Share

บทที่6 มาลิน่า…?

Penulis: bluuberrycream
last update Tanggal publikasi: 2026-07-16 03:03:37

ฉันกับเอลิน่าวิ่งออกไปมองดูเหตุการณ์ด้านล่างนั่นด้วย พระเจ้า… ฉันพึมพัมออกมาคนเดียว นี่มันคือเหตุการณ์เหนือการควบคุมไปซะแล้ว ภาพที่ฉันเห็นคือกลุ่มชาวเมืองส่วนหนึ่งที่ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงอยู่ด้านหน้าพระราชวัง อีกทั้งยังมีชาวเมืองกลุ่มที่รวมตัวกันประท้วงอย่างรุนแรงที่จัตุรัสกลางเมืองด้วย เหตุการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นอันเนื่องจากเสบียงอาหารที่แจกจ่าย ที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมขุนนาง เน่าเสียและไม่ได้คุณภาพอย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองเกิดความเจ็บป่วย แทนที่จะไกล่เกลี่ยกันดีๆ แต่ขุนนางหัวหน้ากรมที่รับผิดชอบเรื่องนี้กลับโยนความผิดให้สภาพอากาศ หรือ ความโชคร้าย โดยไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ เป็นเหตุทำให้ชาวเมืองยิ่งโกรธกันมากขึ้นเข้าไปใหญ่จนตอนนี้สถานการณ์เริ่มลุกลามและควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นกำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่พวกนั้นพยายามจะปิดบังความจริงไม่ให้ถึงหูราชินีเซเลน่า โดยอ้างว่า "เป็นเพียงเรื่องวุ่นวายของคนชั้นต่ำ ไม่ควรให้พระเนตรพระกรรณต้องมัวหมอง" และแนะนำให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งจะนำไปสู่การนองเลือดในที่สุด

ฉันกับเอลิน่าที่ได้ลงมาสังเกตการณ์ในเมืองแล้ว และได้เห็นสภาพความเป็นอยู่จริงและความทุกข์ของประชาชน จึงพากันวิ่งกลับมายังวังหลวง เบื้องพระพักตร์ของราชินีเซเลน่าที่ตอนนี้สีพระพักตร์ของพระองค์กำลังวิตกกังวลและสับสนเป็นอย่างมาก ฉันกล่าวขอประทานอนุญาตทูลแจ้งเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ด้วยตัวเองให้กับพระองค์ฟังด้วยความหนักแน่น

"ตอนนี้เหล่าทหารกำลังจะใช้กำลังในการปราบปรามชาวเมืองเพคะ หากฝ่าบาทไม่ทรงทำอะไรสักอย่าง หม่อมฉันเกรงว่าความรักของประชาชนที่เคยมีต่อพระองค์จะเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังในที่สุด และนั่นคือจุดจบของอำนาจที่แท้จริงของพระองค์ แต่บัดนี้พระองค์ทรงมีอำนาจสูงสุด ทรงสามารถยกเลิกคำสั่งการสลายชุมนุมโดยทหารของพระองค์ได้อย่างง่ายดาย หม่อมฉันไม่อยากเห็นภาพที่เลวร้ายเกิดขึ้นในเมืองนี้ ขอให้พระองค์ด่วนรีบตัดสินพระทัยเถิดเพคะ” ฉันกล่าวพร้อมก้มหัวลง เป็นความจริงทั้งหมด ฉันไม่อยากเห็นภาพคนตายหมู่เลย แค่ภาพก่อนหน้านี้ก็โหดร้ายมากเกินพอแล้ว แต่ราชินีเซเล่น่าก็ยังคงเงียบไม่พูดอะไร แต่ถ้าเป็นคนปกติฉันก็มองออกว่าตอนนี้เหมือนกับคนๆนึงที่กำลังสับสนเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่าในหัวสมองของเขากำลังประมวลผลอะไรสักอย่างอยู่น่ะ

“เราสามารถหาทางออกร่วมกันได้อย่างสันตินะเพคะ ทหารพวกนั้นไม่คิดที่จะสนใจพระกระแสรับสั่งของพระองค์เลย สนใจแต่คำสั่งการจากหัวหน้าตนเอง ดูจากลักษณะแล้วดิฉันคิดว่านี่คงไม่ใช่ครั้งแรกแน่นอน และคนพวกนั้นตั้งใจที่จะปิดบังพระองค์ แต่ในตอนนี้ถ้าพระองค์ไม่ทรงรีบทำอะไรสักอย่าง เหตุการณ์เลวร้ายก็จะเกิดขึ้นนะเพคะ“

เอลิน่ากล่าวเสริมด้วยท่าทีของเธอที่ลุกลี้ลุกลนไม่แพ้ฉัน

“ใช่ เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และเรามีอำนาจสูงสุด เราควรจะยุติเรื่องนี้ได้สิ…“ ราชินีเซเลน่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เหมือนกับว่ากำลังพูดกับตัวเองอยู่

”ทรงมั่นพระทัยในตัวพระองค์เองเถิดเพคะ หม่อมฉันเชื่อว่าพระองค์จะทรงทำได้แน่นอน!“ ฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราชินีเซเลน่าที่ได้ยินคำพูดของฉันก็เหมือนฉุกคิดอะไรได้บ้างอย่าง แววตาที่เคยสั่นไหวของพระองค์ในตอนนี้กลับดูเปลี่ยนไป แถมจ้องมองเข้ามาที่นัยน์ตาฉัน

”เราตัดสินใจแล้ว… ในฐานะผู้ปกครองสูงสุดแห่งอาณาจักรนี้ เราขอใช้พระราชอำนาจ มีพระราชเสาวนีย์ให้พวกท่านยกเลิกคำสั่งการปราบปรามราษฎรโดยการใช้กำลังทหารโดยฉับพลัน!"

พระองค์ทรงยืดพระวรกายขึ้นตรงและทรงตรัสด้วยเสียงที่หนักแน่น

“"สำหรับการแจกจ่ายอาหารแก่ราษฎร ต่อจากนี้เรามีพระราชเสาวนีย์ให้พวกท่านปรับเปลี่ยนรายการอาหารให้มีคุณภาพ ทั้งยังต้องครบถ้วนด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และสดใหม่ในทุกวัน ให้สมกับงบประมาณที่เราได้พระราชทานไป... จงจำไว้ว่าเราจะไม่ยอมให้ราษฎรของเราต้องได้รับสิ่งที่ไม่เหมาะสมอีกต่อไป หวังว่าท่านจะไม่ทำให้เราผิดหวัง" สิ้นเสียงอันหนักแน่นของราชินีเซเลน่า พวกขุนนางคัดค้านสุดตัว แต่ราชินีเซเลน่ากลับยืนหยัดประกาศว่าจะเสด็จออกไปพบประชาชนด้วยพระองค์เอง

"เราจะออกไปเอง ในฐานะราชินีของพวกเขาทุกคน"

ราชินีเซเลน่าเสด็จลงสู่จัตุรัสกลางเมือง ท่ามกลางเสียงประชาชนที่เมื่อกี้นี้กำลังโห่ร้องบัดนี้ได้เงียบกริบลงเมื่อเห็นพระราชินีของพวกเขา เซเลน่าก้มพระเศียรลงและกล่าวคำขอโทษด้วยพระองค์เอง ท่ามกลางความตกตะลึงของขุนนางที่คุมอำนาจอยู่ การกระทำนี้ทำลายเกราะกำบังของเหล่าขุนนางทันที เพราะเมื่อราชินียอมรับผิด ประชาชนก็พร้อมจะให้อภัย และความผิดพลาดของขุนนางที่ปล่อยให้เสบียงเน่าเสียก็ถูกเปิดโปงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ฉันเข้าใจสถานการณ์นี้มากยิ่งขึ้น เพราะราชินีเซเลน่าเป็นราชินีที่ค่อนข้างขี้อายและเก็บตัว การที่อาหารในเมืองไม่อร่อยและไม่ได้คุณภาพนั้น อาจเป็นเพราะพระองค์ทรง "ประหม่า" จนไม่กล้าเข้าไปกำกับดูแลงานในเมืองอย่างใกล้ชิด จนทำให้ขุนนางบางกลุ่มที่ต้องรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้แอบตัดงบประมาณโดยที่พระองค์ไม่รู้

"เราตัดสินใจแล้ว เหตุการณ์นี้ทำให้เราตระหนักได้เป็นอย่างดี ความหิวโหยของประชาชนคือน้ำหนักที่กดทับบนบ่าของเรา แต่มันกลับเป็นสิ่งที่พวกท่านใช้เป็นเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์ การตัดงบประมาณอาหารของประชาชนเพื่อความสำราญของตัวเองคือการกระทำที่เรามิอาจให้อภัยได้ เราจะให้บทเรียนที่ท่านจะจดจำไปจนตาย ตั้งแต่วันนี้ งบประมาณส่วนที่เหลือทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้แก่ชาวเมืองโดยตรง และ… เราขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า ตำแหน่งขุนนางทั้งหมดในอาณาจักรนี้จะถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ! นับจากวินาทีนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนมามีอำนาจเหนือชีวิตและปากท้องของประชาชนได้อีก เราจะขอเป็นผู้ดูแลพวกเขาด้วยตัวของเราเอง เอ่อ…"

ราชินีเซเลน่าเมื่อกี้ที่กำลังกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่มั่นใจมากยิ่งขึ้น จู่ๆก็หันหน้ามาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังแปลกๆ

"เราขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องงบประมาณและเสบียงอาหารทั้งหมด จงนำสิ่งที่ถูกพรากไปจากประชาชนกลับคืนสู่มือพวกเขาให้ครบถ้วนที่สุด แสดงให้พวกเขาเห็นทีได้ไหม ว่าราชินีของพวกเขามิได้นิ่งเฉย และเราจะเริ่มต้นใหม่โดยไม่พึ่งพาคนที่ไม่ซื่อสัตย์พวกนี้อีกต่อไป... เจ้าทำเพื่อเราได้ใช่ไหม?"

ราชินีเซเล่น่ายิ้มบางๆให้ฉัน ทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น นอกจากสายตาที่หวานเยิ้มของพระองค์พร้อมกับใบหน้าที่สวยงามนั่น อีกสิ่งที่ทำให้ใจฉันแทบหยุดเต้นก็คือภาระหน้าที่ที่พระองค์ทรงคิดจะมอบให้นี่ล่ะ ฮือ ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยนะ ไม่มั่นใจหรอกว่าจะทำได้ไหม และอีกอย่างก็ไม่รู้ด้วยว่าจะตื่นจากฝันบ้าๆนี่ตอนไหน อาจจะใกล้ตื่นแล้วก็ได้ แต่การที่พระราชินีฝากความหวังไว้ที่ฉันแบบนี้มันยิ่วทำให้ฉันค่อนข้างลำบากใจมากอยู่เหมือนกันนะ

"เอ่อ… ได้เลยเพคะ!“ ฉันกล่าวและก้มหัวลงแทบจะถึงพื้น และคำราชาศัพท์ที่ใช้เมื่อกี้มันถูดต้องรึเปล่านะ ทำไมพระองค์ถึงได้แอบอมยิ้ม (▔﹏▔)

“ส่วนพวกท่าน... จงเข้าไปไตร่ตรองความผิดของตัวเองในคุกใต้ดินจนกว่าเราจะพอใจเสียเถิด”

สิ้นสุดคำตัดสินของพระราชินีเซเลน่า เหล่าขุนนางทุกคนที่ทุจริต คดโกง ต่างถูกจับกุมเพื่อนำตัวไปสู่ห้องขังตามพระกระแสรับสั่งของราชินีเซเลน่า

“เจ้ามีชื่อว่าอะไรเหรอ? คุณนักเดินทาง…“ ราชินีหันหน้ามาถามฉัน แต่ท่าทางประหม่าของพระองค์ก็ไม่ได้หายไปไหน และสีพระพักตร์ของพระองค์ก็ค่อยๆเปลี่ยนสีไปเป็นสีชมพูอ่อนๆ หรืออาจจะกำลังเป็นไข้หรือเปล่านะ เพราะจากที่เห็นตั้งแต่แรกแล้ว พระวรกายของพระองค์ไม่ค่อยสู้ดีนัก

“หม่อมฉัน… มีชื่อว่า ‘มะลิ’ เพคะ”

ราชินีเซเลน่าอยู่ดีๆก็แอบยิ้มมุมปากออกมา และสีพระพักตร์ของพระองค์ก็ค่อยๆชมพูมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อกี้

“ถ้าเจ้าประสงค์ที่จะอยู่ที่นี่… เราขอมอบชื่อใหม่ให้เจ้าจะได้หรือไม่?”

“เอ่อ… ดะ…ได้เพคะ แล้วแต่ความประสงค์ของพระองค์เลยเพคะ!“

”งั้น… ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าจะมีชื่อว่า ‘ มาลิน่า ’ ตกลงไหม :)“

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จากผู้เล่น… สู่ผู้ถูกรักบนโลกต่างมิติ   บทที่8 แม่มดดำผู้หิวโหย

    ราชินีเซเลน่าค่อยๆถอดแหวนตราสัญลักษณ์ประจำตัวของพระองค์ออกมาจากนิ้วพระหัตถ์ แหวนสีเงินสลักตราดอกไม้แสนสวยประจำราชวงศ์นั่น สมแล้วที่เป็นของดูต่างหน้าขององค์รัชทายาทของพระองค์ พระองค์จ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง และเริ่มมีใบหน้าที่กำลังครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง ราวกับกำลังตัดสินใจว่านี่คือการเลือกที่ถูกต้องหรือความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต "หากสิ่งที่เจ้ากล่าวเป็นความจริง... ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในวังนี้อาจไม่ใช่เพราะโชคชะตา แต่อาจเป็นเพราะข้าไม่เคยเห็นสิ่งที่ควรจะเห็นมาโดยตลอด" พระองค์ทรงยื่นแหวนตราสัญลักษณ์นั้นมาให้กับฉันด้วยพระหัตถ์ที่สั่นคลอนเล็กน้อย "เรามอบอำนาจนี้ให้แก่เจ้า มาลิน่า... และเอลิน่า จงไปดูให้เห็นกับตา ว่าเกิดอะไรขึ้น... และถ้าเจ้าพบว่ามีอะไรที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้ จงจัดการมันในนามของเรา" ฉันรับแหวนตรานั้นมาด้วยความอ่อนน้อม พลางในใจก็กำลังสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของความรับผิดชอบที่ตามมาด้วย ฉันรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การทำอาหารในฝันอีกต่อไป ตอนนี้ทุกอย่างตรงหน้าฉันมันเริ่มชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ ราวกับว่ามันไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง… ฉันจะทำอย่างไ

  • จากผู้เล่น… สู่ผู้ถูกรักบนโลกต่างมิติ   บทที่7 เมนูแอปเปิ้ล

    “ตกลงเพคะ!“ ฉันกล่าวพร้อมก้มหัวลงเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อราชินีเซเลน่า มาลิน่า… เป็นชื่อที่ดูดีเนอะ คงเหมาะสมดีที่จะใช้บนโลกนี้ แน่นอนว่าถ้าบอกชื่อ มะลิ ให้คนอื่นได้ยินไป คงไม่มีใครเข้าใจ ”เอ่อ… ฝ่าบาทเพคะ… แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเด็กพวกนี้จะสามารถบริหารจัดการเรื่องเสบียงอาหารเพื่อประชาชนได้คะ และเรื่องงบประมาณที่ฝ่าบาทก็ทรงมอบให้นางรับหน้าที่ไปด้วย ถ้าเกิดพวกนางเป็นหัวขโมยแอบขโมยเงินไปล่ะเพคะ?“ อ่า… จู่ๆก็มีคนใส่ชุดแปลกๆ ซึ่งถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นชุดคนใช้นั่นแหละ อาจจะเป็นผู้ติดตามส่วนพระองค์ หรือไม่ก็อาจจะเป็นนางกำนัลส่วนพระองค์ที่คอยดูแลเรื่องการแต่งกายเตรียมฉลองพระองค์ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ ฉันเคยอ่านเจอบนเว็บว่า ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่นางกำนัลคนนี้ต้องช่วยราชินีสวมใส่ชุดที่ซับซ้อน และคอยดูแลความสะอาดของเครื่องแต่งกายหลังสวมใส่ ดูแลความงาม ทำผม ช่วยแต่งหน้า หรือเตรียมเครื่องประทินโฉมตามที่ราชินีต้องการ นางก็เดินเข้ามาแอบกระซิบข้างหูราชินีเซเลน่า อาจจะพูดเยอะกว่านั้นหรือเปล่านะ ฉันได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ “ขออภัยเพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันและมาลิน่าไม่เคยมีเจตนาร้ายต่อพร

  • จากผู้เล่น… สู่ผู้ถูกรักบนโลกต่างมิติ   บทที่6 มาลิน่า…?

    ฉันกับเอลิน่าวิ่งออกไปมองดูเหตุการณ์ด้านล่างนั่นด้วย พระเจ้า… ฉันพึมพัมออกมาคนเดียว นี่มันคือเหตุการณ์เหนือการควบคุมไปซะแล้ว ภาพที่ฉันเห็นคือกลุ่มชาวเมืองส่วนหนึ่งที่ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงอยู่ด้านหน้าพระราชวัง อีกทั้งยังมีชาวเมืองกลุ่มที่รวมตัวกันประท้วงอย่างรุนแรงที่จัตุรัสกลางเมืองด้วย เหตุการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นอันเนื่องจากเสบียงอาหารที่แจกจ่าย ที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมขุนนาง เน่าเสียและไม่ได้คุณภาพอย่างหนัก ทำให้ชาวเมืองเกิดความเจ็บป่วย แทนที่จะไกล่เกลี่ยกันดีๆ แต่ขุนนางหัวหน้ากรมที่รับผิดชอบเรื่องนี้กลับโยนความผิดให้สภาพอากาศ หรือ ความโชคร้าย โดยไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ เป็นเหตุทำให้ชาวเมืองยิ่งโกรธกันมากขึ้นเข้าไปใหญ่จนตอนนี้สถานการณ์เริ่มลุกลามและควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นกำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่พวกนั้นพยายามจะปิดบังความจริงไม่ให้ถึงหูราชินีเซเลน่า โดยอ้างว่า "เป็นเพียงเรื่องวุ่นวายของคนชั้นต่ำ ไม่ควรให้พระเนตรพระกรรณต้องมัวหมอง" และแนะนำให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งจะนำไปสู่การนองเลือดในที่สุด ฉันกับเอลิน่าที่ได้ลงมาสังเกตกา

  • จากผู้เล่น… สู่ผู้ถูกรักบนโลกต่างมิติ   บทที่5 พระราชินีเซเลน่า

    เป็นเมืองที่สะอาดสะอ้านดีนะ ดูเป็นเมืองที่มีความเจริญในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เจริญเท่ากับในยุคปัจจุบัน ตอนที่ฉันเล่นเกม ฉันไม่ค่อยได้เดินสำรวจแมพนี้เท่าไหร่ เพิ่งรู้ว่าข้างในเมืองมีความเป็นไปยังไง ในขณะที่ฉันกำลังกวาดสายตาไปมาเพื่อชื่นชมบรรยากาศรอบเมืองๆนี้ แต่แล้วสายตาของฉันก็ไปหยุดอยู่หญิงชรานางหนึ่งที่กำลังทำขนมปังตกพื้นที่สกปรก ภาพทหารกำลังแจกจ่ายอาหารให้กับชาวบ้านที่กำลังหิวโหยแบบขอไปที แถวต่อคิวรับอาหารที่แจกที่ยาวคดเคี้ยวและวุ่นวาย ฉันรีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงคุณยายให้ค่อยๆลุกขึ้นยืน ฉันเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะแจกจ่ายอาหารของทหารพวกนี้ทันที “ขอโทษนะคะ! ทำไมผู้สูงอายุล้มอยู่ตรงหน้าพวกคุณแบบนี้ พวกคุณกลับไม่คิดที่จะเข้ามาช่วยเหลือเธอเลยคะ และการแจกจ่าบขนมปังที่แข็งแบบนี้ ถ้ากัดเข้าไปฟันได้หักพอดี และการจัดแถวที่ไม่ได้มาตรฐานแบบนี้มันทำให้คนแก่และเด็กบางคนเข้าไม่ถึงอาหารด้วยนะคะ” ฉันพูดพร้อมสบตาทหารนายหนึ่งตรงหน้า ซึ่งเดาว่าเขาอาจจะคือหัวหน้าทหารพวกนี้ เขามองหน้าฉันนิ่งๆ ”สาวน้อย… ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าเป็นใคร และก็ไม่ได้สนใจด้วย แต่สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่ในตอนนี้ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของ

  • จากผู้เล่น… สู่ผู้ถูกรักบนโลกต่างมิติ   บทที่4 การเดินทางในโลกแห่งห้วงความฝัน…

    “ใจเย็นๆก่อนนะ ฉันไม่ใช่แม่มดดำอะไรนั่นหรอก ได้โปรด วางดาบนั่นลงก่อนเถอะ T—T” “แล้วเจ้าเป็นใครกัน ทำไมถึงมีกลิ่นอายที่แปลกประหลาดแบบนี้” “ฉันเป็นมนุษย์… แต่ฉันไม่ใช่มนุษย์บนโลกนี้” เอลิน่าที่ได้ยินคำพูดนี้ก็ทำหน้าประหลาดใจสุดๆ และฉันก็ตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้กับเธอฟัง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรเป็นความลับอะไรนี่นะ ต่อให้มีคนรู้ก็คงจะไม่เป็นอะไร “เป็นสิ! ทำไมจะไม่เป็น” เอ่อ… จู่ๆเอลิน่าก็ตะโกนออกมาเสียงดังก่อนจะพูดไปต่อ “ถ้าเจ้าเป็นผู้เล่นเกมนี้ก็คงจะรู้ดีว่าในโลกของเกมๆนี้มันเต็มไปด้วยอะไรบ้าง และไม่ได้มีสันติสุขอะไรเลย ไหนจะกฏหมายบ้าบอที่แสนเข้มงวดจากเบื้องบน เจ้าเป็นนักเดินทางแปลกหน้า ไหนจะกลิ่นอายที่แปลกประหลาดนี่อีก คงจะโดนเรียกตัวเข้าไปในวังเร็วๆนี้อย่างแน่นอน และเจ้าเองก็เหมือนกันนะ คงจะโดนโทษหนักแน่นอนที่แอบหนีออกมาจากพระราชวัง” เอลิน่าพูดยาวเหยียดและหันไปต่อว่าเพกาซัสตัวนั้นด้วย ที่ในขณะนี้เจ้าม้ากำลังนอนทำหน้าซึมเศร้าอยู่ “ไม่ต้องเป็นกังวลถึงขนาดนั้นหรอก ฉันจะเอาตัวรอดให้ได้ และที่สำคัญ นี่มันก็แค่ความฝันของฉัน ถ้าฉันตื่น ฉันก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติบนโลกมนุษย์เหมือนเด

  • จากผู้เล่น… สู่ผู้ถูกรักบนโลกต่างมิติ   บทที่3 บุคคลปริศนา?

    “เดี๋ยวสิ!” ฉันตะโกนออกไปตามหลังมันติดๆ แต่ก็ไม่เป็นผล เพกาซัสตัวนั้นวิ่งหายเข้าไปในป่า ทิ้งให้ฉันยืนทำหน้างงงวยอยู่คนเดียว ถึงแม้จะเป็นแค่ความฝันแต่ก็ตื่นเต้นมากๆเลย ฉันอยากรู้ว่ามันสามารถพูดได้เหมือนในการ์ตูนที่เคยดูตอนเด็กไหม อยากจะเข้าไปทักทาย แต่ก็นั่นแหละ มันหนีไปก่อนซะแล้ว เอ่อ… ตอนนี้ฉันก็ชักจะเริ่มหิวขึ้นมาแล้วสิ ถ้าเกิดมีใครมาได้ยินเสียงท้องร้องของฉันคงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเสียงฟ้าร้องแน่ๆ T—T และแล้วก็เริ่มต้นภารกิจ จะกินอะไรกันดี!? อืม… แม้จะเป็นในโลกแห่งความฝัน แต่ฉันก็ไม่กล้ากินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้านะ ขืนท้องเสียหรืออาจถึงขั้นสู่ขิตขึ้นมาเดี๋ยวจะแย่เอา ผลไม้ก็ไม่เลวนะ คิดไปฉันก็พลางกวาดสายตาไปมารอบๆป่า หรืออาจจะต้องเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยถึงจะเจอของที่กินได้ ว่าแล้วฉันก็เริ่มเดินเท้าดุ่มๆเข้าไปในป่าลึกกว่านี้ หวังว่ามันคงจะไม่มีตัวอะไรน่ากลัวๆโผล่ออกมานะ แต่เอ่อ… ถ้าสถานที่นี้ใช่แมพที่ฉันเคยเล่นในเกมจริงๆ ตามบทแล้วในป่านี้ควรจะมีมอนสเตอร์อยู่ด้วย และฉันก็ต้องรับบทเป็นตัวละครหลักเพื่อมาปราบมันนี่ล่ะ เอายังไงดี… มันก็แค่ความฝันน่ะ ฉันก็แค่ฝันถึงเกมนี้เพราะเล่นมากเกินไปจนเก็บมาฝั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status