Share

น้องชาย

last update Last Updated: 2026-02-01 11:00:32

ทั้งห้าชีวิตออกเดินทางร่วมกันอย่างสงบสุขไร้ซึ่งปัญหา เพราะเด็กน้อยไม่เคยร้องไห้งอแงส่งเสียงดังเลยสักครั้ง

เด็กชายขอแค่ได้อยู่ในอ้อมกอดของมารดาทั้งสอง เพียงเท่านี้แก้มกลม ๆ ก็ขยันยิ้มให้คนแปลกหน้าทั้งวัน

รถม้าขนาดกลางแล่นผ่านเส้นทางรกร้างว่างเปล่าด้วยความระมัดระวัง ผู้รอดชีวิตรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะมีสตรีผู้แข็งแกร่งยิ่งกว่าบุรุษติดตามมาด้วย

เมื่อเดินทางมาถึงเมืองกัวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เจ้าของรถม้าจึงพาครอบครัวผู้มีพระคุณ หยุดพักค้างที่โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ตรงใจกลางย่านการค้าของเมือง

เสวียนข่ายรับหน้าที่จัดหารถม้าคันใหญ่มาเปลี่ยนแทนรถม้าคันเดิม ผู้ร่วมเดินทางจะได้ผ่อนคลายสบายตัว ไม่รู้สึกแออัดอย่างที่ผ่านมา

ลู่ซิ่วหยวนมักจะเข้าหาเด็กน้อยด้วยท่าทีเป็นกันเอง และเข้ามาพูดคุยกับผู้มีพระคุณอยู่บ่อยครั้ง เขานับถือไป๋ซือเย่วเป็นพี่สาวต่างแซ่ เพราะนางอายุมากกว่าถึงสามปี ทั้งยังให้อาเฟยเรียกเขาว่าท่านน้าอีกด้วย

“พี่สาวท่านช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก หรือแท้จริงแล้วท่านคือจอมยุทธ์หญิงที่ผู้คนเล่าลือ”

ลู่ซิ่วหยวนเอ่ยถามขณะนั่งจิบน้ำชายามเช้าร่วมกับผู้มีพระคุณเพียงลำพัง

ส่วนคนอื่น ๆ ยังคงพักผ่อนอยู่ในห้องพัก เนื่องจากเดินทางไกลมานานหลายวัน พึ่งได้มีโอกาสนอนหลับพักผ่อนบนที่นอนนุ่มแสนสบาย

“จอมยุทธ์หญิง?”

“ใช่ขอรับจอมยุทธ์หญิงผู้ลึกลับ นามว่าลี่หลันซิน”

คนถามไม่ได้คาดหวังให้การคาดเดาของเขาเป็นจริง เพราะรูปร่างของจอมยุทธ์หญิงในภาพวาดจากจิตรกรฝีมือดี แตกต่างจากคนตรงหน้าโดยสิ้นเชิง

จอมยุทธ์หญิงท่านนั้นรูปร่างสูงโปร่งปราดเปรียวคล้ายบุรุษ ทว่าพี่สาวคนงามกลับมีรูปร่างหน้าตาชวนตกตะลึงยิ่งกว่าสตรีใด

หากท่านอารู้ข่าวผู้ร่วมเดินทางของเขาเป็นสตรีคงไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ที่มีคนแปลกหน้ามาพักอาศัยร่วมชายคาเดียวกัน เนื่องจากคนผู้นั้นรังเกียจสตรีงดงามมาแต่ไหนแต่ไร

แต่คงไม่กล้าปฏิเสธ เพราะสตรีงามผู้นี้คือคนที่ช่วยเหลือหลานชายเพียงคนเดียวให้รอดชีวิต

“เจ้าช่างพูดไปเรื่อย คนพวกนั้นประมาทเลยถูกสตรีเล่นงาน”

จอมยุทธ์หญิงในร่างใหม่รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อมีคนรู้ชื่อแซ่ที่แท้จริงของนาง เห็นทีว่าการข่าวของตระกูลลู่คงแม่นยำมากกว่าที่คิด 

นับว่าการทำความดีในครั้งนี้หวังผลเชิงบวกได้ดียิ่งนัก นอกจากมีคนช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัย ยังสามารถพึ่งพาการข่าวจากน้องชายช่างเจรจาผู้นี้ได้อีกด้วย

“ข้าก็ถามไปอย่างนั้น จากที่ข้าสืบรู้จอมยุทธ์ลี่หลันซินไม่ได้มีลักษณะคล้ายท่านเลยสักนิด นางสูงโปร่งรูปร่างคล้ายบุรุษ”

พรืด!!!

เสียงน้ำชาพ่นออกจากริมฝีปากสีหวาน ทันทีที่ได้ยินประโยคบอกเล่าซึ่งเป็นเรื่องจริงทุกประการ!

น้ำชาเลิศรสสาดกระเซ็นโดนใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษอายุน้อยจนเปียกชื้นไปทั้งหน้า คนพ่นน้ำชาเกือบหลุดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสภาพของคนรู้มาก ใครใช้ให้พูดปมด้อยของนางกันเล่า

วันแรกที่เข้ามาอยู่ในร่างใหม่นางตกใจแทบแย่ เพราะส่วนนั้นมากล้นอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต!

“อ่า…พี่สาวท่านช่างมีพิรุธยิ่งนัก”

คนพูดใช้มือลูบหยดน้ำออกจากใบหน้าด้วยท่าทีรู้ทัน

ลู่ซิ่วหยวนเป็นบุรุษช่างสังเกตและเฉลียวฉลาด เขารับหน้าที่ดูแลกิจการของตระกูลแทนท่านอาผู้เจ็บป่วยตั้งแต่อายุ 16 ปี และทำได้ดีมาโดยตลอด ผู้คนในเมืองท่าล้วนให้ความเคารพเขาทั้งนั้น

“หึ หึ ข้าแค่สำลักไม่ได้มีพิรุธสักหน่อย”

เมื่อรู้ตัวว่าโกหกไม่เก่งจึงรีบยกน้ำชาจอกใหม่ขึ้นจิบ ดวงตาเพ่งมองออกไปนอกโรงเตี๊ยม เพื่อหลบเลี่ยงสายตาจ้องจับผิด

“ข้าอยากให้พี่สาวกับท่านอาแต่งงานกันยิ่งนัก”

ชายหนุ่มชวนพูดคุยเรื่องอื่นทันที เมื่อเห็นท่าทีเลิ่กลั่กของคนตรงหน้า เพียงเท่านี้ความมั่นใจบางอย่างก็ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์

ท่าทีปราดเปรียวและเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาในยามราตรี ยังคงติดตาตรึงใจและฝังลึกในความทรงจำของผู้รอดชีวิตทั้งสอง

แม้แต่เสวียนข่ายผู้มาจากยุทธภพ ยังยอมรับว่าไม่เคยเห็นจอมยุทธ์ฝึกหัดคนใดฝีมือดีมากขนาดนี้มาก่อน สตรีผู้ช่วยเหลือย่อมเป็นจอมยุทธ์ระดับสูงอย่างแน่นอน

“ข้าพึ่งหย่าขาดจากอดีตสามี เจ้าจะหาสามีใหม่ให้ข้าแล้ว”

มุมปากหยักอมยิ้มด้วยความขบขัน เจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้ช่างพูดจาไปเรื่อยเปื่อย อีกทั้งสายตาจ้องจับผิดนั่นอีก เฉลียวฉลาดไม่เบาเลยทีเดียว!

“ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับพี่สาว ข้าจะจัดการให้อย่างดีขอรับ รวมไปถึงสามีใหม่ที่ดีกว่าคนเดิมอย่างแน่นอน”

“ไม่รบกวนเจ้าหรอก ข้ายังไม่อยากมีสามี”

“หากพบหน้าท่านอาของข้า ท่านอาจจะเปลี่ยนใจนะขอรับ พี่สาวอย่าพึ่งปฏิเสธโดยที่ยังไม่พบเจอเทพเซียนเลย”

ใบหน้าหล่อเหลาตามวัยหนุ่มเชิดขึ้นด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ในรูปร่างหน้าตาของญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

“เทพเซียน?”

ไป๋ซือเย่วเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัย มีบุรุษรูปงามมากถึงเพียงนั้นเลยหรือ ที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ก็รูปงามธรรมดาเฉกเช่นจวิ้นอ๋อง

“ใช่ขอรับ ท่านอารูปงามดั่งเทพเซียน และที่สำคัญไม่เคยมีสตรีข้างกายมาก่อน แม้กระทั่งสาวใช้อุ่นเตียงท่านอาก็ปฏิเสธทั้งหมด”

“เกรงว่าท่านอาของเจ้าจะไม่ชอบสตรีกระมัง ชราขนาดนั้นแต่ยังไม่มีคนข้างกาย”

พรืด!!!!

คราวนี้เป็นน้องชายนอกไส้ ที่พ่นน้ำชาสาดเข้าใส่แขนเสื้อของคู่สนทนา ซึ่งยกขึ้นบดบังใบหน้าตามสัญชาตญาณอันว่องไว

“ขออภัยขอรับ ข้าตกใจในคำกล่าวของท่านจนไม่ทันระวัง ร้อนหรือไม่ข้าจะรีบไปหายามาทาให้!”

“ไม่เป็นไร แค่เปียกเล็กน้อย” 

โฉมสะคราญสะบัดแขนเสื้อไม่กี่ทีอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงกลับมาจิบน้ำชาเลิศรสด้วยท่าทีผ่อนคลายสบายใจ

อยู่ในร่างสตรีม่ายลูกติดก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อย เพราะไม่มีใครคาดคิดว่านางคือคนที่ฮ่องเต้ของแคว้นต้องการตัว

“ท่านอาชอบสตรีขอรับและยังไม่ชราเลยสักนิด ลู่ชุนหยางเพิ่งจะอายุครบ 35 ปี คนผู้นั้นรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพเซียนมาจุติ”

“ข้าจะรอดูว่าจริงดังที่เจ้ากล่าวหรือไม่”

ไป๋ซือเย่วคร้านจะโต้เถียงกับคนช่างพูด จึงทำทียอมรับอย่างว่าง่าย

โดยที่ไม่รู้เลยว่าน้องชายผู้หวังดี ได้บิดเบือนความหมายจากคำกล่าว แล้วนำไปบอกเล่าให้ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมรับรู้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภายหลัง

“พี่สาวไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน”

“อาหยวน วรยุทธ์ของเจ้าถูกปิดกั้นมานานหรือยัง”

นางเห็นท่าทีติดขัดของเขาตอนปะทะดาบกับผู้ร้าย จึงเอ่ยถามให้แน่ใจก่อนช่วยเหลือ

“ตั้งแต่สามปีที่แล้วพร้อมกับท่านอาขอรับ แต่ข้าพึ่งฝึกยุทธ์ขั้นต่ำร่างกายจึงได้รับผลกระทบไม่มาก”

ลู่ซิ่วหยวนรีบบอกกล่าวความจริงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย อีกทั้งยังคาดหวังบางอย่างอยู่ในใจ

หากใช่อย่างที่คิดตระกูลลู่ในเมืองท่าคงถึงคราหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมหนักเสียที

“ท่านอาของเจ้ามีอาการอย่างไร”

“อาเจียนเป็นเลือดทุกเช้าจนอ่อนแรง ช่วงบ่ายถึงกลางคืนกลับมามีเรี่ยวแรงตามปกติ แต่ไม่สามารถฝึกยุทธ์ในระดับสูงได้อีก ข้าจึงเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อหวังพึ่งพาจอมยุทธ์ลี่หลันซิน ให้ช่วยทลายจุดตันเถียนของท่านอาขอรับ”

ความลับของตระกูลลู่ถูกเปิดเผยให้ผู้มีพระคุณรับรู้ เพราะเชื่อใจอีกทั้งยังคาดหวังความช่วยเหลือครั้งใหญ่

“เจ้าช่างกตัญญูยิ่งนัก ออกเดินทางโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเอง แล้วเหตุใดจึงพาผู้คุ้มกันมาแค่คนเดียว”

ไป๋ซือเย่วรู้ทันจากสายตาคาดหวังซึ่งมากล้น นางยังไม่ตอบรับคำร้องขอจากดวงตาคู่นั้น จึงเริ่มสอบถามข้อมูลประกอบการตัดใจเสียก่อน

“ข้าเดินทางมาแบบลับ ๆ เลยคิดว่ามากันสองคนน่าจะคล่องตัวมากกว่า อีกอย่างไม่คิดว่าฝ่ายศัตรูจะสืบรู้เช่นนี้”

“หากข้อมูลการเดินทางของเจ้าเป็นความลับจริง ๆ จะมีคนรู้ได้อย่างไร เกรงว่าที่จวนหรือที่ร้านของเจ้าคงมีหนอนแล้วกระมัง”

“ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับ พวกมันคงคาดไม่ถึงว่าข้าจะรอดชีวิตกลับไปสะสาง ขอบคุณพี่สาวยิ่งนักที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”

ค่ำคืนนั้นเกือบกลายเป็นฝันร้ายของผู้รอคอย ท่านอาห้ามปรามเขาจนมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้งด้วยความเป็นห่วง

สุดท้ายจึงยินยอมให้ออกเดินทางไกล และช่วยเป็นธุระปิดข่าวการเดินทางไม่ให้เล็ดรอดออกไป สองหนุ่มจึงเดินทางโดยรถม้าธรรมดาเพื่อปิดบังตัวตน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status