Share

ตอนที่ 2 กลับบ้านเดิม

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-29 11:13:39

ให้หลังสาวใช้ มุมปากของนางเหยียดยิ้มด้วยความสะใจอีกครั้ง อุตส่าห์รอเวลานี้มานานสุดท้ายนางก็สมหวังจนได้ อีกอย่างงานครั้งนี้ยังไม่ต้องเสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว นางพึมพำว่า “ในที่สุดตำแหน่งฮูหยินใหญ่ก็ต้องกลายเป็นของข้าอย่างชอบธรรม”

เมื่อมาถึงตลาด แม่นมเตียวก็เปลี่ยนเป็นรถม้ารับจ้าง เพื่อเดินทางไปยังเมืองหยางโจวต่อไป

ภายในรถม้าแม่นมเตียวกับซิ่วอิงช่วยกันทายาบนแผ่นหลังให้เจ้านายทั้งสองที่ยังนอนไม่รู้สึกตัว หนึ่งเค่อต่อมาจ้าวฟางหรูก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว

“ฮูหยิน ฮูหยินฟื้นแล้ว” เตียวจินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ

“อย่าเรียกข้าเช่นนั้นอีก” นางกล่าวออกเสียงแหบแห้งใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความปวดแผล ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าใดนักที่ตนอยู่บนรถม้า เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนสกุลเว่ยนางได้ยินทั้งหมด เพียงแต่ตอนนั้นร่างกายนางตอบสนองไม่ได้

“บ่าว บ่าวลืมตัวเจ้าค่ะ นายหญิงดื่มน้ำสักหน่อยนะเจ้าคะ” พูดพร้อมกับยื่นกระบอกน้ำให้นายหญิงอย่างกระตือรือร้น

จ้าวฟางหรูรับมาดื่มไปสองอึกจากนั้นรีบหันหน้าไปมองบุตรสาว น้ำใสในตาเริ่มเอ่อคลอ พูดออกเสียงสั่นเครือว่า “เหยียนเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง” นางลุกจากที่ของตนค่อย ๆ เคลื่อนกายไปหาบุตรสาวโดยมีแม่นมเตียวคอยพยุงร่างไปส่ง

“ยังไม่ฟื้นเลยเจ้าค่ะ” ซิ่วอิงตอบทั้งน้ำตา อดสงสารเจ้านายตัวน้อยไม่ได้ ยิ่งโดนตีจนสลบอย่างนี้นางยิ่งรู้สึกปวดใจ

“โธ่เหยียนเอ๋อร์ลูกแม่” น้ำตานางร่วงเผาะลงข้างแก้ม นิ้วเรียวยาวลูบคลำบาดแผลบนแผ่นหลังของบุตรสาวแผ่วเบา “เจ้าไม่น่าเข้าไปช่วยแม่เลย”

“นายท่านช่างไร้เหตุผลเหลือเกินเจ้าค่ะ” แม่นมเตียวกล่าวขึ้นด้วยความโมโห

จ้าวฟางหรูเม้มปากแน่นก่อนพูดขึ้นว่า “ช่างเถิด เป็นใครก็ต้องคิดเช่นนั้น”

“แต่นายหญิงถูกใส่ร้ายนี่เจ้าคะ เสิ่นอี๋เหนียงนั่นก็ร้ายยิ่งนัก คุณหนูใหญ่กับนายหญิงร่างกายอ่อนแอปานนี้ ยังคิดหาทางกำจัดอีก” แม่นมเตียวพูดขึ้นอีกว่า “นายท่านลืมไปแล้วหรือว่านายหญิงกับท่านผู้เฒ่าจ้าวเป็นคนหาเงินส่งนายท่านร่ำเรียนจนสอบได้เป็นขุนนาง ถ้าไม่มีนายหญิง นายท่านหรือจะมีชีวิตที่ดีเพียงนี้”

ยิ่งได้ยินแม่นมเตียวพูดเช่นนั้น จ้าวฟางหรูก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น น้อยใจอดีตสามีผู้ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาราวสิบปี แต่กลับหลงเชื่อคำลวงของเสิ่นอี๋เหนียงที่มาทีหลังนางตั้งสามปี มิหนำซ้ำเขายังแอบคบกับเสิ่นอี๋เหนียงจนเกิดตั้งครรภ์แล้วจึงรับนางเข้ามาในจวนให้เป็นอนุภรรยา

จ้าวฟางหรูสูดหายใจเข้าลึกกล่าวออกว่า “อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย ต่อไปนี้ชีวิตของข้าจะมีแต่เหยียนเอ๋อร์กับพวกเจ้าสองคนเท่านั้น” นางกล่าวออกด้วยความรู้สึกเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ไม่เข้าใจว่าเหตุใดความผิดของนางเพียงครั้งเดียวถึงทำให้เขาตัดขาดจากนางได้ง่ายถึงเพียงนี้ เขาไม่มีการไต่สวนที่มาที่ไปของเรื่องที่เกิดขึ้นแม้แต่คำเดียว แม้แต่บุตรสาวที่ร่างกายอ่อนแอเขายังสั่งโบยโดยไม่กะพริบตา

ต่างกับเสิ่นอี๋เหนียงที่พาคนเข้ามาในห้องของนาง พร้อมกับหลักฐานที่นอนอยู่บนเตียงของนางนั่นก็คือพ่อบ้านจวง โดยที่นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้ามานอนบนเตียงของนางได้อย่างไร อีกทั้งเสิ่นอี๋เหนียงยังพูดใส่ร้ายนางหาว่านางคบชู้กับพ่อบ้านจวง โดยไม่เปิดช่องว่างให้นางได้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เช่นนั้นเขายังมีค่าให้นางรักอีกหรือ

“นายหญิง” สองบ่าวเอ่ยขึ้นพร้อมกันพลางร้องไห้เพราะสงสารชีวิตนายหญิงกับบุตรสาว หลังจากคลอดเว่ยซินเหยียนจ้าวฟางหรูก็ร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว อีกทั้งเว่ยซินเหยียนก็คลอดก่อนกำหนดจึงทำให้ตัวเล็กและเจ็บป่วยบ่อยไปด้วย นายหญิงยังต้องมาถูกใส่ร้ายว่าเป็นชู้กับพ่อบ้านจวงอีก ช่างน่าโมโหนัก

จ้าวฟางหรูเช็ดน้ำตาทั้งสองข้าง ถามแม่นมเตียวว่า “แล้วพ่อบ้านจวงเป็นอย่างไรบ้าง”

“นายหญิงจะถามถึงเขาทำไมเจ้าคะ เขาช่างเนรคุณนัก นายหญิงเป็นคนรับเขาเข้ามาทำงานแท้ ๆ แต่เขายังกล้าหักหลังนายหญิงเช่นนี้” จวงชุนคือพ่อบ้านคนใหม่ที่จ้าวฟางหรูเพิ่งรับเข้ามาแทนคนเก่าที่ขอกลับบ้านเดิมไปดูแลแม่ที่ป่วยเมื่อห้าเดือนก่อน

“เขาอาจจะโดนหลอกใช้ก็เป็นได้” ที่ผ่านมาจ้าวฟางหรูรู้ว่าเสิ่นอี๋เหนียงเป็นสตรีเจ้าเล่ห์ อีกทั้งยังมักใหญ่ใฝ่สูงมีหรือคนซื่ออย่างพ่อบ้านจวงจะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของนาง

“เขาถูกคนของนายท่านจับถ่วงน้ำแล้วเจ้าค่ะ” แม่นมเตียวกล่าว นี่เป็นบทลงโทษของชายชู้ คือต้องตายสถานเดียว

จ้าวฟางหรูถอนหายใจยาวเหยียดแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมาอีก คิดเพียงว่าคงเป็นกรรมของเขาแล้ว

การเดินทางของคนทั้งสี่เป็นไปอย่างราบรื่น เพียงแต่สามวันต่อมาตอนที่เว่ยซินเหยียนฟื้นขึ้นมานางกลับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง จึงทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งผู้เป็นแม่และสาวใช้ทั้งสองต่างคิดว่านางกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ใครจะคาดคิดว่าหลังจากนางกระอักเลือดออกมาแล้วอาการป่วยของนางกลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง ถึงจะเป็นเรื่องประหลาดแต่ทุกคนก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งสี่คนเดินทางราวสิบวันก็มาถึงเมืองหยางโจ เดินทางต่ออีกประมาณสองเค่อก็ถึงหมู่บ้านอู๋หยวน ซึ่งเป็นบ้านเดิมของจ้าวฟางหรู

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 32 รอของฝาก

    ซ่งฉือได้สติจึงรีบขานรับ “ขอรับ ๆ” พลางคิดในใจว่า ที่ไม่ยอมแบ่งขนมให้ลูกน้องก็เพราะหวงไว้กินเองนี่เอง มุมปากจึงยกยิ้มขึ้นแล้วหัวเราะหึ ๆ ด้วยความชอบใจ จางหมัวมัวเดินเข้ามายอบกายคารวะเจิ้นเสิ่นอ๋อง เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง พระชายาจะออกไปเที่ยวตลาดอีกแล้วเจ้าค่ะ” “ตามใจนางเถิด อย่ากลับค่ำก็พอ” เขาพูดเสียงเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ จางหมัวมัวอ้าปากด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเจิ้นเสิ่นอ๋องจะอนุญาตให้พระชายาออกจากจวนบ่อยขนาดนี้ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นขนมเซียนฮวาปิ่งเหลืออยู่เพียงสองชิ้นเท่านั้น เจิ้นเสิ่นอ๋องมองตามสายตาของจางหมัวมัวจึงคิดหาคำแก้ตัว “ข้าก็แค่กลัวว่านางจะเสียน้ำใจ ต่อไปไม่ต้องให้นางซื้อมาอีก” “ข้าจะบอกพระชายาให้เจ้าค่ะ” ยอบกายคารวะแล้วจึงเดินอมยิ้มออกมา นางไม่ได้ตาฝาดจริง ๆ หากพระชายาทำให้เจิ้นเสิ่นอ๋องเข้าใจความรู้สึกระหว่างชายหญิงได้ก็คงจะดี คิดมาถึงตรงนี้จิตใจพลันรู้สึกห่อเหี่ยว พระชายางดงามปานนั้นไหนเลยจะมาชอบท่านอ๋องของนางได้ ภาวนาไม่ให้นางปลิดชีพตนเองยังง่ายกว่า ให้หลังจางหมัวมัว เจิ้นเสิ่นอ๋องจึงเรียกองครั

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 31 กินขมแล้วต้องกินหวานตาม

    พ้นร่างจางหมัวมัว องครักษ์ทั้งสองที่ตามติดพระชายาไปทุกที่ก็ปรากฏตัวตรงริมหน้าต่างทันที เจิ้นเสิ่นอ๋องถามออกโดยไม่หันไปมอง “วันนี้นางไปที่ใดมาบ้าง” “จุดพักม้าแล้วก็ตลาดขอรับ” เฉาหยวนตอบ “นางไปทำอะไรที่จุดพักม้า” ที่นั่นเป็นจุดพักม้าและที่รับส่งจดหมายไปยังเมืองต่าง ๆ อีกทั้งยังมีโรงเตี๊ยมที่เอาไว้เป็นที่พักพิงสำหรับนักเดินทาง “ข้าเข้าไปสอบถามกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมตอนที่นางออกไปแล้ว เถ้าแก่บอกว่านางมารับจดหมายขอรับ” เฟิ่งหนิงหลง “จดหมายจากผู้ใด” “เถ้าแก่โรงเตี๊ยมไม่ได้บอกขอรับ เขาบอกว่าเป็นความลับของลูกค้าขอรับ” เจิ้นเสิ่นอ๋องเพียงครุ่นคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา จากนั้นจึงถามองครักษ์ต่อ “แล้วที่ตลาดนางไปทำอะไรบ้าง” เฟิ่งหนิงหลงตอบว่า “นางไปกินข้าว เดินชมตลาด ซื้อขนมแล้วก็กลับจวนขอรับ ไม่ได้ไปพบผู้ใด” ซ่งฉือเหลือบมองขนมเซียนฮวาปิ่งแล้วลอบกลืนน้ำลาย พูดขึ้นว่า “หากท่านอ๋องไม่กินขนมนั่น ให้พวกข้าเอาไปแบ่งกันก็ได้นะขอรับ” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบจานขนม แต่มือขาวซีดของเจ้า

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 30 ของฝากจากพระชายา

    “ให้นางไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถิดเจ้าค่ะ”เจิ้นเสิ่นอ๋องจึงเรียกหาองครักษ์เงาทั้งสอง “เฟิ่งหนิงหลง เฉาหยวน”ทันใดนั้นบุรุษหนุ่มสองคนรูปร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏกายอยู่ริมหน้าต่าง ขานรับพร้อมกันว่า “ขอรับ”“ติดตามพระชายาไปห่าง ๆ อย่าให้นางรู้ตัว”“ขอรับ”เขาบอกจางหมัวมัวว่า “ไปบอกนางว่าข้าอนุญาต และให้นางกลับก่อนปลายยามเว่ย”“เจ้าค่ะ”เว่ยซินเหยียนเมื่อได้รับอนุญาตให้ออกจากจวนได้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก ซิ่วอิงถามอย่างตื่นเต้นว่า “พระชายาเราจะไปที่ใดกันเจ้าคะ”“จุดพักม้า” ในจดหมายที่นางส่งให้หมอฉินตอนที่นางอยู่ที่จวนสกุลเว่ย นางบอกเขาว่านางมีความจำเป็นบางอย่างต้องมาอยู่ทางชายแดนเหนือ เรื่องการค้ากับโรงหมอจินฮงคงต้องหยุดไว้ก่อน แต่หากหมอฉินยังอยากทำการค้ากับนางให้ส่งจดหมายมาที่จุดพักม้าของเมืองเสิ่นหยาง หมอฉินเป็นคนที่พอไว้ใจได้ นางจึงอยากทำการค้ากับเขาต่อ หากเขารู้จักโรงหมอที่นี่นางก็พอมีช่องทางหาเงินได้บ้าง นายบ่าวทั้งสองยังสวมใส่ผ้าปิดบังใบหน้าเช่นเคย จากนั้นจึงขึ้นรถม้าของจวนเจิ้นเสิ่นอ๋องไปลงในตลาด และบอกกับคนขับรถม้าว่าให้รออยู่ที่นี่ จากนั้นทั้งสองก็เดินหายไปในตลาด พอลับสายตาสารถี สองนายบ่าวก็ห

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 29 อยากไปเดินตลาด

    ดวงตาของเจิ้นเสิ่นอ๋องเปล่งประกายวาววามคล้ายมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง บอกองครักษ์ว่า “สืบต่อไป” จากนั้นถามซ่งฉือว่า “เจ้าได้รับบาดเจ็บ แผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ใกล้จะหายดีแล้วขอรับ นางเย็บแผลได้อย่างดีเยี่ยมจนแทบไม่เห็นรอยแผลเป็นด้วยซ้ำ พรุ่งนี้นางนัดให้ข้าไปตัดไหม หากเป็นเมื่อก่อนตัวข้าต้องมีรอยแผลเป็นยาวแน่” พูดพลางถอดเสื้อให้เจิ้นเสิ่นอ๋องดู การเย็บแผลของนางสวยงามจริง ๆ “นางเป็นหมอรึ” เรื่องนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเขาไม่เคยสนใจสตรีคนไหนที่แต่งเข้ามาในจวนอยู่แล้ว “ข้าไม่แน่ใจขอรับ แต่นางช่วยเหลือทหารที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน แถมยังช่วยเย็บแผลให้ข้าอีกด้วย นางยังบอกอีกว่าการเย็บแผลก็คล้ายกับการเย็บผ้าขอรับ” ซ่งฉือตอบ “ท่านอ๋อง หรือจะให้นางลองรักษาท่านดูขอรับ” หมิงจ้านออกความเห็น “ไม่ได้ หากนางตายขึ้นมาเจ้าจะรับผิดชอบไหว…อื้อ ๆ” ซ่งฉือพูดยังไม่ทันจบ หมิงจ้านก็ใช้มือปิดปากเขาไว้แน่นไม่ให้เขาพูดต่อ หมิงจ้านทั้งถลึงตาทั้งขยิบตาให้สหาย ซ่งฉือถึงได้สติกลับคืนมาว่าตนได้พลั้งปากไปแล้ว เขาจึงก้มหน้าสองมือประสานไว้ด้านหน้

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 28 ผู้ช่วยหมอเทวดาเป็นสตรี

    ถึงคราวที่ต้องดื่มสุรามงคลเขาก็เดินไปหยิบสุราที่จางหมัวมัวเตรียมไว้ให้มาให้นาง จากนั้นก็คล้องแขนกรอกสุราลงคอโดยไม่ถอดหน้ากาก เว่ยซินเหยียนทำตามอย่างว่าง่าย นางไม่ได้ซักถามหรือสงสัยแต่อย่างใด เพราะคิดว่าเจิ้นเสิ่นอ๋องคงไม่อยากให้ใครเห็นความอัปลักษณ์ของตนพิธีการทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้วเขาจึงพูดเสียงเข้มว่า “ขอให้เจ้าอยู่ในจวนนี้ให้ดี อย่าได้เที่ยวเพ่นพ่านไปในที่ที่ข้าไม่อนุญาต” เขาพูดต่อว่า “อีกอย่างถ้าไม่อยากอายุสั้นก็อย่าได้สงสัยอะไรในตัวข้าหรือเรื่องที่ข้าไม่อยากให้รู้” กล่าวเพียงเท่านั้นร่างสูงโปร่งก็เดินออกกจากห้องหอทันทีเว่ยซินเหยียนพูดตามหลังว่า “เจ้าค่ะ” พูดประชดในใจต่ออีกว่า ดุจริง ๆจากนั้นจึงมีสาวใช้นางหนึ่งอายุราวสี่สิบต้นเดินเข้ามาพร้อมกับซิ่วอิง“ท่านอ๋องให้ข้าจางหมัวมัวมาปรนนิบัติพระชายาเจ้าค่ะ” นางคือหมัวมัวที่เคยอยู่กับมู่กุ้ยเฟยซึ่งเป็นมารดาของเจิ้นเสิ่นอ๋องมาก่อน ภายหลังเมื่อมู่กุ้ยเฟยถูกส่งตัวเข้าตำหนักเย็นเพราะให้กำเนิดพระโอรสหน้าตาอัปลักษณ์ และองค์ชายใหญ่ถูกส่งตัวมาอยู่ที่เมืองเสิ่นหยางนางจึงติดตามเขามาด้วยตามความต้องการของมู่กุ้ยเฟย เว่ยซินเหยียนมองน

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 27 พบหน้าพระชายา

    เว่ยซินเหยียนเดินเข้าไปดูอาการของซ่งฉือกับทหารอีกคน เขาคือม่อห่าวหรัน จากนั้นจึงเอ่ยกับซิ่วอิงว่า “ต้องเย็บแผล” เพราะแผลโดนคมดาบมีลักษณะเป็นทางยาว หากไม่เย็บปิดปากแผล แผลอาจจะอักเสบได้ อีกทั้งยังหายช้าอีกด้วย ซ่งฉือกับหมิงจ้านพลันสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย หมิงจ้านถามออกไปว่า “พระชายาทำเป็นหรือขอรับ” “ก็เหมือนเย็บผ้า เหตุใดข้าจะทำไม่เป็น” เหล่าองครักษ์ที่ได้ยินต่างกลืนน้ำลายดังเอื้อก ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คิดในใจว่าแค่เย็บผ้าเป็นก็เย็บแผลได้แล้วหรือ เหตุใดภรรยาที่บ้านไม่เคยเล่าให้พวกเขาฟังบ้างเลย เว่ยซินเหยียนบอกซ่งฉือว่า “ข้าจะเย็บแผลให้เจ้าก่อน” เพราะแผลของเขาฉกรรจ์กว่าของม่อห่าวหรัน “ขอรับ” ซ่งฉือรับคำอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แม้ตอนออกรบต่อสู้กับข้าศึก เขายังไม่รู้สึกกลัวเท่านี้มาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมถอดเสื้อออกโดยง่าย ซ่งฉือได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย ยังนับว่าโชคดีที่เขาถนัดขวา เว่ยซินเหยียนล้างแผลด้วยน้ำเกลือ จากนั้นใช้สำลีเช็ดรอบบาดแผลด้วยแอลกอฮอล์ และซับแผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาดก่อนฉีดยาชา จากนั้นจึงเริ่ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status