LOGIN"คือ... คือทั้งหมดที่หนูทำไป เพราะ เพราะหนูชอบนายหัวค่ะ หนูคิดว่าหนูชอบนายหัว ชอบแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขาชอบกันค่ะ" พูดจบของขวัญก็เม็มปากแน่น ก้มหน้างุดกลัวว่าอีกคนจะโกรธที่เธอคิดไม่ซื่อ
แต่หารู้ไม่ว่าคำตอบของเธอทำเอาใจแกร่งเต้นแรงแทบจะกระโจนออกมานอกอก จอมทัพแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าเด็กสาวจะตอบเช่นนี้ เป็นคำตอบที่เขาฝันอยากจะได้ยินมันมาตลอด บัดนี้ได้ยินเต็มสองรู้หูจนคนแก่อย่างเขาที่โดนเด็กรุ่นลูกบอกชอบก็ใจฟูรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจไปหมด ความรู้สึกที่ว่าเหมือนกลับไปสิบสี่อีกครั้งคงไม่เกินจริง
แต่ทว่าเขาก็อยากได้ยินอีกให้ชัดๆ มือใหญ่จึงเชยคางมนขึ้นมาให้ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมามองสบตากัน ก่อนเสียงทุ้มจะพูดออกมาน้ำเสียงอ่อนโยน
"ยัยหนูว่าไงนะ พูดใหม่ให้ฉันได้ยินชัดๆอีกครั้งได้ไหม"
เมื่ออีกคนอยากได้ยิน ของขวัญก็ไม่สนแล้วว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง ในเมื่อเขาขอให้เธอพูดเอง เธอก็มีหน้าที่แค่พูด จึงพูดออกไปอีกครั้งน้ำเสียงจริงจังขณะมองสบตาคู่คมไม่ละสายตา
"หนูบอกว่าหนูชอบนายหัวค่ะ"
หมับ!
พอสิ้นเสียงหวานเท่านั้นแหละ จอมทัพก็คว้าตัวเด็กสาวเข้ามากอดไว้แน่นในทันที โดยไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของเขาเลย เขากอดเธอแบบนั้นอยู่นาน จนเด็กสาวที่นั่งนิ่งให้เขากอดอย่างงงๆที่จู่ๆก็โดนเขากอดโดยไม่ทันได้ตั้งตัวตั้งสติ กระทั่งเธอเริ่มหายใจไม่สะดวกเพราะโดนเขากอดแน่นจนเกินไป เสียงหวานจึงเอ่ยประท้วงออกมา
"นะ นายหัว ปล่อยหนูก่อนค่ะ หนูหายใจไม่ออก"
ด้านจอมทัพจึงค่อยๆปล่อยกอดเด็กสาวอย่างอ้อยอิ่ง ถึงจะอยากกอดเด็กสาวให้นานกว่านี้ แต่เพราะกลัวทำเธอหายใจไม่ออกจึงยอมปล่อย ก่อนที่เสียงทุ้มจะพูดออกมาขณะใบหน้าหล่อเข้มเปื้อนยิ้ม
"ฉันดีใจจังที่ยัยหนูชอบฉัน นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม" นาทีนี้ต่อให้เป็นความฝันก็นับเป็นเรื่องดี แต่นี่มันคือความจริงก็ยากที่จะเก็บความรู้สึกสุขล้นในหัวใจเอาไว้ได้ จึงเผยความดีใจออกมาทางสีหน้าเป็นรอยยิ้มที่ยากจะเห็นคนนิ่งขรึมอย่างเขายิ้มกว้างได้เช่นนี้ คงมีแค่เด็กสาวเท่านั้นที่ได้เห็นรอยยิ้มดีใจของเขาเป็นบุญตา
ของขวัญที่เห็นอีกคนยิ้มดีใจจนออกนอกหน้า เนื่องจากไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อนจึงงุนงงไม่น้อย คราแรกเธอคิดว่าเขาจะไม่พอใจหรือโกรธที่เธอดันไปชอบเขา แต่ทำไมผลกลับตรงกันข้ามเสียได้ อีกทั้งเขาดูดีใจมากอีกด้วย ซึ่งมันก็ดีอยู่ที่เขาไม่โกรธเธอ แต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้กับอาการดีใจของเขา จึงเอ่ยถามออกไป
"นายหัวดีใจอะไร ไม่โกรธหนูเหรอคะ"
"ฉันจะโกรธยัยหนูทำไม ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องโกรธหนูเลย ยัยหนูชอบฉันฉันต้องดีใจอยู่แล้ว" ขณะพูดใบหน้าคมเข้มก็ประดับไปด้วยรอยยิ้ม มองเด็กสาวด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู ในขณะเดียวกันมือใหญ่ทั้งสองข้างก็คอยจับแก้มจับหัวและจับตัวเด็กสาวไม่หยุด มือไม้สั่นด้วยความดีใจจนทำตัวไม่ถูก ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวจะชอบเขาเหมือนกัน แต่ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันคือความจริง เขาก็ขอมีความสุขอยู่กับมันตรงนี้
"แต่นายหัวมีคนที่นายหัวชอบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ นายหัวจะดีใจทำไมที่หนูชอบนายหัว ถ้าคนที่นายหัวชอบชอบนายหัวสิ นายหัวจะดีใจก็ไม่แปลก " พอพูดถึงคนที่เขาชอบ ของขวัญก็รู้สึกเจ็บหน่วงๆในใจขึ้นมาทันที
"ฉันยังไม่ได้บอกหนูสินะ"
"บอกอะไรคะ?"
"ก็บอกว่าคนที่ฉันชอบคือหนูไง"
สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญถึงกับชะงักอึ้งไปในทันที หน้าเหวอราวกับคนเห็นผี แทบไม่อยากจะเชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน เขาชอบเธอ ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ ชอบตอนไหน ชอบได้ยังไง หรือเมื่อกี้เธอฟังผิดไป คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเธอเต็มไปหมด จนไม่อาจเก็บเอาไว้ได้ จึงเอ่ยถามออกไปน้ำเสียงติดขัดพร้อมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
"นะ นายหัวชอบหนูเหรอคะ ชอบหนูเนี่ยเหรอ"
"ใช่ ฉันชอบหนู ฉันถูกใจหนูตั้งแต่วันแรกที่ฉันเจอหนูแล้วยัยหนูน้อย" ตอบจบจอมทัพก็บีบแก้มนุ่มนิ่มของเด็กสาวเบาๆอย่างเอ็นดู และนึกหมั่นเขี้ยวแต่ก็ไม่กล้าบีบแรงกลัวว่าแก้มของเธอจะช้ำคามือ แต่ไม่นานเด็กสาวก็จับมือเขาลงแล้วพูดกับเขาน้ำเสียงจริงจังไม่ต่างจากใบหน้า จนเขาเห็นแล้วก็นึกเอ็นดูท่าทางจริงจังของเธอ
"งั้นแสดงว่าที่นายหัวดีกับหนูมาตลอดเพราะนายหัวชอบหนูใช่ไหมคะ"
"ก็ต้องใช่อยู่แล้ว ฉันต้องดีกับคนที่ฉันชอบสิ ยิ่งชอบมากก็ยิ่งรักมาก ยิ่งรักมากก็ยิ่งต้องดีกับคนที่รักให้มาก"
"ระ รักงั้นเหรอ" แค่ชอบก็ว่าอึ้งแล้ว นี่เขายังจะบอกว่ารักอีกยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ เขาจะบอกรักให้เธอตายไปเสียตรงนี้เลยหรือไง ถึงได้พูดอะไรออกมาแต่ละทีทำเธอใจฟูไปหมด ไม่นานก็ได้ยินคำหวานจากปากเขาอีก
"ยัยหนูฟังฉันนะ ความรู้สึกที่ฉันมีให้หนูมันไม่ใช่แค่ความชอบ แต่มันคือความรัก ก่อนหน้านี้อาจจะมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตฉัน แต่ฉันไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ให้กับพวกเธอเลย ยัยหนูเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันรู้สึกรักและอยากดูแลหนูไปตลอดชีวิต"
"นายหัว~" เธอไม่มีคำพูดใดที่จะพูดกับเขา นอกจากเรียกเขาน้ำเสียงเบาหวิวแต่กลับแฝงความออดอ้อนราวกับจะใช้คำเรียกนี้กลืนกินเขาไปทั้งตัว
หลังจากนั้นภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ดวงตาสองคู่สบประสานกันไม่ละไปไหน ขณะหัวใจสองดวงเต้นแรงเป็นจังหวะเดียวกัน ยากที่จะถอดถอนสายตาไปจากอีกฝ่าย ทั้งคู่นั่งสบตากันอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา กระทั่งคนตัวโตทนนั่งจ้องมองเด็กสาวเฉยๆไม่ไหว จึงขยับใบหน้าคมเข้มเข้ามาใกล้ดวงหน้าเล็ก จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน จากนั้นเขาจึงประทับจูบปากบางเบาๆ แล้วค่อยๆจูบเม็มริมฝีปากบนล่างของเด็กสาวอย่างละเมียดละไม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน สอดแทรกลิ้นเขาไปฉกชิมความหวานในโพรงปากเล็ก ตวัดต้อนลิ้นเล็กไปมาตามความพอใจของตัวเอง มือไม้ก็อยู่ไม่สุขลูบคลำร่างบางไปทั่ว จนคนที่ถูกลูบไล้รู้สึกวูบวาบไปทั้วร่าง
ทว่าเธอก็ยังคงนั่งนิ่งให้อีกคนจูบลูบคลำอย่างเต็มใจด้วยความรู้สึกตื่นเต้น อยากจะจูบตอบเขาแต่ก็จูบไม่เป็น เพราะนี่มันคือจูบแรกของเธอ มีบ้างที่ขยับปากเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่านั้น เพราะจูบไม่เป็นจึงกลัวว่าตัวเองจะจูบผิดจูบถูกแล้วอีกคนจะไม่ชอบ จากนั้นไม่นานเขาก็ผละจูบออก ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มพูดออกมาน้ำเสียงกระเส่า
"ยัยหนูจูบฉันบ้างสิ"
เมื่อเจอคำขอนี้ของขวัญก็เม็มปากแน่น ไม่ยอมทำตามความต้องการของอีกคน อีกทั้งยังไม่พูดไม่ตอบอะไรกลับไป เธอไม่กล้าบอกเขาว่าเธอนั้นจูบไม่เป็น กลัวว่าเขาจะไม่ชอบคนที่ไร้ประสบการณ์อย่างเธอ เพราะเขาคงชอบผู้หญิงที่ร้อนแรงและเป็นงาน ไม่งั้นคงไม่เลี้ยงผู้หญิงเอาไว้คลายเหงา แล้วคนที่แค่จูบก็ยังจูบไม่เป็นอย่างเธอจะไปสู้อะไรผู้หญิงพวกนั้นได้
ด้านจอมทัพที่เห็นว่าเด็กสาวนั่งนิ่งอีกทั้งไม่ยอมพูดอะไรเลย เอาแต่นั่งมองเขาตาปริบๆ ใบหน้าซื่อๆและตาแป๋วๆของเธอทำให้เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าตอนนี้เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ใบหน้าไร้เดียงสาของเธอมันช่างยากที่จะคาดเดาความคิดของเธอได้ เมื่อไม่รู้จะทำยังไง เขาจึงเอ่ยถามคำถามที่ปลุกใจเธอ
"ยัยหนูชอบฉันมากไหม"
ซึ่งมันก็ได้ผล เธอมีปฏิกิริยาตอบกลับมาด้วยการพยักหน้าให้เขา แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอยู่ดี
"ไม่พยักหน้าสิ ยัยหนูพูดออกมาว่าชอบฉันมากไหม"
"ชอบมากค่ะ"
คำตอบของเด็กสาวที่ยอมพูดออกมาทำให้เขาชื่นใจที่สุด แต่เขาก็ยังไม่พอใจ อยากจะได้ยินคำหวานๆจากปากเธออีก จึงเอ่ยถามต่อ
"แล้วรักล่ะ ยัยหนูรักฉันไหม"
ของขวัญที่ไม่รู้ว่าตัวเองถึงขั้นรักอีกคนหรือเปล่า และไม่แน่ใจว่ารักชอบต่างกันอย่างไร แต่ปากก็ตอบออกไปว่า...
"รักค่ะ"
ทำเอานายหัวจอมทัพผู้ที่ใครๆต่างก็เกรงขามยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินเด็กสาวบอกรัก จนทนนั่งมองความน่ารักของเธอเฉยๆไม่ได้จึงช้อนเอวบางจับอุ้มเด็กสาวขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่ง
พรึ่บ!
ทำเอาเด็กสาวตกใจไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน อีกทั้งสองมือเล็กยังยกขึ้นมาวางบนบ่าแกร่ง ขณะหัวใจดวงน้อยเต้นสั่นระรัวเมื่อรับรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งคร่อมตักของอีกคนอยู่ในท่าล่อแหลมเช่นนี้ ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มพูดขึ้น
"ถ้ารักฉันก็จูบฉันบ้างสิ จูบฉันหน่อยนะยัยหนู"
เมื่ออีกคนขอร้อง อีกทั้งใบหน้าหล่อๆที่คล้ายกับส่งสายตาอ้อนเธออยู่ ทำเอาใจดวงน้อยอ่อนยวบ พ่ายแพ้ให้คนแก่อย่างง่ายดายจนตัวเองต้องจนมุม จึงมีแค่ทางเดียวคือบอกเขาไปตรงๆ จึงเลือกที่จะเอ่ยบอกเขาไป
"หนูจูบไม่เป็นค่ะ นายหัวคงไม่ชอบเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างหนู"
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







