تسجيل الدخولแคว้นเหลียนอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้มั่งคั่งจากการขายพืชพรรณธัญญาหารและขุดเหมืองสินแร่ แต่ทว่าภาวะสงค
บทที่ 8 เมียเอกอาละวาดหญิงงามเฉิดฉายนับสิบคนหรือมากกว่านั้นยืนเรียงรายอยู่ในห้องหอคืนวิวาห์ของอู๋ซานเหนียง รวมทั้งพวกบ่าวรับใช้อีกหลายสิบที่ออล้นไปถึงด้านนอก ห้องที่ตอนแรกคิดว่าโอ่โถงกว้างใหญ่พลันอึดอัดคับแคบลงไปในถนัดตา นางกำนัลที่ติดตามอู๋ซานเหนียงมาจากแคว้นเหลียนก็ถูกตามตัวมาเช่นกัน พวกนางเกาะกลุ่มกันแน่นด้วยความหวาดกลัว ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น จิวเหมยเซียงเพิ่งได้เห็นรูปโฉมขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยนถึงกับตะลึงงัน แววตาแปรเปลี่ยนเป็นประกายหลงใหลใฝ่ฝันในทันใดหลี่ชุ่ยผินไม่พอใจอย่างยิ่ง เวลานี้ควรจะเป็นเวลาเข้าหอของบ่าวสาว มิใช่ฉีกหน้าเจ้าสาวเยี่ยงนี้ผิงผิงเกาะอู๋ซานเหนียงไม่ปล่อย ดวงตารื้นน้ำตาและวอกแวกมองไปมองมาอย่างคนตื่นตระหนก จะมีก็แต่อู๋ซานเหนียงที่นั่งสงบนิ่งตรงขอบเตียง ดวงตาคู่งามหรุบลงเหมือนไม่สนใจอะไรรอบกายอีกบรรดาอนุชายาของเขาอายุไล่ตั้งแต่สิบสี่ไปจนถึงยี่สิบต้นๆ สำหรับเชื้อพระวงศ์ที่มีอำนาจสูงในแผ่นดินแล้ว นับว่ายังน้อย พวกนางสงบเสงี่ยมและแต่งกายงดงามชวนสำราญตา ในขณะเดียวกันก็มองชายาเอ
“นั่งสิ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เขาผายมืออันงดงาม เป็นฝ่ามือที่แข็งแรงเสียจนน่าทึ่ง“ไม่ ข้าไม่ต้องการถูกกล่าวหาอย่างไร้ความยุติธรรมอีก เพราะฉะนั้นข้าขออยู่ให้ห่างท่านดีกว่า”นางเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางเชื่อมั่นในตนเองจนเกือบเรียกได้ว่าสง่างาม ดวงตาคมกล้าคู่งามมองตรงและประสานสายตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ใบหน้าหวานซึ้งไร้รอยยิ้ม หยิ่งทระนง มีเพียงความนิ่งเฉยเย็นชาที่สะท้อนออกมา คำแรกที่ผุดขึ้นในใจเอี้ยนเซินคือ ‘เด็กเล่นละคร’ แค่สบตากันเอี้ยนเซินรู้ทันทีว่านางกำลังเกร็งไปทั้งตัวด้วยความประหม่ากลัวเอี้ยนเซินแค่นหัวเราะพลางยกเหล้าดื่มอีกจอก นางจะกลัวอะไรได้ นอกจากกลัวว่าเสด็จพ่อของนางจะเสียเปรียบ ทางฝ่ายแคว้นเหลียนเรียกร้องสินสอดเป็นเมืองชายแดนที่เขาเป็นผู้บุกตีมาได้ ทั้งยังหน้าด้านเรียกร้องให้แคว้นเอี้ยนแบ่งปันเสบียง โดยให้ความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเขาในฐานะราชบุตรเขยจะเป็นผู้ครองแคว้นเหลียนสืบต่อ แค่คิดเขาก็อยากจะอาเจียนใส่อู๋ซานเหนียงเล่นบทบาทองค์หญิงเหวินเฉิงมาพักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกยากเย็นแสนเข็ญอยู่ดี องค์หญิงตัวจริงจะพูดอย่างไร ทำอย่างไร นางนึกไม่ออกเลยจริ
“จิงสุ่ย[1]?”“เพคะองค์ชาย หมอหลวงตรวจอาการแล้ว พระชายาทรงมีสุขภาพแข็งแรงดี ส่วนอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นนั้น ท่านหมอหลวงแนะนำให้ใช้ถุงน้ำร้อนประคบ ไม่นานอาการก็จะทุเลาเพคะ”นางกำนัลกราบทูลรายงานก่อนจะคำนับลาออกไปจากห้องหอ หลี่ชุ่ยผินและกลุ่มนางกำนัลจากแคว้นเหลียนก้มหน้านิ่งและล่าถอยออกไปเช่นกัน ก่อนออกไปก็กล่าวคำอวยพรคู่บ่าวสาวให้มีความสุขสมปรารถนา แม้ว่าอู๋ซานเหนียงจะส่งสายตาขอให้นางอยู่เป็นเพื่อนก่อน แต่ธรรมเนียมก็ต้องเป็นธรรมเนียม หลี่ชุ่ยผินปิดประตูห้องหอพลางถอนใจยาว นึกภาวนาขอให้อู๋ซานเหนียงเข้มแข็งและผ่านค่ำคืนนี้ไปได้ด้วยดีเถิดคำอวยพรที่คู่บ่าวสาวได้รับเหมือนเป็นตลกร้าย ภายในห้องอันงดงามมีสิ่งของพยานหกสิ่งอันได้แก่ เครื่องตวง ไม้บรรทัด เครื่องชั่ง กรรไกร กระจกและลูกคิด ครบถ้วนตามธรรมเนียม บนโต๊ะกลมปูผ้าแดงวางสุราและอาหารมงคลสิบอย่าง รวมทั้งเทียนแดงคู่จุดสว่างไสว ขาดก็เพียงเจ้าบ่าวเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเท่านั้นเองอู๋ซานเหนียงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าแดงก่ำโดยไม่ต้องทาสีชาด ใครจะไปคิดเล่าว่าจะปวดท้องจิงสุ่ยในงานเลี้ยง
เขาตรงไปหาน้องสาว พูดคุยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝันพอๆ กับใบหน้าคมคายของเขา ทุ้มต่ำและไพเราะราวกับเสียงดนตรี อู๋ซานเหนียงนิ่งงัน จดจำทุกรายละเอียด แต่ความเย็นชาไม่แยแสที่สะท้อนออกมานั้นทำให้นางรู้สึกสมเพชตัวเอง ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด“คนที่มีความรับผิดชอบที่สุดก็คือพี่ใหญ่ ข้านึกแล้วว่าพี่ใหญ่ต้องมา... พี่รอง พี่สาม... จ่ายมาซะดีๆ”องค์หญิงหย่งอานแบมือ สององค์ชายที่กำลังดวลเหล้ากันครึกครื้นก็วางจอกลงราวกับเหล้าเปรี้ยว องค์ชายสามเอี้ยนซื่อจิ้นเพิ่งจะได้คันเกาทัณฑ์ชั้นยอดเป็นของบรรณาการ เขายังไม่ทันได้ลองยิงเลยสักครั้ง น้องสาวก็โฉบไปเสียแล้ว ส่วนองค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีพนันม้าสีเทาขนเป็นมันเงาไว้ เขาทั้งรักทั้งถนอมถึงขนาดแปรงขนให้ด้วยตัวเอง จู่ๆ น้องสาวตัวดีก็มาโฉบไปเช่นกันเอี้ยนเซินนั่งลงที่โต๊ะจัดเลี้ยงของตนเอง ชูจอกเหล้าขึ้นและเอ่ยอะไรสักอย่างกับขุนนางแคว้นเหลียนที่มาในฐานะทูต หูของนางได้ยินแว่วๆ เกี่ยวกับเรื่องข้อตกลง เสบียง ชายแดน... วนเวียนแต่เรื่องสงคราม ไม่ได้พูดถึงการอภิเษกครั้งนี้เลยสักนิด ไร้ตัวตนสิ้นดีชีวิตลูกผู้หญิงแต่งงานได
อู๋ซานเหนียงคำนับตอบโดยไม่รู้ว่าผู้ถามเป็นใคร ครั้นเหลือบตามองหาคนถาม และพลันประสานสายตากับองค์หญิงหย่งอานซึ่งอยู่รุ่นราวคราวเดียวกับตน อู๋ซานเหนียงถึงกับตะลึงมองความงามไร้ที่ติ เข้าใจแล้วว่างามอย่างเทพธิดาคืองามอย่างไรหย่งอานเองก็พินิจพิจารณาอู๋ซานเหนียงเช่นกัน ก่อนจะแสร้งร่ายกลอนชม“หญิงงามทรามวัยในใต้หล้า แม้จะผัดหน้ากลบฉวีวรรณอันผุดผาด... แม้ทาชาดก็มิอาจบังผิวเรื่ออรุณ คิ้วนางละมุนดั่งขนนกกระเต็น ชายใดเห็นย่อมนึกรักชิดเชยชม...”อู๋ซานเหนียงลืมตัว เผลอต่อกลอน “หมายเด็ดดมบุษบางามเลิศในปฐพี กลายกลับเป็นตังซีขมวดคิ้ว[1]เอย...”องค์หญิงหย่งอานมีแววตาเฉลียวฉลาดและช่างสังเกต คนฉลาดสองคนสบตากันก็เข้าใจ หย่งอานหรี่ตาจ้องโดยไม่พูดอะไร อู๋ซานเหนียงจึงรีบหลบสายตา แสร้งยืนไหล่ตกหลังงอไม่สง่างาม ด้วยหวังว่าองค์หญิงหย่งอานจะไม่ทำลายแผนแสร้งโง่ของนาง“ไม่มีเรื่องใดที่ต้องกังวล พี่ชายของข้า เขาเป็นคนยิ้มง่ายและอ่อนโยนที่สุดที่ท่านเคยพบแน่นอน”ยิ้มง่ายและอ่อนโยน?... อู๋ซานเหนียงนิ่งฟัง แต่ยังไม่เชื่อเท่าไหร่นัก
หญิงสาวแหงนหน้ามองประตูและกำแพงวังสูงตระหง่าน ถึงจะเป็นเพียงแค่ตัวแทนชั่วคราว แต่หากไม่ระวัง... ที่นี่จะเป็นสถานที่ตายของนาง ท่านพ่อจ๋า ท่านแม่จ๋า... อู๋ซานเหนียงกำลังรู้สึกมวนท้อง พยายามควบคุมสมองอันปั่นป่วนและความตื่นกลัวที่ซึมเซาะตามเส้นเลือดให้ได้ รวบรวมสติเข้าไว้ขณะก้าวลงจากรถม้าด้วยกิริยาที่เชื่อมั่นว่าจะดูสง่างามที่สุด ในใจท่องซ้ำไปซ้ำมาว่าข้าคือองค์หญิงเหวินเฉิง องค์หญิงแห่งแคว้นเหลียนผู้เดินทางมาอภิเษกกับชายหนุ่มที่หญิงสาวทั่วหล้าเฝ้าคะนึงหา มีสินเดิมที่ติดตัวมาและสินสอดที่ได้รับจำนวนมหาศาลบรรยากาศภายในเมืองเจียนหยางไม่ใหญ่โตอย่างที่คิด ไม่มีคำอวยพร ไม่มีป้ายโคมหรือเสียงประทัดอะไรมากมาย จัดขึ้นแค่พอเป็นพิธี แต่คนในเมืองหลวงต่างแห่แหนมาดูขบวนเสด็จที่หน้าวังกันเนืองแน่น พวกเขาต่างหัวเราะเยาะและเรียกเจ้าสาวจากแคว้นเหลียนว่า ‘ค่าชดใช้สงครามจากเหลียนอ๋อง’อู๋ซ
อู๋ซานเหนียงร้องอึกอักเมื่อองค์หญิงกรีดปลายนิ้วเชยคางของนางขึ้น พลิกซ้ายขวาเพื่อสำรวจตรวจสอบ แววตาขององค์หญิงเกิดเพลิงริษยาขึ้นเล็กๆ เพราะอู๋ซานเหนียงถึงจะเป็นเพียงบุตรขุนนางชั้นผู้น้อยหน้าตาธรรมดาๆ แต่ก็มีประกายความงามโดดเด่นแอบซ่อนอยู่ เพียงหากนางจะฝึกยิ้มอ่อนหวาน หัวใจชายทั้งหลายย่อมต้องตกอยู่
บัณฑิตจิวจิ่นฟางรู้ข่าวจากน้องสาว เขาก็นั่งเกี้ยวพุ่งมาที่บ้านเฉินจินเหยาทันที“ข้าตั้งใจจะเสนอชื่อน้องสาวเจ้าเข้าวังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทางหลี่ชุ่ยผินก็เห็นด้วย สั่งให้เหมยเซียงเตรียมตัวเข้าวังตามหลังนางไปได้เลย ข้าให้คนส่งข่าวไปที่บ้านเจ้าแล้ว ป่านนี้คงจะกำลังฉลองอยู่แน่”
“อ้อ... แสดงว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกสินะ” “ใช่ มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น” เฉินจินเหยาตอบโดยไม่คิดอะไร “นายอำเภออู๋มีตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่รู้จักผูกมิตรพ่อค้าคหบดี ฐา
อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ “ทำไมเจ้าไม่อยากเข้าวังละ?” ผิงผิงม้วนผมตัวเองเล่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นไปมาเวลาที่ไม่สบายใจ “ฝ่าบาททรงมีอาย







