แชร์

อยากมีสถานะ

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 11:06:04

ขบวนเดินทางของผู้สูงศักดิ์ เคลื่อนที่มุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างราบรื่นตลอดเส้นทาง ไร้ซึ่งโจรผู้ร้ายมากล้ำกลาย

องครักษ์รอบกายโอรสสวรรค์ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีวรยุทธ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ผิดกฎของแคว้นแต่อย่างใด เพราะองครักษ์หลวงมีสิทธิ์ฝึกยุทธ์เพื่อคุ้มกันคนในราชวงศ์

จวิ้นอ๋องเอนกายพักผ่อนอยู่ในรถม้าคันแรกตามลำพัง ทางด้านพระชายาเอกนั่งอยู่ในรถม้าคันที่สองกับสาวใช้ข้างกาย

ผ่านมานานถึงแปดเดือนลู่เจี้ยนหงยังไม่มีโอกาสปรนนิบัติสามีเป็นครั้งที่สอง จึงกลายเป็นความโกรธแค้นสะสม ความโกรธเกลียดทุกอย่างเลยนำมาลงกับสตรีข้างกายเขาทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งสตรีแรกคลอด!

“หนีไปได้เช่นนั้นหรือ”

ลู่เจี้ยนหงกระซิบถามสาวใช้ข้างกายด้วยท่าทีโกรธจัด นางอุตส่าห์วางแผนมาเป็นอย่างดีแต่ยังกำจัดศัตรูไม่ได้ ดวงตาเรียวยาวจ้องเขม็งเพื่อคาดคั้นเอาความกับสาวใช้

“เพคะ แต่ถูกรุมกระทำตามที่พระชายาต้องการ ไม่ได้หนีไปอย่างปลอดภัยเสียทีเดียว”

“เมืองท่าเป็นเมืองของญาติข้า ต่อให้มันมีปีกก็หนีไม่พ้น แล้วเรื่องสตรีผู้นั้นได้เรื่องอย่างไรบ้าง”

“ไม่มีวี่แววเลยเพคะ”

“ตามสืบต่อไป ข้าเชื่อว่ามันคงกลับมาทวงสิทธิ์ของบุตรชายเข้าสักวัน เจอที่ไหนบอกให้คนของเราจัดการทั้งแม่และลูก อย่าให้กลับมาแว้งกัดข้าได้”

เสียงกระซิบพูดคุยกันแผ่วเบาในรถม้าคันที่สอง เพราะรู้ว่ามีคนจับตามองอยู่ห่าง ๆ

ลู่เจี้ยนหงวางแผนกระทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ อีกทั้งมั่นใจว่าหลานชายของท่านปู่จะช่วยเหลือตน ตามที่ท่านปู่สั่งการไปในจดหมาย

ตระกูลลู่เมืองท่า

ค่ำคืนนี้อากาศเย็นสบายไร้พายุฝนฟ้าคะนอง เมืองท่าติดทะเลแห่งนี้มีเพียงสองฤดูกาลเท่านั้น คือฤดูฝนและฤดูร้อน เนื่องจากฝนตกไปเมื่อวันก่อนวันนี้จึงเย็นสบายมาก สายลมพัดพากลิ่นบุปผาในสวนจนหอมฟุ้งกระจายไปทั่วเรือนนอน

ดวงจันทร์บนท้องฟ้าส่องสว่างไปทั่วเรือนนอนขนาดกลาง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายจวนตระกูลลู่

สามคนแม่ลูกผู้อพยพมาจากเมืองหลวง ยังคงอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนตระกูลลู่ดังเดิม ถึงแม้วันเวลาจะผ่านมานานแรมปีแล้วก็ตาม

เพราะผู้นำตระกูลอ้างว่าคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ควรย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ให้ย้ายเข้าจวนหลักที่เดียวเท่านั้น!

อีกทั้งเด็กชายวัยสามปีกว่ายังผูกพันกับท่านน้าแสนใจดี และชื่นชอบท่านลุงหน้านิ่งนิดหน่อย จึงไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่อื่น ไป๋ซือเย่วเลยไม่มีจวนเป็นของตัวเองเสียที

สองหนุ่มตระกูลลู่แก้ปัญหาความขุ่นข้องหมองใจ โดยการมอบตำลึงทองก้อนใหญ่ทดแทนการซื้อจวนให้ผู้มีพระคุณ

สตรีผู้มีงบประมาณจำกัดจึงยอมรับ และปล่อยผ่านแต่โดยดี รับมอบห้าล้านตำลึงทองแลกกับจวนหนึ่งหลัง นับว่าไม่แย่สักเท่าไหร่

วันนี้ไป๋ซือเย่วออกไปสำรวจทำเลแถวท่าเรือพร้อมกับบุรุษขี้หวง เพื่อเปิดร้านขายขนมเล็ก ๆ จากฝีมือชิงอี นางตกลงซื้อร้านขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านขายข้าวสารตระกูลลู่ ตามคำแนะนำของคหบดีผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองท่า

เหตุการณ์บนรถม้าทำให้นางต้องเร่งรีบเดินกลับเรือนเพื่อชำระล้างร่างกาย ไม่ได้แวะหาบุตรชายเฉกเช่นวันอื่น ๆ สาเหตุเพราะถูกคนหน้านิ่งจู่โจมด้วยความหึงหวงบุรุษแปลกหน้าในโรงเตี๊ยม

เมื่อนอนแช่น้ำอุ่นจนพอใจจึงลุกขึ้นจากน้ำ แล้วแต่งกายด้วยอาภรณ์บางเบาเตรียมเข้านอนตามเวลาเดิม

เนื้อตัวขาวนวลเนียนอวบอิ่มโผล่พ้นจากเสื้อคลุมตัวบาง ส่วนที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระดุนดันเนื้อผ้าออกมาชัดเจน คนที่แอบมองในความมืดถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ

“ชอบเป็นโจรเด็ดบุปผาหรือเจ้าคะ ข้ายังไม่ได้บ่นเลยนะที่ท่านกล้าทำบนรถม้า”

โฉมสะคราญเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ สองมือปลดเชือกรัดอาภรณ์ให้คลายตัวเพื่อเอาใจคนแก่ขี้เหงา ห่างกันไม่ทันไรก็ตามติดไม่ห่างยิ่งช่วงสองสามวันนี้ นางยิ่งรู้สึกได้ว่าใกล้มีสามีใหม่เต็มที

“เมื่อไหร่อาเฟยจะอยากมีบิดา”

เสียงแหบกระซิบข้างใบหูขาวนวล อุ้งมือสากล้วงเข้าไปกอบกุมความตูมเต่งอย่างย่ามใจ นับว่ายังดีที่ส่วนนี้เขามีสิทธิ์แตะต้องตามใจต้องการ จึงเข้ามากล่อมตัวเองให้นอนหลับสบายอยู่ทุกค่ำคืน

“อาเฟยมีความทรงจำไม่ดีกับคำว่าบิดา ท่านคงต้องพยายามให้มากกว่านี้”

เด็กชายไม่ยอมเรียกท่านลุงหน้านิ่งว่าบิดา ทั้งสองจึงเลื่อนการแต่งงานออกไปเพราะไม่อยากบีบบังคับเด็ก วันเวลาผ่านมาหนึ่งปีแล้วแต่ลู่ชุนหยางยังคงเป็นได้แค่ท่านลุง

เมื่อการลงนามสมรสยังไม่สัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ คนรอคอยเลยไม่ได้เข้าหอตามใจปรารถนา ไป๋ซือเย่วให้เขาสัมผัสเท่าที่เคยกระทำ นิ้วกร้านทั้งห้านิ้วจึงได้ออกปฏิบัติภารกิจอยู่บ่อยครั้ง

“ขอจูบหน่อย วันนี้มีคนจ้องมองเจ้าหลายคนข้าหวง”

คนขี้หวงนึกอยากควักลูกตาบุรุษพวกนั้นยิ่งนัก โดยเฉพาะบุรุษกลุ่มใหญ่ที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ในโรงเตี๊ยมหม่าหลง ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนแคว้นถิงโจวอย่างแน่นอน

“อยากจูบอย่างเดียวหรือเจ้าคะ บีบแรงขนาดนี้ อือ…อาหยางขยี้ตรงนั้นอีก”

คนถามแอ่นอกขึ้นรับสัมผัสหนักหน่วงอย่างคุ้นเคย ผ่านไปสามครั้งสองเต้าคู่นี้ค่อยคุ้นชินกับแรงดูด และแรงบีบเคล้นจากอุ้งมือบุรุษผู้หิวโหย หลังจากคุ้นเคยจึงเด้งสู้มือสู้ปาก กลายเป็นติดใจในรสสัมผัสเสียเอง

“คืนนี้ขอทำทุกอย่างจะได้หรือไม่”

น้ำเสียงเป็นกังวลเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงบในเรือนนอน

คนฟังรับรู้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียงทันที เพราะทุกครั้งเขาจะทำตามอารมณ์กระหายอยาก ไม่ได้วิงวอนคาดหวังเฉกเช่นครั้งนี้

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”

“คนผู้นั้นเดินทางเข้าเขตเมืองท่าแล้ว อีกไม่นานคงพบเจอเจ้ากับอาเฟย”

ไป๋ซือเย่วยังอยู่ในสถานะหย่าร้าง หากคนผู้นั้นกลับมาทวงคืนสองแม่ลูกเขาจะทำอย่างไร

แรงบีบเคล้นเพิ่มน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ตามความรู้สึกวิตกกังวล

สองเต้าปลิ้นออกตามง่ามนิ้วจนเจ้าตัวห่อไหล่ ความรู้สึกสุขสมแล่นผ่านมารวมกันตรงส่วนปลาย

“กลัวข้ากลับไปหาสามีเก่า?”

สองแขนเอื้อมมาคล้องคอในท่ายืนหันหลัง เพื่อแอ่นรับน้ำหนักจากอุ้งมือสากของผู้ฝึกยุทธ์ ผิวสัมผัสที่ไม่ราบเรียบนำพาความหฤหรรษ์ให้แล่นปราดไปทั่วกายบาง

“ข้าไม่มีทางยอม แต่ข้า…”

“ข้าไม่ได้รักจวิ้นอ๋องเลยแม้แต่น้อย ในอดีตไป๋ซือเย่วอาจจะมีใจให้คนผู้นั้นเพราะสถานะสามีภรรยา แต่ข้าไม่ใช่นางและไม่เคยมีใจให้บุรุษใดมาก่อนนอกจากท่านเพียงผู้เดียว”

หลังจากเรียนรู้นิสัยใจคอกันมานานร่วมปี วันหนึ่งจึงตัดสินใจบอกเล่าเรื่องราวอัศจรรย์ให้บุรุษข้างกายรับรู้ ส่วนชิงอีนางเล่าให้ฟังตั้งแต่เริ่มปักหลักที่เมืองท่า มีเพียงอาเฟยที่ไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้

“ข้ารู้ ข้าแค่กังวลใจ เพราะระหว่างเรายังคงไร้สถานะต่อกัน”

อยากหมั้นหมายและอยากแต่งงานมานานแล้ว ติดที่คนรักบอกให้รั้งรอไปก่อน เด็กน้อยแก้มกลมก็ขยันกลั่นแกล้งกันทุกวัน ถามทีไรมีแต่ส่ายหน้าไม่ยอมรับท่าเดียว

ตอนเล็ก ๆ เรียกขานเขาว่าท่านยุงด้วยความเดียงสา พอโตขึ้นก็เรียกท่านลุงชัดแจ๋ว ไม่มีเลยสักครั้งที่เผลอเรียกท่านพ่อ มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!

“อยากมีสถานะก็ทำเถิดเจ้าค่ะ ทำให้ดีด้วยเล่า”

กล่าวจบไป๋ซือเย่วก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคนขี้หวง นางทาบทับริมฝีปากเข้าไปรุกล้ำชายหนุ่มด้วยตนเอง สองมือปลดอาภรณ์ตนเองออกจนเปิดเปลือยไปทุกส่วน

“เย่วเอ๋อร์ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเสียใจ”

จมูกโด่งสูดดมไปตามกรอบหน้าเรียวเล็ก กลิ่นกายหอมกรุ่นคละคลุ้งปลุกเร้าส่วนแข็งขืนใต้อาภรณ์ในทันทีทันใด

เรียกได้ว่าอาวุธคู่กายของเขาพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อม!

ริมฝีปากของคนทั้งคู่สอดประสานรุกล้ำกันอย่างดูดดื่ม เสียงขบเม้มริมฝีปากล่างดังก้องในความเงียบงัน เรียวลิ้นรัดรึงผลัดกันรุกและรับไม่ยอมน้อยหน้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status