หน้าหลัก / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 5 การเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ทรราช

แชร์

ตอนที่ 5 การเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ทรราช

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-22 00:59:17

กลิ่นอายของฤดูหนาวในวังหลวงช่างบาดลึกถึงกระดูก โดยเฉพาะที่ตำหนักมู่ตานอันอ้างว้างแห่งนี้ แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องลงมามิได้ช่วยให้ความหนาวเหน็บทุเลาลง แต่กลับช่วยเปิดเผยความทรุดโทรมของสถานที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ฝุ่นหนาเตอะบนขื่อคา เศษใบไม้แห้งที่ทับถมอยู่ในอุทยานเล็กๆ และเครื่องเรือนที่ผุพังจนแทบใช้งานไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือ "ของขวัญ" ต้อนรับจากฉินกุ้ยเฟยที่ต้องการฝัง หลินชิงเยียนไว้ในหลุมศพที่ยังมีลมหายใจ

"คุณหนูเจ้าคะ... ข้าวต้มมื้อเช้านี้ช่างเจือจางนัก มีแต่เศษข้าวไม่กี่เม็ดลอยอยู่ในน้ำแกงใสๆ" ชุ่ยเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะยกถาดอาหารเข้ามา "คนจากโรงครัวหลวงช่างสามหาวนัก พวกเขาบอกว่าเสบียงสำหรับตำแหน่ง 'ฉางไจ้' มีเท่านี้ แต่บ่าวเห็นกับตาว่าพวกเขายกเป็ดปักกิ่งและรังนกไปส่งที่ตำหนักของสนมโจว!"

ชิงเยียนนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองที่มัวหมอง นางใช้ปลายนิ้วแตะชาดสีแดงอ่อนแต้มลงบนริมฝีปากเบาๆ ใบหน้าที่ซีดเซียวจากการพักผ่อนน้อยกลับดูงดงามราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะ

"ชุ่ยเอ๋อร์ อย่าไปถือสาคนพวกนั้นเลย พวกเขาคือหญ้าบนหลังคา ลมพัดไปทางไหนก็เอนไปทางนั้น" ชิงเยียนเอ่ยเสียงเรียบ "ในยามที่เราตกต่ำที่สุด เราจะได้เห็นธาตุแท้ของคนได้ชัดเจนที่สุด เจ้าจงเอาปิ่นปักผมเงินของข้าไปมอบให้ขันทีที่ดูแลโรงครัว บอกเขาว่าข้าธาตุไฟแรง อยากทานเพียงอาหารมังสวิรัติเบาๆ และขอให้นำน้ำมันตะเกียงมาให้ข้าเพิ่มก็พอ"

"แต่คุณหนู นั่นเป็นของหมั้นหมายจาก..."

"ของนอกกายไม่มีค่าเท่ากับ 'โอกาส' หรอกชุ่ยเอ๋อร์" ชิงเยียนตัดบท ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น "จงทำตามที่ข้าสั่ง วันนี้ข้ามีงานใหญ่ต้องทำ"

ตลอดทั้งวัน ชิงเยียนมิได้เอาแต่นั่งโศกเศร้า นางสั่งให้ชุ่ยเอ๋อร์ช่วยกันทำความสะอาดศาลาร้างกลางอุทยานของตำหนักมู่ตาน นางไม่ได้ขัดสีฉวีวรรณให้มันดูใหม่เอี่ยม แต่กลับปล่อยให้เถาวัลย์บางส่วนพันรอบเสาไม้เพื่อให้ดูขรึมขลังและลึกลับ นางจัดวางกระถางดอกมะลิที่เพิ่งหามาได้ไว้ในมุมที่ลมจะพัดกลิ่นหอมกระจายออกไปนอกกำแพงวัง

เมื่อตะวันลับขอบฟ้า และความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วทุกสารทิศ ชิงเยียนสวมอาภรณ์สีขาวนวลปักลายกิ่งเหมยที่ดูเรียบง่ายทว่าขับเน้นรูปร่างที่โปร่งบางราวกับกิ่งหลิว นางหยิบพิณกู่เจิ้งคู่ใจออกมาวางไว้กลางศาลา แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างนวลตาในวงแคบๆ สร้างภาพลักษณ์ราวกับนางเซียนที่หลุดออกมาจากภาพวาด

นางเริ่มบรรเลงเพลงพิณอีกครั้ง แต่คราวนี้จังหวะของมันต่างจากคืนแรก บทเพลง "อาลัยหงส์" ถูกดีดออกมาด้วยท่วงทำนองที่รวดเร็วและทรงพลังในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆ แผ่วลงคล้ายเสียงกระซิบของคนที่กำลังจะสิ้นลม เป็นบทเพลงที่พรรณนาถึงความอยุติธรรมและการต่อสู้ของจิตวิญญาณ

ทางด้านอุทยานหลวงที่อยู่ถัดไปไม่ไกล เซียวจื่อเซียน หรือฮ่องเต้ผู้มีฉายาทรราชหน้าตาย กำลังดำเนินประพาสท่ามกลางความหนาวเหน็บ พระองค์ทรงสวมชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทขลิบทอง แววตาคมปลาบดุจเหยี่ยวมองออกไปในความมืดด้วยความว่างเปล่า ปัญหาการเมืองในราชสำนักและความมักใหญ่ใฝ่สูงของตระกูลฉินทำให้พระองค์ทรงระเหี่ยใจจนไม่อยากประทับอยู่ในตำหนักใหญ่

จู่ๆ เสียงพิณที่ทรงจำได้จากเมื่อคืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงและกระแทกใจมากกว่าเดิม

"เพลงนี้... ใครเป็นผู้เล่น?" ฮ่องเต้ตรัสถามเสียงเย็น

"ทูลฝ่าบาท เป็นทิศทางจากตำหนักมู่ตานเช่นเดิมพะยะค่ะ" องครักษ์เงาทูลตอบ

เซียวจื่อเซียนนิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่ง ท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นนั้นทำให้พระองค์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด "ไม่ต้องตามข้ามา ข้าจะไปดูด้วยตาตัวเอง"

พระองค์ทรงดำเนินไปตามทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยวัชพืช จนกระทั่งถึงรั้วกำแพงที่ชำรุดของตำหนักมู่ตาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิผสมกับกลิ่นแป้งหอมอ่อนๆ ลอยมาปะทะนาสิก พระองค์ทรงหยุดยืนอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ มองผ่านช่องว่างไปยังศาลาร้างกลางอุทยาน

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้หัวใจที่เย็นชามานานของจักรพรรดิถึงกับกระตุก สตรีในชุดขาวนั่งอยู่ท่ามกลางแสงโคมนวลตา ปลายนิ้วเรียวงามกรีดกรายลงบนสายพิณอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของนางงดงามจนลืมหายใจ ดวงตาที่ดูเศร้าสร้อยแต่ทระนงนั้นจ้องมองไปยังดวงจันทร์ราวกับจะท้าทายโชคชะตา

ชิงเยียนรู้ดีว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องนางอยู่ นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอำนาจที่แผ่ออกมา แม้จะดูเหี้ยมเกรี้ยมทว่ากลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว นางตัดสินใจเดินหมากขั้นสุดท้ายโดยการแสร้งทำเป็นดีดสายพิณจนขาดบาดนิ้วตัวเอง

"อ๊ะ!"

เสียงพิณหยุดกะทันหัน ชิงเยียนชักมือกลับมา ก้มลงมองปลายนิ้วที่มีหยดเลือดสีแดงสดซึมออกมา นางไม่ได้ร้องไห้ แต่กลับยิ้มออกมาบางๆ อย่างขมขื่น

"แม้แต่สายพิณ... ก็ยังทนความอัดอั้นของข้าไม่ได้งั้นหรือ?" นางพึมพำเสียงแผ่วแต่ดังพอที่คนหลังพุ่มไม้จะได้ยิน

เซียวจื่อเซียนก้าวออกมาจากเงามืดทันที ความสุขุมที่มีมลายหายไปชั่วขณะเมื่อเห็นหยดเลือดบนนิ้วนาง "บาดเจ็บแล้วยังจะฝืนเล่นไปเพื่ออะไร?"

ชิงเยียนแสร้งทำเป็นตกใจ นางรีบลุกขึ้นลนลานย่อกายลงถวายพระพรจนร่างแทบจะทรุดลงกับพื้น "หม่อมฉัน... ฉางไจ้หลินชิงเยียน ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ! หม่อมฉันมิทราบว่าพระองค์จะเสด็จมาในสถานที่รกร้างเช่นนี้... ขอพระองค์ทรงประทานอภัยที่หม่อมฉันทำกิริยาไม่เหมาะสมเพคะ!"

ฮ่องเต้ดำเนินเข้าไปใกล้ นางถอยหลังด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ (ที่แสร้งทำ) แต่พระองค์กลับเอื้อมพระหัตถ์ที่แข็งแรงมาคว้าข้อมือของนางไว้ พระเนตรคมกริบจ้องมองบาดแผลเล็กๆ บนนิ้วมือนาง

"ใครให้เจ้ามาพำนักที่นี่?" พระองค์ตรัสถามเสียงต่ำที่แฝงไปด้วยโทสะ

"ทูลฝ่าบาท... กรมวังจัดสรรให้ตามความเหมาะสมของยศเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงฉางไจ้ตัวเล็กๆ ได้มีที่ซุกหัวนอนในวังหลวงก็นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นแล้วเพคะ"

คำตอบของนางฟังดูถ่อมตนทว่าเจ็บแสบ เซียวจื่อเซียนมองไปรอบๆ ตำหนักที่มืดมิดและไร้ผู้คน ความรู้สึกผิดบางอย่างเกิดขึ้นในใจ พระองค์รู้ดีว่านี่คือฝีมือของฉินกุ้ยเฟย สตรีที่พระองค์ต้องไว้หน้าเพราะฐานะทางทหารของบิดานาง

"ในวังหลวงแห่งนี้... ความงดงามคือบาป และความอ่อนแอคือคำสั่งประหาร เจ้าเข้าใจหรือไม่?" ฮ่องเต้ปล่อยข้อมือนางแล้วไขว้หลัง "เจ้าเล่นเพลงเมื่อครู่... เจ้ากำลังตัดพ้อข้างั้นหรือ?"

ชิงเยียนเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความกล้าหาญที่ไม่มีสนมคนใดกล้าทำ "หม่อมฉันมิกล้าตัดพ้อโอรสสวรรค์เพคะ หม่อมฉันเพียงแต่เสียดาย... เสียดายที่แผ่นดินชิงมีจักรพรรดิที่เก่งกาจและเปี่ยมไปด้วยปรีชาสามารถ แต่พระองค์กลับยอมให้กำแพงวังหลวงบดบังความจริงไปเสียหมด พระองค์ทรงเห็นเพียงหงส์ที่ปั้นแต่งด้วยทองคำในตำหนักหน้า แต่กลับมองไม่เห็นดอกไม้ป่าที่กำลังถูกเหยียบย่ำในมุมมืดเพคะ"

บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัด องครักษ์เงาที่แอบอยู่ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็น นี่คือนางสนมคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กล้าตราหน้าฮ่องเต้ว่า 'หูตาเบา'

เซียวจื่อเซียนจ้องมองชิงเยียนเนิ่นนาน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมานานนับปี เป็นเสียงหัวเราะที่เย็นชาทว่าแฝงความพึงใจ

"ดี! หลินชิงเยียน! เจ้านี่มันปีศาจน้อยชัดๆ" ฮ่องเต้โน้มตัวลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมของดอกมะลิจากกายนางทำให้พระองค์รู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด "เจ้าบอกว่าข้าถูกบดบังความจริงงั้นหรือ? เช่นนั้นข้าจะรอดู... ว่าดอกไม้ป่าอย่างเจ้าจะเบ่งบานไปได้นานแค่ไหนท่ามกลางพายุในวังหลวง"

พระองค์หยิบผ้าเช็ดหน้าสีดำปักลายมังกรโยนลงบนโต๊ะพิณ "เช็ดเลือดของเจ้าเสีย อย่าให้คาวเลือดของเจ้ามาทำลายกลิ่นดอกมะลิในตำหนักนี้"

ก่อนจะเดินจากไป ฮ่องเต้หันมาสั่งเสียงเด็ดขาด "กงกงหลี่! พรุ่งนี้จงสั่งคนนำถ่านอบอุ่นและเสบียงชั้นเลิศมาส่งที่ตำหนักมู่ตาน หากข้าเห็นว่านางต้องทานข้าวต้มใสๆ อีก... หัวของพวกเจ้าทุกคนจะหลุดจากบ่า!"

ชิงเยียนก้มลงกราบส่งเสด็จ มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มผู้ชนะ แผ่นหลังของฮ่องเต้ที่เดินจากไปดูไม่เย็นชาเท่าเดิมอีกต่อไป

"ท่านเริ่มติดกับแล้ว... เซียวจื่อเซียน" นางพึมพำกับตัวเองในขณะที่ชิงเยียนเริ่มจุดประกายไฟในหัวใจของจักรพรรดิ...

ณ จวนโหว หลินเยี่ยฉือกำลังกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อพบว่าชุดผ้าไหมที่นางเตรียมมาถูกแม่สามีสั่งให้เอาไปเผาทิ้ง โดยอ้างว่า 'สีสันฉูดฉาดเกินไป ไม่เหมาะกับฮูหยินผู้เพียบพร้อม'

สงครามในวังหลวงเริ่มต้นขึ้นด้วย 'เสน่ห์' แต่สงครามในจวนโหวเริ่มต้นด้วย 'น้ำตา' และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกงกรรมกงเกวียนที่กำลังจะหมุนกลับมาทับผู้ที่ก่อมันขึ้น!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 24 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

    ในคืนที่พระจันทร์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำมืด บรรยากาศภายในวังหลังกลับเงียบสงัดผิดปกติ หลินชิงเยียนนั่งลืมตาโพลงอยู่บนแท่นบรรทม สัญชาตญาณของการเป็นแม่และการเคยผ่านความตายมาก่อนบอกนางว่าภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางลูบหน้าท้องอย่างแผ่วเบาด้วยมือที่เย็นเฉียบ"ชุ่ยเอ๋อร์... ดับไฟในห้องโถงด้านนอกให้หม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 23 เยี่ยฉือผู้บ้าคลั่ง

    พายุฝนกระหน่ำซัดชายป่าเมืองหลวงจนกระท่อมดินซอมซ่อสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ภายในห้องที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบลอดผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นร่างของสตรีที่ดูไม่ต่างจากภูตผี — หลินเยี่ยฉือนางนั่งอยู่บนพื้นดินที่แฉะชื้น ผมเผ้ายาวพะรุงพะรังสีนวลขาวเพราะฝุ่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 22 จุดจบของแม่เลี้ยงและบิดา

    หลังจากกลิ่นอายความตายของฉินกุ้ยเฟยจางหายไปจากวังหลวง หลินชิงเยียนในฐานะหวงกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่นางจะชำระบัญชีแค้นที่ค้างคามาตั้งแต่เยาว์วัย บัญชีที่เริ่มต้นจากจวนตระกูลหลิน... บ้านที่ควรจะเป็นที่พักพิง แต่กลับเป็นนรกที่แผดเผานางและมารดาผู้ล่วงลับในเช้าที่อากาศขมุกขมัว ชิงเยียนน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 21 ข่าวดีที่รอคอย

    หลังจากพายุการล้างบางนางสนมฝ่ายร้ายสงบลง วังหลังก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการร้ายถูกแทนที่ด้วยความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นกลับมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในตำหนักฉีเสียงหลินชิงเยี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status