LOGIN“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”
เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า ‘ไม่ทิ้ง’ นางก็แย้มยิ้มทั้งน้ำตา สร้างผลกระทบร้ายแรงบางอย่างให้แก่องค์ชายหนุ่ม เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงวาบและหันหนีไปอีกทางขณะคลำตรวจกระดูก
อืม... ขาหัก... เขากุมขมับ เวรเอ๊ย
องค์ชายหนุ่มลุกไปดูอาการบาดเจ็บของม้าคู่ใจ มันสบายดีไม่มีปัญหา แค่ตัวเปียกม่อล่อกม่อแลก ส่วนคันธนูกับลูกเกาทัณฑ์ยังอยู่ครบดี เขาจัดการหักคมแหลมทิ้งไปแล้วใช้มันดามขาไว้ชั่วคราว เฉินเถาฮวานั่งนิ่ง มองดูเขาฉีกชายเสื้อตนเองมาผูกขาให้แน่นแล้วอุ้มขึ้นจากน้ำ พาไปนั่งหลบใต้เงาไม้และผิวปากเรียกเฟยหลงให้มานั่งอยู่เป็นเพื่อน
“ขาของเจ้าหัก นั่งอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนล่ะ ข้าจะไปหากิ่งไม้แห้งมาให้เจ้าผิงไฟ”
เขาพูดดักคอเพราะเด็กหญิงทำท่าจะลุกตาม มือแกร่งจึงยันหน้าผากเด็กให้นั่งลงไปตามเดิม ตัวเด็กหญิงถูกลมเย็นเฉียบพัดใส่จนสั่นหนาว ใบหน้าหวานสวยจิ้มลิ้มเริ่มซีดลงทุกที เมื่อสบตาหนักแน่นมั่นคงของเขา เฉินเถาฮวาจึงยอมทำตามที่สั่งและทำตัวน่ารักขึ้นด้วยการหันไปกอดคอเจ้าเฟยหลงแทน
“ท่านไม่กลัวพี่ชายข้าตามรอยมาทันงั้นหรือ ท่านไม่จำเป็นต้องสนใจสักนิดว่าข้าจะหนาวหรือไม่หนาว” คำถามง่ายๆ ของเด็กหญิงทำให้เขาสะอึก
“ข้าก็อยากจะพักบ้างไม่ได้รึ” เขาปดหน้าตาย และไม่ลืมที่จะทำหน้าดุใส่ “มีดสั้นของพ่อเจ้ายังอยู่กับข้า อย่าคิดหนีก็แล้วกัน”
คนอะไรพูดไม่คิด เฉินเถาฮวามองหน้าเขาสลับกับขาข้างที่หักของตนเอง ก่อนจะถอนหายใจ “รีบกลับมาด้วยนะ”
“เออ”
เขารีบผละออกไป ในใจนึกบริภาษการศึกที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า บริภาษไอ้เอี้ยนซ่านฉีที่มันดูแลน้องไม่ได้เรื่อง บริภาษเด็กหญิงอวดดีไร้สติ และที่สำคัญที่สุดคือ...เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องรู้สึกคับยิบๆ ที่ปาก อยากจะยิ้มกว้างให้สุดเมื่อได้ยินอาหมวยโง่พูดแกมสั่งว่า ‘รีบกลับมาด้วยนะ’
ชายหนุ่มรูปงามแหงนหน้ามองหน้าผาที่ตนตกลงมา สถานการณ์นับว่าเข้าขั้นวิกฤต บริเวณก้นเหวนี้ยังอยู่ในเขตอิทธิพลของแคว้นเอี้ยน เอี้ยนซ่านฉีจะต้องส่งคนลงมาติดตามอย่างเร็วคืนนี้ อย่างช้าวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเขาอาจจะถูกพบตัวได้ทุกเมื่อ หลี่เซวียนหลงควรจะหาทางกลับไปสมทบกับจู้จื่อโดยเร็วที่สุด แต่อย่างน้อยก็ต้องทำให้อาหมวยนี่ตัวแห้งและอบอุ่นเสียก่อน
ร่างสูงสง่าเดินลึกเข้ามาด้านในป่ารกทึบ แต่ใกล้พอที่จะวิ่งกลับไปหาเจ้าเด็กน้อยได้ทันหากเกิดอะไรขึ้น กิ่งไม้พวกนี้ค่อนข้างชื้น เขาจึงขมวดคิ้วคมเข้มอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักเพราะควันไฟจะเผยตำแหน่ง ทางหนึ่งอาจช่วยเรียกจู้จื่อ หรือถ้าดวงซวยก็อาจเรียกทหารเอี้ยนให้แห่มาเชือดคอเขา การก่อไฟในเวลานี้เป็นการฆ่าตัวตายเลยทีเดียว แต่เขาสัญญาแล้วว่าจะไม่ทิ้งอาหมวยคนนี้
ตอนนี้ดวงอาทิตย์เพิ่งคล้อยบ่าย ยังพอมีเวลา... หวังว่าไอ้เอี้ยนซ่านฉีจะไม่โผล่มาตอนนี้ก็แล้วกัน
หลี่เซวียนหลงสบถด่าตนเองขณะเดินหากิ่งไม้แห้ง ใช้กระบี่คมปลาบฟันกิ่งไม้ ปากก็สบถหยาบคายไปด้วยไม่ได้หยุด เขาลงมือทำงานอย่างคนบ้า ฟาดกิ่งไม้ที่ห้อยต่ำ ริดกิ่งก้านใบออกแล้วหอบกิ่งไม้จำนวนมากพอที่จะให้ความอบอุ่นแก่นาง
ร่างสูงแกร่งเดินตัวเปียกโต้ลมเย็นๆ โดยไม่สะทกสะท้าน เรียวขาแข็งแรงก้าวยาวๆ กลับมาที่จุดเดิมเพราะไม่อยากให้อาหมวยโง่รอนาน เจ้าเฟยหลงได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยจึงกระดิกหู ยกหัวขึ้นมาทักทายเจ้านายและพ่นลมหายใจออกทางจมูกดังพรืด มันนอนหมอบลงจนเหมือนเป็นป้อมหลบภัยแสนอบอุ่นให้เด็กหญิง ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยห่วงอะไรมาก
“หิวแล้วยัง? ข้ามี...”
ภาพเด็กหญิงกำลังถอดเสื้อผ้าออกขโมยเสียงและลมหายใจของเขาไปจนสิ้น กิ่งไม้แห้งที่เขาหอบมากองใหญ่กับกระต่ายที่เขาล่าได้ร่วงหลุดจากมือ ดวงตาคมกร้าวเบิกกว้าง อึ้งตะลึงตะลาน ก่อนจะหลับตาปี๋และหันหลังให้ มือกำกระบี่แน่นแทบหักด้าม ช่องท้องร้อนราวกับไฟ
“เจ้าถอดเสื้อผ้าทำไม?!” เขากระทืบเท้าอย่างคนขี้โมโห โมโหที่ตัวเองดีดดิ้นจะเป็นจะตายเพราะเด็ก! โมโหที่ตัวเองหน้าแดงวาบจนน่าทุเรศ เฉินเถาฮวางุนงงพลางก้มดูตัวเอง ไม่เข้าใจอาการลุกลี้ลุกลนของอีกฝ่าย
“เสื้อผ้าเปียกก็ต้องตากให้แห้ง ไม่อย่างนั้นจะป่วยไข้ ท่านนี่ช่างโง่เหลือเกิน” เด็กหญิงมองเขาอย่างตำหนิ ยิ่งทำให้หลี่เซวียนหลงเต้นผาง
“ปัดโธ่เอ๊ย! ข้าหมายความว่า...” เขาชี้นิ้วใส่โดยที่เบือนหน้าอยู่อย่างนั้น ทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่ยอมพูด เอาแต่เคี้ยวฟันกรอดๆ “ช่างเถอะ! ข้ามั่นใจว่าเจ้าไม่ใช่องค์หญิงแน่นอน”
“ใช่ ถ้าท่านยังมัวพูดมากอยู่แบบนี้ ข้าก็จะหนาวตายและกลายเป็นศพไงเล่า”
องค์ชายแห่งหลี่แทบจะกระอักเลือดให้คำตอบนั้น มือแกร่งจึงเร่งลงมือก่อกองไฟ ท่องเอาไว้ใจซ้ำไปซ้ำว่า ‘อดทน’ นางยังเป็นเพียงเด็ก มิได้มีความคิดสกปรกเต็มหัวสมองอย่างเขานี่นะ...
ชายหนุ่มพยายามตั้งสมาธินึกถึงเรืองร่างหญิงงามทั้งหลายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากนางมารน้อย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจสลัดภาพเด็กหญิงแก้มใสออกไปได้สักนิด นางนั่งกอดเข่าคุดคู้ ดวงตากลมโตกลอกไปมา ซุกกายอยู่ข้างม้าศึกสีดำเป็นเงาวาววับ ขับเน้นผิวขาวเนียนบริสุทธิ์ของเด็กหญิงให้เปล่งประกาย เอี๊ยมตัวเล็กๆ กับกางเกงชั้นในเนื้อบางของเฉินเถาฮวา ปั่นป่วนสมองของเขาเสียเละ
ระยำจริง! ตื่นเต้นอะไรกับอาหมวยตาตี่ หลี่เซวียนหลงสบถในใจจนอื้ออึง อดทน...อดทนไว้ ร่างสูงสง่าบังคับให้ตัวเองทำงาน อย่าหันไปมองอาหมวยสมองลา อย่าไปสนใจลาดไหล่เล็กจ้อยแสนบอบบางแม้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาจะเครียดขัดไปหมดแล้วก็ตาม ชายหนุ่มใช้เวลาเพียงพริบตา จุดกองไฟเล็กๆ ขึ้นมาได้ง่ายดาย
“นี่เป็นม้าฝีเท้าดีของข้าเอง มีสัมภาระพร้อม แล้วก็ตราคำสั่งของข้า” จู้จื่อเตรียมม้าให้ซูเจี้ยนอย่างเร่งรีบ ก่อนจะถอดชุดและหมวกเกราะสวมให้นาง “สวมเอาไว้ อย่าให้ใครรู้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงจะดีที่สุด” “แต่กลิ่นมัน...” “ใส่ซะ”“ทำไมหลี่อ๋องต้องการชีวิตขององค์หญิงด้วย องค์หญิงไปทำอะไรให้ ทำไมองค์หญิงถึงรักกับองค์ชายไม่ได้”“ข้าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือหากเจ้ายังชักช้า องค์หญิงของเจ้าจะยิ่งลำบาก”“ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว” ซูเจี้ยนยังไม่คลายสะอื้น แต่ก็พยายามเช็ดน้ำตาอย่างเข้มแข็ง ชุดเกราะของรองแม่ทัพจู้จื่อแม้ว่าจะทั้งเก่าทั้งสกปรก แต่นางก็กอดมันไว้เงียบๆ เบื้องหลังของจู้จื่อคือกองทหารม้าเกราะดำนับสิบคนพร้อมอาวุธกำลังรอคอยคำสั่ง “รีบไปให้ถึงสถานีเปลี่ยนม้าก่อนตะวันตกดิน ที่นั่นจ
บัดซบ!เลือดในกายบุรุษหนุ่มเดือดพล่านทันที หลี่เซวียนหลงไม่อาจรักษาความสงบไว้ได้อีกต่อไป ใบหน้าคมเข้มขบกรามแน่น โกรธเกรี้ยวและรู้สึกวูบโหวงเหมือนหายใจไม่ออก ถ้อยคำแต่ละคำในราชโองการนั่นเต็มไปด้วยคำหยามหมิ่นเกลียดชังรุนแรง ทำไมพี่ชายต้องจงใจพรากนางไปจากเขา ทำไมถึงจงใจทำร้ายนางให้ตกต่ำกลายเป็นคณิกาด้วย!! บรรดาขันทีพากันตัวสั่นขึ้นมาทันที แค่เจอดวงตาคมกริบดุดัน เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ต่างก็เห็นภาพตัวเองถูกดาบขององค์ชายสับเป็นท่อนๆ“องค์ชาย ท่านจะทำอะไรขอให้คิดดีๆ หากท่านทำร้ายตัวแทนพระองค์ เรื่องย่อมไม่จบง่ายๆ ด้านนอกมีทหารของฝ่าบาทอยู่สามพันนาย ล้อมจวนแห่งนี้ไว้หมดแล้ว กระหม่อมมิอยากกระทำรุนแรง โปรดเห็นใจด้วย” “ให้พวกมันไสหัวเข้ามา!”เฉินเถาฮวามายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างบอบบางแต่งกายชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน มีเสื้อกั๊กตัวหนาอบอุ่นส
“อืม... ฮวาเอ๋อร์ของข้าเก่งมาก อา... ขยับอีกสักหน่อย เร่งอีกนิด อา... นั่นแหละจ้ะ ไฟแรงกำลังได้ที่แล้วนะ”ท่ามกลางเปลวไฟร้อนระอุในเตาถ่าน ร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งหาเรื่องทรมานตนเองด้วยการสวมกอดนางไว้ ลูบคลำเส้นผมเงางาม จมูกได้กลิ่นหอมหวานจากกายสาวจึงยิ่งอยากจะจับนางมาฟัดพุง เฉินเถาฮวาเพิ่งจะเรียงถาดปลาลงไปในหม้อนึ่งเสร็จ โรยขิงซอย ต้นหอมและเครื่องปรุงรส ถึงแม้ว่าจะงุ่มง่ามกะส่วนผสมไม่คล่องจนต้องให้เขาบอกซ้ำๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้สวยงาม สีหน้าของนางจึงดูพึงพอใจมาก เรียกว่าแทบจะลืมคนตัวใหญ่ที่เอาแต่เกาะติดอยู่ข้างหลังด้วยซ้ำ“ปลาตัวใหญ่ ต้องเผื่อเวลานึ่งนานกว่าปกติสักนิด นับว่าเจ้าหัวไว เรียนรู้เร็วมาก”หลี่เซวียนหลงแสร้งทำเป็นลูบคาง อาหมวยน้อยเป็นคนเข้าครัวทำกับข้าวให้เขากินด้วยตัวเอง จะไม่ให้ยิ้มหน้าบานก็เกินไป กลิ่นปลานึ่งหอมกรุ่นลอยฟุ้งมากับไอน้ำเดือดพวยพุ่ง แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าต้องโอชะ เฉินเถาฮวาก็ยิ่งดีใจ หลังจากล้างไม้ล้างมือเสร็จเรียบร้อย นางยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรก็รู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ ส่วนล่างของเขาบดเบียดเชื่องช้า แต
ช่วงที่หิมะตกหนักที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ท้องฟ้าสว่างโล่งไร้ก้อนเมฆตัดสีสันกับกิ่งเหมยสีแดงสด ร่างสูงสง่าสวมชุดปักลายมังกรตวัดขาลงมาจากหลังม้า แล้วส่งสายบังเหียนให้อาเป่ารับไปดูแล “หากมีเรื่องผิดปกติ ให้ไปรายงานข้าทันที ตามตัวจู้จื่อมาจัดการเรื่องเวรยามภายในจวนด้วย ข้าต้องการเพิ่มจำนวนคนเป็นสามเท่า” “พ่ะย่ะค่ะ” หลี่เซวียนหลงเดิมดุ่มเข้าจวนโดยไม่พูดไม่จา เขาเพิ่งจะทะเลาะกับพี่ชาย สีหน้าคมกร้าวจึงเต็มไปด้วยแรงเดือดดาล หลี่อ๋องไม่พระราชทานสมรสให้เขาไม่ว่า แต่มีอย่างที่ไหนถึงกล้าสั่งให้เขารับเฉินเถาฮวาเข้าจวนในฐานะสาวใช้!เขาไม่อยากจะนำความทุกข์ร้อนใดๆ ติดตัวไปยามพบหน้าเจ้าฮวาเอ๋อร์ หลี่เซวียนหลงจึงยืนเท้าแขนกับเสาระเบียงทางเดินนิ่งๆ เพื่อระงับความหงุดหงิด ชีพจรเต้นตุบที่ลำคอ โทสะที่สะสมมายืดเยื้ออยู่ในสมองของเขาเนิ่นนาน จำได้แม่นว่าตอนที่เขา
“งั้นรอเดี๋ยวนะ” เขาพลิกหน้าตำรารวดเร็วจนเจอภาพวาดที่ต้องการ “ข้าอยากได้แบบนี้”เฉินเถาฮวาก้มดูตามที่เขาชี้ด้วยแววตาระยิบระยับ เนื้อตัวก็แดงวาบไปทั้งตัวเพราะเป็นภาพคู่รักกำลังพลอดรักอย่างร้อนแรง ท้องฟ้าตรงหน้าต่างในภาพแบ่งเส้นกลางวันกลางคืน หมายถึงร่วมสวาททั้งวันทั้งคืน คนผู้นี้แผนสูงนัก! จงใจขนตำราพวกนี้มาอ่านใกล้ๆ ขนาดลิงยังรู้เลยว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เฉินเถาฮวาจึงก้มหน้างุดหนักขึ้น ไม่ยอมตอบ ไม่ยอมสบตา ร่างสูงใหญ่ก็มิได้คาดคั้น แต่โอบร่างบอบบางให้นอนเอนหลังอ่านหนังสือไปด้วยกัน“ข้อแรกกับข้อสองจะเกี่ยวพันกันแน่นแฟ้น หากต้องการทายาทที่สุขภาพดี ผู้ชายต้องหลั่งในช่วงที่ผู้หญิงมียินชี่มากที่สุด หน้าที่ของข้าคือต้องหน่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด”เอ่ยจบก็โน้มริมฝีปากอุ่นร้อนลงไปหาขณะที่นางกำลังเบิกตากว้าง เรียวปากของเจ้าฮวาเอ๋อร์ตัวน้อยช่างนุ่มละมุนและมีรสชาติหวานล้ำ หลี่เซวียนหลงตั้งอกตั้งใจดูดดื่มและตวัดลิ้นไล้ แม้ว่าอากาศด้านนอกจะหนาวจับใจแต่เขากลับรู้สึกว่าตนเองกำลังลุกเป็นไฟครั้นเมื่อลิ้นหวานนุ่มพัวพันกันนัวเนีย เขาก็รู้ส
บทที่ 18 หมดเวลาสายลมพัดมาหนาวจับขั้วกระดูก หิมะตกโปรยปราย ร้านรวงพากันปิดเงียบตั้งแต่ตะวันยังไม่ทันตกดิน บรรยากาศเมืองหยางโจวจึงเงียบสงัด มีเพียงเสียงทหารเวรยามที่ร้องเตือน ‘ระวังฟืนไฟ ระวังฟืนไฟ’ ภายในจวนหลงอ๋องเองก็สงบเงียบ คืนนี้เฉินเถาฮวานั่งอ่านบันทึกสงครามที่หลี่เซวียนหลงจดไว้ส่วนตัว นางค้นเจอโดยบังเอิญที่ชั้นหนังสือจึงหยิบมาอ่านเพลินๆ ตั้งแต่ค่ำ รู้ตัวอีกทีก็ดึกมากแล้ว พอเงยหน้าขึ้นและเหยียดกายไล่ความเมื่อยขบ นางก็หัวเราะเมื่อเห็นเขาหอบหนังสือกองโตมานั่งอ่านเป็นเพื่อนด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้“มีไม่กี่คนหรอกนะที่อ่านลายมือข้าออก” หลี่เซวียนหลงเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมามองนางด้วยสายตาพร่างพราย ไม่ว่ากี่ครั้งกี่ครา รอยยิ้มอ่อนหวานของเขาก็ยังทำให้นางใจเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ“อาเป่าบอกข้าว่าเจ้าตัดผ้าม่านของข้าจนเกลี้ยงจวน”“ข้าขอโทษที่ไม่ได้ขอท่านก่อน ข้า...” เฉินเถาฮวาอาศัยอยู่ที่จวนในฐานะอะไรก็ยังไม่แน่ชัด ดังนั้นพอจะเอ่ยปากว่าจะช
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว
“หยุด!” เอี้ยนอ๋องตวาด ส่วนปลายแส้ม้านั้นเอี้ยนซ่านฉีตวัดฝ่ามือรับไว้ให้ทัน เขาลอบสังเกตเด็กน้อย นึกแปลกใจในความสุขุมเกินวัยเด็ก นับว่ากำลังขวัญของนางกล้าแข็งดีเยี่ยม“ฮวาเอ๋อร์คำนับท่านอ๋อง”ร่างน้อยคุกเข่าลง พูดจาฉาดฉาน ผิวพรรณของนางใสกระจ่างดุจหยกเนื้องามแ
เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข
จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน คว







