مشاركة

บทที่ 2.1

last update تاريخ النشر: 2026-04-03 08:57:40

เซี่ยเฉิงอวี่ไม่กล้าขยับ ได้แต่พยายามนอนนิ่งเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาจริงๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งไปอีกครั้งจึงพยายามดันศีรษะของนางออก เพิ่งจะดึงท่อนแขนออกและขยับเพียงน้อย ดวงตาคู่งามกลับกะพริบเปิด

แม้ในใจครุ่นคิดสับสน แต่ทันทีที่เห็นแววตื่นตระหนกวาบผ่าน ร่างใหญ่จึงโถมเข้าไปพันธนาการร่างอรชรเอาไว้ มือหนึ่งคว้าปิดปากอีกฝ่ายได้ทัน ก่อนนางจะมีโอกาสได้กรีดร้อง

สองร่างขยับขลุกขลักอยู่บนเตียง เสียงลมหายใจพัวพันพานให้หัวใจสะท้าน หากแต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นอย่างที่สมควรจะเกิด ทั้งที่ชายหนุ่มหญิงสาวสวมชุดตัวในบนเตียงเดียวกัน ร่างกายแนบชิดบดเบียด แต่ความตึงเครียดกลับอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

หลินหรงอวี่เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ร่างน้อยดิ้นรนขัดขืน มือไม้ป่ายปะ ทุบตี หยิกข่วน

หัวใจของนางตื่นตระหนกแทบหมดสติ ไม่เข้าใจว่านางกำลังพานพบกับเรื่องใดเข้า

ภายใต้ผ้าห่มเนื้อหนานุ่มนิ่ม ร่างแกร่งของชายหนุ่มที่บดเบียดกับร่างงาม ทำให้ลมหายใจของคนทั้งคู่ติดขัด นางเติบโตมากระทั่งผ่านวัยปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน ด้วยวัยสิบเจ็ดนางกำลังอยู่ระหว่างพิธีดูตัว ซึ่งแม่สื่อเพิ่งเข้ามาเจรจา ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ปักใจกับผู้ใดมาก่อน เกิดเรื่องเสียหายเช่นนี้ขึ้น แล้วนางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร!!!

ท่ามกลางแสงอันเลือนราง ใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ใกล้จนชิด เขากำลังมองสบสายตากับหญิงสาว ด้วยประกายแห่งความยุ่งยากสับสน กระนั้นสิ่งที่ทำให้นางแทบสิ้นสติ ก็คือใบหน้าอันคุ้นเคยของเขาผู้นี้

เซี่ยเฉิงอวี่ มหาเสนาบดีแห่งราชสำนัก!!!

จริงอยู่บิดาของนางเป็นเพียงขุนนางขั้นสี่[1] ยากเย็นยิ่งนักกว่าจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดขุนนางขั้นหนึ่ง[2]อย่างเซี่ยเฉิงอวี่ ยิ่งเป็นช่วงที่บ้านเมืองกำลังแบ่งขั้วอำนาจ

ถึงอย่างนั้นด้วยความบังเอิญ สองเดือนก่อนนางติดตามบิดาไปที่กรมการมณฑล ระหว่างทางได้พบกับอีกฝ่าย ซึ่งสวมเสื้อผ้าราวกับเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา

ได้ยินบิดากล่าวชื่นชมว่าแม้เซี่ยเฉิงอวี่อายุยังไม่มากนัก แต่กลับมีความสามารถเหนือผู้คน วางแผนรอบคอบรัดกุม กระทั่งนำพาองค์ชายห้าก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ผู้ครองแคว้น ครั้งนั้นแม้เห็นเพียงห่างๆ แต่กลับจดจำเขาได้ในทันที

เซี่ยเฉิงอวี่เพ่งสายตามองหญิงสาวใต้ร่าง ดวงตาของนางที่แม้ตื่นตระหนก แต่บัดนี้กลับมีประกายบางอย่างพาดผ่าน เขาหรี่ดวงตาลงจ้องนาง

“เจ้ารู้จักข้าหรือ”

ชายหนุ่มยังคงไม่ปล่อยให้นางเป็นอิสระ หูทั้งสองข้างพยายามฟังเสียงของความเคลื่อนไหว หากเป็นแผนการที่ถูกวางเอาไว้ ตอนนี้สมควรมีคนบุกเข้ามาได้แล้ว แต่นี่ทุกอย่างกลับยังคงเงียบงัน

มองดูหญิงสาวที่เขาพันธนาการเอาไว้พยายามพยักหน้า เขาคลายมือที่ปิดปากนางเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะให้นางส่งเสียง เพียงสามารถพยักหน้าได้เท่านั้น

“หากไม่ส่งเสียงข้าจะปล่อยให้เจ้าได้พูด”

นางพยักหน้าอีกครั้ง ดวงตายังคงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“ที่นี่ที่ไหน” เซี่ยเฉิงอวี่เค้นถามนางด้วยดวงตาดุดัน รับรู้ได้ว่าหญิงสาวใต้ร่างสั่นเทาเล็กน้อย

ความงุนงงวาบผ่านดวงตาของนาง “จวน...จวนเจ้ากรมการมณฑลเจ้าค่ะ” นางกระซิบตอบไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย

“หลินซู”

คิ้วเข้มขมวดมุ่นราวกำลังพิจารณาถึงสถานการณ์ตรงหน้า เขาพบหลินซูน้อยครั้งเพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงขุนนางขั้นสี่ ถึงอย่างนั้นในความรู้สึกของเขา หลินซูผู้นี้กลับดูเป็นขุนนางใจซื่อมือสะอาด เช่นนี้จะวางแผนเล่นงานเขาด้วยเหตุใด

“เจ้าคือบุตรสาวของเขาหรือ”

“เจ้า...เจ้าค่ะ”

หลินหรงอวี่มองเห็นดวงตาดุดันของเซี่ยเฉิงอวี่ นางไม่กล้าแม้แต่จะดิ้นรน เรือนกายที่ทาบทับพันธนาการนางเอาไว้ ในยามที่ทั้งสองหอบหายใจ ร่างก็แนบชิดบดเบียดจนทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นรัว

เขายังคงมองไปรอบด้านคล้ายกำลังหวาดระแวง มือทั้งสองข้างยังคงไม่ปล่อยนางให้เป็นอิสระ

ถึงอย่างนั้นเวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง กลับยังคงไม่มีใครพรวดพราดเข้ามาอย่างที่คาดเดา

“ในเรือนนี้มีอยู่กี่คน” เขาเค้นถามนางอีกครั้ง ครั้งนี้มั่นใจว่าหญิงสาวเองก็คงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากความตื่นตระหนกและร่างที่กำลังสั่นเทานี้ หาใช่การเสแสร้งแกล้งทำไม่

“เรือนนี้มีเพียงข้าน้อยกับสาวใช้สองสามคนเท่านั้น ตอนนี้น่าจะยามเหมา อีกไม่นานพวกนางคงตื่นแล้ว ทะ...ท่านมหาเสนาบดี ท่านควร...” หลินหรงอวี่เสียงสั่น

[1] ขุนนางขั้นที่สี่ คือระดับเจ้าเมืองใหญ่ ปลัดมณฑล กรมการมณฑล

[2] ขุนนางขั้นที่หนึ่ง คือระดับมหาเสนาบดีซึ่งเป็นขุนนางขั้นสูงสุด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.2 จบ

    “หวังว่าในบ้านจะครึกครื้นขึ้นมามากกว่านี้ เจ้าคลอดตัวอวบอ้วนน้อยให้ข้าสักสามสี่คนเป็นอย่างไร”ใบหน้าของหลินหรงอวี่แดงก่ำ “เซี่ยเฉิงอวี่ ท่านนี่จริงๆ เลย!!”สาวใช้ที่เพิ่งออกมาต่างพากันสะดุ้งเฮือก พวกนางต่างมองหน้ากันเพราะคิดว่าแต่งงานวันแรกคู่แต่งงานใหม่ก็ทะเลาะกันเลยหรือ มิใช่เมื่อครู่ท่านมหาเสนาบดีจ้องมองฮูหยินราวกับจะกลืนกินหรือไรกระทั่งเสียงหัวเราะของท่านมหาเสนาบดีดังขึ้น พวกนางต่างก็พากันลูบอก ดูเหมือนเพียงหยอกล้อกันเท่านั้น“ท่านมหาเสนาบดีคงรักฮูหยินมาก ข้าไม่เคยได้ยินผู้ใดเรียกท่านมหาเสนาบดีด้วยชื่อและแซ่เช่นนั้นมาก่อน”“นั่นสิ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยิน”“ข้าเห็นด้วย เมื่อครู่เห็นสายตาที่ท่านมหาเสนาบดีมองฮูหยินหรือไม่” กล่าวจบพวกนางก็หัวเราะใบหน้าแดงก่ำเวลาผ่านไปข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับมหาเสนาบดีก็แพร่ออกไป บ้างก็ว่ามหาเสนาบดีรักใคร่ฮูหยินมาก กระทั่งไม่ว่านางทำอะไรล้วนเห็นด้วยทั้งสิ้นบางคนกล่าวว่าฮูหยินมหาเสนาบดีเป็นสตรีที่ดุร้ายราวแม่เสือ แต่งเข้าจวนหลายปีท่านมหาเสนาบดีกลับไม่รับอนุสักคนบางข่าวลือรุนแรงถึงขึ้นที่ว่าทุกอย่างในจวนมหาเสนาบดี ถูกฮูหยินกุมเอาไว้ในมือจนสิ้น กระท

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.1

    บทส่งท้ายแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในม่านหน้าเตียง ปลุกคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น เซี่ยเฉิงอวี่ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เพราะทุกเช้าก่อนฟ้าสางเขาต้องออกจากจวนเพื่อเข้าร่วมการประชุมเช้ากระนั้นวันนี้กลับต่างออกไป เขาตื่นสายและไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลงจากเตียง เพราะนี่คือเช้าวันแรกหลังจากผ่านงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่และเป็นค่ำคืนแรกที่เขามีสตรีร่วมเรียงเคียงหมอน สตรีที่เขาเลือกให้อยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิตเมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าสตรีก็เหมือนกันทั้งนั้น พวกนางจิตใจซับซ้อนเข้าใจยาก และตัวเขาก็มีเรื่องให้ต้องทำ มากกว่าพยายามเข้าใจกระบวนการความคิดของพวกนาง เขาไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้กับตัวเอง ด้วยการพาตัวเองเข้าไปผูกพันหลินหรงอวี่แตกต่างออกไปจากสตรีที่เขารู้จัก นางมีความคิด รู้จักแยกแยะ ไม่ตีโพยตีพายน่ารำคาญ ที่สำคัญไปกว่านั้นต่อหน้านางเขาไม่จำเป็นต้องปั้นหน้าเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาคือเซี่ยเฉิงอวี่นางเชื่อใจเขาอย่างไร้กังขา ไม่สงสัย ไม่ถามให้มากความ และเขาก็ไม่ต้องอธิบายเพราะนางเข้าใจได้หลังจากใคร่ครวญเพียงเล็กน้อยมองดูใบหน้างดงามหลับใหลอยู่จนชิด เซี่ยเฉิงอวี่อมยิ้ม เขารู้สึกอย

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.4

    “แม่ทัพเสิ่นคิดว่าเขาควบคุมทุกอย่างเอาไว้ แต่หารู้ไม่ว่ามิใช่ทุกคนจะมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกันกับเขา คนตระกูลเสิ่นที่จงรักภักดีต่อบ้านเมืองก็ยังมีอยู่”“หรือว่าเขาคิดช่วงชิงบัลลังก์จริงๆ!”เฮยโม่ถอนหายใจแต่ไม่ตอบ “หากเขาเพียงคิดควบคุมอำนาจทางการเมือง ไม่แน่ว่าเรื่องในวันนี้ตระกูลเสิ่นอาจเป็นฝ่ายชนะ แต่นี่เขาคิดจะตั้งตนเป็นใหญ่ ล้มล้างราชวงศ์” เฮยโม่ส่ายหน้าหลินหรงอวี่คิดถึงสีหน้าของเสิ่นฉงในวันนั้น “หรือว่า...” นางหวนนึกไปถึงสิ่งที่สหายเยาว์ยังกว่ากล่าวในวันนั้น กระทั่งขมวดคิ้ว “เสิ่นซูเฟยกับคุณชายห้าตระกูลเสิ่น...”“เห็นเฮยโม่มองนางด้วยสายตาประหลาดใจ นางก็ได้แต่มั่นใจในความคิดของตนก่อนหน้านี้เสิ่นฉงบอกนางว่ามีนางกำนัลซึ่งเป็นคนของเสิ่นจ้งมาหา กระทั่งกล่าวถึงราชโองการที่ถูกเขียนขึ้นก่อนหน้ามีประกาศออกมา ในวันนี้ที่เกิดการก่อกบฏของเสิ่นฉวน เสิ่นจ้งผู้เป็นบุตรชายกลับถูกบิดาส่งออกไปยังชายแดน“จักรพรรดิเล่า”“ทรงปลอดภัยดี อีกไม่นานคงได้บทสรุปแล้ว ท่านมหาเสนาบดีวางแผนนี้เอาไว้อย่างรอบคอบ เลือกคนที่เหมาะสมและไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตา คาดว่าเสิ่นจ้งเองก็คงตระหนักดีว่าไม่มีทางเลือก หากไม่อาจห้าม

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.3

    “ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ ข้าไม่มีทางให้เจ้าตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน...” คล้ายเสียงเขากระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา แต่นางไหนเลยจะล่วงรู้ว่านั่นคือเสียงเขาจริงๆ หรือเพราะตัวเองตื่นกลัวจนเกินไป ดังนั้นจึงหูแว่วกระทั่งคิดไปเองไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ชั่วยาม หลินหรงอวี่ตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดศีรษะ นางขยับตัวไม่ได้รู้สึกเหมือนร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง อาการเช่นนี้นางคล้ายเคยเผชิญมาก่อน แม้อาการแตกต่างแต่ผลข้างเคียงทิ้งอาการแบบเดียวกัน...นางถูกวางยาห้องที่นางนอนอยู่ทั้งเล็กและแคบแต่ก็สะอาดสะอ้าน กลิ่นกำยานหอมยังคงลอยอวล นี่เป็นกลิ่นเปลือกสนที่นางชอบและมีเพียงไม่กี่คนที่ล่วงรู้ หนึ่งในนั้นก็คือเสิ่นฉงหัวใจของหลินหรงอวี่หล่นวูบ เสียงสนทนาแว่วเข้ามาให้ได้ยิน เป็นเสียงที่อยู่อีกด้านของผนังห้อง“ด้านนอกมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหรือไม่”“ยังคงวุ่นวายขอรับ ทั่วทั้งเมืองหลวงถูกปิดล้อมด้วยคนของแม่ทัพเสิ่น คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วยามแม่ทัพเสิ่นคงบุกเข้าวังหลวงได้อย่างแน่นอน”“ฉวยโอกาสในคืนงานเลี้ยงลงมือ แม้เสี่ยงแต่เหล่าองครักษ์และทหารรักษาการที่สังสรรค์กันมาทั้งคืน เสิ่นฉวน...เสิ่นฉวน”มีเสียงถอนหายใจออกมาอย่

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.2

    อยากพักผ่อนสักครู่ก็ได้ ที่นี่ท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่”“ที่นี่หรือ” เขาเลิกคิ้วมองนาง“ข้าหมายถึง...” นางครุ่นคิดเล็กน้อย “กับข้าท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีแค้วนเฉียน”“เช่นนั้นข้าคือใครเล่า”“เซี่ยเฉิงอวี่” นางมองเขานิ่งเขากลับยิ้มเช่นเดิม ยิ้มที่เหมือนกับทุกครั้งที่เขายิ้มให้ขุนนาง หรือแม้กระทั่งยิ้มให้คนทั่วไป เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกคล้ายสวมหน้ากากคิดได้ดังนั้นหลินหรงอวี่พลันขมวดคิ้วให้ตัวเอง นาง...แยกแยะได้อย่างไรว่าเขายิ้มเช่นไร ที่สำคัญไปกว่านั้นนางแยกแยะออกตั้งแต่เมื่อไรเซี่ยเฉิงอวี่ยังคงจ้องมองทุกความเปลี่ยนแปลงในดวงตาคู่งาม กระทั่งรู้สึกได้ว่านางคล้ายตระหนักถึงความหมายของเรื่องทั้งหมดจุมพิตอ่อนโยนประทับลงยังริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ครั้งนี้ไร้ซึ่งความลังเล มันเนิ่นนานราวกับทั้งสองไม่อยากปล่อยมือจากกันและกัน และนางเองก็ตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจไม่มีประโยคอันหวานล้ำ ไม่มีคำพูดที่แฝงความนัย มีเพียงสัมผัสและการกระทำที่บ่งบอกว่าคนทั้งสองเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี“หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง” เขากระซิบ“หากข้าเสียใจในภายหลังเล่า ท่านจะปล่อยข้าไปหรือ

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.1

    หลินหรงอวี่โขกศีรษะรับราชโองการ แน่นอนนางย่อมไม่ได้รับเลือกเป็นสนมของจักรพรรดิ เรื่องนี้ไม่ได้ผิดความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะบทบาทของนางในวังหลวงแห่งนี้ได้กำหนดเอาไว้แต่แรกแล้ว เพียงแต่รอว่าวันใดนางจะได้ก้าวออกมาแสดงบทบาทของตัวเองเท่านั้นการแต่งตั้งซึ่งพลิกความคาดหมาย สั่นคลอนราชสำนักกระทั่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น ไม่มีผู้ใดไม่จับตามองความเคลื่อนไหวของจวนแม่ทัพ เนื่องจากทุกคนล้วนมั่นใจว่าเสิ่นฉงต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา หรืออย่างน้อยก็ต้องได้เป็นกุ้ยเฟยถึงอย่างนั้นตำแหน่งที่นับว่าเป็นรองท่านหญิงอีกสองคน ล้วนไม่อยู่ในความคาดหมายทั้งสิ้นหลังการแต่งตั้งย่อมมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หลินหรงอวี่อยู่รับใช้ข้างไทเฮา กระทั่งหลายครั้งที่มองไปยังเซี่ยเฉิงอวี่ แต่เขากลับไม่เคยมองมายังทิศทางที่นางยืนอยู่เลยสักครั้ง มองดูเสิ่นซูเฟยที่มีท่าทีเงียบขรึม แต่กต่างไปจากนิสัยร่าเริงที่อีกฝ่ายเคยเป็น หญิงสาวได้แต่รู้สึกกังวลจักรพรรดิโจวเซวียนหล่อเหลาสง่างาม กระนั้นเขากลับมีนิสัยคล้ายเซี่ยเฉิงอวี่อยู่หลายส่วน นางมองอย่างไรก็ไม่อาจคาดเดาว่าแท้ที่จริงเรื่องราวต่อจากนี้ บทสรุปจะจบลงเช่นไรห

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.4

    เสียงตะโกนด้วยความยินดีของมารดา ทำให้หลินชิงเหลียนสะดุ้ง นางมองตรงไปยังมารดาที่ยกถุงปักมงคลขึ้นโบกไปมา ดวงตากระสับกระส่ายกวาดมองไปยังเบื้องหลัง ผืนน้ำในทะเลสาบเริ่มเลือนลาง เนื่องจากความมืดเริ่มปกคลุมบัดนี้แสงแห่งวันกำลังจะลาลับ เช่นกันกับบางอย่างในใจที่ยิ่งมืดมนหม่นหมอง ฝีเท้าที่เดินเข้าไปหามารดา

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.3

    ไต้ซือไป๋เย่พยักหน้าช้าๆ “แทนที่จะถามถึงเรื่องคู่ครองเช่นผู้อื่น อาตมาขอเตือนเรื่องหนึ่งกับประสกท่านนี้ เพราะอย่างไรเสียท่านก็ไม่เชื่อถือในเรื่องนี้อยู่แล้ว”เซี่ยเฉิงอวี่สบตากับไต้ซือไป๋เย่นิ่ง ดวงตาของเขาราบเรียบไม่แสดงอาการใด ถึงอย่างนั้นไต้ซือไป๋เย่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจ“ดวงชะตาของท่านซั

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.2

    เขาให้นึกสงสัยนักว่าในวันนั้นที่เสด็จพ่อให้เขาเลือก ระหว่างรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กับตามเซี่ยเฉิงอวี่กลับหวงซาน หากเขาเลือกอย่างหลังจะเกิดอะไรขึ้น“สายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับฉันใด เรื่องที่ผ่านไปแล้วย่อมไม่อาจเปลี่ยน ทำได้เพียงก้าวเดินไปข้างหน้า”เฉียนซีหลิวหันไปมองทิวทัศน์โดยรอบของวัดหนิงอัน เขาเลือกมา

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.1

    แคว้นเฉียน รัชสมัยจักรพรรดิโจวเซวียนเหตุการณ์ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินเพิ่งผ่านพ้น บ้านเมืองยังคงไม่นับว่าสงบดี เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดสงครามการแย่งชิงอำนาจ ระหว่างองค์ชายรองและองค์ชายสาม ซึ่งล้วนต้องการบัลลังก์นี้เอาไว้ในครอบครองว่ากันว่ามีกุนซือมากฝีมืออยู่ข้างกาย ทุกอย่างที่หมายปองล้วนได้มาไว้ในครอบ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status