Share

จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )
จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )
Author: อิ่มอุ่น ยิปซี

บทที่ 1

last update publish date: 2026-09-13 15:58:19

บ้านสิริวดี

อรรัมภากลับเข้าบ้านมาในตอนค่ เห็นไฟในห้องโถงเปิดสว่าง เมื่อก้าวเท้าเข้ามาก็เห็นพี่ชายนั่งยิ้มต้อนรับอย่างอารมณ์ดี อำพลเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้ แต่ท่าทางดูไม่อิดโรยอ่อนล้าเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับดูสดใสกระชุ่มกระชวยกว่าตอนไปด้วยซ้ำ

“พี่พลกลับมาตอนไหนคะ” อรรัมภาเอ่ยทักทายพี่ชายด้วยรอยยิ้ม

อำพลดึงตัวน้องสาวเข้ามากอดด้วยความคิดถึงครอบครัวสิริวดีเหลือกันแค่สองพี่น้องเท่านั้น หลังจากที่บิดาและมารดาล่วงลับจากไปก่อนวัยอันควร

มารดาของสองพี่น้องเสียชีวิตไปเมื่ออรรัมภาอายุเพียงสิบขวบ ต่อมาบิดาของทั้งคู่ก็ครองตัวเป็นโสดและดูแลบริษัทน้ำตาลไปพร้อมๆ กับลูกชายหญิงทั้งสอง

จนเมื่อห้าปีที่แล้ว บิดาล้มป่วยลงกะทันหันด้วยโรคเส้นเลือดสมองแตกและจากไปในที่สุด

อำพลซึ่งในขณะนั้นเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศพอดี ต้องรีบกลับมาจัดการงานศพของบิดา และสืบทอดกิจการบริษัทน้ำตาลของครอบครัวต่อ พร้อมกับดูแลน้องสาวคนเดียวอย่างอรรัมภามาจนทุกวันนี้

“พี่เข้าบ้านมาเมื่อตอนเย็นนี่เอง อรไปไหนมาล่ะ” พี่ชายตอบพร้อมคลายอ้อมกอดให้น้องสาวนั่งลงข้างๆ

“ไปทำบุญกับนภัสมาค่ะ”

“แล้วไม่ชวนยัยนภัสมาบ้าน พี่ไม่ได้เจอนภัสมานานมากแล้ว” อำพลเอ็นดูเพื่อนรักของน้องสาวประดุจน้องแท้ๆ ของตนเองอีกคน

“ทำบุญกินข้าวแล้วก็แยกกันค่ะ นภัสมีธุระต่อ อรไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกตนิดหน่อยแล้วถึงค่อยเข้าบ้านมา พี่พลกินข้าวหรือยังคะ”

“พี่เรียบร้อยมาจากสนามบินแล้ว พี่รออรเพราะมีเรื่องสำคัญอยากจะบอก” ท่าทีของอำพลเป็นงานเป็นการขึ้นมาเล็กน้อย อรรัมภาตั้งใจรอฟังว่าพี่ชายจะพูดอะไร

“จำเรื่องที่คุณพ่อเคยสั่งไว้ได้ไหม” พี่ชายเท้าความถึงเรื่องเก่าในอดีตที่สองพี่น้องไม่มีวันลืม

อรรัมภาสบตาพี่ชายแล้วพยักหน้า เรื่องสำคัญเช่นนี้คงไม่มีใครกล้าลืมแน่ โดยเฉพาะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัวและตัวเธอเอง ยิ่งไม่เคยลืมเลยสักวินาที

“พี่คิดว่า เราพร้อมจะจัดการเรื่องนี้แล้ว น้องอรพร้อมไหม” อำพลถามความคิดเห็นน้องสาว

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจของครอบครัว แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับน้องสาวคนเดียวโดยตรง และจะว่าไปนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้อำพลทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด ตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ผู้บริหารบริษัท

ก็เพื่อวันนี้  …

วันที่จะปลดหนี้สินก้อนใหญ่ และคืนอิสรภาพในชีวิตให้อรรัมภา น้องสาวสุดที่รักของเขานั่นเอง

“อรพร้อมค่ะ พี่พลจะจัดการอย่างไรว่ามาเลย” อรรัมภาพยักหน้าเล็กน้อย รู้สึกตื่นเต้นกับข่าวดีที่ได้รับ

“เงินสิบล้านที่คุณพ่อยืมมาตอนขยายธุรกิจ หลายปีนี้พี่เอากำไรมาเก็บไว้ในบัญชี และเอาเงินไปต่อเงินให้มันพอกพูนขึ้น ตอนนี้พี่พร้อมจะคืนเงินก้อนนี้ให้คุณลุงสันต์แล้ว”

“ถ้าเอาเงินก้อนนี้ออกมา บริษัทจะไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องหรือคะ” อรรัมภาเกรงว่าบริษัทจะมีปัญหาเรื่องเงิน

“ไม่จ้ะ เพราะเงินก้อนนี้พี่เอามาเก็บไว้ต่างหาก เพื่อต้องการคืนเงินให้คุณลุงสันต์ตั้งแต่คุณพ่อยังไม่เสีย อรไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้บริษัทมีกำไรที่จะเลี้ยงตัวเองได้แล้ว” อำพลอธิบายให้น้องสาวสบายใจ

“ถ้างั้นก็ดีค่ะ คุณพ่อจะได้หมดห่วงเสียที”

“พี่ให้คนติดต่อคุณลุงสันต์ไปแล้ว แต่ว่า...”

“มีปัญหาอะไรหรือคะ” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย

“เจ้าหนี้ของเราต้องการให้อรเป็นคนเอาไปคืนด้วยตัวเอง พี่เลยมาถามความสมัครใจก่อนว่า อรสะดวกจะเอาไปคืนเองไหม”

“ไม่มีปัญหาค่ะ เรื่องนี้อรจัดการเอง พี่พลไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่ทางโน้นนัดที่ไหนเมื่อไรคะ”

“วันมะรืน ที่บ้านเก่าของคุณลุงสันต์ เดี๋ยวพี่ให้คนรถไปเป็นเพื่อนแล้วกัน”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ อรไปเองได้ อรจะได้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ขอบคุณพี่พลมากนะคะ ถ้าคุณพ่อยังอยู่ท่านต้องดีใจมากที่มีเงินคืนเพื่อนเก่าอย่างคุณลุงสันต์แล้ว” อรรัมภาพนมมือไหว้พี่ชายด้วยความซาบซึ้ง

เงินสิบล้านไม่ใช่แค่หนี้สินที่ทำให้บิดากังวลจนวันสิ้นลมหายใจ แต่อรรัมภาเองก็ติดร่างแหกับเงินก้อนนี้ไปด้วย เมื่อเรื่องนี้กำลังจะจบสิ้นปัญหาของเธอที่คาราคาซังก็คงจะจบสิ้นด้วยเช่นกัน

ชีวิตใหม่ที่อรรัมภารอคอย กำลังจะเริ่มต้นแล้วในเร็วๆ นี้

เลี้ยวโค้งข้างหน้าก็จะถึงบ้านคุณลุงสันต์แล้ว หลังจากที่ตกลงกับอำพลเรียบร้อย อีกสามวันอรรัมภาก็มาที่นี่เพียงลำพังพร้อมเช็คเงินสดมูลค่าสิบล้าน เพื่อปลดเปลื้องภาระหนี้สินที่มีมายาวนานของครอบครัว

ครอบครัวของอรรัมภากับเจ้าหนี้มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน คุณลุงสันต์และบิดาของเธอเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก

จนเมื่อโตขึ้นบิดาของอรรัมภาเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ได้โอกาสตั้งบริษัทน้ำตาล อันเป็นธุรกิจของครอบครัวมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนคุณลุงสันต์นั้นยังคงสร้างครอบครัวอยู่ที่บ้านเกิด ด้วยการทำไร่ทำสวน ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวมาแต่ก่อน อรรัมภาจำได้ว่าตอนเด็กๆ บิดาเคยพามาที่นี่หลายครั้ง และทุกครั้งที่มาคุณลุงสันต์จะให้ความเมตตาเอ็นดูเธอสองพี่น้องเสมอมา

แม้กระทั่งตอนที่บิดาคิดจะขยายกิจการบริษัทน้ำตาลให้เติบโตขึ้น แต่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน อรรัมภายังจำได้เลยว่าบิดากลัดกลุ้มและคิดหาทางออกอยู่นานเป็นเดือน

จนในที่สุดเมื่อคุณลุงสันต์รู้เรื่องทุกอย่างก็คลี่คลาย บริษัทน้ำตาลสิริวดีเติบโตได้จนทุกวันนี้ ผงาดขึ้นเป็นบริษัทส่งออกน้ำตาลอันดับหนึ่งของประเทศได้นั้น ก็เป็นเพราะเงินสิบล้านที่คุณลุงสันต์หยิบยื่นมาให้นั่นเอง แต่...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 4

    เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พ

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.2

    ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอนนางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลาอรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.1

    นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหมเดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติหวานแสบไส้บ้าอะไร!อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ“ต้องการกาแฟใหม่ไหมค

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3

    อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอนใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจเมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงงนี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลยอรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีกระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลา

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.3

    ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่มนอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นให

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 2.3

    ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิมวินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทันโธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status