Home / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 20 การล้างบางของสนมฝ่ายร้าย

Share

ตอนที่ 20 การล้างบางของสนมฝ่ายร้าย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-22 01:04:55

บรรยากาศในวังหลังภายหลังการล่มสลายของฉินกุ้ยเฟยไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด แม้ขั้วอำนาจใหญ่จะถูกทำลาย แต่เหล่าสนมที่เคยเป็น "นกต่อ" และ "สมุนรับใช้" ของตระกูลขุนนางเก่ากลับยิ่งดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด พวกนางรวมกลุ่มกันเป็นคลื่นใต้น้ำ คอยขัดขวางการบริหารงานวังหลังของหลินหวงกุ้ยเฟย และลอบส่งข่าวทำลายชื่อเสียงของนางไปยังขุนนางภายนอก

หลินชิงเยียน นั่งอยู่ ณ ศาลาริมสระบัวมรกต สถานที่ที่นางเคยถูกลอบทำร้าย บัดนี้นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทะยานฟ้า ดูน่าเกรงขามและสง่างามจนไม่มีใครกล้าสบตา ในมือของนางคือบัญชีรายชื่อ "นางสนม" ที่มีความสัมพันธ์ลับกับขุนนางกังฉินที่ถูกยึดทรัพย์ไป

"ถึงเวลาถอนรากถอนโคนเสียที" ชิงเยียนเปรยเสียงเรียบ "ชุ่ยเอ๋อร์ สั่งการลงไป... วันนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงน้ำชา 'ชำระวังหลัง' เชิญสนมทุกคนที่มีรายชื่อในฎีกาลับนี้มาให้ครบ อย่าให้ขาดแม้แต่คนเดียว"

ณ หอเป่าอัน (หอแห่งความสงบ)

สนมกลุ่มหนึ่งนำโดย สนมเอกเหยา และ สนมหลี่ ซึ่งเคยเป็นมือขวาของฉินกุ้ยเฟย นั่งรอด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกนางต่างรู้ดีว่าช่วงนี้หวงกุ้ยเฟยกำลังกวาดล้างอำนาจเก่าอย่างหนัก

"พวกเราต้องรวมตัวกันไว้" สนมเหยากระซิบ "หากนางถามเรื่องเงินสนับสนุนจากตระกูลฉิน ให้บอกว่าเป็นเงินสินเดิมจากทางบ้าน อย่าได้ปริปากเรื่องอื่นเด็ดขาด"

ทันใดนั้น เสียงขันทีประกาศก้องบอกถึงการมาถึงของหวงกุ้ยเฟย ชิงเยียนเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ตามหลังด้วยกองกำลังนางกำนัลและขันทีฝ่ายตรวจการที่ถือกล่องไม้หลายใบตามมาด้วย

"พี่หญิงทุกท่าน... ลำบากพวกท่านแล้วที่ต้องมาพบข้าในยามเช้าเช่นนี้" ชิงเยียนนั่งลงบนประธาน "ข้ามาวันนี้มิได้มีเจตนาจะรบกวนเวลาพักผ่อน แต่มีเรื่องสำคัญที่เกี่ยวพันถึงความมั่นคงของวังหลวงและราชบัลลังก์ที่ต้องสะสางให้จบสิ้น"

ชิงเยียนเปิดกล่องไม้ใบแรกออก ภายในคือจดหมายลับนับสิบฉบับที่ถูกเขียนด้วยรหัส

"สนมหลี่..." ชิงเยียนเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "จดหมายที่เจ้าส่งออกไปหาท่านโหวตระกูลเว่ยเมื่อสามวันก่อน ที่กล่าวหาว่าฝ่าบาททรงลุ่มหลงสุรานารีและละเลยราชกิจ... เจ้ามีคำอธิบายอย่างไร?"

สนมหลี่หน้าซีดเผือด "หม่อมฉัน... หม่อมฉันมิได้ทำเพคะ! นั่นต้องเป็นของปลอม!"

"ของปลอมงั้นหรือ? แต่ตราประทับขี้ผึ้งที่ก้นซองน่ะ มันคือตราประจำตัวของเจ้าที่ฝ่าบาทประทานให้เมื่อปีกลาย" ชิงเยียนโยนจดหมายลงบนโต๊ะ "การใส่ร้ายฮ่องเต้คือโทษประหาร แต่การเป็นสายลับส่งข่าวภายในให้ขุนนางภายนอกเพื่อเตรียมการก่อกบฏ... นั่นคือโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร!"

ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมห้องประทับ สนมคนอื่นๆ เริ่มนั่งไม่ติดที่ ชิงเยียนหันไปหาสนมเอกเหยา

"ส่วนพี่หญิงเหยา... เครื่องประดับทับทิมที่ท่านสวมอยู่ บัญชีในกรมพระคลังระบุว่าเป็นของที่หายไปจากคลังหลวงเมื่อห้าปีก่อนยามที่ตระกูลฉินเรืองอำนาจ ท่านได้รับมันมาได้อย่างไร? หรือจะต้องให้ข้าเรียกตัวขันทีฝ่ายคลังมาเป็นพยานว่าท่าน 'ติดสินบน' เพื่อขโมยของหลวงมาประดับกาย?"

สนมเหยาทรุดตัวลงคุกเข่า "หวงกุ้ยเฟยเมตตาด้วย! หม่อมฉันเพียงแต่ทำตามคำสั่งของกุ้ยเฟยในตอนนั้น!"

"คำสั่งของคนตายมิอาจใช้เป็นข้ออ้างในการทำผิดกฎหมายได้" ชิงเยียนยืนขึ้น "พวกท่านทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ ต่างใช้ตำแหน่งสนมบังหน้าเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลตัวเองและกดขี่นางกำนัลชั้นผู้น้อย วันนี้ข้าขอประกาศในนามของหวงกุ้ยเฟย... ผู้ที่มีรายชื่อในฎีกานี้ทุกคนจะถูกถอดบรรดาศักดิ์ ยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ และเนรเทศไปอยู่วัดชีท้ายวังเพื่อสำนึกผิดตลอดชีวิต!"

"ไม่! ท่านไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้! ฝ่าบาททรงโปรดปรานพวกเรา!" สนมคนหนึ่งกรีดร้อง

"ฝ่าบาททรงมอบอำนาจสิทธิ์ขาดในการจัดการวังหลังให้ข้าแล้ว" ชิงเยียนเอ่ยเสียงเฉียบขาด "และหากใครคิดจะขัดขืน... ทหารฝ่ายในพร้อมจะนำตัวพวกท่านไปส่งที่คุกหลวงทันที เลือกเอาเถิดว่าจะไปอยู่วัดชีอย่างสงบ หรือจะไปนอนในคุกมืดเพื่อรอวันประหาร!"

การ "ล้างบาง" ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สนมฝ่ายร้ายที่เคยหยิ่งยโสถูกลากตัวออกไปทีละคน ท่ามกลางสายตาของนางกำนัลและขันทีที่เคยถูกพวกนางกดขี่ บรรยากาศที่เคยหนักอึ้งในวังหลังเริ่มปลอดโปร่งขึ้นราวกับเมฆหมอกที่ถูกพัดพาไป

ในเย็นวันนั้น ชิงเยียนเข้าเฝ้าเซียวจื่อเซียนในห้องทรงอักษร

"จัดการหมดแล้วหรือ?" ฮ่องเต้ตรัสถามโดยมิได้เงยพระพักตร์จากฎีกา

"เพคะฝ่าบาท... วังหลังบัดนี้สะอาดบริสุทธิ์ ขุนนางที่เคยฝากเข็มพิษไว้ข้างกายพระองค์ถูกถอนรากถอนโคนจนสิ้น" ชิงเยียนเดินเข้าไปนวดไหล่ให้พระองค์อย่างเบามือ

เซียวจื่อเซียนวางพู่กันลงแล้วรวบตัวนางมากอด "เจ้าช่างเด็ดขาดนัก ชิงเยียน... ข้าภูมิใจที่เลือกเจ้ามาเป็นโล่และดาบให้ข้า บัดนี้ราชสำนักและวังหลังสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว แผ่นดินชิงจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง"

ชิงเยียนซบหน้าลงบนบ่าของพระองค์ นางรู้ดีว่าการล้างบางครั้งนี้ไม่ได้เพียงแต่เป็นการกำจัดศัตรู แต่เป็นการประกาศให้โลกรู้อย่างชัดเจนว่า... ใครคือ "นางพญา" ที่แท้จริงแห่งวังหลังแห่งนี้

ตัดภาพไปที่วัดชีท้ายวัง

เหล่าอดีตสนมผู้สูงศักดิ์บัดนี้สวมชุดชีสีขาวหม่น ต้องนั่งสวดมนต์และทำความสะอาดลานวัดท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาว สนมเหยา และ สนมหลี่ มองดูมือที่แตกและหยาบกร้านของตนเองด้วยความเวทนา

"หลินชิงเยียน... เจ้ามันนางปีศาจ" สนมเหยาพึมพำน้ำตาไหลนองหน้า

ทว่าคำสาปแช่งของพวกนางมิอาจไปถึงชิงเยียนได้อีกต่อไป เพราะนางพญาตัวจริงบัดนี้กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่มั่นคงที่สุด เคียงคู่กับมังกรผู้ที่นางพร้อมจะปกป้องด้วยชีวิตและสติปัญญาของนางตลอดไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 24 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

    ในคืนที่พระจันทร์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำมืด บรรยากาศภายในวังหลังกลับเงียบสงัดผิดปกติ หลินชิงเยียนนั่งลืมตาโพลงอยู่บนแท่นบรรทม สัญชาตญาณของการเป็นแม่และการเคยผ่านความตายมาก่อนบอกนางว่าภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางลูบหน้าท้องอย่างแผ่วเบาด้วยมือที่เย็นเฉียบ"ชุ่ยเอ๋อร์... ดับไฟในห้องโถงด้านนอกให้หม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 23 เยี่ยฉือผู้บ้าคลั่ง

    พายุฝนกระหน่ำซัดชายป่าเมืองหลวงจนกระท่อมดินซอมซ่อสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ภายในห้องที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบลอดผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นร่างของสตรีที่ดูไม่ต่างจากภูตผี — หลินเยี่ยฉือนางนั่งอยู่บนพื้นดินที่แฉะชื้น ผมเผ้ายาวพะรุงพะรังสีนวลขาวเพราะฝุ่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 22 จุดจบของแม่เลี้ยงและบิดา

    หลังจากกลิ่นอายความตายของฉินกุ้ยเฟยจางหายไปจากวังหลวง หลินชิงเยียนในฐานะหวงกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่นางจะชำระบัญชีแค้นที่ค้างคามาตั้งแต่เยาว์วัย บัญชีที่เริ่มต้นจากจวนตระกูลหลิน... บ้านที่ควรจะเป็นที่พักพิง แต่กลับเป็นนรกที่แผดเผานางและมารดาผู้ล่วงลับในเช้าที่อากาศขมุกขมัว ชิงเยียนน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 21 ข่าวดีที่รอคอย

    หลังจากพายุการล้างบางนางสนมฝ่ายร้ายสงบลง วังหลังก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการร้ายถูกแทนที่ด้วยความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นกลับมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในตำหนักฉีเสียงหลินชิงเยี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status