เข้าสู่ระบบลู่ชุนหยางถอนริมฝีปากออก แล้วดันร่างอวบอิ่มเปลือยเปล่าให้นั่งลงตรงขอบเตียงนอน สองขาเรียวถูกจับแยกออกจากกันจนเปิดเปลือยให้เห็นกลีบอวบอูมเต็ม ๆ ตา
แสงจันทร์และแสงจากตะเกียงไฟในเรือนนอน สาดส่องให้เห็นความงดงามหมดจดไร้ปราการขวางกัน กลีบดอกทั้งสองข้างปิดสนิทและเกลี้ยงเกลาไร้มลทิน เพราะผ่านการใช้งานมาน้อยยิ่งนัก
“แต่ท่านอาจผิดหวัง เพราะส่วนนี้เคยถูกรุกล้ำมาก่อน”
สองขาหุบลงโดยสัญชาตญาณ ถึงแม้จะแสดงความรักลึกซึ้งกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนนี้เป็นครั้งแรกที่นางยอมเปิดเปลือยให้เขามองและสัมผัสชิดใกล้
ความรู้สึกไม่มั่นใจสายหนึ่งตรงเข้าจู่โจมหัวใจ หากเขาผิดหวังเรื่องที่เคยแปดเปื้อน นางจะจัดการกับความรู้สึกด้อยค่าอย่างไรดี!
“ข้าชอบสตรีม่ายจะได้ทำแรง ๆ ต่อจากนี้มีแต่ข้าที่มีสิทธิ์เข้าไปในตัวเจ้า”
“อ๊ะ!”
ไป๋ซือเย่วร้องออกมาทันที เมื่อนิ้วกร้านสอดลึกเข้าไปตรงรอยแยกปริ่มน้ำโดยไม่ทันตั้งตัว
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงลิ้มรสน้ำหวานชโลมกลีบดอกตามใจปรารถนา เสียงกลืนน้ำหวานดังก้องยั่วเย้า เป็นผลให้สะโพกกลมมนยกขึ้นส่ายโยกไปมา
“อือ อาหยาง”
กลิ่นหอมละมุนของสตรีรักความสะอาด กระตุ้นส่วนแข็งขืนใต้อาภรณ์ให้ชูชัน สองมือจึงรูดหัวกางเกงตนเองให้ลงไปกองตรงหัวเข่าด้วยความชำนาญ
รอให้คนใต้ร่างเผลอเขาจะบดขยี้ให้เต็มแรง อารมณ์กระสันซึ่งกดข่มเอาไว้มาแรมปีถึงครานำออกมาใช้งานให้หนำใจ
สตรีม่ายมีข้อดีมากมายอีกทั้งการสอดประสานในจังหวะเร่งเร้าตามความชอบ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดแต่อย่างใด ต่อให้สิบสตรีบริสุทธิ์ก็สู้นางผู้เป็นที่รักไม่ได้!
“เย่วเอ๋อร์ เจ้าหวานและงดงามมาก อย่าด้อยค่าตนเองอีกเลย ข้ารักที่เจ้าเป็นเจ้าหาใช่เพียงร่างกายบริสุทธิ์”
แผลบ! แผลบ!
ลิ้นร้ายแลบเลียลิ้มรสอย่างกระหายใคร่อยาก อยากทำแบบนี้มานานแล้วแต่เพิ่งได้รับอนุญาต
ลู่ชุนหยางใช้ทั้งนิ้วและลิ้นรุกล้ำโพรงอ่อนนุ่ม จนได้ยินเสียงร้องครางแผ่วเบา
“อือ ดียิ่ง”
ร่างอวบอิ่มเอนราบไปกับเตียงนอน สองขาตั้งชันขึ้นให้ภมรหนุ่มกวาดต้อนน้ำรักเข้าปากอย่างเพลิดเพลิน
ยามถูกรัวกระหน่ำลงลิ้นตามรูแคบ น้ำเมือกใส ๆ ยิ่งไหลออกมาชโลมก้านนิ้ว ซึ่งสอดคาคับแน่นเต็มรูไม่ยอมถอยห่าง ลิ้นร้อนเร่งกวาดต้อนน้ำหวานลงคออย่างชอบใจ
สะโพกกลมมนยกขึ้นและส่ายโยกไปมา ด้วยความพึงพอใจในความคับแน่นและจุกหน่วงตรงช่องท้อง
โฉมสะคราญหลับตาพริ้มและอ้าขาให้ภมรหนุ่มลิ้มรสอย่างเพลิดเพลินสำราญใจ โดยไม่คาดคิดเลยว่าของแข็งขนาดใหญ่จะสอดแทรกเข้ามารวดเร็วขนาดนี้
กึก สวบ!!!
เสียงท่อนเนื้อยาวใหญ่สอดแทรกเข้าไปตามอารมณ์กำหนัดทะลุล้น แรงกระแทกหนัก ๆ ทำให้ท่อนลำตัวเขื่องหายเข้าไปจนสุดทาง
“อูย อาหยาง อ่า…ข้าจุก”
“ซี้ด! แน่นมาก”
มุมปากหยักอมยิ้มด้วยความพึงพอใจมากที่สุด คับแน่นถึงเพียงนี้เพราะอาวุธประจำกายของเขา คุณภาพดีกว่าคนเก่าอย่างแน่นอน
ท่อนเนื้อสีน้ำตาลอ่อน เร่งรุกล้ำดันเข้าและคลายออกด้วยเรี่ยวแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง ร่องสาวสดใหม่อ้าออกกว้างแล้วโอบล้อมสิ่งแปลกปลอมด้วยความเต็มใจ
“อือ แน่นมาก อาหยางมาดูด”
สองเต้าถูกเจ้าตัวบีบเคล้นรอคอยริมฝีปากแสนคุ้นเคย คนถูกเรียกไม่รอช้าโน้มตัวลงแทรกกลางลำตัว แล้วดูดยอดอกชูชันเข้าเต็มปาก
ความรู้สึกเจ็บแสบนิด ๆ ตรงส่วนปลายหัวหยัก ผสมผสานแรงตอดรัดหนึบหนับกับร่องชื้นแฉะ ทำให้บุรุษผู้ไม่เจนสังเวียนรักเกือบปลดปล่อยออกมาภายในไม่กี่อึดใจ
“ซี้ด แน่นจนข้าเกือบแย่”
ลู่ชุนหยางเรียนรู้จากตำรามาเยอะพอสมควร เลยรู้ว่าการหลั่งเร็วไม่เป็นที่พึงใจสำหรับสตรีสักเท่าไหร่ จึงอดทนอดกลั้นไม่ยอมเข้าเส้นชัย
เอวสอบตอกอัดบดขยี้เต็มแรง กรามแกร่งขบกัดเข้าหากันแน่น ใบหน้าขาวใสแดงก่ำลามมาถึงต้นคอ
“เย่วเอ๋อร์ ข้าอยากกระแทกแรงกว่านี้”
“มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่มาให้หมด”
น้ำเสียงหวานหูกระซิบยั่วเย้าขอแรงเพิ่ม มีแรงเท่าไหร่นางย่อมรับได้ทั้งหมด
เพราะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสุงสุด ต่อให้ถูกกระหน่ำจ้วงแทงทั้งวันทั้งคืนนางก็สู้ไม่ถอย
“เจ้าเป็นเมียข้าแล้ว ห้ามปันใจให้บุรุษอื่นเด็ดขาด และห้ามอ้าขาให้ผู้ใดทำแบบนี้อีก มีแค่แท่งของข้าที่เข้าไปได้คนเดียว”
เสียงกระซิบชิดสองเต้าใหญ่ ทั้งมือทั้งปากช่วยกันระรานความนุ่มหยุ่นจนเกิดรอยแดง แต่สองเต้าก็เด้งรับสู้มือสู้ปากไม่ยอมแหลกเหลวตามแรงบีบ ความงดงามยังคงตั้งเต้าชูชันประกาศชัยชนะเหนือบุรุษ
“ข้ามีใจให้ท่านเพียงผู้เดียว เหตุการณ์ในห้องหนังสือวันนั้นประจักษ์เด่นชัด ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ยอมให้กระทำรุกล้ำ”
เหตุการณ์วาบหวามในห้องหนังสือในครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เปิดเผย
หลังจากวันนั้นข้างกายสตรีต่างถิ่น จึงมีบุรุษรูปลักษณ์งดงามราวเทพเซียนอยู่เคียงข้างเสมอมา
“ข้ารู้วันนั้นเลยลองเสี่ยงดู”
“ลองเสี่ยงแต่ดูดไม่ปล่อย”
เขาตามมาคลอเคลียลิ้มรสซ้ำ ๆ อยู่สามคืน ส่วนนุ่มเด้งถึงเริ่มชินมือและสู้ปาก
ตั้งแต่ร่างกายหายจากอาการอาเจียนในช่วงเช้า ลู่ชุนหยางจึงเร่งฝึกวรยุทธ์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น อีกทั้งไม่ลืมกลับมาเร่งเร้าเอาความกับกายอวบอิ่มอยู่ทุกค่ำคืน
“ใหญ่และเย้ายวนขนาดนี้ ข้าเลยอดใจไม่ไหว”
สะโพกสอบกดลึกทำหน้าที่โยกเข้าออกผสานกาย ในจังหวะหนักหน่วงเนิบนาบผสมผสานจังหวะถี่รัว
เสียงร้องครางแผ่วเบาคลอเคลียไปกับเสียงน้ำรักกระฉอกโอบล้อมแท่งหฤหรรษ์ ความรู้สึกจุกหน่วงก่อเกิดอารมณ์กระสันซ่านแล่นปราดไปทั่วกายสาว
บุรุษเร่งรีบยังไม่ได้ถอดอาภรณ์ออกจากกายกำยำด้วยซ้ำ เขาทำเพียงถอดกางเกงออกแล้วเสียบเสยอาวุธร้ายเข้ากลางกายสาว
เมื่อจังหวะการปะทะอ่อนแรงลง จึงหยัดกายขึ้นแล้วเร่งถอดอาภรณ์ให้พ้นกายโดยเร็ว
“ท่านรูปงามขนาดนี้ ยังกังวลอีกหรือ”
สองมือนุ่มนิ่มลูบไล้แผงอกแน่นหนั่นเปลือยเปล่า จากนั้นจึงเลื่อนลงไปขยำบั้นท้ายแน่นตึงของบุรุษด้วยความหมั่นเขี้ยว
สองมือออกแรงช่วยดันบั้นท้ายแน่นตึงเข้ามาประชิดตัว เพื่อให้ท่อนลำแข็งตั้งบดเบียดเข้ามาในจังหวะหนักตามใจปรารถนา
“เย่วเอ๋อร์ ข้าใกล้แล้ว อ่า…”
“ปล่อยออกมา ข้าก็ใกล้แล้วเช่นกัน”
สิ้นเสียงสั่งการทั้งสองร่างก็เกร็งกระตุกไม่ต่างกัน น้ำรักเอ่อล้นท่วมปากทางเข้าออก
เสียงร้องประสานขับกล่อมแผ่วเบา ด้วยเกรงว่าคนนอนหลับอยู่เรือนข้าง ๆ จะแตกตื่นตกใจ
การต่อสู้บนสังเวียนแห่งรักยังคงดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เพราะคนเพิ่งเคยลิ้มลองรสสวาทยังไม่อิ่มหนำเต็มสุข
แกนกายซึ่งปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนชุ่มฉ่ำกลีบผกายังคงแข็งตั้งชี้หน้าคนงาม ไม่ยอมอ่อนตัวลงเลยแม้แต่น้อย
“อีกรอบนะเย่วเอ๋อร์”
ร่างอรชรถูกอุ้มขึ้นจากเตียงนอนในท่ากางขารัดเอวสอบ คนชอบใจรีบใช้แขนกอดรัดต้นคอแกร่งพร้อมสู้รบทุกสถานการณ์
“แรงดียิ่งนัก ไม่แก่เลยสักนิด”
เสียงหวานเอ่ยชมจากใจนางคิดว่าเขาจะพาย้ายไปทำต่อตรงไหนสักที่ในเรือนนอน ทว่าท่อนเนื้อแข็งตั้งได้สอดแทรกเข้าร่องเดิมทันทีที่สองขากางรัดเอวสอบ
“อื้อ จุก อ๊ะ อ๊ะ”
ร่างอวบอิ่มถูกยกขึ้นลงกระแทกเข้าหาลำเขื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นทันที เพราะครั้งนี้เข้ามาลึกเกินกว่าจะนิ่งเฉย
ร่างเปลือยเปล่าถูกอุ้มกระเตงเดินไปรอบ ๆ เรือนนอน เกิดอาการจุกเสียดรวดร้าวไปทั้งช่วงล่าง แรงกระหน่ำจ้วงลึกเรียกได้ว่าเกือบทะลุลำคอ
“ท่านี้ชอบหรือไม่ น้ำเจ้าเยิ้มจนข้าอยากลิ้มรสอีก”
“ชอบ ทั้งแข็งและจุก”
ใบหน้าหวานแหงนเงยหลับตาพริ้ม ร่องหลืบถูกเติมเต็มจนอิ่มหนำสำราญ ร่องรักกระตุกโอบรับความสุขที่สอดแทรกเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ก้นงอนออกแรงโยกสวนกลับจนสีหน้าบิดเบี้ยว ท้องน้อยแบนราบนูนเต่งขึ้นเห็นเป็นท่อนลำใหญ่ยาว
“อูย จุก”
สองขารัดสิ่งยึดเหนี่ยวจนแนบแน่น ฝ่าเท้าจิกเกร็งเป็นระยะ ๆ ท่วงท่าเช่นนี้ทำให้รู้สึกสุขสมและกระตุกเกร็งในเวลาไม่นาน
“ท่าต่อไปเจ้าคงชื่นชอบเช่นกัน”
ด้วยทั้งสองเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง ท่วงท่าต่อมาจึงล้ำลึกมากกว่าคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป
ร่างขาวโพลนถูกจับห้อยหัวลงต่ำ ในระดับเผชิญหน้ากับกระบองสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนปลายหยาดเยิ้มไปด้วยน้ำสีใส
ดวงตากลมโตตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ถึงแม้จะถูกรุกล้ำช่วงบนอยู่บ่อยครั้ง แต่นางเพิ่งเคยเห็นส่วนนี้ของเขาเป็นครั้งแรก!
หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม
“ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช
“ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ
ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข
“เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่
“คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่







