LOGIN“หยางเกา! ก้าวออกมา”
รับสั่งเรียกด้วยสุรเสียงอันดัง บรรดาองค์ชายทั้งสามต่างสะด
“นั่นน่ะหรือองค์หญิงแคว้นเอี้ยน ผอมแห้งเหมือนคนขี้โรค ไม่เห็นมีตรงไหนเลิศเลอสักนิด”“ข้าอ่านประกาศในเมือง ตอนแรกฝ่าบาทก็จะรับนางเป็นชายา แต่ยังไม่ทันไต่เต้าขึ้นฟ้า นางกลับไม่รักดี ยั่วยวนหลงอ๋อง ช่างสกปรกเสียจริง”ตลอดทางเดินมีหญิงงามวัยดรุณีไปจนถึงวัยยี่สิบปลายๆ พวกนางแต่งกายงดงามนั่งจับกลุ่มพูดคุยและหัวเราะต่อกระซิกกัน เมื่อเห็นเฉินเถาฮวาต่างก็พากันจ้องมอง บางคนเยาะเย้ย บางคนก็เห็นใจ แต่เฉินเถาฮวาไม่ได้ใส่ใจ“ทางด้านโน้นเป็นหอจัดเลี้ยงชื่อหอประชุมเซียน เราจะจัดงานฉลองทุกๆ ต้นฤดูและปลายฤดู เพราะฉะนั้นจะจัดงานสังสรรค์ปีละแปดครั้ง บรรดาผู้ดีมีเงินมีศักดิ์สูงทั้งหลายจะมารวมตัวกัน เปิดโอกาสให้พวกเจ้าได้แสดงฝีมือ หากท่านชายคนไหนถูกใจจะได้ซื้อตัวออกไป”นางโจวเหวินชี้ไปที่หอจัดเลี้ยงกลางน้ำ ตั้งอยู่อย่างสันโดษท่ามกลางหมู่ต้นเหมยออกดอกแดงสะพรั่ง ตลอดเส้นทางเดินไปตามระเบียงคดเคี้ยวผ่านเรือนหลังเล็กหลังน้อยสำหรับรับรองนักเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ข้าวของเครื่องใช้ภายในหอเหมยเขียวล้วนแล้วแต่ทำจากทองคำ เงินและอัญมณี เสาแต่ละ
“นี่เป็นม้าฝีเท้าดีของข้าเอง มีสัมภาระพร้อม แล้วก็ตราคำสั่งของข้า” จู้จื่อเตรียมม้าให้ซูเจี้ยนอย่างเร่งรีบ ก่อนจะถอดชุดและหมวกเกราะสวมให้นาง “สวมเอาไว้ อย่าให้ใครรู้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงจะดีที่สุด” “แต่กลิ่นมัน...” “ใส่ซะ”“ทำไมหลี่อ๋องต้องการชีวิตขององค์หญิงด้วย องค์หญิงไปทำอะไรให้ ทำไมองค์หญิงถึงรักกับองค์ชายไม่ได้”“ข้าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือหากเจ้ายังชักช้า องค์หญิงของเจ้าจะยิ่งลำบาก”“ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว” ซูเจี้ยนยังไม่คลายสะอื้น แต่ก็พยายามเช็ดน้ำตาอย่างเข้มแข็ง ชุดเกราะของรองแม่ทัพจู้จื่อแม้ว่าจะทั้งเก่าทั้งสกปรก แต่นางก็กอดมันไว้เงียบๆ เบื้องหลังของจู้จื่อคือกองทหารม้าเกราะดำนับสิบคนพร้อมอาวุธกำลังรอคอยคำสั่ง “รีบไปให้ถึงสถานีเปลี่ยนม้าก่อนตะวันตกดิน ที่นั่นจ
บัดซบ!เลือดในกายบุรุษหนุ่มเดือดพล่านทันที หลี่เซวียนหลงไม่อาจรักษาความสงบไว้ได้อีกต่อไป ใบหน้าคมเข้มขบกรามแน่น โกรธเกรี้ยวและรู้สึกวูบโหวงเหมือนหายใจไม่ออก ถ้อยคำแต่ละคำในราชโองการนั่นเต็มไปด้วยคำหยามหมิ่นเกลียดชังรุนแรง ทำไมพี่ชายต้องจงใจพรากนางไปจากเขา ทำไมถึงจงใจทำร้ายนางให้ตกต่ำกลายเป็นคณิกาด้วย!! บรรดาขันทีพากันตัวสั่นขึ้นมาทันที แค่เจอดวงตาคมกริบดุดัน เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ต่างก็เห็นภาพตัวเองถูกดาบขององค์ชายสับเป็นท่อนๆ“องค์ชาย ท่านจะทำอะไรขอให้คิดดีๆ หากท่านทำร้ายตัวแทนพระองค์ เรื่องย่อมไม่จบง่ายๆ ด้านนอกมีทหารของฝ่าบาทอยู่สามพันนาย ล้อมจวนแห่งนี้ไว้หมดแล้ว กระหม่อมมิอยากกระทำรุนแรง โปรดเห็นใจด้วย” “ให้พวกมันไสหัวเข้ามา!”เฉินเถาฮวามายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างบอบบางแต่งกายชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน มีเสื้อกั๊กตัวหนาอบอุ่นส
“อืม... ฮวาเอ๋อร์ของข้าเก่งมาก อา... ขยับอีกสักหน่อย เร่งอีกนิด อา... นั่นแหละจ้ะ ไฟแรงกำลังได้ที่แล้วนะ”ท่ามกลางเปลวไฟร้อนระอุในเตาถ่าน ร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งหาเรื่องทรมานตนเองด้วยการสวมกอดนางไว้ ลูบคลำเส้นผมเงางาม จมูกได้กลิ่นหอมหวานจากกายสาวจึงยิ่งอยากจะจับนางมาฟัดพุง เฉินเถาฮวาเพิ่งจะเรียงถาดปลาลงไปในหม้อนึ่งเสร็จ โรยขิงซอย ต้นหอมและเครื่องปรุงรส ถึงแม้ว่าจะงุ่มง่ามกะส่วนผสมไม่คล่องจนต้องให้เขาบอกซ้ำๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้สวยงาม สีหน้าของนางจึงดูพึงพอใจมาก เรียกว่าแทบจะลืมคนตัวใหญ่ที่เอาแต่เกาะติดอยู่ข้างหลังด้วยซ้ำ“ปลาตัวใหญ่ ต้องเผื่อเวลานึ่งนานกว่าปกติสักนิด นับว่าเจ้าหัวไว เรียนรู้เร็วมาก”หลี่เซวียนหลงแสร้งทำเป็นลูบคาง อาหมวยน้อยเป็นคนเข้าครัวทำกับข้าวให้เขากินด้วยตัวเอง จะไม่ให้ยิ้มหน้าบานก็เกินไป กลิ่นปลานึ่งหอมกรุ่นลอยฟุ้งมากับไอน้ำเดือดพวยพุ่ง แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าต้องโอชะ เฉินเถาฮวาก็ยิ่งดีใจ หลังจากล้างไม้ล้างมือเสร็จเรียบร้อย นางยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรก็รู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ ส่วนล่างของเขาบดเบียดเชื่องช้า แต
ช่วงที่หิมะตกหนักที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ท้องฟ้าสว่างโล่งไร้ก้อนเมฆตัดสีสันกับกิ่งเหมยสีแดงสด ร่างสูงสง่าสวมชุดปักลายมังกรตวัดขาลงมาจากหลังม้า แล้วส่งสายบังเหียนให้อาเป่ารับไปดูแล “หากมีเรื่องผิดปกติ ให้ไปรายงานข้าทันที ตามตัวจู้จื่อมาจัดการเรื่องเวรยามภายในจวนด้วย ข้าต้องการเพิ่มจำนวนคนเป็นสามเท่า” “พ่ะย่ะค่ะ” หลี่เซวียนหลงเดิมดุ่มเข้าจวนโดยไม่พูดไม่จา เขาเพิ่งจะทะเลาะกับพี่ชาย สีหน้าคมกร้าวจึงเต็มไปด้วยแรงเดือดดาล หลี่อ๋องไม่พระราชทานสมรสให้เขาไม่ว่า แต่มีอย่างที่ไหนถึงกล้าสั่งให้เขารับเฉินเถาฮวาเข้าจวนในฐานะสาวใช้!เขาไม่อยากจะนำความทุกข์ร้อนใดๆ ติดตัวไปยามพบหน้าเจ้าฮวาเอ๋อร์ หลี่เซวียนหลงจึงยืนเท้าแขนกับเสาระเบียงทางเดินนิ่งๆ เพื่อระงับความหงุดหงิด ชีพจรเต้นตุบที่ลำคอ โทสะที่สะสมมายืดเยื้ออยู่ในสมองของเขาเนิ่นนาน จำได้แม่นว่าตอนที่เขา
“งั้นรอเดี๋ยวนะ” เขาพลิกหน้าตำรารวดเร็วจนเจอภาพวาดที่ต้องการ “ข้าอยากได้แบบนี้”เฉินเถาฮวาก้มดูตามที่เขาชี้ด้วยแววตาระยิบระยับ เนื้อตัวก็แดงวาบไปทั้งตัวเพราะเป็นภาพคู่รักกำลังพลอดรักอย่างร้อนแรง ท้องฟ้าตรงหน้าต่างในภาพแบ่งเส้นกลางวันกลางคืน หมายถึงร่วมสวาททั้งวันทั้งคืน คนผู้นี้แผนสูงนัก! จงใจขนตำราพวกนี้มาอ่านใกล้ๆ ขนาดลิงยังรู้เลยว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เฉินเถาฮวาจึงก้มหน้างุดหนักขึ้น ไม่ยอมตอบ ไม่ยอมสบตา ร่างสูงใหญ่ก็มิได้คาดคั้น แต่โอบร่างบอบบางให้นอนเอนหลังอ่านหนังสือไปด้วยกัน“ข้อแรกกับข้อสองจะเกี่ยวพันกันแน่นแฟ้น หากต้องการทายาทที่สุขภาพดี ผู้ชายต้องหลั่งในช่วงที่ผู้หญิงมียินชี่มากที่สุด หน้าที่ของข้าคือต้องหน่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด”เอ่ยจบก็โน้มริมฝีปากอุ่นร้อนลงไปหาขณะที่นางกำลังเบิกตากว้าง เรียวปากของเจ้าฮวาเอ๋อร์ตัวน้อยช่างนุ่มละมุนและมีรสชาติหวานล้ำ หลี่เซวียนหลงตั้งอกตั้งใจดูดดื่มและตวัดลิ้นไล้ แม้ว่าอากาศด้านนอกจะหนาวจับใจแต่เขากลับรู้สึกว่าตนเองกำลังลุกเป็นไฟครั้นเมื่อลิ้นหวานนุ่มพัวพันกันนัวเนีย เขาก็รู้ส
ดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองตรงข้างหน้า มือร้อนๆ กดศีรษะเล็กๆ ไว้ให้แนบแผงอก “ไม่น่ารักเอาซะเลยนะเรา อนาคตต้องได้เป็นนักรบที่เหลือรอด[1]แน่นอน”“นายกองหลี่พูดถูกต้องแล้ว” เฉินเถาฮวาฟังแล้วยิ้มอย่างถูกใจทันที“อย่ามัวแต่พูดมาก เกาะม้าไว้ให้ดีๆ เร็วเข้า”มือหยาบกระด้างกดศีร
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จ
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมา
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์







