登入“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”
เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า ‘ไม่ทิ้ง’ นางก็แย้มยิ้มทั้งน้ำตา สร้างผลกระทบร้ายแรงบางอย่างให้แก่องค์ชายหนุ่ม เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงวาบและหันหนีไปอีกทางขณะคลำตรวจกระดูก
อืม... ขาหัก... เขากุมขมับ เวรเอ๊ย
องค์ชายหนุ่มลุกไปดูอาการบาดเจ็บของม้าคู่ใจ มันสบายดีไม่มีปัญหา แค่ตัวเปียกม่อล่อกม่อแลก ส่วนคันธนูกับลูกเกาทัณฑ์ยังอยู่ครบดี เขาจัดการหักคมแหลมทิ้งไปแล้วใช้มันดามขาไว้ชั่วคราว เฉินเถาฮวานั่งนิ่ง มองดูเขาฉีกชายเสื้อตนเองมาผูกขาให้แน่นแล้วอุ้มขึ้นจากน้ำ พาไปนั่งหลบใต้เงาไม้และผิวปากเรียกเฟยหลงให้มานั่งอยู่เป็นเพื่อน
“ขาของเจ้าหัก นั่งอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนล่ะ ข้าจะไปหากิ่งไม้แห้งมาให้เจ้าผิงไฟ”
เขาพูดดักคอเพราะเด็กหญิงทำท่าจะลุกตาม มือแกร่งจึงยันหน้าผากเด็กให้นั่งลงไปตามเดิม ตัวเด็กหญิงถูกลมเย็นเฉียบพัดใส่จนสั่นหนาว ใบหน้าหวานสวยจิ้มลิ้มเริ่มซีดลงทุกที เมื่อสบตาหนักแน่นมั่นคงของเขา เฉินเถาฮวาจึงยอมทำตามที่สั่งและทำตัวน่ารักขึ้นด้วยการหันไปกอดคอเจ้าเฟยหลงแทน
“ท่านไม่กลัวพี่ชายข้าตามรอยมาทันงั้นหรือ ท่านไม่จำเป็นต้องสนใจสักนิดว่าข้าจะหนาวหรือไม่หนาว” คำถามง่ายๆ ของเด็กหญิงทำให้เขาสะอึก
“ข้าก็อยากจะพักบ้างไม่ได้รึ” เขาปดหน้าตาย และไม่ลืมที่จะทำหน้าดุใส่ “มีดสั้นของพ่อเจ้ายังอยู่กับข้า อย่าคิดหนีก็แล้วกัน”
คนอะไรพูดไม่คิด เฉินเถาฮวามองหน้าเขาสลับกับขาข้างที่หักของตนเอง ก่อนจะถอนหายใจ “รีบกลับมาด้วยนะ”
“เออ”
เขารีบผละออกไป ในใจนึกบริภาษการศึกที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า บริภาษไอ้เอี้ยนซ่านฉีที่มันดูแลน้องไม่ได้เรื่อง บริภาษเด็กหญิงอวดดีไร้สติ และที่สำคัญที่สุดคือ...เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องรู้สึกคับยิบๆ ที่ปาก อยากจะยิ้มกว้างให้สุดเมื่อได้ยินอาหมวยโง่พูดแกมสั่งว่า ‘รีบกลับมาด้วยนะ’
ชายหนุ่มรูปงามแหงนหน้ามองหน้าผาที่ตนตกลงมา สถานการณ์นับว่าเข้าขั้นวิกฤต บริเวณก้นเหวนี้ยังอยู่ในเขตอิทธิพลของแคว้นเอี้ยน เอี้ยนซ่านฉีจะต้องส่งคนลงมาติดตามอย่างเร็วคืนนี้ อย่างช้าวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเขาอาจจะถูกพบตัวได้ทุกเมื่อ หลี่เซวียนหลงควรจะหาทางกลับไปสมทบกับจู้จื่อโดยเร็วที่สุด แต่อย่างน้อยก็ต้องทำให้อาหมวยนี่ตัวแห้งและอบอุ่นเสียก่อน
ร่างสูงสง่าเดินลึกเข้ามาด้านในป่ารกทึบ แต่ใกล้พอที่จะวิ่งกลับไปหาเจ้าเด็กน้อยได้ทันหากเกิดอะไรขึ้น กิ่งไม้พวกนี้ค่อนข้างชื้น เขาจึงขมวดคิ้วคมเข้มอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักเพราะควันไฟจะเผยตำแหน่ง ทางหนึ่งอาจช่วยเรียกจู้จื่อ หรือถ้าดวงซวยก็อาจเรียกทหารเอี้ยนให้แห่มาเชือดคอเขา การก่อไฟในเวลานี้เป็นการฆ่าตัวตายเลยทีเดียว แต่เขาสัญญาแล้วว่าจะไม่ทิ้งอาหมวยคนนี้
ตอนนี้ดวงอาทิตย์เพิ่งคล้อยบ่าย ยังพอมีเวลา... หวังว่าไอ้เอี้ยนซ่านฉีจะไม่โผล่มาตอนนี้ก็แล้วกัน
หลี่เซวียนหลงสบถด่าตนเองขณะเดินหากิ่งไม้แห้ง ใช้กระบี่คมปลาบฟันกิ่งไม้ ปากก็สบถหยาบคายไปด้วยไม่ได้หยุด เขาลงมือทำงานอย่างคนบ้า ฟาดกิ่งไม้ที่ห้อยต่ำ ริดกิ่งก้านใบออกแล้วหอบกิ่งไม้จำนวนมากพอที่จะให้ความอบอุ่นแก่นาง
ร่างสูงแกร่งเดินตัวเปียกโต้ลมเย็นๆ โดยไม่สะทกสะท้าน เรียวขาแข็งแรงก้าวยาวๆ กลับมาที่จุดเดิมเพราะไม่อยากให้อาหมวยโง่รอนาน เจ้าเฟยหลงได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยจึงกระดิกหู ยกหัวขึ้นมาทักทายเจ้านายและพ่นลมหายใจออกทางจมูกดังพรืด มันนอนหมอบลงจนเหมือนเป็นป้อมหลบภัยแสนอบอุ่นให้เด็กหญิง ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยห่วงอะไรมาก
“หิวแล้วยัง? ข้ามี...”
ภาพเด็กหญิงกำลังถอดเสื้อผ้าออกขโมยเสียงและลมหายใจของเขาไปจนสิ้น กิ่งไม้แห้งที่เขาหอบมากองใหญ่กับกระต่ายที่เขาล่าได้ร่วงหลุดจากมือ ดวงตาคมกร้าวเบิกกว้าง อึ้งตะลึงตะลาน ก่อนจะหลับตาปี๋และหันหลังให้ มือกำกระบี่แน่นแทบหักด้าม ช่องท้องร้อนราวกับไฟ
“เจ้าถอดเสื้อผ้าทำไม?!” เขากระทืบเท้าอย่างคนขี้โมโห โมโหที่ตัวเองดีดดิ้นจะเป็นจะตายเพราะเด็ก! โมโหที่ตัวเองหน้าแดงวาบจนน่าทุเรศ เฉินเถาฮวางุนงงพลางก้มดูตัวเอง ไม่เข้าใจอาการลุกลี้ลุกลนของอีกฝ่าย
“เสื้อผ้าเปียกก็ต้องตากให้แห้ง ไม่อย่างนั้นจะป่วยไข้ ท่านนี่ช่างโง่เหลือเกิน” เด็กหญิงมองเขาอย่างตำหนิ ยิ่งทำให้หลี่เซวียนหลงเต้นผาง
“ปัดโธ่เอ๊ย! ข้าหมายความว่า...” เขาชี้นิ้วใส่โดยที่เบือนหน้าอยู่อย่างนั้น ทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่ยอมพูด เอาแต่เคี้ยวฟันกรอดๆ “ช่างเถอะ! ข้ามั่นใจว่าเจ้าไม่ใช่องค์หญิงแน่นอน”
“ใช่ ถ้าท่านยังมัวพูดมากอยู่แบบนี้ ข้าก็จะหนาวตายและกลายเป็นศพไงเล่า”
องค์ชายแห่งหลี่แทบจะกระอักเลือดให้คำตอบนั้น มือแกร่งจึงเร่งลงมือก่อกองไฟ ท่องเอาไว้ใจซ้ำไปซ้ำว่า ‘อดทน’ นางยังเป็นเพียงเด็ก มิได้มีความคิดสกปรกเต็มหัวสมองอย่างเขานี่นะ...
ชายหนุ่มพยายามตั้งสมาธินึกถึงเรืองร่างหญิงงามทั้งหลายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากนางมารน้อย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจสลัดภาพเด็กหญิงแก้มใสออกไปได้สักนิด นางนั่งกอดเข่าคุดคู้ ดวงตากลมโตกลอกไปมา ซุกกายอยู่ข้างม้าศึกสีดำเป็นเงาวาววับ ขับเน้นผิวขาวเนียนบริสุทธิ์ของเด็กหญิงให้เปล่งประกาย เอี๊ยมตัวเล็กๆ กับกางเกงชั้นในเนื้อบางของเฉินเถาฮวา ปั่นป่วนสมองของเขาเสียเละ
ระยำจริง! ตื่นเต้นอะไรกับอาหมวยตาตี่ หลี่เซวียนหลงสบถในใจจนอื้ออึง อดทน...อดทนไว้ ร่างสูงสง่าบังคับให้ตัวเองทำงาน อย่าหันไปมองอาหมวยสมองลา อย่าไปสนใจลาดไหล่เล็กจ้อยแสนบอบบางแม้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาจะเครียดขัดไปหมดแล้วก็ตาม ชายหนุ่มใช้เวลาเพียงพริบตา จุดกองไฟเล็กๆ ขึ้นมาได้ง่ายดาย
“ข้าขอโทษ ข้ามันเจ้ากี้เจ้าการไม่ดูฝีมือตัวเองนั่นแหละ ถ้าเจ้าไม่ชอบ ข้าจะแกะออกให้ก็ได้”“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบสักหน่อย...”“ก็เจ้าบ่นข้า”“แต่ข้าก็หยิบเสื้อเจ้ามาใส่นะ”ซูเจี้ยนหยุดกึก แก้มร้อนวาบเหมือนผิวจะไหม้จนต้องทำทีหยิบผ้ามาพับแล้วพับอีก จู้จื่อนั่งเย็บผ้าอยู่ข้างๆ อายุของเขาเข้าไปเกือบสามสิบแล้วแต่ยังไม่แต่งเมีย งานกระจุกกระจิกแบบนี้ถ้าเขาไม่ทำแล้วใครจะทำ“ตอนที่องค์ชายเอี้ยนซื่อจิ้นมา ข้าไม่ชอบที่เจ้ามององค์ชายตาแป๋วแบบนั้นเลย หัวข้าร้อนจี๋ไปหมด ไม่ไหวๆ ต่อไปห้ามทำอีกนะ”“อะ...อะไรล่ะ ข้า...ข้าจะมองใครก็ไม่เกี่ยวกับเจ้าสักหน่อย”“จูบ”“หา?”จู้จื่อขยำเผ้าผมของซูเจี้ยน สีหน้าเริ่มเคืองๆ “ถ้าเจ้าบอกว่าไม่เกี่ยว งั้นข้าก็จะทำให้เกี่ยวเอง ข้าถลึงตาจ้องเจ้าตั้งหลายรอบ ไม่รู้ตัวซะบ้างเลยรึ เอ้า! จูบ”“ทำไมข้าต้องจูบเจ้าด้วย อย่ามาซี้ซั้วนะ”เขาไม่ตอบ แต่เอาปากจ่อลงมาแล้ว “เจ้าเคยเ
บทส่งท้าย พระชายาของหลงอ๋อง วันต่อมา... “ฮวาเอ๋อร์... พี่กับฟางหนิงจะกลับเจียนหยางแล้ว” เอี้ยนซื่อจิ้นเคาะประตูเรือนกลางน้ำ แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบกลับมา อาเป่าเองก็ส่ายหน้าไม่กล้ายุ่มย่าม เขามีหน้าที่ส่งอาหารร้อนๆ และสุราวางไว้ที่หน้าประตู แต่เนื่องจากองค์ชายหลี่เซวียนหลงผู้เป็นเจ้าของจวนหายเงียบไปนานแล้ว เคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ เอี้ยนซื่อจิ้นในฐานะที่เขาเป็นพี่ต้องการจะเจอหน้าน้องก่อนกลับแคว้นเอี้ยนพร้อมกับฟางหนิง ดังนั้นเขาจึงแตะนิ้วบนปลายลิ้นแล้วจิ้มฉากกระดาษที่ประตูจนเป็นรู“ซื่อจิ้น เดี๋ยวเถอะ! ท่านทำแบบนี้จะเสียมารยาทนะเพคะ”“ถ้าไม่ดูให้แน่ใจว่าพวกเขายังสบายดี เราจะจากไปอย่างสบายใจได้อย่างไร พวกเขาเล่นลงกลอนประตูหายเงียบไม่ออกมากินข้าวกินปลา เกิดเจ้าหลงอ๋อง
นางก็ยินดีที่จะถูกเขาล่ามไว้ตลอดกาล... ตลอดไป...เขาจูบเล็มต้นขาด้านในของนางอย่างคลั่งไคล้ สูงขึ้น... สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งละเลียดรสชาติของอิสตรี ทำเอาเฉินเถาฮวาหวีดเสียงอุทาน จังหวะลิ้มรสความหวานมีแต่จะมากขึ้นเป็นเท่าทวีทุกลมหายใจ เฉินเถาฮวาสะท้านเฮือก ต้องยกมือขึ้นอุดปากไว้เพื่อกลั้นเสียงหอบถี่ เกร็งซ่านดังไฟลนหลี่เซวียนหลงหิวกระหายและเรียกร้องไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นเมื่อไม่อาจทนไหว สาวบริสุทธิ์ก็จำต้องครวญครางไม่เป็นส่ำ ซึ่งนั่นทำให้บุรุษผู้ตื่นตัวยิ่งฮึกเหิมที่ได้เป็นคนสัมผัส... ได้ฟังเสียงครางหวานๆ... ได้เห็นนางบิดกายเร่าร้อนเกินห้ามใจเขาพานางโบยบินสูงขึ้น... สูงขึ้นเรื่อยๆหากปลายลิ้นขยับอีกแค่ครั้งเดียว นางก็จะถึงขีดสุด ร่างกายบอบบางสั่นระริก แอ่นโค้ง เหยียดเกร็งราวกับคันศรพร้อมให้เขาเหนี่ยวสาย หากแตะอีกเพียงครั้งเดียว ลูกศรก็จะวิ่งพุ่งอย่างรุนแรง เฉินเถาฮวาร้องเรียกชื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ความต้องการปะทุเอ่อล้นขึ้นราวกับน้ำพุชุ่มฉ่ำแสนหวาน วิงวอนขอให้เขาตักตวงดับกระหายโดยเร็วเถิด“ได้โปรด...” ลมหายใจของนางถี่รัว เรือนกายอ
“แปลว่า...”“อืม เสด็จพ่อทรงยอมรับท่านแล้ว”เฉินเถาฮวาหัวเราะแก้มแดง แต่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ตามติด มอบจุมพิตร้อนแรงขึ้นเป็นเท่าตัวจนเฉินเถาฮวาตามไม่ทัน ถูกบังคับให้แลกลิ้นอย่างหนักหน่วง สอดแทรกเข้ามาในอุ้งปากน้อยๆ ไม่หยุดยั้งจนนางร้องอู้อี้ รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังหายใจไม่เป็นส่ำ“อา... อีกนิด อีกนิดเถิด แล้วข้าสาบานว่าจะทำให้เจ้าสุขซ่านยิ่งกว่าครั้งใด”หลี่เซวียนหลงทุ่มความโหยหาทั้งหมดให้นางรับรู้ผ่านจุมพิตอันดิบเถื่อน เฉินเถาฮวามองเห็นดวงดาววิบไหวภายใต้ดวงตาปิดสนิท สัมผัสของปลายลิ้นเย้าแหย่กระตุ้นให้นางเผยอปากเพื่อร้องคราง รอรับจุมพิตที่กระหน่ำไม่เป็นจังหวะราวกับคลื่นลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้าฝั่ง เขาขบริมฝีปากล่าง ดูดดื่มเอาไว้ในปากแล้วปล่อยออกอย่างเชื่องช้า แต่ดูเหมือนว่าเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ“ข้ากำลังวอนขอคำตอบจากเจ้า ฮวาเอ๋อร์... เจ้ายินดีแต่งกับข้าหรือไม่”“ถ้าข้าตอบตกลง จะเกิดอะไรขึ้น”“เจ้าจะไม่ได้ลุกจากเตียงอีกเลยตลอดสามวันสามคืน” ความตั้งใจ
ท้องฟ้าของเมืองหยางโจวแดงฉานอยู่ถึงสามวันสามคืน เมื่อเปลวเพลิงสงบ พวกคณิกากับคนงานที่ไม่มีที่ไปต่างเข้าไปรื้อหาของมีค่าในกองเถ้าถ่าน เจอศพไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกหลายสิบร่างนอนหงิกงอกระจายไปทั่ว มีอยู่สองร่างที่นอนประกบเข้าหากันราวกับว่ากำลังเสพสังวาสจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต“มีใครเห็นหยวนหยวนบ้าง”“ท่านโจวเหวิน... ท่านโจวเหวิน...”พวกเขาช่วยกันตามหาคนที่หายไป จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอจึงพากันคิดว่าหยวนหยวนฉวยโอกาสหอบเงินหนีไปแล้ว หลายวันหลังจากนั้นพวกเขาถึงได้เจอศพหญิงสาวอยู่ใต้ซากปรักหักพัง สภาพศพเป็นที่น่าสยดสยองเพราะถูกผ่าหน้าท้อง ควักไส้และยัดแม่ไก่ตัวใหญ่เข้าไปทั้งเป็น ส่วนศีรษะถูกตัดออกหายไปอย่างลึกลับจนไม่มีใครบอกได้ว่าศพนี้เป็นผู้ใด“แล้วมีใครเห็นองค์หญิงหย่งอานบ้าง”ผู้คนต่างพากันเล่าขานถึงองค์หญิงหย่งอานผู้อาภัพ บางคนก็ว่านางตายอนาถในกองเพลิง บางคนก็ว่านางหนีรอยมลทินไปบวช บำเพ็ญเพียรอย่างสงบในป่าลึก จนกระทั่งวันเวลาผันผ่าน ชื่อของจี้จิง องค์หญิงผู้อาภัพแห่งหอเหมยเขียวก็ปลิวหายไปกับสายลม กลายเป
“ฮวาเอ๋อร์ เสด็จพ่อกับพวกพี่ๆ ให้ข้ามาตามเจ้ากลับบ้าน”“หนิงเอ๋อร์ เจ้าก็ต้องกลับเช่นกัน”พวกผู้ชายจอมบงการ! สองสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างมีน้ำโห ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปว่า “ไม่!!”ทั้งหลี่เซวียนหลงทั้งเอี้ยนซื่อจิ้นจะโมโหน้องสาวของตนก็ทำไม่ได้ถนัด เพราะพวกนางต่างเสียงดังฟังชัดกันขนาดนี้ พวกเขาซึ่งเพียรขอความรักจากพวกนางย่อมยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ แต่สีหน้าของเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สบอารมณ์นัก“ฮวาเอ๋อร์ ข้าพาฟางหนิงกลับมาที่หยางโจวที่แสดงความบริสุทธิ์ใจและทูลขอนางจากหลี่อ๋องอย่างเป็นทางการ แต่ฮวาเอ๋อร์... เจ้าจำเป็นต้องกลับ หลี่อ๋องทำลายชื่อเสียงของเจ้าจนพินาศไปแล้วเช่นนี้ เจ้าจะอยู่ที่นี่อย่างไร้ศักดิ์ศรีไม่ได้”“ข้าจะปกป้องนางเอง”หลี่เซวียนหลงไม่มีวันยอมให้ผู้ใดรังแกเฉินเถาฮวาอีก เอี้ยนซื่อจิ้นตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างชิงชัง บาดแผลตามข้อมือข้อเท้าของเฉินเถาฮวาเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่าไอ้ลูกเต่าดูแลฮวาเอ๋อร์ไม่ได้เรื่อง!“เจ้าจะทำได้หรือ? อย่าคิดว่าทางเราไม่รู้เรื่องที่พวกเจ้าทาร
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว
“หยุด!” เอี้ยนอ๋องตวาด ส่วนปลายแส้ม้านั้นเอี้ยนซ่านฉีตวัดฝ่ามือรับไว้ให้ทัน เขาลอบสังเกตเด็กน้อย นึกแปลกใจในความสุขุมเกินวัยเด็ก นับว่ากำลังขวัญของนางกล้าแข็งดีเยี่ยม“ฮวาเอ๋อร์คำนับท่านอ๋อง”ร่างน้อยคุกเข่าลง พูดจาฉาดฉาน ผิวพรรณของนางใสกระจ่างดุจหยกเนื้องามแ
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้าชาติกำเนิดที่แท้จริงของเฉินเถาฮวานั้นเกิดในตระกูลใหญ่ และทุกคนต่างรู้ดีว่าครอบครัวเฉินมีศักดิ์ศรีเป็นขุนศึกมาทุกรุ่น สายเลือดอันเข้มข้นถ่ายทอดความสามารถมาถึงทายาทคนสุดท้าย บิดาของนางคือเฉินไท่เหวิน แม่ทัพคู่พระทัยของเอี้ยนอ๋อง เฉินเถาฮวาไม่เคยพบหน้าเพราะบิดาสิ้นชีพในสนามรบตั้งแ
จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน คว







