Share

บทที่ 2.1

last update Tanggal publikasi: 2026-03-09 15:14:34

หลังจากส่งจดหมายแล้วเว่ยฮูหยินก็เรียกนางไปพบดังคาด ห้องโถงในเรือนด้านหลังหลี่จื่อเว่ยนั่งกุมใบหน้าร้องไห้ด้วยท่าทางน่าสงสาร กู้ชิงเยว่เดินเข้าไปคารวะแม่สามีจากนั้นนั่งลงตามที่อีกฝ่ายบอก

“เยว่เอ๋อร์ ได้ยินมาว่าวันนี้เจ้าสองคนมีปากเสียงทั้งยังลงไม้ลงมือกันต่อหน้าบ่าวไพร่หรือ”

กู้ชิงเยว่เพียงยิ้มและมองไปยังหลี่จื่อเว่ย “ท่านแม่ ข้าเพิ่งเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลเว่ย ยังไม่ทันได้สอบถามถึงธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูลเว่ยก็อบรมอนุหลี่เสียแล้ว เรื่องนี้ต้องขออภัยจริงๆ แต่ที่จวนตระกูลกู้นั้นทุกคนล้วนยึดตามคำโบราณ ‘อันความในนั้นอย่านำออก อันความนอกนั้นอย่านำเข้า’ เรื่องในจวนตระกูลเว่ยข้ายังไม่กล้าเข้ามาแบ่งเบาเพราะมีท่านแม่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร แต่เรื่องในเรือนของท่านพี่ข้าคงเข้าใจผิดไปเองว่าข้าสามารถดูแล”

เว่ยฮูหยินคล้ายชะงักไปเล็กน้อย นางถึงกับพูดไม่ออกและหันไปมองหลี่จื่อเว่ยหลังได้ยินประโยค ‘ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า’ ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรสะใภ้คนดีก็กล่าวต่อไป

“หากข้าทำผิดท่านแม่ก็สั่งลงโทษข้าเถิด เพียงแต่ข้าอยากได้ความกระจ่างสักเรื่อง ในคืนแต่งงานข้าได้รู้มาจากสาวใช้ว่ามีเกี้ยวถูกส่งเข้าไปยังประตูข้าง”

กล่าวประโยคนี้จบลงสีหน้าของเว่ยฮูหยินก็ยิ่งประดักประเดิด คิดถึงเรื่องในคืนส่งตัวเข้าหอนางได้แต่รู้สึกผิดต่อสะใภ้ยิ่งนัก

กู้ชิงเยว่กล่าวต่อ “จากวันนั้นก็ไม่มีใครกล่าวอะไรกับข้า ดังนั้นข้าจึงเข้าใจผิดคิดว่าท่านพี่รับอนุเข้ามาด้วย”

เว่ยฮูหยินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ก็ถูกแล้วบุตรชายของนางรับอนุเข้าจวนจริงๆ เข้าใจผิดเรื่องใดกัน

“เจ้า!...” หลี่จื่อเว่ยได้ยินก็ใบหน้าแดงก่ำ นางเป็นเพียงอนุเท่านั้น แม้ไม่ได้กล่าวออกมาตรงๆ แต่กู้ชิงเยว่ก็ย้ำเช่นนี้หลายครั้งต่อหน้านาง

กู้ชิงเยว่เลิกคิ้วมองหลี่จื่อเว่ย “ข้าเข้าใจผิดอีกแล้วหรือ? เดิมทีฮูหยินที่แต่งเข้ามาพร้อมกันจะมีฐานะเท่าเทียม สามารถเรียกเป็นพี่น้องดังนั้นจะสนิทสนมกันย่อมเป็นเรื่องดี เจ้าตะโกนเรียกข้าด้วยชื่อแซ่ต่อหน้าบ่าวไพร่ในจวน ดังนั้นข้า...” หญิงสาวขมวดคิ้ว “หรือแท้ที่จริงนางเป็นฮูหยินที่เท่าเทียม ดังนั้นข้าจึงลงโทษนางไม่ได้?”

“เจ้าช่างใจดำอำมหิต รู้ทั้งรู้ว่าข้ากำลังตั้งครรภ์กับพี่เสวียนเจ้ายัง...”

“อ้อ อนุที่รับเข้าประตูข้างทั้งยังตั้งครรภ์ ดังนั้นข้าจึงไม่อาจแตะต้องไม่ว่าเจ้าจะทำตัวราวกับอยู่เหนือคนทุกคน” กู้ชิงเยว่พยักหน้าราวกับรับรู้

“เจ้า!...” ท่าทีของอีกฝ่ายทำให้หลี่จื่อเว่ยถึงกับพูดไม่ออก

“เว่ยเว่ย เจ้าหยุดเถิด พวกเจ้าออกไปให้หมดแม่นมหลินอยู่ก็พอ” เว่ยฮูหยินไล่สาวใช้ออกไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงแม่นมหลิน กู้ชิงเยว่ตบหลังมือเสี่ยวซูเบาๆ บอกว่านางรับมือได้

ชนชั้นสูงให้ความสำคัญต่อคุณธรรมและจรรยา รวมไปถึงลำดับขั้น เว่ยฮูหยินเองก็ได้รับการสั่งสอนมาอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังดูแลจวนตระกูลเว่ยกว่าสามร้อยชีวิต นางไหนเลยไม่ตระหนักถึงความสำคัญในข้อนี้

จากบนลงล่าง จากนายสู่บ่าว...

ฮูหยินเอกย่อมมีสิทธิ์มีเสียง ทั้งยังมีอำนาจเหนืออนุโดยไม่มีข้อแม้ แม้ได้รับความโปรดปรานเพียงใดแต่อนุก็คืออนุ เรื่องนี้แม้แต่นายของจวนก็ไม่อาจสอดมือ

หากเรื่องแพร่ออกไป นายของจวนหลงใหลอนุจนไม่ให้เกียรติฮูหยินเอก กระทั่งฮูหยินเอกสามารถตีกลองร้องทุกข์ นั่นจะยิ่งถูกประณามและทำให้ชื่อเสียงของตระกูลมัวหมอง

...นี่นับเป็นเรื่องที่ชนชั้นสูงยึดถือมายาวนาน

นับจากต้าฉินก่อตั้งไม่มีอนุคนใดสามารถหมิ่นเกียรติฮูหยินเอก ทั้งยังไม่อาจไม่เคารพและลามปาม ยังไม่นับว่าสะใภ้ของนางเป็นถึงบุตรสาวตระกูลกู้ ตระกูลแม่ทัพที่คนทั่วทั้งแคว้นยกย่องสรรเสริญในคุณงามความดี

เว่ยฮูหยินถอนหายใจออกมา “เยว่เอ๋อร์ ตระกูลเว่ยทำผิดต่อเจ้าหลายเรื่องจริงๆ ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ตั้งแต่วันงานจนถึงตอนนี้ความชัดเจนใดๆ หรือก็ไม่มีให้เจ้า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.7 จบ

    กู้ชิงเยว่ถูกเขาเคี่ยวกรำจนทนไม่ไหว นางเลื่อนมือไปคว้าจับเอวสอบ “ดะ...ได้โปรด ท่านพี่” นางเว้าวอนเสียงหวานเว่ยเสวียนเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เขาคำรามดังลั่นเมื่อเอนกายลงและกระทั้นแก่นกายร้อนหนักหน่วงความปรารถนาแล่นพล่าน ความซาบซ่านตอบรับจังหวะเร่งร้อนรัวเร็ว เสียงกระทบกระทั้นยิ่งเร่งเร้าความสุขสมให้ได้รับการเติมเต็มกู้ชิงเยว่ศีรษะโยกคลอนกับการจ้วงลึกอย่างถึงแก่น ชั่วขณะที่เว่ยเสวียนจ้วงลึกกดเกร็ง นางกรีดร้องออกมาพร้อมกับร่างที่สะท้านเยือก...“อ๊า!”คนทั้งสองปลดปล่อยความพร่าพรายสุขสมออกมาอย่างท่วมท้น มันมากมายและอิ่มเอมกระทั่งหญิงสาวแทบขาดใจ นางแอ่นเอวอ่อนรับการจ้วงลึกอีกครั้ง...อีกครั้ง และอีกครั้ง...ทุกครั้งรับรู้ว่าเขาเองก็ปลดปล่อยออกมาจนเปียกชุ่ม“เยว่เอ๋อร์ของข้า ยอดรักของข้า” เขากระซิบเสียงพร่าหัวใจยังคงเต้นรัวแรงกู้ชิงเยว่กอดศีรษะของเขาเอาไว้ ไม่อยากผละจากแม้เหน็ดเหนื่อยจนดวงตาแทบจะปิด อีกทั้งร่างทั้งร่างของนางและเขาก็เปียกชื้นด้วยเหงื่อไคลเว่ยเสวียนยังคงทาบทับร่างของหญิงสาวเอาไว้ เขาหยัดกายขึ้นเพราะเกรงว่านางจะเจ็บ สานสบดวงตางดงามจากนั้นยิ้มออกมา“ข้าพาเจ้าไปล้างตัวเจ้าจะได้

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.6

    เว่ยเสวียนจับข้อมือของนางดึงให้นางลุกขึ้นมานั่งลงบนตัก เพียงแต่กู้ชิงเยว่กลับนั่งคร่อมลงไปเผชิญหน้ากับเขา สองมือของนางวางทาบใบหน้าของเขา มองเขานิ่ง...“ท่านพี่”“หืม”“ท่านแม่บอกว่าตอนนี้ลูกจวินก็โตแล้ว เรา...สมควรมีบุตรสาวตัวน้อยๆ อีกสักคน” นางกล่าวจบก็เงยหน้าจุมพิตเขาแผ่วเบาเว่ยเสวียนประหลาดใจเล็กน้อย ตลอดมาทั้งเขากับนางมิใช่ไม่เคยร่วมหอกอดก่าย แต่อาจเพราะเขาเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหาร นางเองก็ต้องดูแลเว่ยกู้จวิน ไม่ก็ดูแลจวนทั้งสองต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ ดังนั้นช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันอย่างดูดดื่มจึงหาได้ยากยิ่งบางที...การออกมาเพียงสองคนเช่นนี้เว่ยเสวียนลูบเอวอ่อนของนางเบาๆ จุมพิตเกี่ยวกระหวัดตอบรับนางอย่างลึกล้ำ ความปรารถนาลุกโชนเมื่อนางเองก็บดเบียดตัวตนกับหน้าตักของเขาอย่างยั่วยวนกู้ชิงเยว่สอดสองมือกอดไหล่กว้าง นางเบียดส่วนหน้ากับอกแกร่ง รับรู้ถึงฝ่ามือร้อนที่กำลังสอดผ่านสาบเสื้อเข้ามากอบกุมอกอิ่ม นางเพิ่งอาบน้ำในทะเลสาบผิวกายจึงเนียนนุ่มละมุน เขาเคล้นคลึงสลับลูบไล้ จุมพิตเร่าร้อนกำลังเร่งร้อนและเรียกร้องมากขึ้นกู้ชิงเยว่ดึงสายคาดเอวของเว่ยเสวียนออก ดันตัวเสื้อของเขาลงจากล

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.5

    ...ดังนั้นคนทั้งเมืองหลวงจึงได้เห็นว่าท่านแม่ทัพน้อยเว่ยเสวียนในสภาพมอมแมม ขาไปเร่งร้อนราวเกิดเรื่องด่วน ที่ไหนได้เขารีบไปรับฮูหยินน้อยของตนกลับจวนนี่เอง...ในคืนวันนั้นหลังบุตรชายเข้านอนกู้ชิงเยว่ชงชาออกมานั่งเล่นในสวน เว่ยเสวียนตามมานั่งลงข้างๆ นาง จิบชาผู่เอ๋อท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายเห็นเขามีท่าทางไม่สบายใจกู้ชิงเยว่ยื่นมือไปจับมือเขา วันนี้ได้พูดในสิ่งที่อยู่ในใจของตนมานาน ทั้งที่นางไม่เคยพูดออกมาแม้แต่กับเว่ยเสวียน หัวใจของนางคล้ายรู้สึกได้รับการปลดปล่อย“ท่านพี่”เขากุมมือนางเอาไว้ “ข้าทำให้เจ้าลำบากอีกแล้ว” เขามีสีหน้ารู้สึกผิดอีกแล้ว...“เว่ยเสวียน เราสองคน...ปล่อยวางดีหรือไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องยึดติดกับบาดแผลในใจข้า ข้าก็จะไม่ยึดติดกับความผิดพลาดของท่านในอดีต นับตั้งแต่วันนี้เราสองคนมาค่อยๆ ลืมมันไปด้วยกันดีหรือไม่”เขามองนางคล้ายไม่อยากจะเชื่อ “เยว่เอ๋อร์...เจ้า”นางยิ้มให้เขาเอนศีรษะลงซบไหล่เขา ยื่นสองแขนกอดเอวเขาเอาไว้ “ข้าเองก็รู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์จริงๆ ทั้งๆ ที่ข้าก็รักท่าน และรับรู้ว่าท่านก็รักและพยายามปกป้องข้า แล้วเพราะเหตุใดเพียงเพราะเรื่องในอดีต กลับทำให้ทั้งท่านแ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.4

    “เพราะเขาปล่อยให้หม่อมฉันตกลงไป เขาเลือกที่จะช่วยอนุของเขาที่เขาคิดว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่”ได้ยินเช่นนั้นเห็นชัดว่าองค์หญิงสูงศักดิ์ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน นางมีท่าทีตกใจ ตื่นตระหนก ทั้งยังไม่อยากจะเชื่อ “แล้วทำไมเจ้ายัง...”“ทำไมหม่อมฉันยังกลับมากับเขาน่ะหรือเพคะ” นางยิ้มบาง “องค์หญิงเพคะ คนทุกคนล้วนเคยผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น ข่าวลือพวกนั้นทำให้ทรงอยากรู้จักเว่ยเสวียนมากขึ้น บวกกับเขาเคยช่วยองค์หญิงเอาไว้ ไม่แปลกที่จะทรงหลงใหลและหวั่นไหวกับสิ่งที่ทรงทอดพระเนตรเห็น ถึงอย่างนั้นทรงตรัสว่าชอบเขา เช่นนั้นทรงรู้จักเขาดีเพียงใด”เงียบ...ไม่มีคำตอบ ดังนั้นกู้ชิงเยว่จึงกล่าวต่อ“ไม่มีผู้ใดเพียบพร้อมไปทุกด้าน คนทุกคนล้วนมีข้อดีและข้อเสีย หม่อมฉันเองก็เช่นกัน ทรงอย่าลืมว่าเว่ยเสวียนเองก็เป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไป เพียงแต่เขาอาจจะมีข้อดีกว่าใครหลายคน เพราะที่ผ่านมาเขาพยายามแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง นี่คือเหตุผลในหลายๆ ข้อที่หม่อมฉันยอมตามเขากลับมาเมืองหลวง หากทรงตรัสว่าจะเสกสมรสแต่กลับนัดหมอมฉันออกมาเงียบๆ เกรงว่าฮองเฮาคงตรัสเรื่องนี้กับเขามาแล้ว ดังนั้นเมื่อคืนเขาจึงไม่กลับจวน หากให้หม่อมฉันเดา

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.3

    สงครามที่คล้ายจบแต่กลับทิ้งบาดแผลมากมายให้กับคนหลายคน ฮ่องเต้ทรงตระหนักดีว่าเว่ยเสวียนต้องพานพบและสูญเสียสิ่งใด โชคยังดีที่เขาได้สิ่งที่สูญเสียบางส่วนกลับมา ถึงอย่างนั้นบาดแผลที่มีก็ยังไม่อาจลบเลือนสองสามีภรรยาอุ้มลูกเดินออกมาจากตำหนักใหญ่ ระหว่างทางยังบังเอิญได้พบกับฮองเฮาและองค์หญิง แม้บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดีระหว่างสนทนา แต่สายตาขององค์หญิงหวนจูที่มองมายังเว่ยเสวียน กลับทำให้กู้ชิงเยว่หัวใจเย็นเยียบนางไม่ได้แสดงท่าทีใด ทั้งยังไม่ได้กล่าวถึงหลังกลับจวน ทว่า...ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งในวังหลวง หรืองานเลี้ยงในจวนขุนนางใหญ่ กู้ชิงเยว่สังเกตเห็นแล้วว่าหากปฏิเสธไม่ได้ เขาก็มักจะขอให้นางติดตามไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะหาข้ออ้างกลับจวนเร็วขึ้นนางไหนเลยไม่สังเกตเห็น งานเลี้ยงทุกงานองค์หญิงหวนจูผู้นั้นล้วนประทับอยู่ด้วย!!!จากเมืองหลวงไปหลายปี กู้ชิงเยว่กลับลืมเลือนไปแล้วว่าข่าวลือนั้นเป็นเหมือนดาบสองคม เรื่องราวของเว่ยเสวียนทำให้สตรีในเมืองหลวงล้วนอิจฉานางแทบทั้งสิ้นแต่ละคนมองแค่เพียงการที่เขายอมตาย แต่ยังคงดึงดันไปตามหานาง ไม่ได้มองถึงเหตุเบื้องลึก เบื้องหลัง หรือแม้กระท

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.2

    “ดีๆ ได้ลูกชาย คนโตเป็นลูกชาย”ทุกคนเข้ามายินดีกับเขา แต่เขากลับตะโกนถามเข้าไป “เยว่เอ๋อร์เล่า นางเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยหรือไม่”เสียงหัวเราะดังออกมาจากด้านใน “นางปลอดภัยดี เจ้าไม่ต้องห่วง อีกเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าหนูไปให้เจ้าดู ตัวใหญ่แข็งแรงเชียว”เว่ยเสวียนได้ยินก็โล่งอก เขาเดินไปมาหน้าประตู เมื่อประตูถูกเปิดออกเขาก็ชะโงกหน้าเข้าไปมองหากู้ชิงเยว่ ท่านยายหลิวอุ้มบุตรชายของเขาออกมา เขาอุ้มบุตรชายเอาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ“ข้าเข้าไปหาเยว่เอ๋อร์ได้แล้วหรือยัง”“รออีกนิดเถิด รอตอนนำเจ้าหนูไปให้นมเจ้าค่อยเข้าไปดูนาง”“ทำไมเล่านางเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าบอกแล้วว่านางไม่เป็นไรเพียงเหนื่อยเท่านั้น อีกเดี๋ยวให้นางพักเจ้าค่อยเข้าไป”“ขอรับ ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณพวกท่านที่ช่วย”เหล่าผู้อาวุโสหัวเราะกับท่าทางของเว่ยเสวียน พวกเขาอดที่จะเอ็นดูบุรุษตัวใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิรบแล้วรอดตายมาได้ แต่ตอนนี้กลับมีท่าทางราวกับคนไม่รู้ความไม่ผิดกู้ชิงเยว่ลืมตาขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า สิ่งแรกที่นางมองเห็นก็คือสายตาห่วงใยของเว่ยเสวียน เขาจับมือนางแนบเข้ากับแก้ม โน้มตัวลงลูบหน้าผากนางเอ่ยถามเสียงเบา “เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.3

    เมื่อกลับออกมาจากเรือนของเว่ยฮูหยิน หลี่จื่อเว่ยมีท่าทีอ่อนลงมาก แม้ใบหน้าและดวงตาไม่ยินยอม แต่ท่าทีก็ไม่นับว่าเลวร้ายเช่นเมื่อก่อนกู้ชิงเยว่มิใช่คนใจแคบ นางเพียงเดินออกมากับเสี่ยวซูไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะกลับเรือนหรือไปที่ใดอีก ทั้งยังไม่ได้กล่าววาจาเหยียบย่ำอีกฝ่าย“คุณหนู” เสี่ยวซูรินชาร้อนให้ผู

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 2.2

    “ข้าไม่เคยนึกตำหนิท่านแม่เลยเจ้าค่ะ เพียงแต่หลายๆ เรื่องอยากให้เวลากับทุกๆ ฝ่ายได้ปรับตัวเช่นกันกับตัวข้า อีกทั้งตอนนี้บ้านเมืองระส่ำระสายเพราะสงคราม ข้าจึงไม่ได้กล่าวถึงให้ท่านแม่ไม่สบายใจ เพียงแต่จากบนลงล่าง จากนายสู่บ่าว ทุกอย่างล้วนจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์และคงไว้ซึ่งลำดับขั้น หาไม่ในยามคับขันในจวนจ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 1.5

    เช้าวันต่อมากู้ชิงเยว่ยังคงตื่นแต่เช้าเข้าไปคารวะแม่สามี ใจหนึ่งก็กังวลว่าอีกฝ่ายจะกังวลจนล้มป่วย สามีและบุตรชายออกรบ ผู้อยู่เบื้องหลังเองก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งเว่ยฮูหยินเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและดูเป็นคนใจอ่อน ยังดีที่ข้างกายมีแม่นมและท่านพ่อบ้านคอยช่วยในเรื่องต่างๆ จวนตระกูลเว่ยจึงไม่เกิดความวุ่นวายขึ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 1.4

    เมื่อกลับมาถึงจวนตระกูลเว่ย กู้ชิงเยว่ได้แต่ลอบถอนใจเมื่อบรรยากาศกลับเงียบงันจนวังเวง นางรู้มาจากพ่อบ้านว่าแม่ทัพเว่ยกับเว่ยเสวียนออกไปรวบรวมคนที่ค่ายทหาร หากนางอยากออกไปส่งกองทัพก็จะได้พบทั้งสองในอีกสองวันหญิงสาวพยักหน้าและถามถึงเว่ยฮูหยิน พ่อบ้านมีท่าทีเคร่งเครียดก่อนกล่าว “ฮูหยินรองของแม่ทัพน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status