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเม้มปากแน่นนึกชั่งใจ ฟันของเขาก็ใช่ว่าจะดำขลับสวยงามเหมือนชาวบ้านชาวเมืองทั่วไปในแผ่นดินสยาม เพราะเขาไม่ใคร่ชอบกินหมากเอาเสียเลย
แต่สุดท้ายจอมขมังเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็จำต้องยอมฉีกยิ้มยิงฟันแบบเก้ ๆ กัง ๆ ที่ขัดกับมาดเดิมไปมากโข
“ขอบคุณครับ ทีนี้ลองกรอกตาตามนิ้วหมอแล้วค่อยแลบลิ้น พร้อมบีบมือหมอแรง ๆ ทั้งสองข้างให้หมอดูหน่อยนะครับ”
หมอสูงวัยขยับนิ้วไปมาเพื่อเช็คการทำงานของเส้นประสาท ฝ่ายคนไข้ก็ได้แต่ชะงักหน้าด้วยยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกงง แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายนั่นแหละ
โดยไม่ลืมที่ลอบมองเด็กหนุ่มหน้าสวยซึ่งยืนอยู่ข้างเตียงเป็นพัก ๆ ไปด้วย
“ตรวจอาการเบื้องต้น ผู้ป่วยปกติดีนะครับ” หมอคนเดิมเอ่ยสรุป
แม้ปราจจะไม่เข้าใจความหมายทุกคำแต่ด้วยน้ำเสียงก็ทำให้เขาเบาใจขึ้นได้บ้าง แต่จอมขมังเวทย์หนุ่มก็ไม่ยอมวางตาจากใบหน้าของคนข้างกาย
แหงล่ะสิ ในเมื่อที่นี่มันมีแต่เรื่องชวนประสาทเสียเต็มไปหมด ต่อให้เป็นชายที่เก่งกล้าเพียงใด เขาก็ต้องการที่พึ่งทางใจเหมือนกันนะ
โชคดีที่อย่างน้อยกุมารหรือตัวอะไรสักอย่างที่มายืนเฝ้าไข้เขานี่ก็สวยงามจนช่วยจรรโลงใจได้จริง ๆ
เมื่อเห็นว่าอาการเบื้องต้นคงที่ดี คุณหมอเจ้าของไข้จึงเริ่มขั้นตอนการประเมินการรับรู้ ซึ่งเป็นส่วนที่ทุกชีวิตในห้องพักฟื้นระดับวีวีไอพีแห่งนี้ต่างก็กังวลที่สุด
“คนไข้ครับ”
ปราจพลันละสายตากลับมาสบมองต้นเสียง แสงสว่างจ้าจากหลอดไฟบนเพดานสะท้อนนัยน์ตาขลับเข้มของเขาจนเป็นประกายวาววับ
“คนไข้ชื่ออะไรครับ ตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน และพอจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
น้ำเสียงทุ้มสุภาพนั้นเอ่ยถามก็เพื่อจะเช็คสภาวะความจำระยะสั้นและการรับรู้ ร่างชายหนุ่มที่มีวิญญาณจอมขมังเวทย์ยึดครองอยู่กลับนิ่งไปเสียนาน
ปราจขมวดคิ้วมุ่น กวาดสายตาสำรวจใบหน้าของกลุ่มคนมากมายในห้องด้วยแววตาจดจ้องอย่างถือดี
“พวกเอ็งต่างหากที่ต้องบอกข้า... ว่าที่นี่ที่ไหน?”
ก่อนเขาจะเหลือบเห็นว่าเด็กหนุ่มหน้าสวยคนนั้นทำสีหน้าแปลกใจ
สงสัยจะตกใจที่เขารู้ตัวว่ากำลังติดอยู่ในสถานที่ผิดแปลก ก็แน่ล่ะ... เขาเป็นถึงจอมขมังเวทย์ตัวฉกาจ ต่อให้ที่นี่จะเป็นนรกหรือมีมนตราอะไรสะกดไว้ เขาก็ไม่สะทกสะท้านหรอก!
“คนไข้จำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ไหมครับ?”
หากหมายถึงวินาทีที่ถูกไอ้ขุนธารเหนี่ยวไกปืนยิงแสกหน้าน่ะ เขาจำได้แม่นติดตา แต่ถ้าเรื่องหลังจากนั้นจนถึงตอนนี้...
“ไม่” เจ้าตัวส่งเสียงตอบสั้นห้วนคล้ายรำคาญใจ เพราะจำไม่ได้เลยสักนิด ถึงได้อยากรู้ความจริงอยู่นี่อย่างไรล่ะ
“ขอหมอเช็คตาอีกรอบนะครับ” สิ้นคำนั้น ปราจก็ต้องยู่หน้าลง กะพริบตาถี่ ๆ อีกเพราะถูกส่องไฟใส่ตาซ้ำอีกแล้ว
“ตอนนี้คนไข้อยู่ที่โรงพยาบาลเดอะไอคอนเมดส์ครับ คุณได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเห-”
“โรงพยาบาล… หมายถึงโรงหมอน่ะรึ หมายความว่าข้ายังไม่ตายงั้นสิ?”
หมอสูงวัยเก็บเครื่องมือลงแล้วจึงเอ่ยสรุปผลตรวจที่ไม่พบสัญญาณผิดปกติทางกายใด ๆ นอกจากพฤติกรรมของคนไข้ที่ส่อแววชัดว่าความทรงจำอาจจะขาดหายไปชั่วคราว
“ครับ”
คนฟังลอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยโล่งอกไปหนึ่งเปราะ
สงสัยเขาจะดวงแข็งจนท่านพญายมยังไม่ต้องการตัว แต่เหตุใดที่นี่ถึงได้ดูพิลึกพิลั่นไปเสียหมด หรือว่าเขาหลับใหลไปนานเป็นสิบปี?
“แล้วนี่ปีพุทธศักราชที่เท่าไหร่?”
หมอสูงวัยตอบอย่างใจเย็น ขณะที่มือจดบันทึกลงในแผ่นชาร์ต
“เวลาผ่านไปแค่สามวันนับจากที่คนไข้ประสบอุบัติเหตุ ยังเป็นปี 2569 อยู่ครั-”
แต่ยังไม่ทันจบประโยค ปราจก็โพล่งขัดขึ้นมาเสียงดังลั่นจนคนฟังสะดุ้ง
“สองห้า! สองห้าอะไรนะ!”
ก่อนจะถูกยิงกบาลมันยังปีสองพันสามร้อยกว่าอยู่แท้ ๆ นี่เขาไม่ได้หลับไปแค่สิบปี แต่เกือบสองร้อยปีเลยรึ?!
“คุณพชรครับ จากอาการเบื้องต้นหมอคาดว่าคุณน่าจะได้รับบาดเจ็บที่สมองจากอุบัติเหตุทำให้ตอนนี้ความจำบางส่วนยังสับสนอยู่
ไอ้ที่ชายตรงหน้าร่ายยาวออกมาน่ะ ปราจสาบานกับฟ้าดินเลยว่าหูเขาได้ยินแต่คำแปลก ๆ ที่ฟังยังไงก็ไม่รู้ความกับชื่อนั้นที่อีกฝ่ายใช้เรียกเขา
“ตอนนี้คุณยังไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นนะครับ หมอแค่อยากให้คุณรู้ว่าคุณปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวเราค่อย ๆ คุยกันวันหลัง เมื่อคุณพักผ่อนเต็มที่แล้วนะครับ”
พชร? พชรไหน? ใครคือพชร? แล้วเหตุใดหมอถึงเรียกเขาด้วยชื่อนั้น ชื่อเขาคือปราจนะเฮ้ย!
“พชร... หมอหมายถึงฉันชื่อพชร?”
คนที่ยังสับสนเอ่ยถามกลั้วยิ้มเจื่อน มือหนาก็เอื้อมไปคว้าชายแขนเสื้อของคุณหมอที่กำลังจะเดินจากไปไว้แน่นจนอีกฝ่ายชะงัก หวังจะได้คำตอบที่ช่วยไขความสงสัย
“ครับ คุณพชร”
แล้วสรุปไอ้พชรที่ว่ามันคือใครกันอีกล่ะเนี่ย?!
ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่
พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที
ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ
“คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั
“ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื



![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



