LOGINเฉินเถาฮวามองผ่านหน้ากากของตน จ้องเหล่าข้าศึกที่ยืนลนลานอยู่เบื้องล่าง เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยู่
ร่างสูงสง่ายืนโงนเงน เห็นภาพตนเองอาละวาดทำลายข้าวของ และส่วนที่ลึกที่สุดในหัวใจ เขาค้นพบรอยยิ้มเศร้าสร้อยของนาง หัวใจของหลี่อ๋องหมุนติ้วขณะกวาดสายตา จำได้ว่าตอนที่เขาถือดาบบุกเข้ามา นางยืนอยู่ตรงนี้...ตู้ไม้แกะสลักสำหรับเก็บอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยของนางยังตั้งอยู่ที่เดิม แต่เพลิงเผาผลาญจนไหม้ดำ ข้าวของกลายเป็นเศษซาก ไม่มีอะไรเหลือให้นึกถึงตัวตนของนางเลยแม้แต่น้อย แต่พระองค์ยังจำสายตาตัดพ้อเศร้าสร้อยของนางได้ไม่มีวันลืม นางต้องการจะบอกอะไรหนอ...ลวดลายบนตู้ไม้แกะสลักเป็นลายดอกเหมยกุ้ยที่นางชอบ ข้าวของทั้งหลายของนางเก็บไว้ที่นี่แต่เขาสั่งเผาทำลายไปหมดสิ้นแล้ว หยูเฟยสะดุ้งตกใจกลัวจนร้องไห้แต่ก็ยังพยายามยืนขวางตู้ใบนี้ไว้ มันมีอะไร นางแอบอะไรไว้ หลี่อ๋องสูดลมหายใจเข้าปอด และค่อยๆ เอื้อมมือไปผลักตู้ที่ดำเป็นตอตะโกออก จึงค้นพบว่ามีข้อความเขียนไว้ที่ผนังข้ามิอาจทำร้ายบิดาเพื่อเอาตัวรอด คนจากไปไกลแล้วไม่หวนคืน ความฝันงดงามแต่ยากสมหวัง แม้นหากข้าสิ้นลมไปแล้ว ขอให้ทรงรู้ไว้ว่าข้ารักท่านเสมอ สองขาของหลี่อ๋อง
ตอนนี้เป็นยามดึกสงัด ดวงจันทร์เสี้ยวลอยค้างอยู่บนท้องฟ้า เมฆดำลอยผ่านบังจันทร์อย่างรวดเร็ว บ่งบอกว่าคืนนี้ลมแรงยิ่งนัก ทั่วทั้งเมืองหนาวยะเยือกและเงียบงัน มีเพียงเสียงร้องเตือนของขันทีเวรยามร้องเตือน ‘ระวังฟืนไฟ ระวังฟืนไฟ’ ดังแว่วมาจากอีกด้านหนึ่ง นอกจากไฟตะเกียงที่แขวนอยู่หน้าตำหนักใหญ่แล้ว ที่อื่นๆ ล้วนมืดมิดหลี่เซวียนหลงเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งกายด้วยชุดยาวสีเลือดหมูปักลายมังกร ท่วงท่าภูมิฐาน การลงโทษกุมขังอดน้ำและอาหารมิได้บั่นทอนแรงเดือดในแววตาของเขาเลยสักนิด ร่างกำยำก้าวขึ้นบันไดมังกรอย่างเชื่องช้าผ่านแถวทหารองครักษ์ที่ยืนเรียงรายนิ่งราวกับไร้ชีวิตจนกระทั่งร่างแข็งแกร่งประจันหน้าหลี่อ๋องซึ่งประทับบนบัลลังก์ ทรงร่ำสุราอย่างหนักจนแววเนตรกร้าวกระด้าง สีหน้าของหลี่เซวียนหลงเองก็เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ไม่หลงเหลือรอยยิ้มหรือความอบอุ่นใดๆ ต่างฝ่ายต่างถลึงตาใส่กัน พระราชอำนาจสุดหยั่งมักจะร้ายมากกว่าดี นับแต่โบราณฟ้าไม่มีสองตะวัน แผ่นดินมีเจ้าได้เพียงหนึ่งเดียวไม่อาจมีสองหลี่อ๋องไม่อาจระงับโทสะได้ ตบโต๊ะดังปัง! หลี่เซวียนหลงรู้ว่าพี่ชาย
“ท่านแม่มีกฎเข้มงวด ห้ามคนในหอทะเลาะเบาะแว้ง พี่เหยาฉินกับท่านแม่ตบตีกันเช่นนี้ ข้าจะอบรมสั่งสอนให้แทนนะเจ้าคะ” ร่างบอบบางจับคอเสื้อของสองแม่ลูกคนละข้าง ผลักให้หงายหลังที่ขอบระเบียงชั้นสามจวนเจียนจะตกมิตกแหล่ หากเฉินเถาฮวาปล่อยมือ พวกนางสองแม่ลูกต้องตกลงไปคอหักตายแน่นอน “ต่อไปจะทะเลาะกันอีกหรือไม่เจ้าคะ” นางโจวเหวินพนมมือปะหลกๆ เข้าใจคำเตือนชัดแจ้งแล้ว“อย่าทำข้า อย่าทำข้าเลย อย่าปล่อยมือนะ ข้า ข้าจะไม่ทะเลาะกับเจ้าอีกแล้ว ข้าสัญญาว่าจะไม่บังคับใจเจ้า ปล่อยข้า เอ้ยๆ อย่าปล่อยนะ ข้ากลัวแล้ว จะไม่แกล้งเจ้าแล้ว” “ฆ่ามัน! ฆ่ามันเลย! ไม่เห็นเหรอว่านังเด็กบ้ามันคิดจะฆ่าข้า!” หยวนหยวนตะโกนเรียกพวกคนคุมหอดังลั่น ตั้งใจจะเอาให้ตาย “จับมันไปขัง
“ท่านแม่ นี่น่ะหรือองค์หญิงที่ท่านตื่นเต้นนักหนา เนื้อตัวก็ปอนๆ สกปรก ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลย”“ใจเย็นๆ ก่อนนะลูกรัก ในบรรดาลูกของแม่ หยวนหยวนพิเศษเป็นที่หนึ่งเสมอ”นางโจวเหวินยิ้มแหยๆ รีบเข้าไปลูบเนื้อลูบตัวหยวนหยวนเพื่อเอาใจ ก่อนจะกระซิบบอกฐานะที่แท้จริงของเฉินเถาฮวา หยวนหยวนรู้เข้าก็ไม่พอใจเพราะไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนเจิดจรัสเหนือกว่า พื้นเพองค์หญิงตกยากแสนบอบบาง ชายใดรู้เข้าจะไม่อยากได้ตัวไปดูแลได้อย่างไร ยิ่งมีที่มาภูมิหลังสูงศักดิ์น่าเวทนา พวกกลัดมันขี้คร้านจะแย่งชิงกันวุ่นแน่“หยวนหยวนอย่าเพิ่งหงุดหงิดไป คิดดูสิ หากองค์หญิงผู้นี้เคารพเจ้าในฐานะพี่สาว ยามออกงานเคียงคู่จะยิ่งขับราศีของเจ้าให้ผุดผ่อง ข้าจะให้เจ้าคอยดูแลควบคุมนาง เจ้าจะใช้นางเข้าหาเชื้อพระวงศ์คนไหนก็ไม่ยากแล้ว โดยเฉพาะองค์ชายหลี่เซวียนหลง เจ้าเพียรเฝ้ามองหลงอ๋องผู้นี้มาตั้งหลายปีแล้ว จะคุยท่านอ๋องก็ไม่คุยด้วย นี่แหละโอกาสทองของเจ้านะ”นางโจวเหวินกระซิบ หยวนหยวนกลอกตาไปมา คิดซ้ายตรองขวาอยู่สักครู่ ก่อนจะหันไปยิ้มแย้มจับมือจับไม้เฉินเถาฮวา
“ฮึ! คราวหน้าจะโดนยิ่งกว่านี้ ระวังตัวเอาไว้ให้ดี”นางโจวเหวินยิ้มเยาะ พอใจที่ได้ข่มสตรีชั้นสูงให้อยู่ในโอวาท องค์หญิงหย่งอานผู้นี้ช่างอ่อนแอเสียจริง ตอนนั่งรถม้าก็ไม่พูดอะไรสักแอะ สงบนิ่งราวกับน้ำแข็ง หัวอ่อนและไม่มีปากมีเสียง สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ไม่ร้องไห้คร่ำครวญให้หนวกหูเสียเวลาปลอบ นับว่าอยู่เป็น“เอ้า! ถึงห้องพักของเจ้าแล้ว ท่านอ๋องส่งคนมาแจ้งข้าฉุกละหุก ไม่มีเวลาเตรียมห้องให้องค์หญิงตกอับอย่างเจ้า เจ้าก็ทนๆ อยู่ไปก่อนก็แล้วกัน”นางโจวเหวินกรีดนิ้วสั่งบ่าวรับใช้เปิดประตูห้องพักทางทิศเหนือของตึก ที่นั่นอับชื้นและไม่มีแสงแดดส่องถึง สภาพจึงเก่าและมีกลิ่น นางโจวเหวินยกชายแขนเสื้อขึ้นป้องจมูกก่อนจะแสร้งทำเป็นตกใจ“แย่จริง นังบ่าวชั้นต่ำมันช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เตรียมห้องสกปรกโทรมๆ เช่นนี้ให้องค์หญิงได้อย่างไร อีพวกโง่ไร้สมอง คิดว่าตัวเองเคยเป็นดอกฟ้าแล้วจะทำอะไรได้ตามใจชอบ”“ข้าอยู่ได้เจ้าค่ะท่านแม่”เฉินเถาฮวารู้ดีว่านางโจวเหวินต้องการกำราบด้วยการด่ากระทบกระเทียบ นางไม่อยากมีปัญหาจึงไม่สนใจ
“นั่นน่ะหรือองค์หญิงแคว้นเอี้ยน ผอมแห้งเหมือนคนขี้โรค ไม่เห็นมีตรงไหนเลิศเลอสักนิด”“ข้าอ่านประกาศในเมือง ตอนแรกฝ่าบาทก็จะรับนางเป็นชายา แต่ยังไม่ทันไต่เต้าขึ้นฟ้า นางกลับไม่รักดี ยั่วยวนหลงอ๋อง ช่างสกปรกเสียจริง”ตลอดทางเดินมีหญิงงามวัยดรุณีไปจนถึงวัยยี่สิบปลายๆ พวกนางแต่งกายงดงามนั่งจับกลุ่มพูดคุยและหัวเราะต่อกระซิกกัน เมื่อเห็นเฉินเถาฮวาต่างก็พากันจ้องมอง บางคนเยาะเย้ย บางคนก็เห็นใจ แต่เฉินเถาฮวาไม่ได้ใส่ใจ“ทางด้านโน้นเป็นหอจัดเลี้ยงชื่อหอประชุมเซียน เราจะจัดงานฉลองทุกๆ ต้นฤดูและปลายฤดู เพราะฉะนั้นจะจัดงานสังสรรค์ปีละแปดครั้ง บรรดาผู้ดีมีเงินมีศักดิ์สูงทั้งหลายจะมารวมตัวกัน เปิดโอกาสให้พวกเจ้าได้แสดงฝีมือ หากท่านชายคนไหนถูกใจจะได้ซื้อตัวออกไป”นางโจวเหวินชี้ไปที่หอจัดเลี้ยงกลางน้ำ ตั้งอยู่อย่างสันโดษท่ามกลางหมู่ต้นเหมยออกดอกแดงสะพรั่ง ตลอดเส้นทางเดินไปตามระเบียงคดเคี้ยวผ่านเรือนหลังเล็กหลังน้อยสำหรับรับรองนักเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ข้าวของเครื่องใช้ภายในหอเหมยเขียวล้วนแล้วแต่ทำจากทองคำ เงินและอัญมณี เสาแต่ละ
เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข
จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน คว
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า &
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว




![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


