Masuk 
บทส่งท้าย พระชายาของหลงอ๋อง วันต่อมา... “ฮวาเอ๋อร์... พี่กับฟางหนิงจะกลับเจียนหยางแล้ว” เอี้ยนซื่อจิ้นเคาะประตูเรือนกลางน้ำ แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบกลับมา อาเป่าเองก็ส่ายหน้าไม่กล้ายุ่มย่าม เขามีหน้าที่ส่งอาหารร้อนๆ และสุราวางไว้ที่หน้าประตู แต่เนื่องจากองค์ชายหลี่เซวียนหลงผู้เป็นเจ้าของจวนหายเงียบไปนานแล้ว เคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ เอี้ยนซื่อจิ้นในฐานะที่เขาเป็นพี่ต้องการจะเจอหน้าน้องก่อนกลับแคว้นเอี้ยนพร้อมกับฟางหนิง ดังนั้นเขาจึงแตะนิ้วบนปลายลิ้นแล้วจิ้มฉากกระดาษที่ประตูจนเป็นรู“ซื่อจิ้น เดี๋ยวเถอะ! ท่านทำแบบนี้จะเสียมารยาทนะเพคะ”“ถ้าไม่ดูให้แน่ใจว่าพวกเขายังสบายดี เราจะจากไปอย่างสบายใจได้อย่างไร พวกเขาเล่นลงกลอนประตูหายเงียบไม่ออกมากินข้าวกินปลา เกิดเจ้าหลงอ๋อง
นางก็ยินดีที่จะถูกเขาล่ามไว้ตลอดกาล... ตลอดไป...เขาจูบเล็มต้นขาด้านในของนางอย่างคลั่งไคล้ สูงขึ้น... สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งละเลียดรสชาติของอิสตรี ทำเอาเฉินเถาฮวาหวีดเสียงอุทาน จังหวะลิ้มรสความหวานมีแต่จะมากขึ้นเป็นเท่าทวีทุกลมหายใจ เฉินเถาฮวาสะท้านเฮือก ต้องยกมือขึ้นอุดปากไว้เพื่อกลั้นเสียงหอบถี่ เกร็งซ่านดังไฟลนหลี่เซวียนหลงหิวกระหายและเรียกร้องไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นเมื่อไม่อาจทนไหว สาวบริสุทธิ์ก็จำต้องครวญครางไม่เป็นส่ำ ซึ่งนั่นทำให้บุรุษผู้ตื่นตัวยิ่งฮึกเหิมที่ได้เป็นคนสัมผัส... ได้ฟังเสียงครางหวานๆ... ได้เห็นนางบิดกายเร่าร้อนเกินห้ามใจเขาพานางโบยบินสูงขึ้น... สูงขึ้นเรื่อยๆหากปลายลิ้นขยับอีกแค่ครั้งเดียว นางก็จะถึงขีดสุด ร่างกายบอบบางสั่นระริก แอ่นโค้ง เหยียดเกร็งราวกับคันศรพร้อมให้เขาเหนี่ยวสาย หากแตะอีกเพียงครั้งเดียว ลูกศรก็จะวิ่งพุ่งอย่างรุนแรง เฉินเถาฮวาร้องเรียกชื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ความต้องการปะทุเอ่อล้นขึ้นราวกับน้ำพุชุ่มฉ่ำแสนหวาน วิงวอนขอให้เขาตักตวงดับกระหายโดยเร็วเถิด“ได้โปรด...” ลมหายใจของนางถี่รัว เรือนกายอ
“แปลว่า...”“อืม เสด็จพ่อทรงยอมรับท่านแล้ว”เฉินเถาฮวาหัวเราะแก้มแดง แต่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ตามติด มอบจุมพิตร้อนแรงขึ้นเป็นเท่าตัวจนเฉินเถาฮวาตามไม่ทัน ถูกบังคับให้แลกลิ้นอย่างหนักหน่วง สอดแทรกเข้ามาในอุ้งปากน้อยๆ ไม่หยุดยั้งจนนางร้องอู้อี้ รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังหายใจไม่เป็นส่ำ“อา... อีกนิด อีกนิดเถิด แล้วข้าสาบานว่าจะทำให้เจ้าสุขซ่านยิ่งกว่าครั้งใด”หลี่เซวียนหลงทุ่มความโหยหาทั้งหมดให้นางรับรู้ผ่านจุมพิตอันดิบเถื่อน เฉินเถาฮวามองเห็นดวงดาววิบไหวภายใต้ดวงตาปิดสนิท สัมผัสของปลายลิ้นเย้าแหย่กระตุ้นให้นางเผยอปากเพื่อร้องคราง รอรับจุมพิตที่กระหน่ำไม่เป็นจังหวะราวกับคลื่นลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้าฝั่ง เขาขบริมฝีปากล่าง ดูดดื่มเอาไว้ในปากแล้วปล่อยออกอย่างเชื่องช้า แต่ดูเหมือนว่าเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ“ข้ากำลังวอนขอคำตอบจากเจ้า ฮวาเอ๋อร์... เจ้ายินดีแต่งกับข้าหรือไม่”“ถ้าข้าตอบตกลง จะเกิดอะไรขึ้น”“เจ้าจะไม่ได้ลุกจากเตียงอีกเลยตลอดสามวันสามคืน” ความตั้งใจ
ท้องฟ้าของเมืองหยางโจวแดงฉานอยู่ถึงสามวันสามคืน เมื่อเปลวเพลิงสงบ พวกคณิกากับคนงานที่ไม่มีที่ไปต่างเข้าไปรื้อหาของมีค่าในกองเถ้าถ่าน เจอศพไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกหลายสิบร่างนอนหงิกงอกระจายไปทั่ว มีอยู่สองร่างที่นอนประกบเข้าหากันราวกับว่ากำลังเสพสังวาสจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต“มีใครเห็นหยวนหยวนบ้าง”“ท่านโจวเหวิน... ท่านโจวเหวิน...”พวกเขาช่วยกันตามหาคนที่หายไป จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอจึงพากันคิดว่าหยวนหยวนฉวยโอกาสหอบเงินหนีไปแล้ว หลายวันหลังจากนั้นพวกเขาถึงได้เจอศพหญิงสาวอยู่ใต้ซากปรักหักพัง สภาพศพเป็นที่น่าสยดสยองเพราะถูกผ่าหน้าท้อง ควักไส้และยัดแม่ไก่ตัวใหญ่เข้าไปทั้งเป็น ส่วนศีรษะถูกตัดออกหายไปอย่างลึกลับจนไม่มีใครบอกได้ว่าศพนี้เป็นผู้ใด“แล้วมีใครเห็นองค์หญิงหย่งอานบ้าง”ผู้คนต่างพากันเล่าขานถึงองค์หญิงหย่งอานผู้อาภัพ บางคนก็ว่านางตายอนาถในกองเพลิง บางคนก็ว่านางหนีรอยมลทินไปบวช บำเพ็ญเพียรอย่างสงบในป่าลึก จนกระทั่งวันเวลาผันผ่าน ชื่อของจี้จิง องค์หญิงผู้อาภัพแห่งหอเหมยเขียวก็ปลิวหายไปกับสายลม กลายเป
“ฮวาเอ๋อร์ เสด็จพ่อกับพวกพี่ๆ ให้ข้ามาตามเจ้ากลับบ้าน”“หนิงเอ๋อร์ เจ้าก็ต้องกลับเช่นกัน”พวกผู้ชายจอมบงการ! สองสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างมีน้ำโห ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปว่า “ไม่!!”ทั้งหลี่เซวียนหลงทั้งเอี้ยนซื่อจิ้นจะโมโหน้องสาวของตนก็ทำไม่ได้ถนัด เพราะพวกนางต่างเสียงดังฟังชัดกันขนาดนี้ พวกเขาซึ่งเพียรขอความรักจากพวกนางย่อมยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ แต่สีหน้าของเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สบอารมณ์นัก“ฮวาเอ๋อร์ ข้าพาฟางหนิงกลับมาที่หยางโจวที่แสดงความบริสุทธิ์ใจและทูลขอนางจากหลี่อ๋องอย่างเป็นทางการ แต่ฮวาเอ๋อร์... เจ้าจำเป็นต้องกลับ หลี่อ๋องทำลายชื่อเสียงของเจ้าจนพินาศไปแล้วเช่นนี้ เจ้าจะอยู่ที่นี่อย่างไร้ศักดิ์ศรีไม่ได้”“ข้าจะปกป้องนางเอง”หลี่เซวียนหลงไม่มีวันยอมให้ผู้ใดรังแกเฉินเถาฮวาอีก เอี้ยนซื่อจิ้นตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างชิงชัง บาดแผลตามข้อมือข้อเท้าของเฉินเถาฮวาเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่าไอ้ลูกเต่าดูแลฮวาเอ๋อร์ไม่ได้เรื่อง!“เจ้าจะทำได้หรือ? อย่าคิดว่าทางเราไม่รู้เรื่องที่พวกเจ้าทาร
บทที่ 23 พระชายาตัวน้อยท่ามกลางความมืดมิด ระหว่างกลับมาจากหอเหมยเขียว ที่นั่นยังคงมีเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ท้องฟ้าแดงฉานจนชาวเมืองหยางโจวแตกตื่น ขบวนม้าของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพุ่งผ่าความโกลาหลวุ่นวาย ตรงดิ่งกลับสู่จวนหลงอ๋องโดยมิแยแสหลี่เซวียนหลงอุ้มนางไว้อย่างทะนุถนอม ขี่ม้าโลดลิ่วข้ามผ่านแม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง หัวใจของเฉินเถาฮวากลับมาเต้นเป็นปกติเมื่อถูกโอบอุ้มในอ้อมแขนกำยำอีกครั้ง คราวนี้หัวใจพองโตอย่างน่าประหลาดเมื่อเขากดศีรษะนางให้ซบกับอกเขาเบาๆ ทำให้เฉินเถาฮวาถอนสะอื้นและหลับตาลง แขนกำยำอีกข้างที่โอบรัดแผ่นหลังเล็กๆ จึงขยับปลอบทั้งสองแตะปลายลิ้นกันและกัน จูบดูดดื่มอีกครั้งโดยไม่ต้องเอ่ยขอ ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ แค่จ้องตาก็สื่อสารกันเข้าใจ หลี่เซวียนหลงลูบแก้มเนียน ก่อนจะชี้ให้นางมองดูริ้วขบวนเสด็จที่แล่นสวนออกมาจากวังอย่างรวดเร็วปานเกาทัณฑ์พุ่งออกจากแล่ง มีหลี่อ๋องฟาดแส้ม้าวิ่งทะยานนำหน้าโดยไม่สนใจผู้ใด ตรงดิ่งมาตัดหน้าขบวนของหลี่เซวียนหลง ม้าของชายหนุ่มทั้งสองต่างตะกุยขาขึ้นฟ้าและกระทืบล
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมา
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์
เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข
จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน คว







