Share

บทที่ 1.2

last update publish date: 2026-09-13 16:14:43

ทุกอย่างไม่ได้มาง่ายดาย เพราะเงื่อนไขที่คุณลุงสันต์ให้ไว้เป็นหลักประกันในเงินสิบล้านนี้ ทำให้ชีวิตของอรรัมภาเปลี่ยนไปจนกระทั่งทุกวันนี้

อรรัมภาเลี้ยวรถมาจอดที่หน้าบ้านไม้สองชั้น ซึ่งจำได้แม่นยำว่าคือบ้านของคุณลุงสันต์ หญิงสาวดับเครื่องแล้วก้าวลงมามองหาว่ามีใครอยู่บ้าง

ในใจคิดว่าไม่ได้เจอคุณลุงผู้แสนอารีมาหลายปีนับจาก ‘วันนั้น’ ไม่รู้ว่าป่านนี้คุณลุงจะเป็นอย่างไรบ้าง

บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ อรรัมมาหันรีหันขวางมองหาว่ามีใครบ้าง ยืนอยู่สักพักจึงได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากทางด้านหลัง แล้วชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งก็เดินออกมา

"คุณลุงสันต์อยู่ไหมคะ" อรรัมภายกมือไหว้ทำความเคารพชายหญิงคู่นั้นอย่างนอบน้อม

“ไม่อยู่จ้ะ ไม่อยู่หลายปีแล้ว คุณมาหาท่านมีธุระอะไรหรือเปล่า” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถาม

“ฉันมีธุระกับคุณลุงนิดหน่อยค่ะ ว่าแต่จะพบคุณลุงได้ที่ไหน”

คำถามนี้ทำให้ทั้งสองหันมองหน้ากัน ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะเอ่ยขึ้นมาว่า

“คุณคือ คุณอรรัมภาใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ ฉันชื่ออรรัมภา” หญิงสาวพยักหน้ารับ นึกในใจว่าคนทั้งสองรู้จักชื่อตนได้ ก็อาจจะเพราะคุณลุงสั่งไว้ว่าจะมีคนมาหาหรือเปล่า

“ถ้างั้นเชิญนั่งรอก่อน เดี๋ยวผมจะบอกให้นายรู้ว่าคุณมาถึงแล้ว”

ชายคนเดิมเชื้อเชิญให้อรรัมภาเข้าไปนั่งรอที่ใต้ถุนบ้าน หญิงสาวนั่งรอสักพัก ชายคนดังกล่าวก็เดินออกมาบอกให้รู้ว่า

“นายบอกให้คุณรออยู่ที่นี่ กินข้าวกินน้ำให้เรียบร้อยแล้วอีกสักพักค่อยพบกัน” พูดจบหญิงวัยกลางคนก็ยกถาดอาหารพร้อมน้ำดื่มมาให้

อรรัมภาขอบคุณเบาๆ ด้วยรอยยิ้มและยกเพียงแก้วน้ำขึ้นดื่มเท่านั้น

ฟ้าใกล้มืดแล้วอรรัมภาเริ่มนั่งไม่ติดเมื่อตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาบอกอะไรเลยสักอย่าง หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปเดินมารอว่าเมื่อไรจะมีใครมาบอกอะไรว่าจะเอาอย่างไรต่อไป แล้วสักครู่ชายหญิงคู่เดิมก็เดินออกมาหา

“นายบอกว่าให้คุณไปพบที่ไร่” หญิงวัยกลางคนเอ่ย

“ไร่ ที่ไหนคะ” อรรัมภาถามด้วยความแปลกใจ

ปกติแล้วเธอมาพบคุณลุงสันต์ก็แต่ที่บ้านหลังนี้ ไม่เคยไปเหยียบที่ไร่เลยสักครั้ง

“คุณขึ้นรถไปกับพวกเราเถอะค่ะ” หญิงวัยกลางคนเดินนำหน้าไปก่อน

“เดี๋ยวค่ะ ฉันขับรถตามไปก็ได้ ว่าแต่ทำไมคุณลุงไปอยู่ที่ไร่ล่ะคะ หรือว่างานเยอะมาก ถ้างั้นไว้วันหลังฉันไปหาที่ไร่ก็ได้ พวกคุณบอกทางไปไร่มาก็พอ”

“บอกไปคุณก็ไปไม่ถูกหรอกค่ะ แล้วรถก็ไม่ต้องขับไปหรอก ทางเข้ามันขรุขระเดี๋ยวรถแพงๆ ของคุณจะเสียหายเปล่าๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขับตามไปดีกว่า”

อย่างไรเสียอรรัมภาก็ไม่อยากทิ้งรถไว้ที่นี่ เผื่อว่าคุยธุระเสร็จเร็ว เธอจะได้ตรงดิ่งกลับกรุงเทพฯไม่ต้องย้อนไปย้อนมาให้เสียเวลา

“ทิ้งไว้ที่นี่แหล่ะครับ รับรองว่าไม่หายแน่ รีบไปดีกว่าเดี๋ยวจะมืดกว่านี้” ชายวัยกลางคนสำทับแล้วเดินนำไป อรรัมภาจำใจต้องเดินตามอย่างไม่มีทางเลือก

หญิงวัยกลางคนพูดถูกถนนลูกรังที่รถกำลังวิ่ง ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อมากมายเหลือเกิน ชนิดที่เรียกว่านั่งหัวสั่นหัวคลอนกันมาตลอดทางกว่าจะถึงไร่

อรรัมภาลงมายืนยืดเส้นยืดสายคลายความเมื่อย จากนั้นจึงเดินตามหญิงวัยกลางคนขึ้นไปบนเรือนไม้ที่เปิดไฟสว่าง

อรรัมภามองเห็นรูปภาพบานใหญ่ซึ่งเป็นรูปของคุณลุงสันต์ที่ตนคุ้นเคย ไม่ผิดแน่ที่นี่คงเป็นบ้านใหม่ของคุณลุง หญิงสาวค่อยโล่งใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด จึงเร่งฝีเท้าเดินตามหญิงวัยกลางคนไปให้เร็วขึ้น

“นาย”

อรรัมภาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็น ‘นาย’ ที่หญิงวัยกลางคนเอ่ยเรียก ร่างสูงใหญ่ใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล กางเกงยีนส์สีเข้มยืนอยู่กลางห้องโถง หญิงวัยกลางคนเหลือบมองอรรัมภาเล็กน้อยแล้วเดินหลบไป

สายตาคมที่จ้องมองผู้มาเยือนไม่กระพริบ ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยเหมือนไม่ยินดียินร้าย ต่อการพบหน้ากันในรอบแปดปี อรรัมภาตั้งสติแล้วก้าวเข้ามาหยุดยืน ก่อนจะเอ่ยขึ้นประโยคแรกว่า

“ฉันมาพบคุณลุง เพื่อจะเอาเงินที่คุณพ่อยืมไปมาคืนให้”

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อรรัมภาถึงได้ต้องพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้ประหม่า เธอรู้สึกว่ากว่าจะเอ่ยออกมาแต่ล่ะคำต่อหน้าเขาได้นั้น ช่างยากเย็นเหลือเกิน

เมฆินทร์ ... ชื่อนี้ … ผู้ชายคนนี้ …

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีหรือว่านานแค่ไหน เขาก็ยังทำให้อรรัมภาหวาดหวั่นในหัวใจได้เสมอ

แปดปีที่ผ่านมาแม้ไม่เคยเห็นหน้ากันสักครั้ง แต่ชื่อของเขาก็เหมือนเงาที่ตามตัวเธอไปตลอดเวลา

ไม่ว่าจะที่ไหน ... เมื่อไร …

หรือยามที่มีใครสักคนก้าวเข้ามาในชีวิต !

เมฆินทร์ ... จะเป็นเหมือนปิศาจที่ตามหลอกหลอน จนอรรัมภาไม่อาจเปิดหัวใจให้ใครได้เลยสักนิด

เขาไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากยกมือขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ว่ารอรับสิ่งที่อรรัมภาพูด

หญิงสาวเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวที่ด้านในมีเช็คเงินสดซึ่งพี่ชายจัดการเตรียมไว้ให้เรียบร้อย เธอเดินเข้ามาใกล้เขาเรียกว่ายืนตรงหน้าเลยดีกว่า แล้วยื่นซองนั้นให้โดยที่สบตาอย่างไม่หวาดหวั่น

เมฆินทร์รับซองจดหมายแล้วแกะดูสิ่งที่อยู่ด้านใน เช็คเงินสดมูลค่าสิบล้านบาทไม่ขาดไม่เกิน หนี้สินที่ยาวนานกว่าแปดปีเต็ม ได้ถูกสะสางเสร็จสิ้นลงด้วยกระดาษแผ่นเดียวใบนี้แล้ว

แต่....

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 4

    เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พ

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.2

    ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอนนางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลาอรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.1

    นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหมเดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติหวานแสบไส้บ้าอะไร!อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ“ต้องการกาแฟใหม่ไหมค

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3

    อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอนใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจเมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงงนี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลยอรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีกระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลา

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.3

    ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่มนอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นให

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 2.3

    ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิมวินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทันโธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status