Masukณ โลกปัจจุบัน
ปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
.
.
“อ๊ากกกกก ข้าไม่อยากตาย!”
เปลือกตาขาวโพลนเบิกโพลงขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เด้งชันกายขึ้นจากท่านอนในทันทีราวกับติดสปริง ปราจหอบหายใจหนักหน่วงจนทรวงอกกระเพื่อมไหว เหงื่อกาฬก็ไหลซึมตามไรผม
ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวเลือนราง คล้ายมีม่านหมอกสีขาวจัดบดบังทัศนวิสัยเอาไว้ เขาเลยต้องพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อขับไล่ความมึนงงที่ถาโถมเข้าใส่จนหัวหมุน เสียงฝีเท้าและเสียงอุทานด้วยความตกใจของกลุ่มคนรอบข้างดังระงมขึ้นขนานกัน
ทว่าในวินาทีนี้ จอมขมังเวทย์ผู้ที่เข้าใจว่าตนเพิ่งก้าวขาเข้าเฉียดกรายผ่านประตูยมโลกมา ไม่อาจปันความสนใจไปให้สิ่งอื่นได้
นอกเสียจากคำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัว...
ข้าตายแล้ว? ใช่ไหมวะ?
กระสุนจากลำกล้องปืนของไอ้ขุนหมื่นธารควรจะเจาะทะลวงกะโหลกเขาจนกลายเป็นศพเฝ้าแผ่นดินไปแล้วไม่ใช่รึ แล้วเหตุใดเขายังมีสำนึกอยู่
กลิ่นสาบสางของโคลนตมก็หายไป แสงสุริยุปราคาที่เคยบดบังเวหาก็ดูจะถูกแทนที่ด้วยแสงสีขาวนวลตาที่สว่างจ้าจนแสบแก้วตาเช่นนี้?
คิดได้ดังนั้น เจ้าตัวก็ไม่รอช้ารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา หมายจะสำรวจบาดแผล ทว่าทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับฝ่ามือตนเอง เขากลับต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ
“หือ? อะไรวะ...”
มือคู่นี้ไร้ซึ่งความหยาบกร้านและแผลเป็นที่เขาคุ้นเคยมานับสิบปี มันกลับกลายเป็นผิวที่เรียบเนียน สะอาดสะอ้าน และดูเหมือนของพวกเจ้าขุนมูลนายเสียจนน่าตกใจ
จอมขมังเวทย์หนุ่มไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เลยตัดสินใจลองใช้เล็บหยิกเข้าที่เนื้อแรง ๆ เพื่อจะพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่เพียงภาพหลอน
“โอ๊ย!” แล้วเสียงแหกปากก็หลุดออกมาลั่น เมื่อความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่ประสาทสัมผัส
ทว่ามันดันไม่ใช่แค่ความเจ็บจากที่หยิกมือตัวเองเพียงอย่างเดียว สายตาคมกริบเหลือบมองขวับไปยังมือข้างซ้ายที่รู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด
ก่อนจะพบกับท่อพลาสติกใสเส้นเล็กที่เชื่อมต่อกับเข็ม ซึ่งเจาะคาอยู่ในเส้นเลือดบริเวณหลังมือใต้ปลาสเตอร์สีขาวขุ่น
“ไอ้ขุนธาร! มึงทำอะไรกู! มึงเอาอะไรมาเสียบตัวกู-อุ้บ!”
ฟึ่บ!
แต่ยังไม่ทันได้ร้องโวยวายจบประโยค ฝ่ามือเรียวสวยของใครบางคนก็พุ่งเข้าประกบปิดปากเขาไว้จนมิด ปราจเบิกตาโพลง ผิวสัมผัสนุ่มนิ่มที่แตะต้องริมฝีปากทำให้เขาหยุดชะงักไปในทันที
“ท่านประธานครับ! ตั้งสติหน่อยสิครับ!”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจดังขึ้นในระยะประชิด
เรียกให้จอมขมังเวทย์หนุ่มค่อย ๆ ไล่สายตามองผ่านง่ามนิ้วที่ปิดปากตนอยู่ขึ้นไป จนกระทั่งสบเข้ากับนัยน์ตาเรียวสวยคู่หนึ่งที่ฉายแววแตกตื่น
“...”
ใบหน้าหวานพริ้มที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบนั้นงดงามราวกับรูปสลัก ผิวขาวละเอียดและเครื่องหน้าที่รับกันอย่างลงตัวทำให้เขาผู้ทิฐิสูงเสียดฟ้า... ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ
ใจสงสัยว่าชายผู้นี้เป็นใครกัน
กุมารของไอ้ธารมันรึ?
เหตุใดถึงได้สวยปานเทพบุตรจำแลงมาเช่นนี้ แม้แต่พวกนางในวังที่เขาเคยผ่านพบมา ยังไม่มีผู้ใดที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจได้เท่าคนตรงหน้าเลย
“ขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ คุณหมอ คุณพยาบาล”
กุมารหน้าสวยคนนั้น(?) รีบหันไปก้มหัวขอโทษขอโพยกลุ่มคนในชุดสีขาวสะอาดตาที่ยืนหน้าเหวอกันอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทีนอบน้อม
“ท่านประธานคงยังไม่ได้สติดี ยังไงผมรบกวนไม่นำเรื่องนี้ไปแพร่งพรายที่ไหนต่อ เพื่อไม่ให้เกิดข่าวลือแปลก ๆ ขึ้นนะครับ”
‘สวยฉิบหาย...’
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่
กระทั่งถูกรบกวนด้วยความเจ็บปวดที่เข้าโจมตีอีกระลอก จากสายพลาสติกสีใสระโยงระยางบนฝ่ามือ จนเขาอยากจะกระชากมันทิ้งเสียให้พ้น ๆ
“อ๊ากกก! เจ็บ เจ็บบบ!”
ร่างสูงโปร่งพยายามดิ้นรน สะบัดกายจะหนีจากสัมผัสของเข็มน้ำเกลือที่เจาะคาอยู่ตรงหลังมือให้ได้
เขาน่ะเป็นถึงจอมขมังเวทย์ตัวฉกาจเลยนะ เรื่องหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้าย่อมไม่เป็นรองใคร ไอ้ธารมันทำยังไงให้ไอ้สิ่งนี้เข้ามาอยู่ในตัวเขาได้เนี่ย?!
“ท่านประธาน อยู่นิ่ง ๆ ก่อนครับ! เดี๋ยวเข็มหลุดแล้วมันจะอักเสบนะครับ!”
พ่อหนุ่มหน้าสวยเลยต้องเข้ามากดไหล่เขาไว้ด้วยแรงที่แทบไม่ส่งดาเมจให้ผู้ชายตัวใหญ่บนเตียงเลยสักนิด
“เจ็บ! ข้าบอกว่ามันเจ็บ!”
ขณะที่ปากใครอีกคนก็ยังแหกปากร้องท้วงไม่พัก พลางบิดขยับกายหนีจนเตียงสั่นไปหมด แล้วยังไม่วายแอบส่งสายตาเขียวปั๊ดใส่คนข้างกายที่กำลังทำหน้ามุ่ยไปทีด้วย
นี่มันเรื่องห่าเหวอะไรวะ!
ไอ้ขุนธารมันใช้คาถาอะไรกักขังวิญญาณข้าไว้กันแน่
ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้ ไอ้ขุนเวรตะไล!
ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่
พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที
ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ
“คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั
“ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื



![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



