Masuk“เรื่องราวในตอนนั้นท่านจำมาได้ตลอดเลยหรือเจ้าคะ?”หวงหยางหมิงทำท่าครุ่นคิด “อืมมม คราแรกข้าก็ลืมเลือนไปบ้าง เพราะพวกเรายังเด็กทั้งคู่ มาจำได้ตอนที่เห็นเจ้ากำลังช่วยเด็กคนหนึ่งที่กำลังถูกจับตัวไป และข้าก็ไปช่วยเจ้าได้ทันพอดี” เซียวเหม่ยอิงฟังและนึกตามคำพูดของสามี ดวงตางามเบิกตากว้างด้วยความตกใจ คน
“ฮ่าฮ่าฮ่า สมแล้วที่เป็นบุตรสาวของเรา ช่างพูด และกล้าขอผู้ชายแต่งงานตั้งแต่เด็กเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด ฮ่าฮ่าฮ่า” หวงหยางหมิงหัวเราะออกมาอย่างอดกลั้นกับการกระทำของบุตรสาว มันเหมือนว่าเขาย้อนเวลากลับไปตอนที่เซียวเหม่ยอิงทำกับเขาในตอนนั้น สมแล้วที่เป็นแม่ลูกกัน เหมือนกันจริง ๆ“ทะ ท่านพี่ ท่านหมายควา
วันนี้บรรยากาศภายในจวนของหวงหยางหมิงเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น หวงจื่อหานอยู่รับประทานอาหารกับหลาน ๆ ของเขาอย่างมีความสุข หลังจากที่รับประทานอาหารและส่งหลานเข้านอนเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลากลับจวนตนเอง“ท่านพ่อนอนค้างที่จวนข้าก็ได้นะขอรับ”“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าก็รู้นิว่าข้ามีเรื่องต้องกลับไปจัดการ”
“แล้วเหตุใดท่านถึงไม่เคยอธิบายให้ข้าฟังบ้างเลย”“ทั้งจวนมีแต่คนของหนิงซู ต่อให้พูดในที่ลับก็มีคนของนางแอบฟังอยู่ดี เฮ้อ ข้ายอมรับผิดที่ข้าเห็นแก่ตัว ที่เห็นอำนาจดีความถูกต้อง” ที่เขามาในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อแก้ตัวแต่อย่างใด มันเป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจมานานเกือบยี่สิบปี อีกอย่างอดีตผ่านมันมาแ
“ท่านพี่ ท่านปู่คือผู้ใดหรือเจ้าคะ”“เดี๋ยวแม่อธิบายให้ฟังเอง พวกเราเข้าไปในเรือนกันดีกว่า” เซียวเหม่ยอิงหันไปมองสามีอย่างรู้หน้าที่ นางจูงมือบุตรชายและบุตรสาวเข้าไปในเรือน เพื่อให้สามีของนางได้พูดคุยกับบิดาตามลำพัง หลังจากที่เซียวเหม่ยอิงได้พาลูก ๆ เข้าไปในเรือนแล้ว หวงหยางหมิงก็นั่งรอคนที่ก
“เจ้าคิดจะมีลูกกี่คนกัน?” องค์รัชทายาทเหลียงซินเผงอดถามสหายตนเองไม่ได้ เพราะหลังจากที่เซียวเหม่ยอิงคลอดบุตรคนแรกไปไม่ทันไร ตอนนี้สหายตัวดีของเขากำลังมีบุตรคนที่สองแล้ว “กระหม่อมเองก็ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ เพราะเรื่องนี้กระหม่อมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ กระหม่อมเพียงทำตามความต้องการฮูหยินตนเองเท่านั้น” คำตอ
“ถึงจะหาของสิ่งนั้นยังไม่เจอ แต่ข้าได้ไปรับของสิ่งนี้มาให้ท่านแม่ทัพนะขอรับ”จางชิงรีบยื่นสิ่งที่ตนไปนำมาให้หวงหยางหมิงโดยเร็ว เพราะเขารู้สึกว่าหากวันนี้เขาไม่มีเรื่องที่นายตนต้องการ ตัวเขาเองคงไม่ได้กลับจวนอีกต่อไป แม้หวงหยางหมิงจะละมือจากพู่กันเพราะต้องยื่นมือไปรับของสิ่งนั้น แต่สายตาของเขายังค
“จนวันที่หงเอ๋อร์กำเนิด เพราะนางคลอดก่อนกำหนดทำให้ตอนเด็กนางตัวเล็กเป็นอย่างมากซ้ำยังเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง ท่านพ่อและท่านแม่ต่างพากันร้องไห้เพราะกลัวว่าหงเอ๋อร์จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ท่านทั้งสองจึงทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะหาหมอหรือหายา ขอแค่ให้นางอยู่รอดปลอดภัยและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัย”นึกถึง
เซียวเหม่ยอิงรับรู้ได้ว่าสามีของนางอารมณ์ไม่ดีเท่าใดนักตั้งแต่ที่กลับมาจากบ้านเดิมของนาง แม้ว่าหวงหยางหมิงไม่แสดงอารมณ์นั้นให้นางเห็นแต่ก็พอจะรับรู้ได้ นางเงยหน้ามองดูคนที่กำลังโอบกอดนาง แต่ใบหน้ากลับเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ท่านพี่” หวงหยางหมิงได้ยินน้ำเสียงอ่อนหวานเรียกตนก็ดึงสติตนเองกล
หึ มุมปากหวงหยางหมิงยกยิ้มเล็กน้อย แล้วเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยนกับฮูหยินของตนเอง“อิงเอ๋อร์ ข้าอยากให้เจ้าไปเอาของขวัญจากข้าที่รถม้าได้หรือไม่” ทุกคนที่ได้ยินคำเรียกเซียวเหม่ยอิงจากปากของหวงหยางหมิงถึงกับพากันตกตะลึง เหตุใดท่านแม่ทัพหวงหยางหมิงถึงได้เรียกนางอย่างสนิทสนมเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าที่เรียกเช่นนี้







