หย่าสามีชั่ว ข้ากลับเป็นฮองเฮา

หย่าสามีชั่ว ข้ากลับเป็นฮองเฮา

last updateآخر تحديث : 2026-06-13
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
لا يكفي التصنيفات
5فصول
30وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"แต่งงานสามปี เขาไม่เคยแม้แต่จะเข้าห้องหอ" ซูเยว่หลัน บุตรสาวแม่ทัพผู้ล่วงลับ ถูกฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้แต่งกับแม่ทัพหนุ่มรูปงาม หลี่เจิ้ง แต่คืนแต่งงาน สามีของนางกลับถูกส่งไปออกรบ และตั้งแต่นั้น นางก็กลายเป็นเพียง ฮูหยินที่ไม่มีสามี เมื่อเขากลับมา เขากลับพาหญิงคนรักและลูกกลับจวน พร้อมประกาศจะลดขั้นนางเป็น อนุภรรยา แม่ผัวร้าย สามีทรยศ หญิงอื่นเหยียบย่ำ พวกเขาคิดว่านางจะยอมจำนน แต่พวกเขาไม่รู้ว่า หญิงที่ถูกดูถูกผู้นี้ กำลังรวบรวมหลักฐานทีละชิ้น เพื่อล้มจวนแม่ทัพทั้งจวน และในวันที่นางหย่าสามีชั่ว ใต้หล้ากลับต้องตะลึง เมื่อชายผู้หนึ่งเปิดเผยตัวตน เขาคือ ฮ่องเต้แห่งแผ่นดิน และหญิงที่พวกเขาเคยดูถูก กำลังจะกลายเป็น ฮองเฮาแห่งใต้หล้า

عرض المزيد

الفصل الأول

1

ลมหนาวพัดแรงเหนือทุ่งรบที่ยังคละคลุ้งด้วยกลิ่นเลือด ธงศึกสีดำปักเอียงอยู่บนผืนดินชุ่มโคลน ม้าศึกไร้เจ้าของเดินวนอย่างสับสน เสียงคร่ำครวญของทหารบาดเจ็บดังแว่วมาจากไกล ๆ แต่เมื่อสายลมพัดผ่าน ทุกเสียงกลับจมหายไปเหลือเพียงความเงียบที่น่าหวาดหวั่นตรงกลางซากความพินาศนั้น ร่างในชุดไว้ทุกข์สีขาวยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลัก

ซูเยว่หลันยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ชายผ้าเปื้อนเลือดมากไปกว่าเดิม ดวงตาคู่งามทอดมองกองร่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าหยาบสองร่างตรงหน้า โดยไม่กะพริบแม้สักครั้ง

ข้างกายนางคือชิงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทกัดริมฝีปากแน่นจนซีด มือที่ถือร่มสั่นไม่หยุด นางพยายามยืนให้มั่นคง แต่สุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว

“คุณหนู...” ชิงเอ๋อร์เสียงเครือ

“กลับกันเถิดเจ้าค่ะ หากท่านยังยืนตากลมหนาวอยู่อีก เดี๋ยวจะล้มเอา”

ซูเยว่หลันไม่ได้ตอบทันที นางก้าวเข้าไปทีละก้าว คุกเข่าลงช้า ๆ ต่อหน้าร่างทั้งสอง มือเรียวสวยยื่นออกไปเปิดผ้าคลุมออกครึ่งหนึ่ง

ใบหน้าของซูเจิ้นกั๋ว แม่ทัพใหญ่แห่งต้าเซิ่ง ผู้เคยทำให้ศัตรูครั่นคร้าม บัดนี้ซีดเผือดไร้ชีวิต ส่วนอีกด้านหนึ่งคือ ซูจิ้งเฉินพี่ชายคนเดียวของนาง ผู้เคยหัวเราะเสียงดังและสัญญาว่าจะปกป้องน้องสาวไปตลอดชีวิต

วันนี้เขานอนนิ่งอยู่เคียงข้างบิดา ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีคำปลอบโยน และไม่มีวันลืมตาขึ้นมาอีก

ชิงเอ๋อร์ยกมือปิดปาก ร้องไห้ออกมาในที่สุด แต่ซูเยว่หลันกลับนิ่งเหลือเกิน

นิ่งเสียจนทหารเฒ่าที่นำทางนางมาเริ่มใจไม่ดี เขาคุกเข่าลงอย่างละล่ำละลัก

“คุณหนูซู เป็นความผิดของข้าน้อยที่คุ้มกันนายท่านและคุณชายไม่ดี โปรดลงโทษด้วยเถิด!”

ซูเยว่หลันค่อย ๆ วางผ้าคลุมกลับดังเดิม ก่อนหันไปมองทหารเฒ่า

“ใต้เท้าเหอ” นางเอ่ยเรียบ ๆ

“สนามรบไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะกำหนดเป็นกำหนดตายได้ ท่านตามบิดาและพี่ชายข้ามาหลายปี คำขอโทษนี้ไม่จำเป็น” น้ำเสียงของนางไม่ดังนัก แต่กลับทำให้คนฟังเจ็บลึกในอกยิ่งกว่าเสียงร่ำไห้ ทหารเฒ่าผู้นั้นก้มหน้าลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม

ซูเยว่หลันเงยหน้ามองท้องฟ้าหม่นมัว สูดลมหายใจลึก ๆ คล้ายต้องการกดความปวดร้าวทั้งหมดลงไปใต้ทรวงอก

“เก็บศพท่านพ่อกับพี่ใหญ่ให้เรียบร้อย” นางกล่าว

“เราจะพาท่านทั้งสองกลับบ้าน”

คำว่า “บ้าน” หลุดออกจากริมฝีปากแล้วกลับแทงใจนางเอง บ้านที่กลับไปครั้งนี้ จะไม่มีบุรุษสองคนที่เป็นเสาหลักของตระกูลซูอีกต่อไป

ชิงเอ๋อร์รีบเช็ดน้ำตา ลุกขึ้นไปช่วยจัดการทุกอย่างทันที ถึงกระนั้นปากก็ยังไม่วายพึมพำอย่างเคียดแค้น

“พวกสุนัขในเมืองหลวงพอรู้ข่าว ต้องเริ่มคิดกันแล้วว่าตระกูลซูหมดอำนาจ ท่านดูเถิดเจ้าค่ะ พวกมันต้องโผล่หัวออกมาทีละตัวแน่” ซูเยว่หลันหันไปมองสาวใช้คนสนิท ดวงตาอ่อนลงเพียงน้อยนิด

“เจ้าจะร้องไห้หรือจะด่าคนอื่นกันแน่”

ชิงเอ๋อร์สะอึกสะอื้นก่อนตอบทั้งน้ำตา

“ข้าร้องไปด้วย ด่าไปด้วยได้เจ้าค่ะ” เป็นประโยคที่ฟังดูน่าขันอย่างประหลาด แม้ในห้วงแห่งความตาย ซูเยว่หลันก็เกือบเผลอยกมุมปากขึ้น แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงส่ายหน้าเบา ๆ

“ชิงเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะ”

“อย่าให้ใครเห็นว่าเราอ่อนแอ”

ชิงเอ๋อร์ยืดอกทันที

“ต่อให้ฟ้าถล่ม ข้าก็จะยืนบังให้คุณหนูเองเจ้าค่ะ”

ซูเยว่หลันมองนางครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา

“ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าบังฟ้า”

“เช่นนั้นให้ข้าบังคนเลว ๆ ก็ได้เจ้าค่ะ”

คราวนี้ซูเยว่หลันหลุดหัวเราะสั้น ๆ ออกมาจริง ๆ เสียงนั้นเบามาก แต่ในสนามรบที่เงียบงันกลับชัดเจนเหลือเกิน

ชิงเอ๋อร์มองนางแล้วตาแดงกว่าเดิม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูของตนไม่ได้หัวเราะง่าย ๆ เช่นนี้ในวันที่หัวใจแตกสลาย นางคุกเข่าลงข้างซูเยว่หลันแล้วเอ่ยเสียงหนักแน่น

“คุณหนู ต่อให้ทั้งโลกทอดทิ้งท่าน ข้าก็จะไม่ทิ้ง”

ซูเยว่หลันหันไปมอง ในที่สุดแววตาที่เย็นนิ่งตลอดทั้งเช้าก็ไหววูบเล็กน้อย

“ข้ารู้” สองคำสั้น ๆ แต่มากพอให้ชิงเอ๋อร์เช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้นไปสั่งคนงานต่อทันที ขบวนเกวียนศพเคลื่อนกลับเมืองหลวงช้า ๆ ตลอดทาง มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยคุกเข่าริมถนน บ้างร้องไห้ บ้างพนมมือคารวะ เพราะซูเจิ้นกั๋วกับซูจิ้งเฉินคือผู้ที่ออกไปรบเพื่อบ้านเมืองหลายต่อหลายครั้ง

แต่ในความอาลัยนั้น ซูเยว่หลันเห็นสิ่งอื่นปะปนอยู่ด้วย แววตาหวาดหวั่น แววตาลอบมอง แววตาประเมินทุกคนต่างรู้ว่า เมื่อแม่ทัพซูสิ้น ตระกูลซูย่อมเหลือเพียงสตรีในจวน และเมื่อจวนหนึ่งไม่มีบุรุษค้ำหัว คนจำนวนไม่น้อยย่อมคิดว่าจวนนั้นอ่อนแอ

ชิงเอ๋อร์ขี่ม้าเคียงเกวียน พลางเหลือบมองสองข้างทางอย่างระแวดระวัง

“คุณหนู คนพวกนั้นมองท่านเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่าจะรังแกง่ายหรือไม่”

“ก็ปล่อยให้พวกเขาชั่งไป” ซูเยว่หลันตอบจากในเกวียน

“ใครพลาด ก็ต้องจ่ายราคาเอง”

ชิงเอ๋อร์นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วค่อยแย้มยิ้ม

“เจ้าค่ะ ข้าชอบตอนท่านพูดเช่นนี้ที่สุด”

เกวียนแล่นผ่านประตูเมืองเข้าสู่เมืองหลวงยามเย็น เงาตะวันสีชาดทาบลงบนกำแพงสูง ทั้งเมืองคล้ายจมอยู่ในสีเศร้าหม่น หน้าจวนซูมีโคมขาวแขวนเรียงรายตั้งแต่บ่ายแล้ว

เมื่อเกวียนหยุดลง สาวใช้และบ่าวรับใช้ในจวนต่างร้องไห้ระงม ซูฮูหยินผู้เป็นมารดาของซูเยว่หลันแทบทรุดลงกับพื้นทันทีที่เห็นศพสามีและบุตรชาย นางก้าวโซเซออกมาโดยไม่สนใจมารยาทใด ๆ

“ท่านพี่!... จิ้งเฉิน!...”

ซูเยว่หลันรีบประคองมารดาเอาไว้

“ท่านแม่”

ซูฮูหยินคว้าแขนบุตรสาวแน่น ดวงตาบวมแดงจนแทบลืมไม่ขึ้น

“เยว่หลัน...พวกเขา...พวกเขา...” คำพูดขาดหายไปกับเสียงสะอื้น นางแทบยืนไม่ไหว

ด้านหลังนั้นคือฮูหยินเฒ่าซู ผู้เป็นย่าเดินออกมาช้า ๆ แม้อายุจะมาก แต่แผ่นหลังยังตรง ดวงตาคมกริบที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิตมองผ้าขาวสองผืนบนเกวียนเพียงครู่เดียวก่อนหลับตาลง มือเหี่ยวย่นกำไม้เท้าแน่นจนข้อนิ้วขาว แต่ฮูหยินเฒ่าซูไม่ร้องไห้ นางเอ่ยเพียงว่า

“ยกนายท่านกับคุณชายเข้าเรือนเถิด” น้ำเสียงนั้นเรียบจนชวนปวดใจยิ่งกว่าเสียงร่ำไห้ใด ๆ

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
5 فصول
1
ลมหนาวพัดแรงเหนือทุ่งรบที่ยังคละคลุ้งด้วยกลิ่นเลือด ธงศึกสีดำปักเอียงอยู่บนผืนดินชุ่มโคลน ม้าศึกไร้เจ้าของเดินวนอย่างสับสน เสียงคร่ำครวญของทหารบาดเจ็บดังแว่วมาจากไกล ๆ แต่เมื่อสายลมพัดผ่าน ทุกเสียงกลับจมหายไปเหลือเพียงความเงียบที่น่าหวาดหวั่นตรงกลางซากความพินาศนั้น ร่างในชุดไว้ทุกข์สีขาวยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักซูเยว่หลันยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ชายผ้าเปื้อนเลือดมากไปกว่าเดิม ดวงตาคู่งามทอดมองกองร่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าหยาบสองร่างตรงหน้า โดยไม่กะพริบแม้สักครั้งข้างกายนางคือชิงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทกัดริมฝีปากแน่นจนซีด มือที่ถือร่มสั่นไม่หยุด นางพยายามยืนให้มั่นคง แต่สุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว“คุณหนู...” ชิงเอ๋อร์เสียงเครือ“กลับกันเถิดเจ้าค่ะ หากท่านยังยืนตากลมหนาวอยู่อีก เดี๋ยวจะล้มเอา”ซูเยว่หลันไม่ได้ตอบทันที นางก้าวเข้าไปทีละก้าว คุกเข่าลงช้า ๆ ต่อหน้าร่างทั้งสอง มือเรียวสวยยื่นออกไปเปิดผ้าคลุมออกครึ่งหนึ่งใบหน้าของซูเจิ้นกั๋ว แม่ทัพใหญ่แห่งต้าเซิ่ง ผู้เคยทำให้ศัตรูครั่นคร้าม บัดนี้ซีดเผือดไร้ชีวิต ส่วนอีกด้านหนึ่งคือ ซูจิ้งเฉินพี่ชายคนเดียวของนาง ผู้เคยหัวเราะเสียงดังและสัญญ
اقرأ المزيد
2
คนทั้งจวนรีบทำตามคำสั่ง ซูเยว่หลันช่วยประคองมารดาเข้าไปด้านใน ขณะเดินผ่านธรณีประตู นางเงยหน้ามองป้ายจวนซูที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ ป้ายเดิมจวนเดิม แต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คืนนั้น จวนซูเต็มไปด้วยกลิ่นธูป ซูเจิ้นกั๋วและซูจิ้งเฉินถูกตั้งศพในโถงใหญ่ คนของตระกูล ทยอยกันมาคารวะ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมาด้วยความจริงใจ บางคนพูดปลอบ บางคนถอนใจ แต่สายตาที่ลอบมองซูเยว่หลันกลับซ่อนความหมายไว้มากมาย“น่าเสียดายจริง ๆ ตระกูลซูมีเพียงคุณหนูเยว่หลันคนเดียวแล้ว”“จากนี้คงลำบากไม่น้อย...”“หญิงล้วนทั้งจวน จะรับมือไหวหรือ” คำพูดกระซิบกระซาบเล็ดลอดมาตามลม ชิงเอ๋อร์ยืนอยู่ไม่ไกล กัดฟันดังกรอด นางอยากพุ่งเข้าไปตบปากคนเหล่านั้นนัก แต่ซูเยว่หลันส่ายหน้าเบา ๆ“ปล่อยพวกเขา”ชิงเอ๋อร์ก้มหน้าลง“ข้าได้ยินแล้วมันคันมือเจ้าค่ะ”“เจ้าคันมือทั้งวันอยู่แล้ว”สาวใช้คนสนิทเงยหน้าขึ้นทันที“ข้าคันมือเป็นเวลาเจ้าค่ะ ตอนเห็นคนชั่วเท่านั้น”ซูเยว่หลันเกือบยิ้มอีกครั้ง แต่สายตากลับหันไปเห็นมารดานั่งคุกเข่าอยู่หน้าโลงศพด้วยท่าทางเหมือนถูกดูดวิญญาณออกจากร่างแล้ว รอยยิ้มที่ริมฝีปากจึงเลือนหายไปนางเดินเข้าไปนั่งข้างซูฮูหยิน
اقرأ المزيد
3
“เยว่หลัน ย่าจะไม่บังคับเจ้า หากเจ้าไม่อยากแต่ง ต่อให้ต้องเอาชีวิตย่าเข้าแลก ย่าก็...”“ท่านย่า” ซูเยว่หลันคุกเข่าหันไปหาผู้เฒ่า“เพราะหลานเป็นคนตระกูลซู หลานจึงยิ่งต้องแต่ง”ชิงเอ๋อร์มองนางตาค้าง“คุณหนู!” ซูเยว่หลันก้มหน้าลงช้า ๆ สายตาทอดไปยังโลงศพของบิดาและพี่ชาย“ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เพิ่งจากไป หากหลานยังดื้อดึงขัดราชโองการอีก ตระกูลซูจะยิ่งลำบาก” นางเอ่ยทีละคำ“ตอนนี้เราไม่มีสิทธิ์เลือกตามใจแล้ว” คำพูดนั้นทำให้แม้แต่ฮูหยินเฒ่าซูก็เงียบงัน เพราะมันเป็นความจริงที่โหดร้ายเกินกว่าจะปฏิเสธชิงเอ๋อร์คุกเข่าลงตรงหน้านาง น้ำตาไหลไม่หยุด“แต่แม่ทัพหลี่ผู้นั้นข้าได้ยินมาว่ารูปงามก็จริง ทว่าหยิ่งยโสและมีหญิงชมชอบมากมาย เหตุใดคุณหนูของข้าต้อง”ซูเยว่หลันยกมือแตะศีรษะนางเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ“ก็เพราะเป็นราชโองการ”“ราชโองการก็ไม่น่ารังแกคนถึงเพียงนี้สิเจ้าคะ”“ชิงเอ๋อร์”“เจ้าคะ...”“ช่วยข้าอีกครั้ง”สาวใช้คนสนิทเงยหน้าขึ้นทันที“คุณหนูสั่งมาเถิด” ซูเยว่หลันมองไปยังโลงศพทั้งสอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ดูแลท่านแม่และท่านย่าให้ดี” ชิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าแรง ๆ“เจ้าค่ะ”ครู่ต่อมา ฮูหยินเ
اقرأ المزيد
4
“คุณหนู ข้างนอกมีคนจากตระกูลโจวและตระกูลหยางมาคารวะศพขอรับ”ซูเยว่หลันพยักหน้า“จัดให้นั่งรอที่โถงหน้า ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”“ขอรับ”เมื่อบ่าวถอยออกไป ชิงเอ๋อร์กลับเบะปากทันที“ตระกูลโจวกับตระกูลหยางหรือเจ้าคะ ข้าว่าพวกเขาไม่ได้มาแค่คารวะศพหรอก”“แน่นอนว่าไม่ใช่” ซูเยว่หลันลุกขึ้นช้า ๆ พลางจัดแขนเสื้อสีไว้ทุกข์ให้เรียบ“คนหนึ่งอยากดูว่าจวนซูยังมีมูลค่าให้คบหาหรือไม่ อีกคนอยากรู้ว่าราชโองการสมรสจะเปลี่ยนฐานะข้าอย่างไร”“เช่นนั้นท่านยังจะออกไปพบอีกหรือเจ้าคะ”“ต้องพบ”“ทำไมเจ้าคะ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าพวกเขามาดูถูก”ซูเยว่หลันหันมามองชิงเอ๋อร์ แววตานิ่งสนิท“ยิ่งพวกเขาอยากเห็นข้าอ่อนแอ ข้ายิ่งต้องไปให้เขาเห็นว่าข้ายังยืนอยู่”ชิงเอ๋อร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าแรง ๆ“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะยืนข้างท่าน แล้วส่งสายตาถลึงใส่พวกเขาเอง”“ไม่ต้อง”“เหตุใดเล่าเจ้าคะ”“เสียแรงเปล่า” ซูเยว่หลันเดินออกจากห้อง“สำหรับคนบางจำพวก แค่ข้ายืนเฉย ๆ เขาก็อึดอัดพอแล้ว”ชิงเอ๋อร์รีบเดินตาม พลางพึมพำเบา ๆ“คุณหนูของข้านี่น่ากลัวจริง ๆ”“เจ้าพูดอะไร”“ข้าชมท่านอยู่เจ้าค่ะ” นางรีบยิ้มประจบเจ้านายสาวในทันทีช่วงสาย
اقرأ المزيد
5
ซูเยว่หลันลงจากรถ ตรวจดูตำแหน่งสุสานใหม่ที่กำลังเตรียมไว้ข้างหลุมของบรรพชนด้วยตนเอง นางถามรายละเอียดเรื่องหินจารึก เรื่องพิธี และเรื่องทหารที่คอยอารักขาอย่างละเอียดจนคนดูแลสุสานไม่กล้าพลาดแม้แต่น้อย ชิงเอ๋อร์ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล คอยสังเกตทุกทิศทางไม่ห่างกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม เสียงนกยามเย็นค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดสน“กลับกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู” ชิงเอ๋อร์เดินเข้ามาใกล้“มืดกว่านี้ทางจะยิ่งเปลี่ยว”ซูเยว่หลันพยักหน้า ก่อนหันกลับไปมองพื้นที่ซึ่งอีกไม่นานจะเป็นที่พำนักนิรันดร์ของบิดาและพี่ชาย นางยืนนิ่งอยู่ชั่วขณะ“ท่านพ่อ...พี่ใหญ่...” เสียงนั้นเบามากจนแทบกลืนไปกับลม“ข้าจะดูแลจวนซูเอง”ชิงเอ๋อร์ที่อยู่ใกล้สุดได้ยินชัด แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน นางเพียงยืนเงียบ ให้คุณหนูของตนมีพื้นที่กับความอาลัยตามลำพัง เมื่อขึ้นรถม้าอีกครั้ง ความมืดก็เริ่มปกคลุมทางกลับมากขึ้น ทว่าระหว่างที่รถแล่นผ่านแนวป่าเบื้องล่าง ชิงเอ๋อร์กลับชะงักกะทันหัน“หยุดรถ!”คนขับรถดึงบังเหียนจนม้าสะบัดหัว ซูเยว่หลันเปิดม่านออกเล็กน้อย“มีอะไร”ชิงเอ๋อร์ลงจากรถอย่างรวดเร็ว มือจับ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status