Home / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 3 เส้นทางสู่วังหลวง

Share

ตอนที่ 3 เส้นทางสู่วังหลวง

last update publish date: 2026-05-22 00:58:36

กำแพงวังหลวงสีแดงชาดตั้งตระหง่านตัดกับขอบฟ้าสีครามเข้มราวกับยักษ์ใหญ่ที่คอยกลืนกินชีวิตของสตรีทั่วแผ่นดิน ขบวนรถม้าที่บรรทุกเหล่าหญิงงามผู้ได้รับเลือกค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านประตูทิศเหนือด้วยความเงียบเชียบ มีเพียงเสียงล้อรถบดไปบนพื้นหินและเสียงถอนหายใจจางๆ ของหญิงสาวบางคนที่เริ่มหวาดกลัวต่ออนาคตที่ไม่รู้จบ

ภายในรถม้าคันที่สาม หลินชิงเยียนนั่งตัวตรง หลังพิงผนังรถม้าอย่างมั่นคง ดวงตาของนางมองลอดม่านพับที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย เห็นเงาของกำแพงวังที่ทอดยาวทับถมลงมาบนพื้นดิน นางไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านเหมือนหญิงสาวคนอื่นที่อาจกำลังตื่นเต้นกับลาภยศ หรือหวาดหวั่นต่อข่าวลือเรื่องจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด

สำหรับชิงเยียน... วังหลวงไม่ใช่สถานที่แปลกใหม่ แต่มันคือสถานที่ที่นางเคยเห็นผ่านหยาดน้ำตาและคำบอกเล่าอันน่าสยดสยองของพี่สาวในวันสุดท้ายของชีวิต

"ชิงเยียน... ในนั้นคือสมรภูมิที่ไม่มีเสียงดาบ แต่มีคาวเลือดไม่ต่างจากสนามรบ" คำพูดของหลินเยี่ยฉือในชาติก่อนยังคงดังก้องอยู่ในหัว

ชิงเยียนลอบยิ้มเย็น "พี่สาวท่านส่งข้ามาที่นี่เพราะคิดว่าข้าจะกลายเป็นศพที่ไร้คนจดจำ แต่ท่านคงหารู้ไม่ว่า ข้ากลับมาพร้อมกับแผนผังของสมรภูมินี้ในหัวสมอง"

เมื่อขบวนรถม้าหยุดลง ณ ลานหน้าตำหนักรับรองเหล่านางสนม ขันทีอาวุโสนามว่า กงกงหลี่ ผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวกระดาษขาว เดินเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อย หญิงสาวนับสิบคนถูกสั่งให้ยืนเรียงแถวตามลำดับยศของตระกูล

"พวกเจ้าจงฟังให้ดี!" เสียงของกงกงหลี่แหลมสูงและทรงพลัง "ที่นี่คือวังหลวง กฎระเบียบเคร่งครัดยิ่งกว่าชีวิต ห้ามสบพระเนตรหากมิได้รับอนุญาต ห้ามพูดจาเพ้อเจ้อ และเหนือสิ่งอื่นใด ห้ามทำตัวโดดเด่นเกินงามจนสะดุดตาเบื้องสูงโดยไม่ได้รับสั่ง"

ชิงเยียนก้มหน้าลงต่ำเหมือนหญิงสาวขี้อายทั่วไป แต่นางกำลังใช้โสตประสาทรับฟังทุกเสียงรอบข้าง นางได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของบุตรสาวขุนนางใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ

"นั่นคือ โจวไฉ่เหริน บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการสินะ ท่าทางนางเย่อหยิ่งนัก"

"ข้าได้ยินว่านางส่งสินบนให้กุ้ยเฟยเพื่อหวังจะให้อยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดในการถวายตัวครั้งแรก"

ชิงเยียนจดจำชื่อเหล่านั้นไว้ในใจ ในวังหลัง ข้อมูลคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด ใครเป็นคนของใคร ใครเป็นมิตรหรือศัตรูของฉินกุ้ยเฟย นางต้องรู้ให้หมด

กระบวนการตรวจตัวเริ่มต้นขึ้น หญิงสาวทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดโดยนางกำนัลอาวุโสเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และไร้รอยตำหนิบนร่างกาย ชิงเยียนเดินเข้าไปในห้องโถงไม้ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องหอมเข้มข้น นางถอดชุดออกอย่างสงบ ผิวพรรณของนางผุดผ่องราวน้ำนมและเนียนละเอียดจนนางกำนัลอาวุโสถึงกับชะงัก

"ผิวของแม่นางหลิน... ช่างงดงามนัก ราวกับหยกมันแพะชั้นเลิศ" นางกำนัลกระซิบชม

ชิงเยียนเพียงแต่ยิ้มบางเบา "ขอบพระคุณท่านป้าที่เมตตา"

นางไม่ได้โอ้อวดความงาม แต่นางรู้ดีว่าความงามที่มากเกินไปในยามที่ยังไม่มีอำนาจคือภัยพิบัติ นางจึงขอให้นางกำนัลช่วยตบแป้งบางๆ เพื่อพรางความผุดผ่องนั้นไว้เล็กน้อย ไม่ให้ดูเด่นจนเกินไปในสายตาของกุ้ยเฟยที่มักจะแอบส่งคนมาสังเกตการณ์หญิงงามหน้าใหม่

หลังจากการตรวจร่างกาย หญิงสาวทุกคนจะได้รับยศเบื้องต้นตามความเหมาะสมของชาติตระกูลและรูปโฉม

"โจวอี้หรัน... ได้รับยศ ไฉ่เหริน"

"เฉินมู่หรง... ได้รับยศ ไฉ่เหริน"

...

"หลินชิงเยียน... ได้รับยศ ฉางไจ้"

เสียงประกาศทำให้หลายคนหันมามองชิงเยียน ยศ "ฉางไจ้" เป็นยศระดับล่างที่เกือบจะต่ำที่สุดสำหรับการเริ่มต้น แม้บิดาจะเป็นถึงราชครู แต่เนื่องจากชิงเยียนเป็นบุตรสาวสายรอง (ลูกอนุที่เพิ่งยกเป็นเมียเอก) ประกอบกับคำสั่งลับที่หลินเยี่ยฉือและแม่เลี้ยงอาจจะแอบดำเนินการบางอย่างไว้ล่วงหน้าเพื่อกดหัวนาง ทำให้ชิงเยียนเริ่มต้นด้วยตำแหน่งที่เล็กจ้อย

"ตำแหน่งฉางไจ้งั้นหรือ? ฮ่าๆ ข้านึกว่าบุตรสาวราชครูจะได้ดีกว่านี้เสียอีก" โจวไฉ่เหรินหัวเราะเยาะขณะเดินผ่าน

ชุ่ยเอ๋อร์ที่ตามมารับใช้ในวังหน้าซีดเผือด "คุณหนู... ทำไมท่านถึงได้ยศต่ำเช่นนี้เจ้าคะ? ทั้งที่ท่านงดงามกว่าใคร"

ชิงเยียนตบมือสาวใช้เบาๆ "ชุ่ยเอ๋อร์ ต้นไม้ที่โตเร็วเกินไปมักถูกลมพายุพัดหักได้ง่าย ตำแหน่งต่ำน่ะดีแล้ว... เพราะมันจะทำให้คนมองข้ามข้าไป และข้าจะได้มีเวลา 'เดินหมาก' อย่างเงียบเชียบ"

ค่ำคืนแรกในวังหลัง ชิงเยียนถูกส่งตัวไปพักที่ตำหนักเย็นมู่ตาน ซึ่งตั้งอยู่ท้ายวังหลวง สถานที่แห่งนี้ทรุดโทรมและเงียบเหงา ตัวเรือนทำจากไม้เก่าที่มีรอยผุพัง หญ้าในอุทยานเล็กๆ หน้าเรือนขึ้นสูงจนท่วมหัวเข่า

"ที่นี่มัน... นี่มันยิ่งกว่าบ้านไม้โกโรโกโสเสียอีก!" ชุ่ยเอ๋อร์บ่นขณะพยายามปัดกวาดฝุ่นหนาเขรอะบนโต๊ะ

ชิงเยียนเดินไปนั่งริมหน้าต่าง มองดูแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนยอดกำแพงสูง "ที่นี่เงียบดี ข้าชอบ... อย่างน้อยก็ไกลจากสายตาของฉินกุ้ยเฟยและไทเฮา"

นางรู้ดีว่าความจริงแล้ว การที่นางถูกจัดมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะฉินกุ้ยเฟยต้องการกำจัดเสี้ยนหนามที่อาจจะกลายเป็นคู่แข่งในอนาคต โดยการ "ฝัง" นางไว้ในตำหนักที่ฮ่องเต้มิเคยเสด็จผ่าน

แต่ชิงเยียนมีแผนการที่ลึกซึ้งกว่านั้น นางหยิบกู่เจิ้ง (พิณ) ตัวเก่าที่แอบติดมาด้วยออกมาวางบนโต๊ะ นางไม่ได้ดีดมันทันที แต่นางลูบสายพิณอย่างช้าๆ

"ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียน... ท่านว่ากันว่าท่านเป็นทรราชที่ไร้หัวใจ แต่ข้ารู้ดีว่าความเย็นชาของท่านมีไว้เพื่อปกปิดปมบางอย่างในใจ"

ชาติก่อน พี่สาวของนางเล่าว่าฮ่องเต้มักจะเสด็จประพาสอุทยานหลวงในยามวิกาลบ่อยครั้งเพื่อหลบหนีจากความวุ่นวายในราชสำนัก และอุทยานส่วนพระองค์นั้นมีจุดหนึ่งที่เชื่อมต่อกับรั้วของตำหนักมู่ตานแห่งนี้

"พรุ่งนี้... เราจะเริ่มทำความสะอาดที่นี่กัน ชุ่ยเอ๋อร์" ชิงเยียนสั่ง "แต่ห้ามทำความสะอาดจนดูใหม่เอี่ยม ให้ทำแค่พออยู่ได้ และจงไปหาเมล็ดพันธุ์ดอกมะลิมาปลูกไว้รอบกำแพง"

"ดอกมะลิงั้นหรือเจ้าคะ? ทำไมไม่ปลูกโบตั๋นหรือกุหลาบที่ดูสูงส่ง?"

"มะลิมีกลิ่นหอมไกลในความมืด... และมันดูอ่อนน้อม ไร้พิษสง เหมือนกับข้าในสายตาคนอื่น"

ในขณะที่ชิงเยียนกำลังวางแผนเงียบๆ ในวังหลวง...

ณ จวนโหว ตระกูลเซี่ย

หลินเยี่ยฉือกำลังนั่งอยู่กลางห้องหอที่ประดับประดาด้วยผ้าสีแดงมงคล นางสวมชุดเจ้าสาวสีแดงสดที่ปักลายหงส์อย่างประณีต ใบหน้าของนางยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงชัยชนะที่ได้แย่งชิงเซี่ยจวินมาจากชิงเยียน

"ป่านนี้ชิงเยียนคงกำลังร้องไห้อยู่ในห้องเก็บของเก่าๆ ในวังล่ะสิ" เยี่ยฉือหัวเราะเบาๆ "ส่วนข้า... จะได้ครองคู่กับท่านโหวผู้แสนดี"

แต่ความสุขของนางอยู่ได้ไม่นาน เมื่อประตูห้องถูกผลักเปิดออก มิใช่สามีรูปงามอย่างที่นางรอคอย แต่กลับเป็น เหล่าฮูหยินเซี่ย (แม่สามี) ที่เดินเข้ามาพร้อมกับสาวใช้ที่มีใบหน้าบึ้งตึง

"แต่งเข้ามาวันแรก ก็ขี้เกียจสันหลังยาวรอนอนแล้วหรือ?" เสียงเย็นเยียบของแม่สามีดังขึ้น

เยี่ยฉือชะงัก "ท่านแม่... ท่านโหวเล่าเจ้าคะ?"

"ท่านโหวมีราชการด่วน คืนนี้เขาจะไม่อยู่ที่จวน" เหล่าฮูหยินเซี่ยกล่าวพลางกวาดสายตามองเยี่ยฉืออย่างดูหมิ่น "และข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ในจวนนี้ข้าเป็นใหญ่ที่สุด เจ้าที่เป็นลูกอนุ... อย่าริอ่านมาทำตัวเสมอข้า พรุ่งนี้ยามเหม่า (ตี 5) เจ้าต้องไปคุกเข่ารินน้ำชาให้ข้าที่หน้าเรือน ห้ามสายแม้แต่จิบเดียว!"

เยี่ยฉือหน้าซีดเผือด "แต่ข้าเป็นฮูหยินเอก..."

"ฮูหยินเอกที่ไม่มีสินเดิมทองคำพันชั่งอย่างที่เจ้าอ้างไว้แต่แรกน่ะหรือ?" แม่สามีแสยะยิ้ม "ข้าสืบรู้หมดแล้วว่าแม่ของเจ้าใช้กลอุบายอะไรบ้างในการยักยอกเงินมาแต่งเจ้าเข้าจวนข้า จงสำนึกตัวไว้เถิด เยี่ยฉือ!"

เมื่อแม่สามีเดินจากไป เยี่ยฉือแทบจะล้มลงบนเตียง น้ำตาเริ่มไหลอาบนวลแก้ม นางเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของนรกที่นางเป็นคนเลือกเดินเข้ามาเอง

กลับมาที่ตำหนักมู่ตาน

ชิงเยียนหลับตาลงอย่างสงบ นางได้ยินเสียงนกฮูกร้องแว่วมาแต่ไกล นางรู้ว่าการเริ่มต้นในฐานะ "ฉางไจ้" ที่ถูกลืมคือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด

"ความอดทนคือรากฐานของอำนาจ" นางพึมพำกับตัวเอง

วันพรุ่งนี้... นางจะเริ่มสร้างตัวตนที่ 'ต้องมนต์สะกด' เพื่อรอคอยวันที่ 'มังกร' จะหลงเข้ามาในกับดักที่นางวางไว้

และเมื่อวันนั้นมาถึง นางจะไม่ใช่เพียงแค่สตรีที่สวยงาม แต่จะเป็นสตรีที่กุมหัวใจและความลับของจักรพรรดิเอาไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว

เส้นทางสายนี้ไม่มีทางถอยหลังกลับ มีเพียงการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด... หรือไม่ก็ตายตกตามกันเหมือนชาติก่อน!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 19 ยาบำรุงมังกร

    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านมุกของตำหนักฉีเสียง บรรยากาศภายในตำหนักบัดนี้ดูโอ่อ่าและเปี่ยมไปด้วยอำนาจยิ่งกว่าเดิม สมกับฐานะของ "หลินหวงกุ้ยเฟย" ผู้กุมหัวใจมังกรไว้ในกำมือ ทว่าท่ามกลางความสงบสุขที่ฉาบไว้บนใบหน้า หลินชิงเยียนกลับกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการตรวจคัดแยกสมุนไพรบนโต๊ะไม้พยุงตัวยาอย่างระ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 18 พี่สาวที่ล่มจม

    ภายใต้ฟ้าเดียวกันกับที่วังหลวงอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าที่กระท่อมดินซอมซ่อชายป่าเมืองหลวงกลับมีเพียงเสียงไอโขลกและกลิ่นอายของความอนาถา หลินเยี่ยฉือนั่งกอดตัวเองอยู่บนแคร่ไม้ที่ปูด้วยฟางแห้ง เสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบระคายผิวจนทำให้นางคันคะเยอไปทั้งตัว มือที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้แตกเป็นขุยและมีแผลตกสะเก็ดจ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 17 ค่ำคืนที่อ่อนโยน

    ท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งสงบลง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีที่เบ่งบานอยู่รอบตำหนักฉีเสียงเข้ามาด้านใน บรรยากาศภายในห้องบรรทมวันนี้ไม่ได้ถูกประดับประดาด้วยพิธีการที่หรูหราจนอึดอัด แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบและแสงเทียนที่สลัวรางหลินชิงเยียนนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง นางไม่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 16 ความพ่ายแพ้ของนางพญา

    บรรยากาศภายในตำหนักฉีเสียงในยามเย็นวันนี้ดูขรึมขลังกว่าทุกวัน แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มจัดอาบชโลมยอดหลังคากระเบื้องเคลือบจนดูราวกับถูกชุบด้วยทองคำแท้ หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่ในฉลองพระองค์สีแดงเข้มปักลายโบตั๋นด้วยดิ้นทองนูนเด่น ซึ่งเป็นชุดสำหรับตำแหน่ง "หวงกุ้ยเฟย" ที่พระองค์เพิ่งได้รับสถาปนาอย่างเป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status