Share

บทนำ 2

เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า”

                “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่”

                “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข้านำทางออกมาให้ก็ควรจะคำนับขอบคุณข้าถึงจะถูก”

                “ไอ้เปี๊ยกอวดดีผู้นี้เป็นใคร วอนหาที่ตาย”

หลี่เซวียนหลงเดือดจนมือหงิก กำรองเท้าข้างนั้นแน่นแทบแหลก จู้จื่อจับกุมตัวเด็กตัวน้อยไว้แล้วโดยหิ้วคอเสื้อด้านหลังขึ้นมาจนขาห้อยต่องแต่ง แต่หนูน้อยยังออกฤทธิ์ เตะขาเหวี่ยงไปมาและปารองเท้าอีกข้างใส่หน้าหลี่เซวียนหลง ทาบรอยเดิมพอดิบพอดี เหล่าทหารต่างอึ้งตาค้าง มีเพียงแต่เด็กน้อยที่จงใจหัวเราะเสียงดัง

                “ยกทัพมาเพื่อยึดเมืองอะไรกัน นายกองหลี่... รองเท้าของข้าท่านยังหลบไม่ได้เลย คงต้องพิจารณาชื่อเสียงของท่านใหม่จะดีกว่า”

                เจ้าหนูรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่บังอาจจงใจเรียกเขาว่า ‘นายกองหลี่’ องค์ชายหนุ่มวัยสิบห้าชันษาคำรามฮือ พ่นลมออกจมูกดังพรืด แต่เด็กน้อยหาได้เกรงกลัว มือของหลี่เซวียนหลงจึงคันยิบๆ อยากจะกระชากดาบออกมาขู่เด็ก แต่การทำเช่นนั้นจะหมิ่นเกียรติของเขาเสียเอง ดวงตาคมกร้าวจึงถลึงจ้อง อีกฝ่ายก็กลับตอบโดยไม่ลดละ คนหนึ่งเล็กคนหนึ่งใหญ่ต่างไม่มีใครยอมใคร

“เจ้าเป็นใคร พ่อแม่เจ้าอยู่ที่ไหนล่ะเจ้าหนู รู้รึเปล่าว่าที่นี่เป็นสนามรบ”

จู้จื่อยึดมีดไว้พลางส่ายหน้า กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เด็กควรมา เด็กน้อยไม่ยอมตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จู้จื่อจึงเดาว่าน่าจะเป็นพวกเด็กกำพร้าจากสงคราม หากไร้ที่พึ่งพิงก็ต้องร่อนเร่กลายเป็นขอทาน

                “ถ้าเจ้าหลงทางมาก็รีบไสหัวไปซะ”

                “ข้าไม่ได้หลงทาง ข้าแซ่เฉิน อายุเจ็ดขวบ ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะ” เด็กเนื้อตัวปอนๆ ประกาศก้อง ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มบึ้งตึงไม่แพ้กัน เค้าโครงใบหน้าดูจะหวานสวยเกินไปจนเหมือนเด็กผู้หญิง แต่กิริยาท่าทางห้าวหาญไม่ใช่เล่น ขนาดอยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางศัตรูยังไม่มีอาการหวาดกลัวเลยสักนิด แต่หลี่เซวียนหลงไม่ให้ความสนใจต่อเด็กเสียสติผู้นี้อีกแล้ว

“จับมันมัดแล้วโยนทิ้งไปซะ เราเสียเวลามากแล้ว”

“หลี่เซวียนหลง! ข้าคือเอี้ยนซ่านฉี!”

เสียงดุดันก้องสะท้านปานฟ้าผ่าดังแทรกขึ้นจากเชิงเขาด้านล่าง แม้จะอยู่ห่างไกลแต่พลังเสียงห้าวหาญทะลุแก้วหู ทหารทัพหลี่ที่คุมเชิงอยู่ตามจุดต่างๆ บนเนินเขาถึงกับต้องอุดหูไว้ บ่งบอกระดับของเอี้ยนซ่านฉีว่าน่ากลัวเพียงใด

“หลี่เซวียนหลงอยู่ที่ใด!”

แม่ทัพเอี้ยนซ่านฉีเตะสีข้างม้าให้ก้าวออกมาหน้ากระบวนทัพ แผ่ความกดดันเต็มที่ ส่วนบรรดาพลทหารขึ้นสายเกาทัณฑ์เพลิงเตรียมพร้อมจุดไฟเผาเนินเขาตัดทางหนีให้สิ้น เมื่อหนูน้อยได้ยินเสียงอันดัง จากเดิมที่ไม่เคยกลัวอะไรก็หน้าถอดสี ทิ้งคอห้อยตกลงทันควัน

“เจ้าลูกเต่าหลี่เซวียนหลงช่างขี้ขลาดตาขาว ทำศึกด้วยวิธีสกปรกหยาบช้า! ยังจะกล้าเทียบตนเองเป็นนักรบอีกงั้นหรือ?! ไอ้ถ่อยหลี่เซวียนหลง ไสหัวออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้”

เอี้ยนซ่านฉีตะโกนด่า หลี่เซวียนหลงหงุดหงิดจนแทบร้องจึงตะโกนกลับลงไป

“ข้าเป็นชายชาตรี ฆ่าได้หยามไม่ได้! มารดาเจ้าเถอะ! มีตรงไหนที่ข้ากระทำเสื่อมเกียรติ”

“ลูกผู้ชายอย่างข้าไม่เคยใส่ร้ายใคร การจับเด็กเป็นตัวประกันเป็นวิถีลูกผู้ชายของเจ้างั้นรึ?! คนแคว้นหลี่ช่างไม่ละอายฟ้าดิน ปล่อยตัวนางเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะบดขยี้พวกเจ้าให้แหลกยิ่งกว่าตาย”

ปล่อยตัวนาง?

หลี่เซวียนหลงหันขวับกลับไปที่เจ้าเด็กแซ่เฉินทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโมโห ไอ้ลูกหมาเหตุใดถึงกลายเป็น ‘นาง’

“ไอ้หนูคนนี้มันเด็กผู้ชายชัดๆ” หลี่เซวียนหลงหันกลับไปหาเจ้าหนูแซ่เฉิน สบตานิ่งก่อนที่เขาจะล้วงมือเข้าไปใต้กางเกงเด็ก “นี่ไงล่ะ! ผู้... ชาย... เอ่อ... หญิง”

เขาพูดไม่ออกเมื่อคลำมือไม่พบสิ่งที่คาดหวัง แม้ว่าจะพยายามควานมือเท่าไหร่ๆ ก็ไม่พบแท่งหยกน้อย ส่วนเจ้าหนูที่เขาคิดว่าเป็นเด็กชายมาตลอดก็แผดเสียงร้องลั่น เร่งเร้าให้เอี้ยนซ่านฉีโกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้น

สวรรค์! สีหน้าของชายหนุ่มพลันเหวอระคนแดงก่ำ หลี่เซวียนหลงยืนกุมหน้าผากตัวเองอยู่ชั่วครู่เพื่อระงับอารมณ์ แต่สองแก้มของชายกรรจ์มันร้อนราวกับถูกไฟลวกก็ไม่ปาน มือแกร่งรับตัวเด็กหญิงมาจากจู้จื่อ หิ้วคอเสื้อตัวจ้อยมาห้อยต่องแต่งที่ริมผา

“นางเป็นใคร” 

“นางคือเฉินเถาฮวา[1] บรรดาศักดิ์องค์หญิงหย่งอานแห่งเอี้ยน!”

“เห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรืออย่างไร” หลี่เซวียนหลงโกรธทันที ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกเนื้อดีบูดบึ้งด้วยโทสะ แผดเสียงคำราม “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเอี้ยนอ๋องมีพระธิดา คิดหรือว่าข้าจะหลงเชื่อ”

“อ้ายโง่สมองสุนัข!” เอี้ยนซ่านฉีตะโกนตอบเสียงดังปานฟ้าถล่ม “เจ้าเห็นข้าเป็นพวกพูดจาสับปลับงั้นรึ?! ฮวาเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกลัว พี่มาช่วยแล้ว”

องค์หญิง? หลี่เซวียนหลงดึงร่างเฉินเถาฮวาให้หันมาเพื่อดูหน้าองค์หญิงชัดๆ เบ้าหน้าก็แบนๆ ตาตี่ๆ แถมฟันหลอ เผ้าผมเนื้อตัวมอมแมม จี้หยกประจำตัวเชื้อพระวงศ์ก็ไม่มี ดูๆ ไปแล้วก็มีแต่ผิวพรรณอ่อนเยาว์ที่พอใช้ได้ เขาพินิจพิจารณาเพียงอึดใจ บีบแก้มยุ้ยๆ พลิกซ้ายพลิกขวาและหิ้วคอให้เหล่าทหารดูโฉมองค์หญิง

“คิดว่าไง?”

ท่อนแขนกำยำชูตัวเด็กหญิงขึ้นสูง เขย่าไปมาจนศีรษะเล็กๆ สั่นกระด๊อกกระแด๊ก จู้จื่อกลอกตาไปมาพลางส่ายหน้า ส่วนทหารทั้งสามพันนายเห็นเฉินเถาฮวาชัดๆ เต็มตา ก่อนจะตะโกนกลับลงไปพร้อมกันว่า

“โกหก!!”   

[1] เถาฮวา แปลว่า ดอกท้อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 4

    ดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองตรงข้างหน้า มือร้อนๆ กดศีรษะเล็กๆ ไว้ให้แนบแผงอก “ไม่น่ารักเอาซะเลยนะเรา อนาคตต้องได้เป็นนักรบที่เหลือรอด[1]แน่นอน”“นายกองหลี่พูดถูกต้องแล้ว” เฉินเถาฮวาฟังแล้วยิ้มอย่างถูกใจทันที“อย่ามัวแต่พูดมาก เกาะม้าไว้ให้ดีๆ เร็วเข้า”มือหยาบกระด้างกดศีรษะของเด็กหญิงให้หมอบต่ำหลบห่าธนูที่พุ่งมาอีกระลอก หลี่เซวียนหลงหลอกล่อให้ทัพเอี้ยนไล่ติดตามมาเพื่อให้ทัพสามพันของตนหลุดพ้นจากการติดตาม แต่บุคคลที่ตามไล่ตีคือหนึ่งในสามขุนพลสวรรค์ นับว่าเป็นงานหินของหลี่เซวียนหลงยิ่งนักความเร็วของม้าและกระแสลมกระโชกดึงมวยผมขององค์หญิงน้อยจนหลุดลุ่ย พัดสยายไม่เรียบร้อย แต่เฉินเถาฮวามิได้สนใจเพราะกำลังเบิกตากว้าง จ้องมองฝีมือการยิงเกาทัณฑ์ขณะควบม้าสุดฝีเท้าของหลี่เซวียนหลง เขายิงคราวละสามดอก ทิศทางแม่นยำและรวดเร็วแม้ว่าม้าคู่ใจจะห้อตะบึงอยู่บนทางที่เต็มไปด้วยกรวดและหินก็ตาม“เจ้าควบม้าเป็นมั้ย” เขาถาม“เป็น”“งั้นก็จัดการซะ” พูดจบก็โยนสายบังเหียนให้ ส่วนตัวชายหนุ่มผาดแผลงยิงเข้าเป้าไม่มีพลาด เฉินเถาฮวาพยายามจะขัดขวางเขาด้วยการบังคับม้าให้วิ่งซ้ายขวาไม่แน่นอน แ

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 3

    “ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จักวางแผนนั่นเขาเรียกว่าพวกกะโหลกหนา ถ้าท่านคิดยื้อรอเวลาให้ทัพหลักของพี่ชายท่านตามมาสมทบ ผู้อื่นก็คิดได้เช่นกัน พี่ชายของข้าย่อมเตรียมการตีตลบหลังไว้แล้ว ตามความเห็นของข้า... แม่ทัพที่เก่งกล้าและฉลาด เขารู้จักหาวิธีเอาชนะศึกโดยที่สูญเสียน้อยที่สุด! จำเอาไว้!”หลี่เซวียนหลงจ้องหน้าเฉินเถาฮวาตาเขม็ง ตาจ้องตาไม่มีใครยอมใคร เด็กอะไรอวดดีจนน่าโมโห กล้าด่าเขาว่าเป็นแม่ทัพที่โง่และไร้ความสามารถ มือแกร่งจึงถอนศรเกาทัณฑ์ออกจากผลผิงกั่วอย่างหงุดหงิด ชักกระบี่คมวาวออกมาตรงหน้า“องค์...ชาย องค์ชาย นางยังเด็ก พูดจาอะไรไม่ระวังมารยาทไปบ้าง ท่านอย่าได้ลงมือลงไม้ต่อเด็กเลย” จู้จื่อพยายามห้ามปราม“ถอยไป”หลี่เซวียนหลงยืนตระหง่านพร้อมกระบี่คมกริบในมือ ดวงตาเล็กๆ คู่นั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นเกรงแต่อย่างใด

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 2

    “เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมากหากข้าใช้เจ้าเปิดทางตีฝ่า... บอกข้ามา เจ้าลงทุนลงแรงปีนขึ้นมาที่เนินเขานี่ทำไม”“นายกองมือใหม่อย่างท่านจะไปเข้าใจอะไรล่ะ” เฉินเถาฮวาหน้าบึ้ง แก้มยุ้ยๆ แดงก่ำ “ทำไมพวกแคว้นหลี่ถึงชอบรุกรานแคว้นเอี้ยนนัก!”“เด็กอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร”หลี่เซวียนหลงแกล้งย้อน ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มพูดคำก็นายกองมือใหม่ สองคำก็นายกองมือใหม่ หลี่เซวียนหลงจึงแกล้งหมุนตัวเด็กหญิง แล้วปล่อยให้เชือกคลายเกลียว หมุนร่างเฉินเถาฮวาติ้วๆ จากนั้นก็แกล้งวางผลผิงกั่ว[1]บนศีรษะของเด็กน้อย“ท่านจะทำอะไร”“ข้าเป็นคนขี้เบื่อ... ต้องหาอะไรทำแก้เบื่อเสมอ เรื่องที่ข้าชอบคือ...”ร่างสูงองอาจเหนี่ยวศรสุดสายโดยไม่ต้องเล็ง เกาทัณฑ์พุ่งทะลุผิงกั่วแม่นราวกับจับวาง เฉินเถาฮวาก็แน่ ไม่แม้แต่กะพริบตาหวาดกลัวหรือร้องไห้แต่อย่างใด ยังกล้าร้องด่า

  • ชายามังกร    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 1

    บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์หญิงมากโขบัดนี้องค์หญิงหย่งอานแห่งแคว้นเอี้ยนถูกจับมัดห้อยต่องแต่งกับกิ่งไม้ใหญ่ เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเศษโคลนเศษใบไม้ หลี่เซวียนหลงจัดการล้างแค้นด้วยการนำรองเท้าของนางผูกห้อยคอเด็กหญิงไว้ หวังจะแกล้งให้ร้องไห้โฮเสียบ้างแต่นางกลับยิ้มขอบคุณ“ขอบใจ ถ้าข้าทำรองเท้าหายอีก พี่ข้าต้องบ่นสามวันสามคืนแน่”“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าคือองค์หญิงตัวจริง”เฉินเถาฮวายักไหล่ “มีตาหามีแววไม่ ข้าก็ได้แต่จนใจ”ท่าทีสงบนิ่งผิดวิสัยของนางสะกิดความสงสัยของเขาจนยากจะระงับ ชายหนุ่มจึงเดินวนรอบตัวเด็กหญิง ตาตี่ มือไม้ดำปี๋แถมฟันหลอแบบนี้ พลิกดูอย่างไรก็ระบุไม่ได้ว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ ขนาดเด็กรับใช้ในจวนของเขายังน่ามองกว่าเลย และแล้วก็มีสิ่งที่ตัดสินได้ เมื่อหลี่เซวียนหลงก้มลงดอมดมไปตามซอกคอและหน้าอกของเด็กหญิง

  • ชายามังกร    บทนำ 2

    เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข้านำทางออกมาให้ก็ควรจะคำนับขอบคุณข้าถึงจะถูก” “ไอ้เปี๊ยกอวดดีผู้นี้เป็นใคร วอนหาที่ตาย”หลี่เซวียนหลงเดือดจนมือหงิก กำรองเท้าข้างนั้นแน่นแทบแหลก จู้จื่อจับกุมตัวเด็กตัวน้อยไว้แล้วโดยหิ้วคอเสื้อด้านหลังขึ้นมาจนขาห้อยต่องแต่ง แต่หนูน้อยยังออกฤทธิ์ เตะขาเหวี่ยงไปมาและปารองเท้าอีกข้างใส่หน้าหลี่เซวียนหลง ทาบรอยเดิมพอดิบพอดี เหล่าทหารต่างอึ้งตาค้าง มีเพียงแต่เด็กน้อยที่จงใจหัวเราะเสียงดัง “ยกทัพมาเพื่อยึดเมืองอะไรกัน นายกองหลี่... รองเท้าของข้าท่านยังหลบไม่ได้เลย คงต้องพิจารณาชื่อเสียงของท่านใหม่จะดีกว่า” เจ้าหนูรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่บังอาจจงใจเรียกเขาว่า ‘นายกองหลี่’ องค์ชายหนุ่มวัยสิบห้าชันษาคำรามฮือ พ่นลมออกจมูกดังพรืด แต่เด็กน้อยหาได้เกรงกลัว มือข

  • ชายามังกร    บทนำ 1

    จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน ความลำบากหล่อหลอมให้นางเอกทรหด ก่อนจะเปิดโอกาสด้วยมือตนเองจนได้เป็นพระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง มีพี่ชายผู้สูงศักดิ์ทั้งสามชุบเลี้ยงดูแลอย่างอบอุ่น ชะตาชีวิตของนางเอกผูกพันอยู่กับสนามรบ ดังนั้นจึงปลอมตัวกระโจนเข้าสู่วังวนสงครามเพื่อเป้าหมายเดียวที่นางต้องการ นั่นคือพระเอกผู้ซึ่งเป็นองค์ชายแคว้นศัตรู กว่าจะลงเอยได้ด้วยดี ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะประจักษ์ถึงความรักทรงพลังที่สุดของพวกเขา และมีความสุขที่ได้อ่านนิยายของตันเหมยนะคะตันเหมย (มณีริน)กันยายน 2560ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/maneerin.novel/--------------------บทนำ ลานสมรภูมิ ชายแดนแคว้นเอี้ยน เสียงกลองศึกดังระทึกขึ้นทันทีที่รุ่งอรุณไขแสง เร่งเร้าให้บรรยากาศฮ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status