Home / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 19 ยาบำรุงมังกร

Share

ตอนที่ 19 ยาบำรุงมังกร

last update publish date: 2026-05-22 01:04:30

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านมุกของตำหนักฉีเสียง บรรยากาศภายในตำหนักบัดนี้ดูโอ่อ่าและเปี่ยมไปด้วยอำนาจยิ่งกว่าเดิม สมกับฐานะของ "หลินหวงกุ้ยเฟย" ผู้กุมหัวใจมังกรไว้ในกำมือ ทว่าท่ามกลางความสงบสุขที่ฉาบไว้บนใบหน้า หลินชิงเยียนกลับกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการตรวจคัดแยกสมุนไพรบนโต๊ะไม้พยุงตัวยาอย่างระมัดระวัง

"พระสนมเพคะ นี่คือโสมแดงพันปีและรังนกนางแอ่นเลือดที่ฝ่าบาทประทานมาให้เมื่อครู่เจ้าค่ะ" ชุ่ยเอ๋อร์วางถาดเงินลงอย่างนอบน้อม "แต่เหตุใดท่านถึงต้องมานั่งคัดแยกตัวยาด้วยตนเองเช่นนี้เล่าเพคะ? งานพวกนี้ให้หมอหลวงจัดการมิดีกว่าหรือ?"

ชิงเยียนหยิบรากโสมขึ้นมาพิจารณา แววตาของนางนิ่งลึก "หมอหลวงงั้นหรือ? ในวังที่กำแพงมีหูหน้าต่างมีตา ข้ามิอาจวางใจให้ใครมาแตะต้องสิ่งที่มังกรจะเสวยเข้าสู่ร่างกายได้ แม้แต่หมอหลวงที่ดูภักดีที่สุดก็ตาม"

นางวางโสมลงแล้วหยิบ 'หญ้าหิมะค้างปี' สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นจัดขึ้นมาผสมลงในโถบด "ฝ่าบาททรงงานหนักเพื่อกวาดล้างอำนาจเก่า ร่างกายของพระองค์เต็มไปด้วย 'ไฟธาตุ' ที่รุ่มร้อน หากข้าไม่ดูแลปรุงยาบำรุงด้วยตนเอง ใครจะรู้ว่ามือมืดที่ซ่อนอยู่อาจจะใส่สิ่งที่ทำให้มังกรต้องหลับใหลไปตลอดกาลลงไปเมื่อไหร่"

ณ ห้องทรงอักษรกลาง

เซียวจื่อเซียนนั่งนิ่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีการ้องเรียนเรื่องความอดอยากของราษฎรในแถบชายแดน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่ตระกูลขุนนางเก่าโกงกินงบประมาณไปนานนับสิบปี พระองค์ทรงนวดขมับที่เต้นตุบด้วยความเครียดสะสม ใบหน้าคมสันดูซูบเซียวลงไปเล็กน้อย แต่อำนาจในแววตายังคงแข็งแกร่ง

"ฝ่าบาท... หวงกุ้ยเฟยขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ พร้อมกับนำยาบำรุงมาถวายด้วยพระองค์เอง" เสียงกงกงประกาศ

ทันทีที่ได้ยินชื่อของชิงเยียน รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากก็ปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ "ให้นางเข้ามา"

ชิงเยียนเดินเข้ามาพร้อมกับถาดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดที่มีถ้วยยาส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรป่า นางย่อกายลงอย่างงดงามก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แท่นทรงงาน

"ทรงพักผ่อนบ้างเถิดเพคะ" ชิงเยียนเอ่ยเสียงนุ่มพลางวางถ้วยยาลง "ยาบำรุงถ้วยนี้หม่อมฉันเป็นคนเคี่ยวเองกับมือ มีฤทธิ์ช่วยดับไฟในร่างกายและช่วยให้การไหลเวียนของลมปราณดีขึ้นเพคะ"

เซียวจื่อเซียนรับถ้วยยาขึ้นมาจิบ รสชาติของมันไม่ขมอย่างยาหมอหลวงทั่วไป แต่กลับมีความหวานปนฝาดที่ชวนให้รู้สึกสดชื่น "ยาของเจ้า... มักจะทำให้ข้าใจเย็นลงเสมอ ชิงเยียน"

พระองค์วางถ้วยยาลงแล้วรวบมือของชิงเยียนมากุมไว้ "เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ขุนนางหลายคนเริ่มรวมกลุ่มกันประท้วงเรื่องที่ข้าถอดถอนตระกูลฉินและตระกูลเซี่ย พวกเขาอ้างว่าข้าทำเกินกว่าเหตุ และขอให้ข้าแต่งตั้งสตรีจากตระกูลใหญ่คนใหม่ขึ้นมาเป็นฮองเฮาเพื่อคานอำนาจเจ้า"

ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน "พวกเขากำลังหวาดกลัวเพคะฝ่าบาท... กลัวว่าหากข้าได้นั่งบนบัลลังก์หงส์จริงๆ ความลับที่พวกเขาร่วมกับตระกูลเก่าโกงกินแผ่นดินจะถูกเปิดโปงจนหมดสิ้น"

"แล้วเจ้าเล่า? เจ้าอยากนั่งบนบัลลังก์นั่นหรือไม่?" เซียวจื่อเซียนจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง

"ตำแหน่งฮองเฮามีไว้สำหรับผู้ที่มีความสามารถในการปกครองวังหลังเพคะ" ชิงเยียนตอบอย่างถล่มตัว "แต่สำหรับหม่อมฉัน... การได้อยู่เคียงข้างพระองค์ในฐานะสตรีที่พระองค์ไว้ใจที่สุด นั่นคือบัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจหม่อมฉันแล้วเพคะ"

คำพูดที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความภักดีทำให้ฮ่องเต้ทรงรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เหนือกว่าอำนาจใดๆ "ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาบงการหัวใจข้าได้อีก ชิงเยียน... ยาบำรุงมังกรของเจ้าไม่ได้เพียงแต่บำรุงร่างกาย แต่บำรุงความมุ่งมั่นของข้าด้วย"

ทว่าภายใต้ความหวานชื่นนั้น ภัยมืดกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในเงามืดของ 'โรงครัวหลวง'

นางกำนัลคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยรับใช้ฉินกุ้ยเฟย ลอบนำผงสีขาวละเอียดบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ นางมองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะโปรยผงนั้นลงในถังน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหารสำหรับตำหนักหวงกุ้ยเฟย

"หลินชิงเยียน... เจ้าทำลายเจ้านายข้า เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้เสวยสุขนานนักเลย" นางกำนัลพึมพำด้วยความแค้น "ผง 'รากมาร' นี้ไม่มีรสไม่มีกลิ่น แต่มันจะค่อยๆ กัดกินหัวใจของผู้ที่ได้รับเข้าไปทีละน้อยจนกว่าร่างกายจะทรุดโทรมลงเหมือนใบไม้ที่แห้งเหี่ยว"

นางกำนัลคนนั้นหารู้ไม่ว่า ทุกการเคลื่อนไหวของนางถูกจับจ้องโดยสายตาของ 'องครักษ์เงา' ที่ชิงเยียนวางระบบไว้ตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นเป็นหวงกุ้ยเฟย

ในเย็นวันนั้น ขณะที่ชิงเยียนกำลังจะเริ่มรับประทานอาหารค่ำ องครักษ์เงาก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าพร้อมกับคุมตัวนางกำนัลคนดังกล่าวมาด้วย

"ทูลหวงกุ้ยเฟย... เราจับหนูสกปรกได้ในโรงครัวพะยะค่ะ" องครักษ์รายงานพลางโยนห่อผงรากมารลงบนโต๊ะ

ชิงเยียนมองผงนั่นด้วยสายตาเย็นเยียบ นางไม่ได้ตกใจหรือกรีดร้อง แต่นางกลับหยิบถ้วยแกงที่เพิ่งปรุงเสร็จมาวางตรงหน้านางกำนัลคนนั้น

"เจ้าบอกว่ายาสิ่งนี้ไม่มีรสไม่มีกลิ่นงั้นหรือ?" ชิงเยียนเอ่ยเสียงเรียบ "เช่นนั้น... เจ้าก็ช่วยชิมแกงถ้วยนี้ให้ข้าดูหน่อยสิว่ารสชาติของความแค้นที่เจ้าใส่ลงไป มันจะหอมหวานเหมือนที่เจ้าหวังไว้หรือไม่"

"พระสนม! ได้โปรดเมตตาด้วย! หม่อมฉันถูกบังคับ!" นางกำนัลคุกเข่าอ้อนวอนด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม

"ใครบังคับเจ้า?" ชิงเยียนเดินเข้าไปใกล้ "ตระกูลขุนนางที่อยู่เบื้องหลังฉินกุ้ยเฟยใช่หรือไม่? หรือจะเป็นพวกที่อยากจะส่งลูกสาวเข้ามาเป็นฮองเฮาแทนข้า?"

นางกำนัลนิ่งเงียบ ไม่ยอมปริปากบอกชื่อผู้บงการ ชิงเยียนถอนหายใจยาว แววตาของนางบัดนี้ไร้ซึ่งความสงสาร "ในวังนี้... ความภักดีที่ผิดที่ผิดทางมักจบลงด้วยความตายเสมอ ชุ่ยเอ๋อร์... นำตัวนางไปส่งให้กงกงฝ่ายในจัดการตามกฎวังหลังอย่างเด็ดขาดที่สุดเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง"

เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว ชิงเยียนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ นางมองดูถ้วยยาบำรุงที่เหลืออยู่เพียงก้นถ้วย

"ยาบำรุงมังกรของข้าอาจจะรักษาพระวรกายของฝ่าบาทได้... แต่ข้าต้องแข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อที่จะเป็นกำแพงที่ไม่มีวันพังทลายให้แก่พระองค์"

ชิงเยียนรู้ดีว่าศึกครั้งต่อไปไม่ใช่เพียงการต่อสู้กับสตรีในวังหลัง แต่เป็นการต่อสู้กับขุนนางเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะล้มอำนาจของนางและฮ่องเต้ และนางจะใช้ "ยาบำรุง" ทุกหยดที่นางปรุง... เพื่อเสริมสร้างรากฐานของนางให้มั่นคงจนไม่มีใครกล้าสั่นคลอน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 20 การล้างบางของสนมฝ่ายร้าย

    บรรยากาศในวังหลังภายหลังการล่มสลายของฉินกุ้ยเฟยไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด แม้ขั้วอำนาจใหญ่จะถูกทำลาย แต่เหล่าสนมที่เคยเป็น "นกต่อ" และ "สมุนรับใช้" ของตระกูลขุนนางเก่ากลับยิ่งดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด พวกนางรวมกลุ่มกันเป็นคลื่นใต้น้ำ คอยขัดขวางการบริหารงานวังหลังของหลินหวงกุ้ยเฟย และลอบส่งข่าวทำลายชื่อเส

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 18 พี่สาวที่ล่มจม

    ภายใต้ฟ้าเดียวกันกับที่วังหลวงอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าที่กระท่อมดินซอมซ่อชายป่าเมืองหลวงกลับมีเพียงเสียงไอโขลกและกลิ่นอายของความอนาถา หลินเยี่ยฉือนั่งกอดตัวเองอยู่บนแคร่ไม้ที่ปูด้วยฟางแห้ง เสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบระคายผิวจนทำให้นางคันคะเยอไปทั้งตัว มือที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้แตกเป็นขุยและมีแผลตกสะเก็ดจ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 17 ค่ำคืนที่อ่อนโยน

    ท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งสงบลง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีที่เบ่งบานอยู่รอบตำหนักฉีเสียงเข้ามาด้านใน บรรยากาศภายในห้องบรรทมวันนี้ไม่ได้ถูกประดับประดาด้วยพิธีการที่หรูหราจนอึดอัด แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบและแสงเทียนที่สลัวรางหลินชิงเยียนนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง นางไม่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 16 ความพ่ายแพ้ของนางพญา

    บรรยากาศภายในตำหนักฉีเสียงในยามเย็นวันนี้ดูขรึมขลังกว่าทุกวัน แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มจัดอาบชโลมยอดหลังคากระเบื้องเคลือบจนดูราวกับถูกชุบด้วยทองคำแท้ หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่ในฉลองพระองค์สีแดงเข้มปักลายโบตั๋นด้วยดิ้นทองนูนเด่น ซึ่งเป็นชุดสำหรับตำแหน่ง "หวงกุ้ยเฟย" ที่พระองค์เพิ่งได้รับสถาปนาอย่างเป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status