تسجيل الدخول“ฮวาเอ๋อร์ หลักสงครามมีอยู่ห้าประการ...”
เสียงของเอี๋ยนอ๋องดังแทรกขึ้
“ท่านแม่ นี่น่ะหรือองค์หญิงที่ท่านตื่นเต้นนักหนา เนื้อตัวก็ปอนๆ สกปรก ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลย”“ใจเย็นๆ ก่อนนะลูกรัก ในบรรดาลูกของแม่ หยวนหยวนพิเศษเป็นที่หนึ่งเสมอ”นางโจวเหวินยิ้มแหยๆ รีบเข้าไปลูบเนื้อลูบตัวหยวนหยวนเพื่อเอาใจ ก่อนจะกระซิบบอกฐานะที่แท้จริงของเฉินเถาฮวา หยวนหยวนรู้เข้าก็ไม่พอใจเพราะไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนเจิดจรัสเหนือกว่า พื้นเพองค์หญิงตกยากแสนบอบบาง ชายใดรู้เข้าจะไม่อยากได้ตัวไปดูแลได้อย่างไร ยิ่งมีที่มาภูมิหลังสูงศักดิ์น่าเวทนา พวกกลัดมันขี้คร้านจะแย่งชิงกันวุ่นแน่“หยวนหยวนอย่าเพิ่งหงุดหงิดไป คิดดูสิ หากองค์หญิงผู้นี้เคารพเจ้าในฐานะพี่สาว ยามออกงานเคียงคู่จะยิ่งขับราศีของเจ้าให้ผุดผ่อง ข้าจะให้เจ้าคอยดูแลควบคุมนาง เจ้าจะใช้นางเข้าหาเชื้อพระวงศ์คนไหนก็ไม่ยากแล้ว โดยเฉพาะองค์ชายหลี่เซวียนหลง เจ้าเพียรเฝ้ามองหลงอ๋องผู้นี้มาตั้งหลายปีแล้ว จะคุยท่านอ๋องก็ไม่คุยด้วย นี่แหละโอกาสทองของเจ้านะ”นางโจวเหวินกระซิบ หยวนหยวนกลอกตาไปมา คิดซ้ายตรองขวาอยู่สักครู่ ก่อนจะหันไปยิ้มแย้มจับมือจับไม้เฉินเถาฮวา
“ฮึ! คราวหน้าจะโดนยิ่งกว่านี้ ระวังตัวเอาไว้ให้ดี”นางโจวเหวินยิ้มเยาะ พอใจที่ได้ข่มสตรีชั้นสูงให้อยู่ในโอวาท องค์หญิงหย่งอานผู้นี้ช่างอ่อนแอเสียจริง ตอนนั่งรถม้าก็ไม่พูดอะไรสักแอะ สงบนิ่งราวกับน้ำแข็ง หัวอ่อนและไม่มีปากมีเสียง สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ไม่ร้องไห้คร่ำครวญให้หนวกหูเสียเวลาปลอบ นับว่าอยู่เป็น“เอ้า! ถึงห้องพักของเจ้าแล้ว ท่านอ๋องส่งคนมาแจ้งข้าฉุกละหุก ไม่มีเวลาเตรียมห้องให้องค์หญิงตกอับอย่างเจ้า เจ้าก็ทนๆ อยู่ไปก่อนก็แล้วกัน”นางโจวเหวินกรีดนิ้วสั่งบ่าวรับใช้เปิดประตูห้องพักทางทิศเหนือของตึก ที่นั่นอับชื้นและไม่มีแสงแดดส่องถึง สภาพจึงเก่าและมีกลิ่น นางโจวเหวินยกชายแขนเสื้อขึ้นป้องจมูกก่อนจะแสร้งทำเป็นตกใจ“แย่จริง นังบ่าวชั้นต่ำมันช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เตรียมห้องสกปรกโทรมๆ เช่นนี้ให้องค์หญิงได้อย่างไร อีพวกโง่ไร้สมอง คิดว่าตัวเองเคยเป็นดอกฟ้าแล้วจะทำอะไรได้ตามใจชอบ”“ข้าอยู่ได้เจ้าค่ะท่านแม่”เฉินเถาฮวารู้ดีว่านางโจวเหวินต้องการกำราบด้วยการด่ากระทบกระเทียบ นางไม่อยากมีปัญหาจึงไม่สนใจ
“นั่นน่ะหรือองค์หญิงแคว้นเอี้ยน ผอมแห้งเหมือนคนขี้โรค ไม่เห็นมีตรงไหนเลิศเลอสักนิด”“ข้าอ่านประกาศในเมือง ตอนแรกฝ่าบาทก็จะรับนางเป็นชายา แต่ยังไม่ทันไต่เต้าขึ้นฟ้า นางกลับไม่รักดี ยั่วยวนหลงอ๋อง ช่างสกปรกเสียจริง”ตลอดทางเดินมีหญิงงามวัยดรุณีไปจนถึงวัยยี่สิบปลายๆ พวกนางแต่งกายงดงามนั่งจับกลุ่มพูดคุยและหัวเราะต่อกระซิกกัน เมื่อเห็นเฉินเถาฮวาต่างก็พากันจ้องมอง บางคนเยาะเย้ย บางคนก็เห็นใจ แต่เฉินเถาฮวาไม่ได้ใส่ใจ“ทางด้านโน้นเป็นหอจัดเลี้ยงชื่อหอประชุมเซียน เราจะจัดงานฉลองทุกๆ ต้นฤดูและปลายฤดู เพราะฉะนั้นจะจัดงานสังสรรค์ปีละแปดครั้ง บรรดาผู้ดีมีเงินมีศักดิ์สูงทั้งหลายจะมารวมตัวกัน เปิดโอกาสให้พวกเจ้าได้แสดงฝีมือ หากท่านชายคนไหนถูกใจจะได้ซื้อตัวออกไป”นางโจวเหวินชี้ไปที่หอจัดเลี้ยงกลางน้ำ ตั้งอยู่อย่างสันโดษท่ามกลางหมู่ต้นเหมยออกดอกแดงสะพรั่ง ตลอดเส้นทางเดินไปตามระเบียงคดเคี้ยวผ่านเรือนหลังเล็กหลังน้อยสำหรับรับรองนักเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ข้าวของเครื่องใช้ภายในหอเหมยเขียวล้วนแล้วแต่ทำจากทองคำ เงินและอัญมณี เสาแต่ละ
“นี่เป็นม้าฝีเท้าดีของข้าเอง มีสัมภาระพร้อม แล้วก็ตราคำสั่งของข้า” จู้จื่อเตรียมม้าให้ซูเจี้ยนอย่างเร่งรีบ ก่อนจะถอดชุดและหมวกเกราะสวมให้นาง “สวมเอาไว้ อย่าให้ใครรู้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงจะดีที่สุด” “แต่กลิ่นมัน...” “ใส่ซะ”“ทำไมหลี่อ๋องต้องการชีวิตขององค์หญิงด้วย องค์หญิงไปทำอะไรให้ ทำไมองค์หญิงถึงรักกับองค์ชายไม่ได้”“ข้าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือหากเจ้ายังชักช้า องค์หญิงของเจ้าจะยิ่งลำบาก”“ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว” ซูเจี้ยนยังไม่คลายสะอื้น แต่ก็พยายามเช็ดน้ำตาอย่างเข้มแข็ง ชุดเกราะของรองแม่ทัพจู้จื่อแม้ว่าจะทั้งเก่าทั้งสกปรก แต่นางก็กอดมันไว้เงียบๆ เบื้องหลังของจู้จื่อคือกองทหารม้าเกราะดำนับสิบคนพร้อมอาวุธกำลังรอคอยคำสั่ง “รีบไปให้ถึงสถานีเปลี่ยนม้าก่อนตะวันตกดิน ที่นั่นจ
บัดซบ!เลือดในกายบุรุษหนุ่มเดือดพล่านทันที หลี่เซวียนหลงไม่อาจรักษาความสงบไว้ได้อีกต่อไป ใบหน้าคมเข้มขบกรามแน่น โกรธเกรี้ยวและรู้สึกวูบโหวงเหมือนหายใจไม่ออก ถ้อยคำแต่ละคำในราชโองการนั่นเต็มไปด้วยคำหยามหมิ่นเกลียดชังรุนแรง ทำไมพี่ชายต้องจงใจพรากนางไปจากเขา ทำไมถึงจงใจทำร้ายนางให้ตกต่ำกลายเป็นคณิกาด้วย!! บรรดาขันทีพากันตัวสั่นขึ้นมาทันที แค่เจอดวงตาคมกริบดุดัน เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ต่างก็เห็นภาพตัวเองถูกดาบขององค์ชายสับเป็นท่อนๆ“องค์ชาย ท่านจะทำอะไรขอให้คิดดีๆ หากท่านทำร้ายตัวแทนพระองค์ เรื่องย่อมไม่จบง่ายๆ ด้านนอกมีทหารของฝ่าบาทอยู่สามพันนาย ล้อมจวนแห่งนี้ไว้หมดแล้ว กระหม่อมมิอยากกระทำรุนแรง โปรดเห็นใจด้วย” “ให้พวกมันไสหัวเข้ามา!”เฉินเถาฮวามายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างบอบบางแต่งกายชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน มีเสื้อกั๊กตัวหนาอบอุ่นส
“อืม... ฮวาเอ๋อร์ของข้าเก่งมาก อา... ขยับอีกสักหน่อย เร่งอีกนิด อา... นั่นแหละจ้ะ ไฟแรงกำลังได้ที่แล้วนะ”ท่ามกลางเปลวไฟร้อนระอุในเตาถ่าน ร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งหาเรื่องทรมานตนเองด้วยการสวมกอดนางไว้ ลูบคลำเส้นผมเงางาม จมูกได้กลิ่นหอมหวานจากกายสาวจึงยิ่งอยากจะจับนางมาฟัดพุง เฉินเถาฮวาเพิ่งจะเรียงถาดปลาลงไปในหม้อนึ่งเสร็จ โรยขิงซอย ต้นหอมและเครื่องปรุงรส ถึงแม้ว่าจะงุ่มง่ามกะส่วนผสมไม่คล่องจนต้องให้เขาบอกซ้ำๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้สวยงาม สีหน้าของนางจึงดูพึงพอใจมาก เรียกว่าแทบจะลืมคนตัวใหญ่ที่เอาแต่เกาะติดอยู่ข้างหลังด้วยซ้ำ“ปลาตัวใหญ่ ต้องเผื่อเวลานึ่งนานกว่าปกติสักนิด นับว่าเจ้าหัวไว เรียนรู้เร็วมาก”หลี่เซวียนหลงแสร้งทำเป็นลูบคาง อาหมวยน้อยเป็นคนเข้าครัวทำกับข้าวให้เขากินด้วยตัวเอง จะไม่ให้ยิ้มหน้าบานก็เกินไป กลิ่นปลานึ่งหอมกรุ่นลอยฟุ้งมากับไอน้ำเดือดพวยพุ่ง แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าต้องโอชะ เฉินเถาฮวาก็ยิ่งดีใจ หลังจากล้างไม้ล้างมือเสร็จเรียบร้อย นางยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรก็รู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ ส่วนล่างของเขาบดเบียดเชื่องช้า แต
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า &
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว
“หยุด!” เอี้ยนอ๋องตวาด ส่วนปลายแส้ม้านั้นเอี้ยนซ่านฉีตวัดฝ่ามือรับไว้ให้ทัน เขาลอบสังเกตเด็กน้อย นึกแปลกใจในความสุขุมเกินวัยเด็ก นับว่ากำลังขวัญของนางกล้าแข็งดีเยี่ยม“ฮวาเอ๋อร์คำนับท่านอ๋อง”ร่างน้อยคุกเข่าลง พูดจาฉาดฉาน ผิวพรรณของนางใสกระจ่างดุจหยกเนื้องามแ
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้าชาติกำเนิดที่แท้จริงของเฉินเถาฮวานั้นเกิดในตระกูลใหญ่ และทุกคนต่างรู้ดีว่าครอบครัวเฉินมีศักดิ์ศรีเป็นขุนศึกมาทุกรุ่น สายเลือดอันเข้มข้นถ่ายทอดความสามารถมาถึงทายาทคนสุดท้าย บิดาของนางคือเฉินไท่เหวิน แม่ทัพคู่พระทัยของเอี้ยนอ๋อง เฉินเถาฮวาไม่เคยพบหน้าเพราะบิดาสิ้นชีพในสนามรบตั้งแ







