เข้าสู่ระบบ“อ้าปากแล้วอมให้ทั่ว อยากจัดการอย่างไรก็ทำได้ตามใจ”
เสียงทุ้มสั่งการยั่วยุคนมอง เพราะอยากลองเข้าไปอยู่ในโพรงปากอุ่น ๆ เต็มที
ทางฝั่งสองขาเรียวถูกกางออกกว้าง จนมองเห็นผิวสีชมพูด้านในผนังแคบ ใบหน้าของภมรผู้หิวโหยมุดเข้าหากึ่งกลางลำตัวด้วยท่าทีกระหายอยาก
กลีบผกาอวบอูมถูกลงลิ้นปลุกเร้าอีกครั้ง เขาทั้งขบทั้งเม้มจนติ่งเนื้อสีหวานยืดติดริมฝีปาก
“อื้อ!…”
เสียงร้องครางอู้อี้ฟังไม่ถนัด เพราะริมฝีปากกำลังครอบครองส่วนแข็งตั้งเข้าลึกสุดลำคอ
ร่างงามถูกจัดแจงท่าทางตามตำราปกขาวของผู้ฝึกยุทธ์ จึงถูกจับห้อยหัวลงต่ำเพื่อลิ้มรสกระบองผิวเรียบ ตามความปรารถนาของบุรุษผู้อยากรู้อยากเห็น
“ซี๊ด!” เสียงสูดปากสูดคอด้วยความชอบใจถึงขีดสุด
โพรงปากนุ่ม ๆ ของคนรัก ย่อมดีกว่านิ้วกร้านหยาบกระด้างทั้งห้านิ้ว หากไม่จำเป็นเขาคงไม่กลับไปใช้งานพวกมันอีกอย่างแน่นอน
วันเวลาผันผ่านช่วงวัยสวมกวาน จนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู่วัยหนุ่มใหญ่ ใช่ว่าจะปราศจากอารมณ์กำหนัดมาต้องกาย ทว่าทุกอย่างถูกจัดการด้วยตนเองมาโดยตลอด
ร่างกายของเขามีค่าดั่งทองคำหลายหีบ ยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่าจากบรรพบุรุษ หากไม่รักไม่ชอบย่อมไม่มีทางให้สตรีถูกเนื้อต้องกายอย่างเด็ดขาด
อ๊อก! อ๊อก!
จังหวะการเดินไปรอบ ๆ ทำให้ท่อนเนื้อขยับเข้าลึกสุดลำคอ เป็นเหตุให้เจ้าของโพรงปากตาแทบถลนออกมา
ไป๋ซือเย่วคายสิ่งแปลกปลอมออกไม่ถนัด เพราะล้วงลงลึกและคับแน่นเต็มปาก จึงออกแรงที่โคนลิ้นแล้วใช้มือรูดขึ้นลงตามความเข้าใจ
เมื่อได้ลิ้มลองสิ่งแปลกใหม่ คนหัวไวจึงรู้สึกเพลิดเพลินมากเป็นพิเศษ ลิ้นเล็กกระหน่ำแลบเลียไปรอบ ๆ ยิ่งได้ยินเสียงครางแหบต่ำของบุรุษ นางยิ่งรีบเร่งให้ภารกิจสำเร็จโดยเร็ว
พวงแฝดก้อนกลมถูกอุ้งมือนุ่มนิ่มบีบเบา ๆ ไปตามจังหวะการดันส่วนปลายเข้าลำคอ
“แตกใส่ปากนะเย่วเอ๋อร์”
มาถึงขั้นนี้เขาไม่ยอมถอนออกอย่างเด็ดขาด อยากรู้ยิ่งนักว่าช่วงจังหวะนั้นจะรู้สึกสุขสมมากแค่ไหน
“อื้อ อื้อ”
ทางด้านกลีบสีชมพูอ่อนก็ถูกเขาเร่งรัดไม่แพ้กัน ลิ้นร้อนกระหน่ำสอดแทรกลงลึก แล้วขบเม้มส่วนกลางที่ยื่นออกมา บางจังหวะยังใช้ฟันครูดเบา ๆ กับติ่งเนื้อสลับกับลงลิ้นจ้วงลึก
ผ่านไปไม่นานกายสาวจึงกระตุกเกร็ง ฝ่าเท้าสองข้างชี้ขึ้นเพดานห้อง ร่องสีหวานตอดรัดถี่ระรัวเร็ว ต่อหน้าคนเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ละสายตา
ความสุขของการปลดปล่อยแผ่ซ่านไปทั่วกาย ท่วงท่าเช่นนี้หากเป็นคนทั่วไปคงมีหน้ามืดกันบ้าง แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์กลับรู้สึกสนุกและสาแก่ใจยิ่งนัก
“อ่า…”
น้ำรักทุกหยาดหยดถูกกลืนลงคอจนหมดเกลี้ยง คนถูกจับห้อยหัวถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่สำลักน้ำ หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่านางพ่ายแพ้ในยกนี้!
“เจ้าชนะอีกแล้ว”
“หมายถึงจะทำต่ออีกหรือเจ้าคะ”
คนถามเก็บอาการหอบเหนื่อยไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ สายตายั่วเย้าจ้องมองตัวการปล่อยน้ำลงลำคอ ด้วยความรู้สึกอึ้งและทึ่งในความแข็งแกร่ง
“แค่นี้ไม่ยังพอหรอกเย่วเอ๋อร์”
ร่างขาวโพลนถูกพามานอนหงายบนเตียงนอนอีกครั้ง มือสากรูดตัวตนให้แข็งตั้งต่อหน้าคนจ้องมอง มุมปากหยักกดลึกเสริมเสน่ห์บนใบหน้าคมคายประหนึ่งรูปสลัก
ไป๋ซือเย่วตกหลุมพรางของบุรุษเจ้าเสน่ห์อีกครั้ง สองขาเรียวจึงแยกออกกว้าง เตรียมรับแรงกระแทกด้วยความเต็มใจ
“อยากก็ทำอีกเถิดเจ้าค่ะ”
“เสียบคาทั้งคืนไปเลย” เสียงแหบพร่ามาตามแรงชักรูดแท่งร้อน
รอคอยไม่นานร่องแคบเปียกชื้นก็ถูกเติมเต็มด้วยแรงอันหนักหน่วงสมใจนึก
กายสาวสั่นไหวตามการสอดประสานลงลึกถึงใจ เต้านมทั้งสองข้างเด้งกระดอนล่อตาล่อใจคนชอบดื่มนมสด
ไป๋ซือเย่วเชื่อแล้วเรื่องที่เขาบอกกล่าวว่าชอบสตรีม่าย คนเจ้าเล่ห์ผู้นี้คงอยากทำนาน ๆ โดยไม่ต้องยั้งแรงเลยสิท่า!
ยิ่งรู้ว่านางเป็นผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกันยิ่งไม่ยอมออมแรงเลยแม้แต่น้อย อาวุธคู่กายก็หนักหนาเกินกว่าสตรีบอบบางจะรับไหว
ของแข็งตอกอัดถาโถมเข้าใส่กายบางจนหัวสั่นหัวคลอน คนถูกกระทำรู้ซึ้งแล้วว่าเหตุใดบุรุษแรงเยอะ ถึงไม่เคยมีค่ำคืนสวาทกับสตรีอื่นเลย
เพราะไม่มีผู้ใดเหมาะสมต่อการสู้รบบนเตียงกับเขาเท่านางอีกแล้ว!
“เจ้าตอบรับข้าถึงใจมาก”
เสียงแหบพร่าเอ่ยชื่นชมสตรีผู้แข็งแกร่ง ร่องสาวถูกกระทำมาค่อนคืนยังไม่มีทีท่าอ่อนแรงเลยสักนิด
พาทดลองท่วงท่าใดนางก็ตอบรับได้ทั้งหมด อีกทั้งยังสู้กลับจนเขาพ่ายแพ้เกือบทุกรอบ
เอี๊ยด! เอี๊ยด!
เอวสอบโยกคลึงเข้าใส่อย่างเพลิดเพลิน ขาเตียงเสียดสีเข้ากับพื้นเรือนซึ่งทำจากไม้เนื้อดี
เสากางผ้าม่านทั้งสี่เสาสั่นไหวรุนแรงคล้ายเกิดภัยพิบัติ ยังดีที่เรือนหลังนี้สร้างแยกจากเรือนหลังอื่น หัวเตียงจึงไม่กระทบเข้ากับผนังเรือนอื่น
“ขอแรง ๆ อีกนะเย่วเอ๋อร์”
“อือ อาหยางใส่เข้ามาแรง ๆ”
สตรีแข็งแกร่งจ้องมองร่างสูงใหญ่ ขยับเคลื่อนกายกระทุ้งเข้าหาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม
เต้านมสองข้างถูกเขาขบเม้มและดูดเข้าเต็มอุ้งปาก ไม่ใช่แค่เขาที่ชื่นชอบจังหวะหนักหน่วง นางก็ชื่นชอบไม่แพ้กัน!
“หากบาดเจ็บข้าจะช่วยรักษาให้เอง”
ลิ้นร้ายแลบเลียริมฝีปากบางเบา เพื่อสื่อให้รู้ว่าส่วนไหนกันแน่ที่จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บตรงจุดสอดประสาน
“รักษาจนหายเลยนะเจ้าคะ”
นิ้วชี้เรียวยาวยัดเข้าปากตนเอง แล้วอมรูดจากโคนจรดปลายเพื่อสู้กลับคนตัวโต เมื่อความกระสันแล่นพร่านไปทั่วกายสาว นางจึงอยากถูกเติมเต็มทั้งบนและล่างไปพร้อม ๆ กัน
ลู่ชุนหยางมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาหื่นกระหาย จึงรีบถอนท่อนแข็งแกร่งออกออกจากร่องรักฉ่ำเยิ้ม แล้วยัดเข้าโพรงปากคนช่างยั่วทันที
“อมให้สมใจอยาก”
ในเวลาต่อมาทั้งปากและทรวงสล้าง ล้วนถูกนำมาเป็นเครื่องมือรีดน้ำสลับกับสอดลึกเข้าโพรงแคบใต้หว่างขา ซึ่งยามนี้บอบช้ำอย่างหนัก กลีบผกาสีชมพูอ่อนได้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด แต่คนตัวโตก็ไม่ยอมสงบศึกเสียที
เช้าตรู่ของวันใหม่มาเยือนได้สักพักแล้ว แต่ไป๋ซือเย่วยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่กับหมอนสีน้ำเงินเข้มแสนหวงแหน บั้นท้ายงามงอนถูกจับยกขึ้นเล็กน้อย เพื่อรองรับแรงกระสันอย่างต่อเนื่อง
บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ยังคงทาบทับอยู่กับแผ่นหลังบอบบางไม่ยอมถอยห่าง
เสียงหยาบโลนชื้นแฉะดังก้องอยู่ทั้งคืน คนถูกกระทำร้องครางจนคอแหบแห้งแต่ไม่กล้าบ่นสักคำ
หากพูดไปคงได้เติมน้ำลงคออีกรอบ ค่ำคืนที่ผ่านมาแท่งร้อนผลุบหายไปในโพรงปากนับครั้งไม่ถ้วน ร่องหลืบถูกรุกรานทั้งของแข็งน้อยใหญ่สลับกันทั้งคืน
กระบองร้ายของเขาพ่นน้ำออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าสามารถสร้างใหม่ได้ในทันทีทันใด อีกทั้งยังแข็งตั้งชูชันพร้อมสู้ศึกทั้งคืน
ลมปราณทุกจุดในกายหนุ่มไหลเวียนถ่ายเทพลังอย่างดีเยี่ยม แรงกระหายใคร่อยากไหลมากองรวมกันตรงปลายหัวหยัก ซึ่งยามนี้บานออกจนเกือบสอดแทรกเข้ารูสวาทไม่ได้
“อาหยางไม่เหนื่อยหรือ อูย…ใหญ่กว่าเดิมอีก”
เสียงแผ่วเบาเอ่ยถามทั้งร้องครางอย่างถูกใจ ยิ่งส่วนปลายขยายออกนางยิ่งพึงใจในความจุกแน่น ร่องแคบตอดรัดถี่รัวสาสมใจ ขนาดใหญ่โตเพียงไรก็โอบอุ้มได้ทั้งหมด
“ไม่เหนื่อย ข้าอยากอยู่ในตัวเจ้าทั้งคืน”
“ให้อีกรอบเดียว ข้าเหนื่อยและง่วงนอนแล้ว”
ต่อให้ชื่นชอบมากแค่ไหนยามนี้คงต้องตัดใจ เพราะร่างกายอ่อนเพลียมากเต็มที วันนี้ตื่นสายสักหน่อยคงไม่เป็นไรกระมัง
“เจ้าเหนื่อยก็นอนหลับก่อนเถิด”
สายตาอ่อนโยนจ้องมองแผ่นหลังบอบบาง ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมและเห็นใจอยู่ไม่น้อย
ร่างกายหนุ่มพึ่งเคยปลดปล่อย ด้วยวิธีการที่ถูกต้องเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังทะลวงจุดตันเถียนจนร่างกายแข็งแรง ย่อมมีเรี่ยวแรงและคึกคะนองมากเป็นพิเศษ
ด้วยสาเหตุนี้ลู่ชุนหยางจึงยอมรอคอย ไม่บังคับเข้าหอตั้งแต่เดือนแรกที่คบหากัน เขาอยากรอคอยคนงามข้างกาย ให้ตกลงยินยอมพร้อมใจเต็มที่เสียก่อน เพราะศึกรักของเขาไม่ได้ธรรมดาสามัญเลย
สุดท้ายไป๋ซือเย่วก็นอนหลับไปจริง ๆ ลู่ชุนหยางเร่งโยกกายเข้าใส่จนเสร็จสมตามกัน จากนั้นจึงโน้มกายลงนอนกอดเรือนร่างเปลือยเปล่าด้วยความอิ่มเอมใจ
“เมียและบุตรชายของข้าผู้ใดก็ห้ามมาแย่งชิง ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายข้าก็ไม่ขอยอมแพ้เด็ดขาด”
เสียงบ่นพึมพำก่อนที่เปลือกตาจะปิดลง ส่วนคนที่ถูกกอดเต็มวงแขน ยามนี้กำลังนอนยิ้มอย่างมีความสุข เพราะได้ยินชัดเจนทุกคำกล่าว
“ข้ากับลูกก็ไม่ขอแยกจากท่านเช่นกัน คนขี้หวง”
หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม
“ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช
“ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ
ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข
“เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่
“คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่







