เข้าสู่ระบบหลังจากพูดจบเธอก็เริ่มขยับเท้าออกเดินสำรวจรอบ ๆ มิติแห่งนี้ ทุกสิ่งดูสมบูรณ์แบบแต่ยังว่างเปล่า กลิ่นหญ้าสดลอยมาแตะจมูก ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังแปลงดินเปล่ากว้างใหญ่ที่รอให้ใครสักคนมาเติมเต็ม
“ไหหม่า ที่นี่มีอะไรบ้างนอกจากทุ่งหญ้าและแปลงดิน?” เธอถามพลางย่อตัวลงลูบดินที่ดูอุดมสมบูรณ์
“ที่นี่เป็นพื้นที่เริ่มต้น คุณสามารถปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ หรือเก็บสะสมทรัพยากรต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถขยายพื้นที่ เพิ่มสิ่งปลูกสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อรองรับอนาคตที่คุณต้องการ”
ไหหม่าลอยวนรอบตัวเธอราวกับกำลังอธิบายให้เห็นภาพ “คุณสามารถควบคุมการเข้า-ออกมิติได้ด้วยการสัมผัส อัญมณีบนสร้อยคอของคุณ และไม่ต้องกังวลเวลาในโลกภายนอกจะหยุดลงเมื่อคุณอยู่ที่นี่”
“เวลา... หยุดลง? ดีขนาดนี้เลย” หรูอวี้เซียงย้อนถามอย่างตื่นเต้น “ถ้าอย่างนั้นคนบนรถไฟจะไม่รู้ว่าฉันหายไปใช่ไหม ฉันกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่พอดี”
“ถูกต้อง ระบบถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติในโลกภายนอก เมื่อคุณออกจากมิติทุกอย่างจะเหมือนเดิม” ไหหม่าตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เมื่อหรูอวี้เซียงได้ยินแบบนี้เธอจึงอยากทดลองพิสูจน์ดังนั้นจึงได้วางมือลงบนอัญมณีสีเขียวบนสร้อยคอ ฉับพลันแสงสีเขียวเรืองรองล้อมรอบตัวเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงชั่วพริบตา
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับมาอยู่บนที่นั่งเดิมในตู้รถไฟ ทิวทัศน์สีเขียวด้านนอกยังคงเคลื่อนผ่านไปเช่นเดิม
“นี่มันยอดเยี่ยมมาก” เธอพึมพำพลางมองไปรอบ ๆ ผู้โดยสารคนอื่นที่แต่ละคนยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม
เช่นบางคนกำลังอ่านหนังสือ บางคนนั่งหลับ หรือบางคนกำลังคุยกันเบา ๆ โดยไม่มีสิ่งใดผิดสังเกต
คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย “ไม่มีใครเห็นแสงหรืออะไรผิดปกติเลย”
ไหหม่าปรากฏตัวอีกครั้งในรูปของม้าน้ำโปร่งแสง ลอยอยู่ใกล้สร้อยคอ “ผมบอกคุณแล้วว่าระบบถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการรบกวนสายตาของมนุษย์ทั่วไป ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณในมิติจะถูกซ่อนจากสายตาของคนภายนอก”
“ถ้าอย่างนั้นก็เหมือนกับฉัน... หายไปจากโลกนี้ชั่วคราว” เธอพูดขึ้นพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความไม่มั่นใจ
“ถูกต้อง เพราะสำหรับพวกเขาทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับก่อนที่คุณจะเข้าไปในมิติไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อ๋อต่อไปนี้ผมขอแนะนำให้คุณสื่อสารกับผมทางความคิดจะได้ไม่ต้องมีใครมองว่าคุณแปลกอย่างในตอนนี้” คำพูดของม้าน้ำโปร่งแสงทำให้หรูอวี้เซียงเริ่มรู้สึกตัวก่อนที่เธอจะมองไปยังเพื่อนร่วมทางตรงหน้า
ชายหนุ่มในชุดลำลองธรรมดานั่งอยู่ด้านตรงข้าม ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่งแต่ดวงตาคมกริบจับจ้องมายังเธอราวกับกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง
ฉัน... ดูแปลกขนาดนั้นเลยเหรอ? หรูอวี้เซียงคิดในใจ
คุณพูดคนเดียวตอนกลับมา เลยอาจทำให้เขาสงสัยเล็กน้อย ไหหม่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามเดิม
หรูอวี้เซียงเบิกตากว้าง ฉันพูดออกเสียงเหรอ!?
ใช่ แต่ไม่ต้องกังวล เขาอาจแค่คิดว่าคุณกำลังคุยโทรศัพท์หรือกำลังบ่นกับตัวเอง ไหหม่าพยายามปลอบ
หรูอวี้เซียงหันมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง เขายังคงมองมาด้วยแววตาสงสัย ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสร้อยคอของเธอที่โผล่ออกมาเล็กน้อยจากเสื้อ
เขากำลังมองสร้อยคอของฉัน หรูอวี้เซียงคิดในใจอย่างระแวง
ชายหนุ่มเหมือนจะรู้ว่าเธอสังเกต เขายิ้มบาง ๆ ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ “ไม่ต้องกังวล ผมไม่ได้ตั้งใจจะจ้อง แค่สร้อยคอคุณดูแปลกตาดี”
“ขอบคุณค่ะ” หรูอวี้เซียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บอารมณ์อันตื่นตระหนก ขณะดึงสร้อยกลับเข้าไปใต้เสื้อด้วยความระมัดระวัง
เมื่อชายหนุ่มหันกลับไปสนใจสิ่งอื่น หรูอวี้เซียงจึงระบายลมหายใจออกมาอย่างเงียบ ๆ
ไหหม่า ทำไมฉันรู้สึกว่าเขาดูไม่ธรรมดาเลย? เธอถามขึ้นในความคิด
ผมไม่สามารถวิเคราะห์คนอื่นได้โดยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ อย่าเพิ่งไว้ใจใครง่าย ๆ
หรูอวี้เซียงพยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย แม้จะรู้ว่าตัวเองยังไม่มีหลักฐานอะไร แต่ความระแวงยังคงอยู่ เธอหันไปมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกอีกครั้งแต่จิตใจกลับเริ่มวางแผนถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไป
(ดันดับแรกฉันต้องหาเมล็ดพันธุ์ทุกอย่างที่กินได้ ต่อมาก็ต้องหาสัตว์นำไปเลี้ยงในมิติ ยังมีอะไรอีกนะ ลองปรึกษาไหหม่าก็แล้วกัน) หญิงสาวคิดโดยที่สายตายังมองวิวทิวทัศน์ที่เริ่มเข้าใกล้บ้านเกิดของตน
ไหหม่า นายได้ยินเสียงของฉันไหม หรูอวี้เซียงส่งเสียงเรียกม้าน้ำตัวน้อยผ่านความคิด
ได้ยินครับ คุณมีอะไรให้ช่วย? ไหหม่าตอบทันที
ฉันกำลังคิดเรื่องสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับมิติ ฉันควรเริ่มจากอะไรดี? เธอถามในขณะสายตามองวิวด้านนอกผ่านกระจก
เริ่มจากสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตก่อนครับ เช่น เมล็ดพันธุ์อาหารหลัก ข้าวโพด ข้าว มันฝรั่ง ถั่ว และพืชผักที่ปลูกง่าย นอกจากนี้คุณควรหาสัตว์เลี้ยงที่ให้ประโยชน์ เช่น ไก่สำหรับไข่ วัวสำหรับให้นม หรือปลาเพื่อโปรตีน
ฟังดูดี แต่ถ้าฉันไม่มีเงินพอจะหาซื้อของทั้งหมดล่ะ? เธอถามออกมาอย่างกังวล เพราะตลอดเวลาหลายปีในมหาวิทยาลัยเธอทั้งขอทุนและทำงานทุกอย่างเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายโดยไม่อยากรบกวนเงินของย่า
ดังนั้นจึงทำให้หญิงสาวไม่รู้เลยว่าย่าของเธอนั้นนับว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่งในหมู่บ้านทั้งนี้อาจจะต้องโทษที่เธอคุยกับย่าไม่ถึงห้านาที
พอย่าถามถึงเรื่องเงินเธอก็มักจะบอกว่าย่าไม่ต้องห่วงค่ะ หนูดูแลตัวเองได้ ย่าเก็บเงินเอาไว้นะคะ ย่าอยากได้อะไรจะได้ไม่ลำบาก
กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน
คุณไม่ต้องกังวล คุณสามารถเริ่มทีละเล็กละน้อยได้ ผมจะช่วยเพิ่มผลผลิตในมิติให้คุณจากการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ ระบบมีฟังก์ชันเร่งการเติบโตและป้องกันศัตรูพืช แต่คุณต้องจัดการทรัพยากรด้วยตัวเอง
หรูอวี้เซียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ (ดี แบบนี้ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องเวลามากนัก)
แล้วนอกจากอาหาร มีอะไรที่ฉันควรเตรียมอีกไหม?
เธอถามต่อน้ำสะอาดและอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น เครื่องมือทำสวน อุปกรณ์ทำความสะอาด และยาเบื้องต้น ลองหาแหล่งน้ำที่คุณสามารถดึงเข้ามาในมิติได้ น้ำคือสิ่งสำคัญที่สุดในระยะยาว
หรูอวี้เซียงจดทุกอย่างลงในหัว ขณะที่รถไฟเริ่มลดความเร็วลง เสียงล้อเหล็กเสียดสีดังครืดคราดเป็นสัญญาณว่ารถไฟใกล้จะถึงสถานีปลายทาง
เธอเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ของท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่ที่ล้อมรอบเกาะเป๋าอันปรากฏขึ้น เส้นขอบฟ้าที่เชื่อมต่อกับท้องน้ำสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ บ้านเรือนกระจัดกระจายตามแนวเขาและต้นมะพร้าวที่ไหวตามแรงลมให้ความรู้สึกสงบและคุ้นเคย
สถานีเล็ก ๆ ที่สร้างจากไม้เก่าแก่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือบนเกาะเป๋าอัน มีผู้คนจำนวนหนึ่งรอรับญาติหรือมาส่งของ หรูอวี้เซียงมองไปยังแผ่นป้ายชื่อสถานี
“หยางเหวิน” ที่เขียนด้วยอักษรเรียบง่าย บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงคลื่นและกลิ่นอายทะเลที่เธอโหยหามาเนิ่นนาน
“ถึงบ้านแล้ว...” หญิงสาวพึมพำออกมาเสียงเบา หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
เมื่อรถไฟหยุดนิ่ง เธอยืนขึ้นพร้อมสัมภาระที่พกติดตัวเพียงเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความหวัง หรูอวี้เซียงก้าวเท้าลงจากรถไฟมาบนชานชาลาไม้เล็ก ๆ ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาสู่จุดเริ่มต้น
สายลมอุ่น ๆ จากทะเลพัดผ่านใบหน้า เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นดั่งเสียงต้อนรับ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางกลับรู้สึกผ่อนคลาย
ทางดินเล็ก ๆ ที่ทอดยาวจากสถานีรถไฟไปยังหมู่บ้าน หยางเหวินล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่ หรูอวี้เซียงเดินไปตามทางด้วยความมั่นใจ เธอจดจำเส้นทางนี้ได้เป็นอย่างดีแม้จะห่างหายไปนานแต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ขณะที่เธอเดินผ่านบ้านหลังเล็ก ๆ ของเพื่อนบ้าน เสียงเด็ก ๆ วิ่งเล่นและหัวเราะกันดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ผู้ใหญ่บางคนกำลังขนผลไม้ขึ้นรถเข็นเพื่อเตรียมไปขายที่ตลาด
“เซียงเอ๋อร์?” เสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
เธอหันกลับไปพบกับหญิงวัยกลางคนผิวคล้ำในชุดเสื้อตามแบบคนทำไร่ทำสวน
“ป้าหลิว!” หรูอวี้เซียงยิ้มกว้าง
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะลูก เห็นว่าทำงานในเมืองใหญ่ นี่กลับมาเยี่ยมบ้านอย่างนั้นเหรอ” หญิงวัยกลางคนถามพลางมองเธอด้วยแววตาอบอุ่น
“ค่ะ หนูกลับมาพักยาวเลยค่ะ คราวนี้ตั้งใจว่าจะอยู่กับย่าและช่วยงานที่บ้าน” หรูอวี้เซียงตอบตามตรงอย่างไม่ปิดบัง
“ดีแล้วล่ะ ย่าของลูกคงดีใจน่าดู ไปเถอะ ย่าแกน่าจะรออยู่”
หรูอวี้เซียงยิ้มรับอย่างอ่อนโยน “ถ้าอย่างนั้นหนูไปก่อนนะคะ เอาไว้พบกันใหม่ค่ะ”
หลังจากบอกลาป้าหลิว หรูอวี้เซียงเดินต่อไปตามทางดินเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของท้องทะเลที่ลอยมากับสายลม ความคิดในหัวของเธอยังคงหมุนวนถึงแผนการที่จะเริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างดูเหมือนชัดเจนแต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย
ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและดวงตาแดงฉานพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา“ยิงที่หัว! ห้ามให้มันเข้าประชิด!” เสียงสั่งการของโม่ไห่ตงดังก้อง ขณะที่เสียงปืนและพลาสม่าบลาสเตอร์ระดมยิงใส่กลุ่มผู้ติดเชื้อการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โม่ไห่ตงเคลื่อนตัวหลบหลีกอย่างว่องไว เปิดโล่พลังงานส่วนตัวเพื่อป้องกันตัวและทีม ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนมากพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในช่วงหนึ่ง “ระวังข้างหลัง!” เสียงเตือนจากหลิวจินดังขึ้น โม่ไห่ตงหันกลับทันเวลาก่อนจะใช้ดาบพลังงานจากระบบฟันใส่ผู้ติดเชื้อที่พุ่งเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียดหลังการต่อสู้อันดุเดือดสิ้นสุดลงซากผู้ติดเชื้อนอนเกลื่อนพื้น ทหารทุกคนหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยล้า แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พัก ระบบ Warborn ก็แจ้งเตือนอ
โม่ไห่ตงเงยหน้ามองเฉินเจียว แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดาทำให้หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมา“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี” โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มบางก่อนหันมาทางคนรัก“เซียงเซียง เราต้องช่วยคนให้มากที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้”หรูอวี้เซียงพยักหน้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงจัง “พี่พูดถูก ฉันจะยอมมอบวัคซีนนี้ให้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจว่ามันจะถูกใช้ในทางที่ถูกต้อง และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของใคร”“ถ้าอย่างนั้น เราควรไปคุยกับท่านผู้นำโดยตรง” โม่ไห่ตงเสนอในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน ระบบ Warborn ก็แสดงการแจ้งเตือนบนหน้าจอโปร่งใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า[พบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือระดับความเสี่ยงสูง]“ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย” หรูอวี้เซียงหันไปมองโม่ไห่ตง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ “เราต้องรีบไปพบท่านผู้นำ ก่อนที่ทุกอย่างจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้”ทางด้านเฉินเจียวกับโม่เข่อซิงได้มองชายหนุ่มหญิงสาวด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจระคนชื่นชมณ ศูนย์บัญชาการฉุกเฉินที่ถูกตั้งขึ้นมาชั่วคร
รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกชิงข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการ นายพลจูเก่อหลางได้เข้าพบท่านผู้นำและรายงานสถานการณ์โดยละเอียด ความตึงเครียดก่อตัวขึ้นเมื่อผู้นำตระหนักถึงภัยคุกคามใหญ่มากกว่าที่เคยคาดไว้“เราต้องเร่งพัฒนาวัคซีนและหาทางควบคุมการแพร่ระบาดนี้ให้เร็วที่สุด” นายพลลู่กล่าวเสียงเครียดก่อนจะพูดต่อเมื่อนึกถึงเรื่องที่หรูอวี้เซียงเคยพูดไว้“ผมคิดว่าหรูอวี้เซียงน่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้ในตอนนี้” คนในทีมต่างเห็นพ้องกับคำพูดของเขาดังนั้นในเวลาต่อมา คณะผู้นำพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ระดับสูงนำโดยโม่ไห่ตงที่กลับมารายงานตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจได้นำพวกเขาเข้าสู่บ้านของหรูอวี้เซียงที่เจ้าตัวกำลังยืนรออยู่อย่างรู้อยู่แล้ววจากการบอกกล่าวของไหหม่าผ่านการสื่อสารกับโม่ไห่ตงใบหน้าของหรูอวี้เซียงเต็มไปด้วยความสงบอย่างไม่แปลกใจในการมาของพวกเขา“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมได้ยินมาว่าคุณมีความสามารถในการพัฒนาวัคซีนและที่สำคัญคุณมีห้องทดลองส่วนตัวที่ครบครัน ผมอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าห้องทดลองของคุณมีอะไรบ้าง” หลังเสร็จสิ้นการทักทายท่านผู้นำ
โม่ไห่ตงยิ้มอ่อนโยน “ผมสัญญาครับแม่ ผมจะกลับมาให้เร็วที่สุด”บรรยากาศในห้องผู้ป่วยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักของครอบครัว เสียงหัวเราะและคำให้กำลังใจดังก้องอยู่ในใจของทุกคน แม้ว่าการจากลาจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พวกเขาต่างเชื่อมั่นว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาพร้อมชัยชนะและความปลอดภัยตกเย็นภายในวันเดียวกันหรูอวี้เซียงได้นำสิ่งของที่ตัวเองเตรียมไว้มอบให้กับคนรัก“พี่ไห่ตง ของที่ฉันวางอยู่ตรงนี้พี่เก็บเข้าไปในระบบของพี่ให้หมดนะคะ และถ้าหากว่าพี่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีอะไรเร่งด่วนให้เอไอในมิติของพี่ติดต่อมากับไหหม่าโดยตรงเพราะระบบของเราได้เชื่อมกันไว้แล้ว”“เข้าใจแล้ว เซียงเซียง ขอบคุณมากนะ เธอเตรียมทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบเสมอ”หรูอวี้เซียงยิ้มบาง “ฉันแค่ต้องการให้พี่ปลอดภัย พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ และอย่าใช้พลังงานระบบเกินขีดจำกัด”โม่ไห่ตงหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู หลังได้ยินคำพูดนี้ “เธอเหมือนเป็นหัวหน้าทีมสนับสนุนให้พี่เลยนะ”“ฉันก็แค่ห่วงพี่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปใครจะกลับมาช่วยฉันดูแลหมู่บ้านล่ะ” หรูอวี้เซียงแสร้งพูดติดตลกแต่ในแววตากลับฉายชัดถึ
รุ่งเช้าวันถัดมา ในขณะที่หรูอวี้เซียงกำลังทำอาหารเช้าให้กับย่าและแขกอย่างปู่โม่กับคนรัก เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นก่อนจะมีเสียงของหลี่ไห่ตามมา“ไห่ตงอยู่ที่นี่ไหม” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนค่อนข้างเสียงดังจนแม้แต่เสี่ยวเฮยยังยกหัวขึ้นมาดูก่อนจะเดินนวยนาดมาทางเขา“ผมขอออกไปดูก่อนนะครับ” โม่ไห่ตงพูดขึ้นกับคนในบ้านพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกมาทางหน้าประตูชั้นนอกเมื่อประตูเปิดออกเขาก็พบกับกลุ่มคนตรงหน้า โม่ไห่ตงมองพวกเขาด้วยสายตาสงสัยแฝงความกังวล เพราะหนึ่งในผู้มาเยือนมีผู้พันหลี่เจี่ยอยู่ด้วย ร่วมกับหลี่ไห่และหลิวจิน ดังนั้นเขาจึงผายมือเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามานั่งในเรือนรับรองกลางบ้าน“อาหลี่ หลิวจิน ผู้พันหลี่ ทุกคนเข้ามานั่งก่อนครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าถึงได้พากันมาแต่เช้า?”ผู้พันหลี่สบตาโม่ไห่ตง ก่อนจะยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นี่คือคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการจูเก่อหลาง ทางหน่วย ของเราอยากเชิญนายกับหลิวจินให้เข้าร่วมหน่วยรบพิเศษอย่างเป็นทางการ”หลิวจินที่ถูกตามตัวมาด้วยเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“หน่วย
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มลอดผ่านหมอกหนาที่ลอยคลุมเกาะ หมู่บ้านดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับแฝงด้วยความตึงเครียดอย่างเงียบงัน ศาลากลางหมู่บ้านกลายเป็นสถานที่ประชุมสำคัญสำหรับการเจรจาครั้งนี้หรูอวี้เซียงเดินเข้ามาพร้อมกับโม่ไห่ตงและหลี่ไห่ ขณะที่ผู้พันหลี่เจี่ยกับผู้กองหวังลี่รออยู่ในศาลากลาง บรรยากาศภายในห้องประชุมค่อนข้างอึดอัดเล็กน้อย โม่ไห่ตงนั่งกอดอกข้างหรูอวี้เซียงดวงตาจับจ้องไปยังผู้พันหลี่เจี่ยอย่างไม่วางใจแม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อนก็ตาม“เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราขอเสนอใช้พื้นที่บางส่วนของเกาะเป็นฐานบัญชาการชั่วคราว” ผู้พันหลี่เจี่ยเริ่มเปิดการเจรจาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และเรายินดีให้ความช่วยเหลือในการเสริมกำลังป้องกันรอบเกาะเพื่อรับมือกับภัยจากภายนอก”หลี่ไห่เหลือบมองหรูอวี้เซียงเป็นเชิงขอความคิดเห็น หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจน“เรายินดีให้ความร่วมมือค่ะ แต่เรามีเงื่อนไขว่าการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านต้องยังคงเป็นของพวกเรา และห้ามเจ้าหน้าที่ของคุณก้าวก่ายหรือแทรกแ







