تسجيل الدخول“คุณหนูคนสวย ละเว้นข้าเถิด ข้าทำตามรับสั่งของเจ้านายและก็ไม่คิดจะทำร้ายผู้หญิงด้วย ขอเพียงท
หลี่เซวียนเยว่หมุนกายกลับมาประจันหน้ากับองค์หญิงแห่งเอี้ยน ตามคำสั่งบรรพกษัตริย์ที่ตกทอดมานานนั้น ทั้งสองแว่นแคว้นจะต้องแลกเปลี่ยนตัวองค์หญิงเพื่ออภิเษกกับเชื้อพระวงศ์ของแต่ละฝ่าย และเห็นได้ชัดว่าน้องชายของพระองค์ต้องการทำตามคำสั่งนี้อย่างแรงกล้ารอยจูบแดงระเรื่อบนซอกคอขาวผ่อง ทำให้พระองค์หรี่ตาอย่างใช้ความคิดชายผู้ทรงอำนาจเห็นภาพหยูเฟยซ้อนทับเฉินเถาฮวา อิสตรีทุกคนล้วนปลิ้นปล้อนตลบตะแลง เมื่อใดที่พลั้งเผลอให้ความจริงใจแก่ผู้ใดไป เมื่อนั้นก็จงรอถูกคนผู้นั้นจ้วงมีดเสียบแทงได้เลย พระองค์เคยเห็นความรักเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตและมอบหัวใจให้ใครบางคน เชื่ออย่างสุดชีวิตว่าคนผู้นั้นก็รักพระองค์เช่นกัน แต่แล้วมันก็เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้นเมื่อครู่นี้ผู้ที่พระองค์เชื่อใจเพียงคนเดียวในโลกนี้อย่างหลี่เซวียนหลง เพิ่งจะจ้องมองพระองค์ดุจศัตรูระยำ!หากมันกล้าหักหลังพี่ชายของมันเพื่อผู้หญิง มันจะไม่ได้ตายอย่างสงบ สีพระพักตร์ของหลี่อ๋องเครียดถมึงทึง ความชิงชังฉายชัดเจน เฉินเถาฮวาเผชิญหน้ากับชายผู้ไร้หัวใจยังรู้สึกหนาววูบ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายผู้นี้จึงมีความคั่ง
บทที่ 13 ประกาศิตเบื้องบน ช่วงฟ้าสาง แสงอรุณอ่อนโยนลอดผ่านมวลเมฆหนาทึบ ก่อนจะกลืนแสงกลับไป จู้จื่อก้าวออกมาจากกระโจมของตนเองอย่างเนิบช้า ขยับสันกรามไปมาแต่ทำไม่ค่อยได้เพราะเจ็บ หางคิ้วแตก ปวดตุบๆ จนซี้ดปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับองค์ชายรูปงามที่ก้าวออกมาในสภาพคล้ายๆ กันทั้งคู่มองหน้ามองตาอีกฝ่ายแล้วยกนิ้วโป้งให้กัน “โดนอะไรมาบ้างล่ะ หมูป่าบุกรึไงวะ” “แค่นอนดิ้นไปแตะสะโพก ก็เลยโดนลูกถีบสาม หมัดสี่ เล็บจิกและคำด่าอีกนับไม่ถ้วนพ่ะย่ะค่ะ ต้องจับมัดไม่งั้นไม่ได้นอน” “ฮึๆ ไอ้กระจอก” หลี
“เจ้าเรียนกลยุทธ์จากใคร”“ไม่ได้เรียนหรอก อาศัยว่าครูพักลักจำจากพวกพี่ชาย”เขาหัวเราะ อัจฉริยะตัวเป็นๆ กำลังนั่งตาแป๋วอยู่ตรงนี้นี่เอง เฉินเถาฮวาจิบยาขมๆ อยู่นานแล้วแต่ไม่พร่องลงสักนิด ชายหนุ่มจึงกำหนดเวลาไว้ในใจ ถ้าอาหมวยยังไม่ยอมดื่มยาให้หมด เขาจะจัดการในแบบของเขาเอง ดวงตาคมกริบมองโซ่ที่ล่ามข้อมือของเขากับนางไว้ นึกฝันอยากให้ถึงวันที่โซ่เส้นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้อีก อยากให้มีพันธะผูกพันลึกซึ้งมากพอที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและอยู่ด้วยกันอย่างสงบเงียบเช่นนี้ตลอดไป“รู้หรือไม่ว่าทำไมเจ้าถึงแพ้ศึกนี้”“เพราะเหยี่ยวของท่าน”“ผิดแล้ว นั่นเป็นแค่ปัจจัยการศึกที่ข้าใช้ชิงความได้เปรียบ แต่ในเงื่อนไขนั้นทดแทนด้วยชัยภูมิของเจ้าแล้ว” หลี่เซวียนหลงใช้กิ่งไม้เล็กๆ วาดบนพื้น กึ่งๆ สอน ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่านางจะลักจำแล้วนำกลับมาเชือดคอเขาหรือไม่ “หน่วยทหารที่เจ้าได้รับแบ่งมาจากเอี้ยนซ่านฉีเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของเจ้า”เฉินเถาฮวานิ่งฟัง คิดสักครู่ก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง“ข้าย
“เชิญขึ้นม้าได้แล้ว นอกเสียจากว่าเจ้าต้องการให้ข้าอุ้ม”“ไม่ต้อง ข้าเดินเองได้เพคะ”“เชิญองค์หญิงเสด็จ”หลี่เซวียนหลงกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม ดวงตาของเจ้าฮวาเอ๋อร์งดงามเสมอแม้ว่านางมักจะทำสีหน้าบึ้งตึงก็ตาม และพวงแก้มที่เริ่มซับแดงระเรื่อขึ้นก็ทำให้ดวงตาของเขาเจิดจ้าขึ้นเช่นกัน บุรุษหนุ่มถอยไปอย่างไว้เชิงและผายมือเชิญร่างน้อยให้เดินนำไปก่อน แต่พอเฉินเถาฮวาสอดเท้าเข้าโกลนม้า เหวี่ยงขาไปได้ครึ่งทาง ถึงได้รู้ตัวว่าเขายืนอยู่ที่เดิมและมองสะโพกของนางอยู่คนต่ำช้า! ร่างบอบบางกระแทกตัวลงนั่งบนอานม้าอย่างขัดเคือง ส่วนเขากลั้วหัวเราะอยู่ด้านล่างและทำท่าจะเหวี่ยงตัวขึ้นม้าบ้าง“เอ๊ะ! ท่านไปขึ้นม้าตัวอื่นสิเพคะ”“ไม่ได้ ม้าไม่พอ”เชื่อก็โง่แล้ว เฉินเถาฮวาถีบใส่ไม่ยั้งเพื่อกันไม่ให้เขาขึ้นม้า แต่คนผี! เขานอกจากจะไม่หลบแล้ว ยังคว้าข้อเท้าเล็กๆ ของนางแล้วลูบสูงขึ้นไปตามเรียวน่องจนนางขนลุกอีกต่างหาก “ถ้าเจ้าดื้อกับข้าอีกครั้งเดียว”“แล้วจะทำไม?!”“ข้าจะ
ทันทีที่หวูอิงได้รับอนุญาตปล่อยตัว มันจึงตรงไปยังกลุ่มเชลยเพื่อชำระแค้นซูเจี้ยนทันที นางอยู่ในกรงขังร่วมกับเชลยสาวคนอื่นๆ จำนวนเสบียงที่ร่อยหรอและการทำศึกในฤดูหนาวเป็นเหตุให้ความเป็นอยู่ของเชลยย่ำแย่มากเพราะแทบไม่ได้ปันอาหารจากพวกทหาร แต่ละคนจึงนั่งกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้น บางคนก็นอนป่วย ส่วนซูเจี้ยนนั่งคุกเข่า หันจ้องไปทางกระโจมผู้บัญชาการทัพตาเขม็ง “ว่าไงจ๊ะเมียข้า โทรมลงไปเยอะเลยนะ ข้านอนหนาวตากหิมะมาสองคืน อยากได้ไออุ่นจากเจ้ามาชดใช้เป็นที่สุด รับรองเลยว่าข้าจะเอาคืนเจ้าให้สาสม นังสารเลว”หวูอิงเดินวนเวียนรอบกรงขัง ปากร้องข่มขู่หยาบคายไม่หยุดจนพวกผู้หญิงในกรงหวาดกลัว แต่ซูเจี้ยนสงบนิ่ง ไม่ได้เห็นไอ้หมูสกปรกอยู่ในสายตา หวูอิงจึงกระตุกโกรธ ร้องสั่งทหารยามให้ไขกุญแจกรง “ไม่ได้ขอรับท่านรองแม่ทัพ เรื่องนี้ข้าทำไม่ได้”&
“ฮวาเอ๋อร์... เจ้าจะไม่เรียกชื่อข้าหน่อยหรือ”“ซะ...หลี่เซวียนหลง...”“ไม่ใช่ ข้าเปลี่ยนชื่อแล้วนะ ชื่อใหม่นี้ข้าให้เจ้าเรียกได้ผู้เดียว”นางอึกอักอยู่แทบริมฝีปากของเขา ก่อนจะร้องออกมาเบาๆ และสะดุ้งไหล่ไหวตามแต่ปลายนิ้วของชายหนุ่มจะพร่างพรม ชั่วชีวิตของเขาไม่เคยสะทกสะท้านต่อศาสตราวุธใดๆ แต่เสียงหวานๆ ของเจ้าฮวาเอ๋อร์กลับทำให้เขาสะดุ้งเหมือนถูกแส้เพลิงฟาดใส่ ร่างกายเครียดจัดราวกับกำลังจะแตกดับในเวลาอันใกล้นี้แล้ว“ยังจำคำพูดของข้าเมื่อสิบปีก่อนได้หรือไม่” ชายหนุ่มเกลี่ยปอยผมเงางามให้พ้นวงหน้าสวย “มีเรื่องเดียวที่ข้าเสียใจก็คือ วันนั้นข้าไม่น่ายอมคืนเจ้าให้เอี้ยนซ่านฉีเลย”ชื่อของพี่ชายทำให้นางได้สติ เฉินเถาฮวาผลักเขาออกไปได้สำเร็จ เรียกว่าถีบกระเด็นจนร่างสูงใหญ่หล่นตุบจากฟูกขนสัตว์เลยก็ว่าได้ นางอยากจะชี้หน้าด่า แต่ว่าเอาแต่หอบกระชั้น ร้อนวูบวาบไปหมดทั้งตัว ไอ้คนโรคจิต“ถ้า... ถ้าท่านกล้ารังแกข้าอีกล่ะก็... ก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก”ร่างบอบบางจะขยับตัวลุกขึ้นก็ต้องนิ่ว
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์
เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข
จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน คว
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า &







