หน้าหลัก / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 2 ลืมตาอีกครั้งในวันเลือกคู่

แชร์

ตอนที่ 2 ลืมตาอีกครั้งในวันเลือกคู่

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-22 00:58:16

เสียงฝีเท้าของหลินชิงเยียนมั่นคงและสุขุมขณะเดินไปตามระเบียงไม้ที่ทอดยาวมุ่งสู่โถงกลางของจวนตระกูลหลิน ทุกย่างก้าวของนางราวกับกำลังเหยียบย่างบนเศษเสี้ยวของความทรงจำอันเจ็บปวดในชาติภพก่อน กลิ่นธูปหอมที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้มโนภาพวันที่ครอบครัวถูกอายัดทรัพย์และบิดาถูกปลดพุ่งเข้ามาในหัว แต่นางสะบัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

ชาตินี้... จะไม่มีใครพรากอะไรไปจากข้าได้อีก

เมื่อเข้าสู่โถงกลาง นางเห็นบิดา หลินจงเซี่ยน ราชครูผู้เคร่งครัดนั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน ข้างกายคือ ฮูหยินหลิน (อดีตอนุภรรยาที่เพิ่งถูกยกฐานะขึ้นมาแทนที่มารดาผู้ล่วงลับของชิงเยียน) ผู้มีใบหน้าอิ่มเอิบแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ และที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีร้อนรนผิดปกติก็คือ หลินเยี่ยฉือ พี่สาวของนาง

"มาแล้วหรือ ชิงเยียน" หลินจงเซี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "นั่งลงเถิด วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องตกลงกันเกี่ยวกับอนาคตของพวกเจ้าทั้งสอง"

ยังไม่ทันที่ชิงเยียนจะหย่อนตัวลงนั่ง หลินเยี่ยฉือก็รีบชิงพูดขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่แฝงความเด็ดขาด "ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าครุ่นคิดดูอย่างดีแล้ว ข้าเป็นพี่สาวคนโตย่อมต้องเสียสละเพื่อน้องสาว การคัดเลือกนางสนมปีนี้ ข้าอยากให้ชิงเยียนเป็นตัวแทนตระกูลหลินเข้าไปถวายตัวเจ้าค่ะ!"

หลินจงเซี่ยนขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ "เยี่ยฉือ เจ้าพูดอะไรกัน? เดิมทีเจ้าเองไม่ใช่หรือที่รบเร้าอยากเข้าวังจนถึงขั้นฝึกรำฝึกพิณทั้งวันทั้งคืน อีกอย่าง... ชื่อของเจ้าถูกส่งไปในบัญชีเบื้องต้นของกรมพิธีการแล้วนะ"

"นั่นมันเมื่อก่อนเจ้าค่ะ!" เยี่ยฉือรีบแย้ง นางเหลือบมองชิงเยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ซ่อนไว้ไม่มิด 'นังโง่ชิงเยียน เจ้าไปเผชิญหน้ากับทรราชนั่นแทนข้าเถอะ' "ตอนนี้ข้าคิดว่านิสัยของข้าดื้อรั้นเกินไป หากเข้าวังไปอาจนำภัยมาสู่ตระกูลได้ แต่ชิงเยียนนั้นกิริยามารยาทเรียบร้อย อ่อนหวานสม่ำเสมอ นางย่อมเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ได้ง่ายกว่า"

ฮูหยินหลินที่นั่งข้างๆ รีบสำทับทันที "จริงเจ้าค่ะท่านพี่ เยี่ยฉือพูดมีเหตุผล อีกอย่าง... ท่านโหวเซี่ยจวิน ขุนนางหนุ่มอนาคตไกลผู้นั้นก็มีไมตรีต่อตระกูลเราไม่น้อย หากให้เยี่ยฉือแต่งเข้าจวนโหว ก็เท่ากับว่าตระกูลหลินเราจะมีขั้วอำนาจทั้งในวังและนอกวังนะเจ้าคะ"

ชิงเยียนนิ่งฟังอย่างสงบ นางเห็น "ความละโมบ" ในดวงตาของแม่เลี้ยง และเห็น "ความขลาดเขลา" ในดวงตาของพี่สาว เยี่ยฉือคงคิดว่าการโยนตำแหน่งสนมให้ชิงเยียนคือการส่งนางไปตายในวังวนของจักรพรรดิผู้เย็นชา และตัวเองจะไปเสวยสุขเป็นฮูหยินท่านโหวที่มีสามีรูปงามรักใคร่

ช่างโง่เขลานัก... เยี่ยฉือ เจ้าจำได้แต่ความโหดร้ายในวัง แต่เจ้าจำไม่ได้เลยว่าจวนท่านโหวนั้นคือขุมนรกที่มีเปลือกนอกสวยงาม

ชาติที่แล้ว ชิงเยียนแต่งให้เซี่ยจวิน นางต้องรับรองอารมณ์ของแม่สามีที่ดูแคลนชาติตระกูลของนาง นางต้องทนเห็นสามีรับอนุเข้ามาทีละคนตามคำสั่งของมารดา และเซี่ยจวิน... ชายที่ดูอ่อนโยนผู้นั้นกลับไม่เคยยืนหยัดปกป้องนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยามที่นางถูกรังแกเขากลับอ้างคำว่า "กตัญญูต่อมารดา" มาบีบคั้นนางเสมอ

"ชิงเยียน เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?" บิดาหันมาถาม

ชิงเยียนก้มหน้าลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นเม้มริมฝีปากเหมือนคนกำลังหวาดกลัวและลังเล "ลูก... ลูกย่อมทำตามความประสงค์ของท่านพ่อเจ้าค่ะ เพียงแต่ลูกกังวลใจนัก ข่าวลือเรื่องฮ่องเต้ทรงเหี้ยมโหดและเย็นชานั้นหนาหู ลูกเกรงว่าหากทำอะไรไม่ถูกพระทัย จะพลอยทำให้ตระกูลหลินเดือดร้อน"

"เจ้าก็แค่ต้องระวังตัวให้มาก!" เยี่ยฉือรีบพูดกดดัน "หรือเจ้าจะบอกว่าเจ้าไม่อยากกตัญญูต่อตระกูล? หรือเจ้าอยากจะแย่งชิงท่านโหวไปจากข้า?"

ชิงเยียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคลอน้ำตาเล็กน้อยเพื่อให้ดูสมบทบาทของน้องสาวผู้อ่อนแอ "น้องมิกล้าคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ ในเมื่อท่านพี่เห็นควรและท่านพ่อเห็นชอบ น้องก็พร้อมจะรับหน้าที่นี้แทนท่านพี่เจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นชิงเยียนตอบรับง่ายดาย หลินเยี่ยฉือก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก นางแทบจะเก็บอาการสะใจไว้ไม่อยู่ 'ชิงเยียนเอ๋ยชิงเยียน ชาตินี้ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปถูกทรราชนั่นเชือดทิ้ง ส่วนข้าจะเสวยสุขในฐานะฮูหยินท่านโหวที่ทุกคนอิจฉา'

หลังจากเสร็จการหารือ ชิงเยียนกลับมาที่เรือนเล็กของนาง ชุ่ยเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทที่ยืนฟังอยู่หน้าห้องถึงกับน้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจแทนเจ้านาย

"คุณหนู! เหตุใดท่านถึงยอมง่ายๆ เช่นนี้เจ้าคะ? คุณหนูใหญ่และฮูหยินใหญ่จงใจรังแกท่านชัดๆ ใครๆ ก็รู้ว่าเข้าวังตอนนี้เหมือนส่งตัวเองไปเข้าปากเสือ ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียนผู้นั้น... ทรงสั่งประหารคนเป็นว่าเล่นเลยนะเจ้าคะ!"

ชิงเยียนเดินไปหยิบกรรไกรเงินขึ้นมา ตัดกิ่งดอกเหมยที่ปักอยู่ในแจกันอย่างใจเย็น แววตาของนางนิ่งสงบจนน่ากลัว

"ชุ่ยเอ๋อร์... เจ้าเคยได้ยินไหมว่า 'เสือที่ดุร้ายที่สุด หากรู้วิธีสยบมัน มันจะกลายเป็นองครักษ์ที่ซื่อสัตย์ที่สุด' ในจวนท่านโหวที่พี่สาวข้าอยากไปนักหนา ที่นั่นคือบึงโคลนที่เน่าเฟะข้างใน แต่ในวังหลวง... แม้จะเป็นนรก แต่มันคือนรกที่มีอำนาจล้นฟ้า"

นางวางกรรไกรลงแล้วหันไปหาชุ่ยเอ๋อร์ "ชาติที่แล้วข้าเป็นคนอ่อนแอ ข้ากตัญญูจนถูกเหยียบย่ำ แต่ชาตินี้ข้าจะใช้ความงามและสติปัญญาของข้าสร้างเส้นทางใหม่ ข้าจะไม่เป็นเพียงแค่สนมที่ถูกลืม แต่ข้าจะเป็นคนเดียวที่ฮ่องเต้ขาดไม่ได้"

"คุณหนู..." ชุ่ยเอ๋อร์มองนายหญิงของตนด้วยความอัศจรรย์ใจ นางรู้สึกว่าคุณหนูในวันนี้มีบางอย่างที่น่าเกรงขามและลึกลับอย่างบอกไม่ถูก

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของหลินเยี่ยฉือ นางรีบให้คนส่งข่าวไปหาเซี่ยจวิน (ท่านโหว) ทันที ในชาติก่อน เซี่ยจวินตกหลุมรักความอ่อนหวานของชิงเยียน แต่ในชาตินี้ เยี่ยฉือจงใจใช้มารยาและการปั้นแต่งเรื่องราวเพื่อให้เซี่ยจวินหันมาสนใจนาง นางจัดฉากการพบกัน "โดยบังเอิญ" ที่ศาลาริมน้ำ พยายามแสดงออกถึงความฉลาดเฉลียวและตระกูลที่มั่นคง

นางมั่นใจว่าด้วยฐานะบุตรสาวฮูหยินใหญ่ (ที่เพิ่งแต่งตั้ง) และทรัพย์สินเดิมของนาง เซี่ยจวินย่อมปฏิเสธไม่ลง

ทว่านางหลงลืมไปสิ่งหนึ่ง... เหล่าฮูหยินเซี่ย (แม่สามีของเซี่ยจวิน) นั้นคือสตรีที่ยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติและชอบกดขี่ลูกสะใภ้เป็นที่สุด ชาติก่อนที่ชิงเยียนทนได้เพราะนางรักเซี่ยจวินด้วยใจจริงและยอมก้มหัวให้ทุกอย่าง แต่กับเยี่ยฉือผู้ทะเยอทะยานและเอาแต่ใจ... จุดจบย่อมต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

หนึ่งเดือนผ่านไป...

ขบวนรับนางสนมเข้าวังมาถึงหน้าจวนตระกูลหลิน ชิงเยียนอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนปักลายเมฆมงคล เครื่องประดับน้อยชิ้นทว่าขับเน้นความงามที่บริสุทธิ์และลึกลับของนางให้โดดเด่น บิดาของนางมองมาด้วยแววตาซับซ้อน ส่วนหลินเยี่ยฉือยืนมองด้วยรอยยิ้มผู้ชนะที่ปิดไม่มิด

"ขอให้เจ้า 'โชคดี' ในวังนะ น้องสาว" เยี่ยฉือเน้นคำว่าโชคดีด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

ชิงเยียนย่อกายรับอย่างงดงาม "ขอบพระคุณพี่สาวที่มอบโอกาสนี้ให้ข้า ข้าจะจดจำ 'น้ำใจ' ของท่านในวันนี้ไปตลอดกาล"

นางก้าวขึ้นรถม้าโดยไม่หันกลับไปมองจวนหลังนั้นอีก เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว ชิงเยียนหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มในชุดมังกรสีดำขลิบทองที่นางเคยเห็นไกลๆ ในชาติก่อน ชายผู้มีแววตาโดดเดี่ยวและเย็นชาจนน่าขนลุก

เซียวจื่อเซียน... รอข้าก่อนเถิด ข้ากำลังจะไปเปลี่ยนโลกที่แสนอ้างว้างของท่าน และท่าน... จะต้องเป็นโล่กำบังให้ข้าขจัดคนชั่วให้สิ้นซาก

ขบวนนางงามเข้าสู่วังหลวงผ่านประตูวังทิศเหนือที่มหึมา กำแพงวังสีแดงชาดดูราวกับจะบีบคั้นผู้ที่ย่างกรายเข้าไป ชิงเยียนและเหล่าหญิงงามคนอื่นๆ ถูกนำไปรวมตัวกันที่ลานกลางวังเพื่อรอการคัดกรองเบื้องต้น

ที่นั่นเอง นางเห็นสายตาที่จับจ้องมาจากตำหนักสูง... สายตาของฉินกุ้ยเฟย สตรีที่ทรงอำนาจที่สุดในวังหลังขณะนี้ ผู้ที่ชาติก่อนเป็นคนสั่งประหารพี่สาวนาง

ชิงเยียนกำชายเสื้อแน่น แววตาของนางเย็นเยียบลง 'ศัตรูของพี่สาวในชาติก่อน ก็คือศัตรูของข้าในชาตินี้... ข้าจะเริ่มจากตำแหน่งที่ต่ำที่สุด แล้วค่อยๆ เลาะเกล็ดพญามังกรออกทีละชิ้น จนกว่าพวกท่านจะเหลือเพียงร่างที่ไร้อำนาจ'

หมากกระดานแรกในวังหลวง เริ่มเคลื่อนที่แล้ว!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 18 พี่สาวที่ล่มจม

    ภายใต้ฟ้าเดียวกันกับที่วังหลวงอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าที่กระท่อมดินซอมซ่อชายป่าเมืองหลวงกลับมีเพียงเสียงไอโขลกและกลิ่นอายของความอนาถา หลินเยี่ยฉือนั่งกอดตัวเองอยู่บนแคร่ไม้ที่ปูด้วยฟางแห้ง เสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบระคายผิวจนทำให้นางคันคะเยอไปทั้งตัว มือที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้แตกเป็นขุยและมีแผลตกสะเก็ดจ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 17 ค่ำคืนที่อ่อนโยน

    ท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งสงบลง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีที่เบ่งบานอยู่รอบตำหนักฉีเสียงเข้ามาด้านใน บรรยากาศภายในห้องบรรทมวันนี้ไม่ได้ถูกประดับประดาด้วยพิธีการที่หรูหราจนอึดอัด แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบและแสงเทียนที่สลัวรางหลินชิงเยียนนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง นางไม่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 20 การล้างบางของสนมฝ่ายร้าย

    บรรยากาศในวังหลังภายหลังการล่มสลายของฉินกุ้ยเฟยไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด แม้ขั้วอำนาจใหญ่จะถูกทำลาย แต่เหล่าสนมที่เคยเป็น "นกต่อ" และ "สมุนรับใช้" ของตระกูลขุนนางเก่ากลับยิ่งดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด พวกนางรวมกลุ่มกันเป็นคลื่นใต้น้ำ คอยขัดขวางการบริหารงานวังหลังของหลินหวงกุ้ยเฟย และลอบส่งข่าวทำลายชื่อเส

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 19 ยาบำรุงมังกร

    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านมุกของตำหนักฉีเสียง บรรยากาศภายในตำหนักบัดนี้ดูโอ่อ่าและเปี่ยมไปด้วยอำนาจยิ่งกว่าเดิม สมกับฐานะของ "หลินหวงกุ้ยเฟย" ผู้กุมหัวใจมังกรไว้ในกำมือ ทว่าท่ามกลางความสงบสุขที่ฉาบไว้บนใบหน้า หลินชิงเยียนกลับกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการตรวจคัดแยกสมุนไพรบนโต๊ะไม้พยุงตัวยาอย่างระ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status