Share

ชายามังกร
ชายามังกร
Author: มณีริน/ ศศิชา/ ไอศิกา/ Sazaki Aiko

บทนำ 1

จากใจนักเขียน

                ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน ความลำบากหล่อหลอมให้นางเอกทรหด ก่อนจะเปิดโอกาสด้วยมือตนเองจนได้เป็นพระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง มีพี่ชายผู้สูงศักดิ์ทั้งสามชุบเลี้ยงดูแลอย่างอบอุ่น

                ชะตาชีวิตของนางเอกผูกพันอยู่กับสนามรบ ดังนั้นจึงปลอมตัวกระโจนเข้าสู่วังวนสงครามเพื่อเป้าหมายเดียวที่นางต้องการ นั่นคือพระเอกผู้ซึ่งเป็นองค์ชายแคว้นศัตรู กว่าจะลงเอยได้ด้วยดี ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะประจักษ์ถึงความรักทรงพลังที่สุดของพวกเขา และมีความสุขที่ได้อ่านนิยายของตันเหมยนะคะ

ตันเหมย (มณีริน)

กันยายน 2560

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ https://www.f******k.com/maneerin.novel/

--------------------

บทนำ

                ลานสมรภูมิ ชายแดนแคว้นเอี้ยน

                เสียงกลองศึกดังระทึกขึ้นทันทีที่รุ่งอรุณไขแสง เร่งเร้าให้บรรยากาศฮึกเหิม เลือดร้อนระอุแล่นพล่านไปทั่วปฐพี แคว้นเอี้ยนทำศึกสงครามกับคู่แค้นอย่างแคว้นหลี่มาเนิ่นนานนับร้อยปี ต่างฝ่ายต่างรบพุ่งยึดครองดินแดนอย่างดุเดือด เลือดชโลมแผ่นดิน บัดนี้เป็นศึกครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างเลิกสนใจจดจำ

                “ทัพของเสด็จพี่จะมาถึงเมื่อใด”

                “อย่างช้าสี่วัน อย่างเร็ววันมะรืนพ่ะย่ะค่ะ”

                “ช้าเกินไป”

บุรุษองอาจผึ่งผายผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนยอดผาเหนือสนามรบ ดูทรงพลังราวกับเทพที่จ้องมองลงมาจากเบื้องบน ร่างสูงกำยำสะพายเกาทัณฑ์คู่ใจ ข้างเอวเหน็บกระบี่คมกริบพร้อมพิฆาตศัตรู ริ้วธงทัพหลี่พัดปลิวไสวตามแรงลมโหมอยู่เบื้องหลัง

หลี่เซวียนหลง องค์ชายแห่งแคว้นหลี่กำลังเผชิญศึกหนัก

ท่ามกลางนายทหารร่างกำยำ รูปร่างขององค์ชายสง่างามโดดเด่นกว่าใคร ผิวกายคล้ำแดดบ่งบอกการฝึกฝนฝีมือการรบอย่างหนักหน่วง เสี้ยวพักตร์คมเข้มมีบาดแผลสดใหม่ซึ่งทำการรักษาอย่างลวกๆ แม้ว่าอากาศจะเย็นจับขั้วกระดูก ซึมแทรกผ่านเสื้อเกราะ แต่หัวใจแห่งชายชาตินักรบกำลังสูบฉีดเปลวเพลิงไปยังเส้นเลือดทุกเส้น บัดนี้ทั่วสี่ทิศเต็มไปด้วยซากศพทหารและศัตรูเกลื่อนกลาด บนเนินเขาจุดต่างๆ ไหม้เกรียม ยังมีควันไฟคละคลุ้งเหลือเป็นร่องรอยว่าการศึกของวันก่อนรุนแรงเพียงใด

ร่างสูงสง่าหรุบสายตาจ้องมองทัพเอี้ยนซึ่งตั้งพลอยู่ที่ราบเบื้องล่าง ห้อมล้อมเนินเขาแห่งนี้ไว้ในกรงเล็บ ฝ่ายทหารหลี่ของเขามีกำลังพลน้อยกว่า เสบียงกรังที่พี่ชายกำลังส่งมาถูกตัดขาดและอาจจะถูกทัพเอี้ยนจุดไฟเผาป้อมปราการธรรมชาติแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ แต่แววตาของบุรุษหนุ่มก็หาได้หวั่นกลัว มีแต่จะยิ่งพึงพอใจที่จะได้แสดงฝีมือให้เป็นที่ยอมรับ

“พวกมันจะไม่เผาเนินเขานี้หรอก มันต้องการจับเป็นข้า”

องค์ชายหลี่เซวียนหลงประเดิมศึกแรกอย่างเต็มตัวโดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกอง นำทหารฝีมือดีภายใต้สังกัดหน่วยเฟยหลงจำนวนห้าพัน เป้าหมายจู่โจมยึดเมืองยุทธภูมิสำคัญเพื่อชิงความได้เปรียบ แต่ตอนนี้เขากลับถูกซ้อนแผนตลบหลัง ไล่ต้อนให้มาตั้งหลักที่เนินเขาห่างจากเมืองเป้าหมายประมาณสามลี้ เสียกำลังพลไปเกือบครึ่ง เหลือทหารอยู่เพียงสามพันซึ่งล้วนอ่อนแรง

                “กราบทูลองค์ชาย ทัพเอี้ยนมีการเปลี่ยนแปลง จู่ๆ ก็แบ่งกำลังพลถอยออกไปจากสนามรบ อาจจะเป็นกลศึก”

รองหัวหน้าหน่วยนามจู้จื่อมีสีหน้าไม่สู้ดีนักขณะรายงาน ทัพหลี่สามพันคนกำลังถูกกำลังพลสามหมื่นล้อม ศัตรูมีมากมายมองไปสุดลูกหูลูกตา ซึ่งนี่เป็นศึกแรกขององค์ชายหลี่เซวียนหลงในวัยสิบห้าชันษา ที่ผ่านมาเขาติดตามทำศึกร่วมกับพี่ชายมาตั้งแต่สิบสองชันษา ดังนั้นเมื่อได้รับมอบหมายให้เคลื่อนทัพด้วยตนเองเป็นครั้งแรก องค์ชายหนุ่มรูปงามจึงลำพองใจในตนเอง หุนหันปรับเปลี่ยนแผนการเคลื่อนทัพจนถูกฝ่ายเอี้ยนไล่รุก จู้จื่อจึงมีสีหน้ากังวลตลอดเวลา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชาย พวกตนย่อมไม่พ้นโทษทัณฑ์สาหัสจากหลี่อ๋อง

หลังจากประชุมวางแผนกันแล้ว ทัพของหลี่อ๋องคงไม่สามารถมาช่วยพระอนุชาได้ทันแน่ การตั้งหลักยืดเยื้อก็จะเร่งให้กำลังของทหารทั้งสามพันอ่อนล้าลงเรื่อยๆ พวกเขายังไม่รู้หนทางแก้ไขสถานการณ์นี้เลย ขวัญกำลังใจเริ่มถดถอย

“เราจะตีฝ่า”

หลี่เซวียนหลงพูดเรียบๆ เสี้ยวพักตร์กระด้างนิ่งเฉยราวกับว่าต่อให้อีกฝ่ายแห่แหนเข้ามาตอนนี้ แววตาคมกร้าวก็ไม่สะทกสะท้าน เขาอาจจะเป็นผู้นำมือใหม่ก็จริง แต่สำหรับฝีมือการรบนั้นไม่แพ้ใครแน่ จู้จื่อกับนายทหารทั้งหมดจึงต่างหันมาประหนึ่งพร้อมใจกันตะโกนถามว่าจะเอาจริงหรือ สามหมื่นกับสามพัน สิบต่อหนึ่ง ตายแน่ๆ

                “พวกเจ้าเป็นทหารมือหนึ่งของหลี่ มีอะไรต้องเกรงกลัว พวกเจ้าแค่ฆ่าทหารเอี้ยนให้ได้อย่างต่ำสิบคน แค่นี้ก็ไม่มีปัญหา วันนี้ใครเป็นผู้นำทัพ”

                “ทัพเอี้ยนชูธงอสูรร้าย... เอี้ยนซ่านฉีพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี เมื่อวานนี้มีแต่พวกรองแม่ทัพน่าเบื่อ” เรียวปากหยักได้รูปหยัดยิ้ม แววตามุทะลุยิ่งขึ้นมิได้ครั่นคร้าม “ข้าต้องการเด็ดหัวคนผู้นั้น”

ถึงแม้ว่าเอี้ยนอ๋องจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในวัง แต่พระองค์ก็เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง เพราะเอี้ยนอ๋องมีพระโอรสที่เป็นดั่งกระบี่ทรงพลานุภาพถึงสามคน หนึ่งคือเอี้ยนเซิน สองคือเอี้ยนซ่านฉีและสามเอี้ยนซื่อจิ้น รวมเป็นสามขุนพลสวรรค์แห่งแคว้นเอี้ยน องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีเป็นผู้มีฝีมือรบเอกอุอยู่ในชั้นแนวหน้า เกิดในสนามรบ ฟันน้ำนมขึ้นครบในสมรภูมิ แม้จะอายุเพียงยี่สิบต้นๆ แต่ทว่าฝีมือทวนมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทุกทิศจนได้รับฉายาว่า ‘ทวนมังกร’

หลี่เซวียนหลงเหยียดยิ้ม นับว่าสวรรค์ส่งของขวัญวันเกิดครบรอบอายุสิบห้าปีได้ถูกใจเขายิ่งนัก กระหายอยากทดสอบนักว่าศรเกาทัณฑ์สายฟ้าฟาดกับทวนมังกร อย่างไหนจะเร็วกว่ากัน!

                “เตรียมตัวพร้อมปะทะ เราจะบุกฝ่าออกไป จัดกระบวนทัพลิ่มทะลวง”

หลี่เซวียนหลงต้องการประลองฝีมือดั่งเด็กร้อนวิชา พร้อมจะดาหน้าเข้าประจัน ถ้าคิดจะฝ่าแนวล้อมออกไปต้องเจาะทะลวงให้ได้ในครั้งเดียว พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะถ้าเสียจังหวะไปนิดเดียว ทัพสามหมื่นก็จะหนุนเนื่องเข้ามาเรื่อยๆ คนของเขาก็จะหมดแรงสู้และถูกรุมฆ่าในที่สุด

บรรยากาศทวีความเขม็งตึงตามจังหวะเสียงกลองศึก ทหารเกราะหนักเปลี่ยนรูปแบบแบ่งออกเป็นกองย่อย องค์ชายหนุ่มหมุนกายกลับมาเพื่อปลุกระดมขุนศึกทั้งหลายให้ฮึกเหิม ดวงตาสีดำจัดจ้าเป็นประกายราวกับมีดวงดารานับพัน แต่ทว่ามีอะไรบางอย่างลอยละลิ่วมากระแทกใบหน้าคมสันเข้าเต็มๆ ดังป้าบ

                สิ่งนั้นคือรองเท้าแพรไหมเล็กๆ ข้างหนึ่ง ปักลวดลายงดงาม รองเท้าข้างนั้นซัดใส่หน้าเขาก่อนจะหล่นตุบลงมาที่พื้น เหล่านายทหารต่างพากันอึ้ง คนที่อึ้งกว่าก็คือคนที่มีรอยรองเท้าทาบบนหน้า

                เด็กหน้าตาหมดจด แต่งกายอย่างบุตรขุนนางผู้หนึ่งยืนโดดเด่นท่ามกลางวงล้อมศัตรู ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่อง มือซ้ายถือรองเท้าอีกข้าง ที่เอวเหน็บมีดเล็กๆ ขนาดพอดีตัว ดูจากสภาพเนื้อตัวมอมแมมชุ่มน้ำค้างแล้วน่าจะบุกป่าปีนเขาขึ้นมาตั้งแต่กลางดึก มุดซอกแซกไปมาจนเข้าประชิดถึงตัวนายกองผู้นำทัพได้เช่นนี้ มันน่านัก!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายามังกร    บทที่ 13 ประกาศิตเบื้องบน 2

    หลี่เซวียนเยว่หมุนกายกลับมาประจันหน้ากับองค์หญิงแห่งเอี้ยน ตามคำสั่งบรรพกษัตริย์ที่ตกทอดมานานนั้น ทั้งสองแว่นแคว้นจะต้องแลกเปลี่ยนตัวองค์หญิงเพื่ออภิเษกกับเชื้อพระวงศ์ของแต่ละฝ่าย และเห็นได้ชัดว่าน้องชายของพระองค์ต้องการทำตามคำสั่งนี้อย่างแรงกล้ารอยจูบแดงระเรื่อบนซอกคอขาวผ่อง ทำให้พระองค์หรี่ตาอย่างใช้ความคิดชายผู้ทรงอำนาจเห็นภาพหยูเฟยซ้อนทับเฉินเถาฮวา อิสตรีทุกคนล้วนปลิ้นปล้อนตลบตะแลง เมื่อใดที่พลั้งเผลอให้ความจริงใจแก่ผู้ใดไป เมื่อนั้นก็จงรอถูกคนผู้นั้นจ้วงมีดเสียบแทงได้เลย พระองค์เคยเห็นความรักเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตและมอบหัวใจให้ใครบางคน เชื่ออย่างสุดชีวิตว่าคนผู้นั้นก็รักพระองค์เช่นกัน แต่แล้วมันก็เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้นเมื่อครู่นี้ผู้ที่พระองค์เชื่อใจเพียงคนเดียวในโลกนี้อย่างหลี่เซวียนหลง เพิ่งจะจ้องมองพระองค์ดุจศัตรูระยำ!หากมันกล้าหักหลังพี่ชายของมันเพื่อผู้หญิง มันจะไม่ได้ตายอย่างสงบ สีพระพักตร์ของหลี่อ๋องเครียดถมึงทึง ความชิงชังฉายชัดเจน เฉินเถาฮวาเผชิญหน้ากับชายผู้ไร้หัวใจยังรู้สึกหนาววูบ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายผู้นี้จึงมีความคั่ง

  • ชายามังกร    บทที่ 13 ประกาศิตเบื้องบน 1

    บทที่ 13 ประกาศิตเบื้องบน ช่วงฟ้าสาง แสงอรุณอ่อนโยนลอดผ่านมวลเมฆหนาทึบ ก่อนจะกลืนแสงกลับไป จู้จื่อก้าวออกมาจากกระโจมของตนเองอย่างเนิบช้า ขยับสันกรามไปมาแต่ทำไม่ค่อยได้เพราะเจ็บ หางคิ้วแตก ปวดตุบๆ จนซี้ดปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับองค์ชายรูปงามที่ก้าวออกมาในสภาพคล้ายๆ กันทั้งคู่มองหน้ามองตาอีกฝ่ายแล้วยกนิ้วโป้งให้กัน “โดนอะไรมาบ้างล่ะ หมูป่าบุกรึไงวะ” “แค่นอนดิ้นไปแตะสะโพก ก็เลยโดนลูกถีบสาม หมัดสี่ เล็บจิกและคำด่าอีกนับไม่ถ้วนพ่ะย่ะค่ะ ต้องจับมัดไม่งั้นไม่ได้นอน” “ฮึๆ ไอ้กระจอก” หลี

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 6

    “เจ้าเรียนกลยุทธ์จากใคร”“ไม่ได้เรียนหรอก อาศัยว่าครูพักลักจำจากพวกพี่ชาย”เขาหัวเราะ อัจฉริยะตัวเป็นๆ กำลังนั่งตาแป๋วอยู่ตรงนี้นี่เอง เฉินเถาฮวาจิบยาขมๆ อยู่นานแล้วแต่ไม่พร่องลงสักนิด ชายหนุ่มจึงกำหนดเวลาไว้ในใจ ถ้าอาหมวยยังไม่ยอมดื่มยาให้หมด เขาจะจัดการในแบบของเขาเอง ดวงตาคมกริบมองโซ่ที่ล่ามข้อมือของเขากับนางไว้ นึกฝันอยากให้ถึงวันที่โซ่เส้นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้อีก อยากให้มีพันธะผูกพันลึกซึ้งมากพอที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและอยู่ด้วยกันอย่างสงบเงียบเช่นนี้ตลอดไป“รู้หรือไม่ว่าทำไมเจ้าถึงแพ้ศึกนี้”“เพราะเหยี่ยวของท่าน”“ผิดแล้ว นั่นเป็นแค่ปัจจัยการศึกที่ข้าใช้ชิงความได้เปรียบ แต่ในเงื่อนไขนั้นทดแทนด้วยชัยภูมิของเจ้าแล้ว” หลี่เซวียนหลงใช้กิ่งไม้เล็กๆ วาดบนพื้น กึ่งๆ สอน ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่านางจะลักจำแล้วนำกลับมาเชือดคอเขาหรือไม่ “หน่วยทหารที่เจ้าได้รับแบ่งมาจากเอี้ยนซ่านฉีเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของเจ้า”เฉินเถาฮวานิ่งฟัง คิดสักครู่ก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง“ข้าย

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 5

    “เชิญขึ้นม้าได้แล้ว นอกเสียจากว่าเจ้าต้องการให้ข้าอุ้ม”“ไม่ต้อง ข้าเดินเองได้เพคะ”“เชิญองค์หญิงเสด็จ”หลี่เซวียนหลงกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม ดวงตาของเจ้าฮวาเอ๋อร์งดงามเสมอแม้ว่านางมักจะทำสีหน้าบึ้งตึงก็ตาม และพวงแก้มที่เริ่มซับแดงระเรื่อขึ้นก็ทำให้ดวงตาของเขาเจิดจ้าขึ้นเช่นกัน บุรุษหนุ่มถอยไปอย่างไว้เชิงและผายมือเชิญร่างน้อยให้เดินนำไปก่อน แต่พอเฉินเถาฮวาสอดเท้าเข้าโกลนม้า เหวี่ยงขาไปได้ครึ่งทาง ถึงได้รู้ตัวว่าเขายืนอยู่ที่เดิมและมองสะโพกของนางอยู่คนต่ำช้า! ร่างบอบบางกระแทกตัวลงนั่งบนอานม้าอย่างขัดเคือง ส่วนเขากลั้วหัวเราะอยู่ด้านล่างและทำท่าจะเหวี่ยงตัวขึ้นม้าบ้าง“เอ๊ะ! ท่านไปขึ้นม้าตัวอื่นสิเพคะ”“ไม่ได้ ม้าไม่พอ”เชื่อก็โง่แล้ว เฉินเถาฮวาถีบใส่ไม่ยั้งเพื่อกันไม่ให้เขาขึ้นม้า แต่คนผี! เขานอกจากจะไม่หลบแล้ว ยังคว้าข้อเท้าเล็กๆ ของนางแล้วลูบสูงขึ้นไปตามเรียวน่องจนนางขนลุกอีกต่างหาก “ถ้าเจ้าดื้อกับข้าอีกครั้งเดียว”“แล้วจะทำไม?!”“ข้าจะ

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 4

    ทันทีที่หวูอิงได้รับอนุญาตปล่อยตัว มันจึงตรงไปยังกลุ่มเชลยเพื่อชำระแค้นซูเจี้ยนทันที นางอยู่ในกรงขังร่วมกับเชลยสาวคนอื่นๆ จำนวนเสบียงที่ร่อยหรอและการทำศึกในฤดูหนาวเป็นเหตุให้ความเป็นอยู่ของเชลยย่ำแย่มากเพราะแทบไม่ได้ปันอาหารจากพวกทหาร แต่ละคนจึงนั่งกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้น บางคนก็นอนป่วย ส่วนซูเจี้ยนนั่งคุกเข่า หันจ้องไปทางกระโจมผู้บัญชาการทัพตาเขม็ง “ว่าไงจ๊ะเมียข้า โทรมลงไปเยอะเลยนะ ข้านอนหนาวตากหิมะมาสองคืน อยากได้ไออุ่นจากเจ้ามาชดใช้เป็นที่สุด รับรองเลยว่าข้าจะเอาคืนเจ้าให้สาสม นังสารเลว”หวูอิงเดินวนเวียนรอบกรงขัง ปากร้องข่มขู่หยาบคายไม่หยุดจนพวกผู้หญิงในกรงหวาดกลัว แต่ซูเจี้ยนสงบนิ่ง ไม่ได้เห็นไอ้หมูสกปรกอยู่ในสายตา หวูอิงจึงกระตุกโกรธ ร้องสั่งทหารยามให้ไขกุญแจกรง “ไม่ได้ขอรับท่านรองแม่ทัพ เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้”&

  • ชายามังกร    บทที่ 12 ดื่มยาเถิดคนดี 3

    “ฮวาเอ๋อร์... เจ้าจะไม่เรียกชื่อข้าหน่อยหรือ”“ซะ...หลี่เซวียนหลง...”“ไม่ใช่ ข้าเปลี่ยนชื่อแล้วนะ ชื่อใหม่นี้ข้าให้เจ้าเรียกได้ผู้เดียว”นางอึกอักอยู่แทบริมฝีปากของเขา ก่อนจะร้องออกมาเบาๆ และสะดุ้งไหล่ไหวตามแต่ปลายนิ้วของชายหนุ่มจะพร่างพรม ชั่วชีวิตของเขาไม่เคยสะทกสะท้านต่อศาสตราวุธใดๆ แต่เสียงหวานๆ ของเจ้าฮวาเอ๋อร์กลับทำให้เขาสะดุ้งเหมือนถูกแส้เพลิงฟาดใส่ ร่างกายเครียดจัดราวกับกำลังจะแตกดับในเวลาอันใกล้นี้แล้ว“ยังจำคำพูดของข้าเมื่อสิบปีก่อนได้หรือไม่” ชายหนุ่มเกลี่ยปอยผมเงางามให้พ้นวงหน้าสวย “มีเรื่องเดียวที่ข้าเสียใจก็คือ วันนั้นข้าไม่น่ายอมคืนเจ้าให้เอี้ยนซ่านฉีเลย”ชื่อของพี่ชายทำให้นางได้สติ เฉินเถาฮวาผลักเขาออกไปได้สำเร็จ เรียกว่าถีบกระเด็นจนร่างสูงใหญ่หล่นตุบจากฟูกขนสัตว์เลยก็ว่าได้ นางอยากจะชี้หน้าด่า แต่ว่าเอาแต่หอบกระชั้น ร้อนวูบวาบไปหมดทั้งตัว ไอ้คนโรคจิต“ถ้า... ถ้าท่านกล้ารังแกข้าอีกล่ะก็... ก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก”ร่างบอบบางจะขยับตัวลุกขึ้นก็ต้องนิ่ว

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 3

    “ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จ

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 2

    “เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมา

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 1

    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์

  • ชายามังกร    บทนำ 2

    เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status