Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-07-21 00:07:46

“ฉิบหายแล้ว... ฉิบหายไปหมดแล้ว” น้ำเสียงแหบพร่าพึมพำออกมาด้วยใจเหม่อลอย

ร่างสูงโปร่งของปราจ หรือในตอนนี้ก็คือพชร ขณะนี้ย้ายไปยืนนิ่งค้างอยู่ในห้องน้ำในห้องพักเพียงลำพัง ทิ้งน้ำหนักหน้าผากให้มันชนแนบไว้กับแผ่นกระจกเงาเย็นเฉียบอย่างหมดอาลัยตายอยาก ก่อนจะโวยวายคร่ำครวญออกมาอีกเพราะเหลืออดเต็มทน

“พะ-ชะ-ระ งั้นสิ… เวรตะไลเอ๊ย! นี่ข้ามาสิงร่างใครวะเนี่ย!?”

ใบหน้าหล่อเหลายับยู่ไปหมด นัยน์ตาขลับเข้มฉายแววความน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตเกินจะทน

หลังจากที่กลุ่มคนแปลกหน้าในชุดขาวและเด็กหนุ่มหน้าสวยล่มเมืองคนนั้นพากันก้าวพ้นประตูห้องไป ปราจก็ได้แต่นั่งใช้ความคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนถึงเรื่องราวอันเป็นปริศนาอยู่นาน จนในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปที่ชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้าเสียที...

ข้อแรกคือเขาไม่ได้ตายจริง ๆ

แต่เขาดันข้ามกาลเวลา? มิติ? หรือโลกบ้าบออะไรสักอย่างมาอยู่ในร่างของผู้ชายที่ชื่อพชรอะไรนี่!

ข้อที่สองซึ่งถือเป็นจุดวิบัติที่สุดคือ เขาไม่สามารถเรียกใช้ไสยเวทย์หรือวิชาอาคมใด ๆ ได้เลย

และนั่นก็นำไปสู่ข้อสรุปที่สาม...

คือเขาฉิบหายอย่างสมบูรณ์แบบแล้วไงล่ะ!

ถึงแม้ในตำราไสยเวทย์จะเคยมีเรื่องเล่าขานถึงดวงวิญญาณที่สามารถทะลุมิติหรือสลับร่างกันได้ แต่จอมขมังเวทย์ตัวฉกาจอย่างเขาไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการว่าเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้จะมาอุบัติขึ้นกับตัวเอง

แถมจะสถิตอยู่ร่างไหนไม่อยู่ ต้องมาติดอยู่ในร่างไอ้เด็กหนุ่มในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสิ่งประหลาดตาเช่นนี้

“ฮะฮะ... หาทางตายแล้วไปเกิดใหม่เลยดีไหมวะ”

เสียงทุ้มพึมพำแล้วก็ยู่หน้าลงหนักกว่าเก่า ยิ่งคิดก็ยิ่งท้อใจ แข้งขาที่เคยปราดเปรียวอยู่ดี ๆ เลยอ่อนแรงลงไปดื้อ ๆ จนร่างสูงโปร่งหมดสภาพ ลื่นไหลเป็นของเหลวลงไปกองกับพื้นห้องน้ำ ดวงตาทรงรีเหม่อลอยเคว้างคว้าง มองยังไงก็มืดแปดด้าน ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับชีวิตนี้ต่อไปดี

อาคมที่เคยเป็นดั่งลมหายใจก็ไม่มีติดตัวเสียแล้ว อย่าว่าแต่จะหาทางกลับร่างเดิมที่ป่านนี้คงถูกฝังลงไปใต้ธรณีไปแล้วเลย ลำพังก่อนหน้านี้ชีวิตเขาก็ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร เป็นแค่หมอผีมีอาคมแก่กล้าเกินธรรมดานิดหน่อย ที่คอยกวนประสาทชาวบ้านในไปวัน ๆ

แล้วตอนนี้จะเหลืออะไรล่ะท่าน!

ก็ไม่ต่างจากเป็นคนทึ่มเต็มตัวเลยสักนิด!

เทวดาฟ้าดินคงจะเกลียดขี้หน้าเขาเข้ากระดูกดำจริง ๆ ถึงได้กลั่นแกล้งกันเช่นนี้ แต่มันไม่ใจร้ายใจดำเกินไปหน่อยรึ?

อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะส่งเขาไปอยู่ในยุคสมัยที่ใกล้เคียงกันบ้าง ไม่ใช่กระโดดพรวดเดียวข้ามมาเกือบสองร้อยปีขนาดนี้สิเฮ้ย!

ไอ้ยมบาลฉิบหาย!

แอ๊ดดด

เป็นตอนนั้นเองที่บานประตูห้องพักผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มหน้าสวยคนเดิมที่ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้อง

เรียกให้ปราจซึ่งยังคงนั่งกองอยู่บนพื้นห้องน้ำเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาสั่นไหว นึกฉุนใครก็ตามที่เล่นจนชีวิตเขาเละเทะขนาดนี้

สงสัยจะคิดตบหัวแล้วลูบหลังเขาด้วยการส่งของสวย ๆ งาม ๆ แบบแม่คนนี้มาให้ล่ะสิท่า?

“หืม?” เจ้าของใบหน้าพริ้มเพราที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดชะงักไป ครั้นสายตาไม่ปะทะเข้ากับร่างของคนที่ควรจะอยู่บนเตียง

เขาหันมองซ้ายขวาด้วยท่าทีแตกตื่นเล็กน้อย จนกระทั่งดวงตาคู่สวยสบเข้ากับใครอีกคนซึ่งยังคงนั่งหมดท่าอยู่ในมุมห้องน้ำ

“หาฉันอยู่รึ... แม่คนงาม”

หมอผีจอมกะล่อนไม่วายเอ่ยทัก กระตุกยิ้มยียวนส่งไปให้

ร่างบางที่ตอนแรกดูจะตกใจอยู่เสี้ยววินาที พอเห็นว่าเจ้าของร่างตรงหน้ายังมีเรี่ยวแรงมาต่อปากต่อคำได้ก็พลันลอบถอนลมหายใจทิ้งเบา ๆ อย่างระอา

เรียวขายาวพาตัวเดินไปวางปึกเอกสารลงบนโต๊ะข้างเตียงให้เป็นระเบียบ ก่อนจะวนกลับมาหยุดยืนเบื้องหน้าปราจที่กำลังช้อนสายตามองเขาอยู่จากพื้น

“ลุกไหวไหมครับ?”

จอมขมังเวทย์ในร่างชายหนุ่มไม่ยอมเอ่ยคำตอบใด ทำเพียงพยักหน้าหงึก ๆ ถึงกระนั้นอีกฝ่ายก็ยังใจดีพอที่จะโน้มตัวยื่นมือเรียวบางมาให้ตรงหน้า

แล้วมีหรือคนเจ้าเล่ห์อย่างปราจจะปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย เขาคว้าหมับเข้าที่มือนุ่มนิ่มนั่นทันที ปล่อยให้เด็กหนุ่มที่ดูตัวเล็กกว่าเขาหลายเท่าต้องออกแรงช่วยพยุงกายอีกคนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

“ฉันสีฟันตามที่เธอบอกแล้ว... เก่งหรือไม่?”

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยเสียงอู้อี้ ครั้นฉวยโอกาสนั้นซบลงกับลาดไหล่บางในระหว่างที่ถูกหิ้วปีกพยุงกลับไปยังเตียง

“ครับ” อีกฝ่ายตอบกลับสั้นห้วนคล้ายไม่ได้ใส่ใจนัก

อันที่จริง เขาก็ไม่ได้ไปบังคับเคี่ยวเข็ญให้อีกฝ่ายทำเสียหน่อย ก็แค่แจ้งว่าเตรียมของใช้ไว้ให้เพราะรู้ดีว่าเจ้านายตัวเองรักสะอาดและเจ้าระเบียบเพียงใด

         ฟุ่บ…

ร่างล่ำสันทิ้งตัวลงนอนแผ่อ้าบนเตียงกว้าง ตาก็เหม่อมองเพดานสีขาวสะอาดตาอยู่นาน

“นี่” ก่อนจะยอมเปิดปากเอ่ยเสียงเรียบเรียกใครอีกคนที่เดินกลับไปง่วนอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ “หมอเขาว่าฉันสติเลอะเลือนใช่ไหม?”

คนเด็กกว่าไม่ได้ตอบคำถามในทันที เพียงแต่ถือกองเอกสารตรงมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงเงียบ ๆ ปราจเห็นท่าทางนิ่งสงบชวนมองเช่นนั้นก็เพียงแค่พลิกตัวนอนตะแคงมาทางที่อีกฝ่ายนั่งอยู่

ว่าก็ว่าเถอะ...

การถูกลูบหลังด้วยของงามตาที่ชุบชูหัวใจได้ดีแบบนี้ มันก็ดูเหมือนจะได้ผลดีเกินคาดทีเดียว

เจ้าของใบหน้าพริ้มเพราไม่ยอมละสายตาจากรายงานอาการทางการแพทย์ของชายตรงหน้า

เขาพยายามทำความเข้าใจกับข้อสรุปที่เพิ่งหารือกับหมออย่างถี่ถ้วนมาเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งก็พอจะระบุได้แน่ชัดแล้วหลังจากตรวจเช็กทุกระบบว่าท่านประธานของเขาสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนไปจริง ๆ

สาเหตุเกิดจากการที่สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนประมวลผลผิดพลาด ทำให้ความทรงจำระยะยาวสูญหายไป กรณีของเจ้านายเข้าในตอนนี้ สมองได้สร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาทดแทน

ซึ่งก็พอจะอธิบายท่าทางและคำพูดพิลึกพิลั่นที่ดูเหมือนหลุดมาจากโลกอื่นได้ แต่ก็น่ากังวลใจนักเมื่อหมอเองก็ยังไม่แน่ชัดว่าอาการนี้จะหายขาดได้หรือไม่

“สมองของท่านประธานได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุครับ”

ริมฝีปากสวยขยับตอบพลางหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดแล้วก็ยังน่าแปลกใจเหลือเกินที่คนเจ้าระเบียบและรอบคอบอย่างเจ้านายเขา จะหลับในจนเกิดอุบัติเหตุขับรถพุ่งชนต้นไม้ข้างทางเจ็บหนักได้ถึงขนาดนั้น

“ถ้าอย่างนั้น... เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง?”

ปราจถามเสียงแผ่ว ตาก็ยังคงจับจ้องใบหน้าหวานนั้นไม่วางตา เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มที่ตอบโดยไม่ยอมละสายตาจากหน้ากระดาษรายงานเลยสักนิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 12

    ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 11

    พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 10

    ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 9

    บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 8

    “คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 7

    “ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status