ログインฉีเยว่หนิงยิ้มเจื่อน
“จำวันที่พระองค์มองหม่อมฉันเหมือนเป็นศัตรูหรือเพคะ”
<ฉีเยว่หนิงยิ้มเจื่อน“จำวันที่พระองค์มองหม่อมฉันเหมือนเป็นศัตรูหรือเพคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ “ตอนนั้น ข้าโง่จริง”“พระองค์เพียงเข้าใจผิด”“ไม่” เว่ยเซวียนเฉินส่ายหน้า “ข้าปล่อยให้ความแค้นบังตา”พระองค์ทอดสายตาไปยังความมืดเบื้องหน้า“ข้าเคยคิดว่าเจ้าถูกส่งมาเป็นหมากของแคว้นฉี เคยผลักไส เคยทำให้เจ้าต้องร้องไห้เพียงลำพัง”ฉีเยว่หนิงมองเขาเงียบ ๆ“แต่เจ้ากลับตอบแทนทุกอย่างด้วยความจริงใจ” เขาหันกลับมาสบตานาง“แม้ถูกใส่ร้าย แม้ถูกสงสัย แม้ต้องเลือกจากบ้านเกิด เจ้าก็ยังเลือกยืนข้างข้า”ฉีเยว่หนิงก้มหน้าลงเล็กน้อย “เพราะหม่อมฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นคนดี”เว่ยเซวียนเฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าไม่ได้ดีอย่างที่เจ้าคิด”“สำหรับหม่อมฉัน พระองค์เป็นคนดีเพคะ”นางตอบอย่างไม่ลังเล “พระองค์ปกป้องประชาชน ปกป้องทหาร และยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อคนอื่น”“คนเช่นนี้ จะไม่ใช
ราวกับได้ยินเสียงเรียกนั้น เว่ยเซวียนเฉินกลืนยาลงช้า ๆ หมอหลวงทุกคนต่างจับตาดูพระอาการอย่างใกล้ชิด เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป สองก้านธูป สามก้านธูป ทุกคนแทบไม่กล้าหายใจ จู่ ๆ หมอหลวงอาวุโสก็กล่าวขึ้น“พระชายา”ฉีเยว่หนิงรีบหันมา“พระองค์ดูพระหัตถ์ฝ่าบาท”นางรีบจับพระหัตถ์ของเว่ยเซวียนเฉิน เมื่อครู่ยังเย็นจัด บัดนี้กลับเริ่มมีไออุ่นเล็กน้อย หมอหลวงรีบตรวจชีพจรอีกครั้ง เขาเบิกตากว้าง“ชีพจร...มั่นคงขึ้น”หมอหลวงอีกคนรีบตรวจซ้ำ “พิษยังอยู่ แต่การลุกลามช้าลงแล้ว”หานเฟิงกำหมัดแน่นด้วยความดีใจ “สำเร็จแล้วหรือ”หมอหลวงอาวุโสส่ายหน้า “ยังไม่อาจกล่าวเช่นนั้น แต่ยานี้ช่วยพยุงพระอาการไว้ได้”ฉีเยว่หนิงหลับตาลงอย่างโล่งใจ น้ำตาที่กลั้นไว้ตลอดทั้งคืนไหลออกมาเงียบ ๆ นางไม่เคยรู้สึกว่าหยดน้ำตาจะอบอุ่นได้ถึงเพียงนี้ เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วยาม พระอาทิตย์เริ่มขึ้นเหนือยอดเขา เว่ยเซวียนเฉินขยับพระหัตถ์เล็กน้อย ฉีเยว่หนิงรีบเงยหน้าขึ้น“พระองค์”พระ
หานเฟิงซึ่งเพิ่งเข้ามาในกระโจมได้ยินบทสนทนาพอดี“พระชายาแน่ใจหรือ”ฉีเยว่หนิงพยักหน้า “ข้าไม่แน่ใจว่ามีวิธีรักษาหรือไม่ แต่ข้าแน่ใจว่าเคยเห็นตำราเล่มนั้น”หานเฟิงมองเว่ยเซวียนเฉิน ก่อนหันกลับมามองฉีเยว่หนิง“เช่นนั้นเราต้องหาทางสืบเรื่องตำราเล่มนี้”ฉีเยว่หนิงกำมือแน่น “ไม่ว่าจะยากเพียงใด ข้าจะหามันให้พบ”นอกกระโจม ลมหนาวยังคงพัดผ่านอย่างไม่หยุดหย่อนแต่ในดวงตาของฉีเยว่หนิง ความสิ้นหวังที่เคยปกคลุมมาตลอดทั้งคืน เริ่มมีประกายแห่งความหวังเล็ก ๆ จุดขึ้นอีกครั้งก่อนฟ้าจะสาง ฉีเยว่หนิงหยิบกระดาษขึ้นมาวาดภาพจากความทรงจำ นางค่อย ๆ วาดลายปกหนังสือ สีของผ้าไหม ตำแหน่งตราประทับ และชั้นวางในหอสมุดหลวงแห่งแคว้นฉี เมื่อวาดเสร็จ นางมองภาพนั้นนิ่งอยู่นาน ก่อนกล่าวเบา ๆ“ข้าจำได้แล้ว ตำรายาพิษเล่มนั้น...ข้าเคยเห็นด้วยตาของตัวเองในพระราชวังแคว้นฉี”คำพูดนั้นทำให้หานเฟิงและหมอหลวงต่างมองหน้ากันทันที ความหวังเดียวในการช่วยชีวิตเว่ยเซวียนเฉิน อาจซ่อนอยู่ในตำราโบราณของแผ่นดิ
ฉีเยว่หนิงนั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง มือของนางยังคงกุมพระหัตถ์ของเว่ยเซวียนเฉินไว้ตลอดเวลา หลิงเอ๋อร์ถือชาร้อนเดินเข้ามาเบา ๆ“พระชายา พระองค์ยังไม่ได้เสวยอะไรเลยเพคะ”ฉีเยว่หนิงส่ายหน้า “ข้ายังไม่หิว”“แต่พระองค์ไม่ได้พักตั้งแต่เช้า”แม่นมหลินเดินเข้ามาวางมือบนไหล่นางอย่างอ่อนโยน“เจ้าต้องดูแลตัวเองด้วย หากเจ้าล้มลง ใครจะดูแลฝ่าบาท”ฉีเยว่หนิงพยายามยิ้ม “ข้ายังไหว”แม่นมหลินรู้ดีว่านางกำลังฝืน ตั้งแต่เว่ยเซวียนเฉินถูกพากลับมา ฉีเยว่หนิงไม่เคยลุกจากข้างเตียงเกินเวลาอันจำเป็น นางช่วยหมอหลวงบดสมุนไพร เปลี่ยนผ้าประคบ วัดไข้ และคอยเช็ดเหงื่อให้พระองค์ด้วยตนเองไม่นาน เว่ยเซวียนเฉินค่อย ๆ ลืมพระเนตรขึ้น เมื่อเห็นฉีเยว่หนิงยังนั่งอยู่ที่เดิม พระองค์ขมวดพระขนงเล็กน้อย“เหตุใด...ยังไม่นอน”ฉีเยว่หนิงรีบยิ้ม“หม่อมฉันจะนอนเมื่อพระองค์หายดี”เว่ยเซวียนเฉินถอนหายใจเบา ๆ “เจ้าดื้อจริง”“หม่อมฉันเรียนจากพระอ
ลูกธนูหลายดอกพุ่งออกมาจากแนวต้นไม้ด้านหลังโขดหิน ทหารเว่ยยกโล่ขึ้นทันที เว่ยเซวียนเฉินหักม้าหลบลูกธนูสองดอกแรกได้อย่างฉิวเฉียด แต่ลูกธนูอีกดอกกลับพุ่งเฉียงออกมาจากมุมอับที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดฉึก! ปลายธนูปักเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของพระองค์อย่างแรง แรงปะทะทำให้พระวรกายเซเล็กน้อย“ฝ่าบาท!”หานเฟิงรีบควบม้าเข้าประคอง เว่ยเซวียนเฉินยังกำดาบแน่น“ข้ายังไม่เป็นไร”แต่เพียงครู่เดียว พระองค์กลับรู้สึกว่าหัวไหล่เริ่มชา ความเย็นแปลกประหลาดค่อย ๆ ลามลงมาตามแขน หานเฟิงสังเกตเห็นของเหลวสีคล้ำที่ปลายลูกธนู สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที“มีพิษ!” เขารีบสั่งทหาร “คุ้มกันฝ่าบาทกลับค่าย!”เมื่อข่าวมาถึงเรือนพยาบาล ฉีเยว่หนิงถึงกับทำถ้วยยาหล่นจากมือ“พระองค์ถูกยิงหรือ”“เพคะ”นางรีบวิ่งออกจากเรือนพยาบาลโดยไม่สนใจชายกระโปรง เมื่อเว่ยเซวียนเฉินถูกพากลับมาถึง พระองค์ยังมีสติ แต่พระพักตร์เริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ฉีเยว่หนิงคุกเข่าข้างพระองค์ทันที“พระองค์” เว่
“และเขารู้ว่าเราจะค้นหาหลักฐานแบบใด”เว่ยเซวียนเฉินมองเศษผ้าบนโต๊ะ“เดินเกมได้ไม่เลว”พระองค์ไม่ได้สั่งจับผู้ใดทันที กลับมีรับสั่งให้ดำเนินการสืบต่อโดยไม่เปิดเผยข้อมูลที่พบ คืนนั้น ทหารหลายกองยังคงออกตรวจตราเข้มงวดกว่าปกติ หานเฟิงเดินตรวจด้วยตนเองจนดึก เมื่อกลับมาถึงกระโจม ก็พบว่ามีทหารส่งสารจากเมืองหลวงรออยู่“ถวายรายงานขอรับ”เขารับม้วนเอกสารมาเปิดอ่าน เป็นรายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติบุคคลในกองทัพที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับหานกั๋วกง หานเฟิงอ่านทีละบรรทัด ก่อนสีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป เขารีบนำเอกสารเข้าเฝ้าเว่ยเซวียนเฉินทันที ภายในกระโจม เว่ยเซวียนเฉินกำลังศึกษาบันทึกการส่งเสบียง“มีอะไร”หานเฟิงคุกเข่าลง “ฝ่าบาท มีรายงานด่วนจากเมืองหลวง”เว่ยเซวียนเฉินรับเอกสารมา เมื่อคลี่อ่าน สีหน้าของพระองค์ยังคงเรียบนิ่ง แต่ฉีเยว่หนิงซึ่งยืนอยู่ด้านข้างกลับสังเกตเห็นว่า นิ้วของพระองค์หยุดอยู่ที่รายชื่อหนึ่งนานกว่าปกติ พระองค์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ“ตรวจสอบซ้ำแล้วหรือ”
“หม่อมฉันหร้อมรับโทษเพคะ และหากหม่อมฉันตายไปก็ขอพระองค์โยนร่างของหม่อมฉันลงไปที่ใต้ตำหนักร้อยไหมให้จระเข้ของพระองค์ฉีกทึ้ง มิต้องเหลือซากแม้กระดูกกลับคืนแผ่นดินฉี”ควับ!!“ฮึก!”จางลี่สะดุ้ง หลังของนางแอ่นเมื่อหลี่เจี๋ยหวดแส้ลงบนหลังบอบบางหนแรกจนชุดผ้าแพรเป็นรอยแยกบางๆ หากนางกลับมิส่งเสียงร้องออกมา
จางลี่กัดฟันแน่น มิได้นึกเจ็บปวดต่อบาดแผลแรกที่อ๋องแคว้นหลู่บากมันไว้บนไหล่แต่เจ็บใจที่นางนึกไม่ถึงว่าพระญาติผู้พี่จะมีจิตใจอำมหิตถึงเพียงนี้ ก่อนนางขยับตัวหลินเจินจับมือเรียวบางไว้แน่นและเอ่ยทั้งน้ำตา“ท่านหญิง...เป็นเพราะข้าท่านถึงต้องมาตกที่นั่งลำบากเยี่ยงนี้ อภัยให้ข้าด้วย”“แค่โบยร้อยครั้ง...ก
จางลี่เองก็หาได้พักผ่อนไม่ นางเป็นกังวลต่อการหลบหนีออกไปจากตำหนักร้อยไหมของหลินเจินในห้วงเวลาของความโกลาหล เฝ้าคอยมองว่านางกำนัลคนสนิทจะกลับเข้ามาเมื่อใดหลังทุกอย่างสงบลงแล้ว ปริวิตกว่านางจะได้พบราชองครักษ์เจียนเจ้าดังที่หวังหรือไม่เพราะจวบจนแสงโคมทองอาบไปทั่วบึงน้ำใหญ่รอบตำหนักก็ยังไม่เห็นเงาของหล
เมื่ออีกราตรีมาถึงพระธิดาจางลี่ก็เริ่มหัวใจไม่เป็นสุข หลังอาหารมื้อเย็นที่เหล่านางกำนัลและข้ารับใช้ของปาอ๋องแคว้นหลี่นำมาถวายจางลี่ทำตัวตามปกติแม้เห็นว่านางกำนัลคนสนิทมีท่าทีลุกลี้ลุกลนนางจึงเอ่ยถามเมื่ออยู่กันสองต่อสอง“หลินเจิน...เจ้าบอกข้าว่าคืนนี้จะออกไปหาราชองครักษ์เจ้า แล้วเจ้าจะออกไปจากตำหน







