Share

ตอนที่ 3 หายป่วยอย่างน่าประหลาด

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-29 11:14:44

รถม้าจอดลงตรงหน้าบ้านเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่ง สารถีเอ่ยบอกว่า “ถึงแล้วขอรับ”

ซิ่วอิงก้าวขาลงไปก่อนจากนั้นช่วยประคองนายหญิงลงจากรถม้า และอุ้มเว่ยซินเหยียนจากแม่นมเตียว จากนั้นแม่นมเตียวจึงยกหีบข้าวของให้ซิ่วอิงรับอยู่ด้านล่าง เสร็จแล้วรถม้าก็ขับเคลื่อนออกไปทันที ยังโชคดีที่ก่อนมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้พวกนางได้แวะซื้อข้าวของและอาหารกลับมาด้วย

ซินเหยียนคนใหม่ที่มาจากโลกปัจจุบันแล้ววิญญาณเข้ามาสวมอยู่ในร่างนี้ตั้งแต่เจ็ดวันก่อนมองดูบ้านดินผสมอิฐแดงหลังคามุงด้วยหญ้าอย่างไม่เชื่อสายตา นี่หรือคือบ้านหลังใหม่ที่เธอต้องมาอยู่ เสียงเล็กแหลมเอ่ยถามผู้เป็นแม่ว่า “นี่คือบ้านของเราหรือเจ้าคะท่านแม่” แม้เธออยู่ในร่างนี้มาหลายวันแล้วแต่เธอก็ยังไม่ชินกับสภาพบ้านเมืองในยุคนี้เท่าไรนัก

“ใช่ นี่คือบ้านของเรา เหยียนเอ๋อร์กลัวหรือไม่” จ้าวฟางหรูรู้สึกสงสารบุตรสาวจับใจที่ต้องกลับมาอยู่บ้านเก่าเช่นนี้ แต่คิดอีกแง่หนึ่งก็ยังดีที่ยังมีบ้านอยู่

นางส่ายหน้าน้อย ๆ “ไม่กลัวเจ้าค่ะ” นางไม่กลัวแต่ว่ามันรกมาก แต่มันก็สมควรแล้วเพราะระหว่างเดินทางท่านแม่เล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ท่านตาจากไปเมื่อห้าปีก่อนบ้านหลังนี้ก็ไม่เคยมีใครมาอาศัยอยู่เลย อีกทั้งบ้านหลังนี้ยังอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ห่างจากบ้านหลังอื่น ๆ ในหมู่บ้านเกือบหนึ่งลี้จึงทำให้บรรยากาศดูวังเวงอยู่สักหน่อย

จ้าวฟางหรูยิ้มอ่อนให้ลูกสาว แล้วจึงพาทุกคนเดินเข้าไปในบ้าน แต่ภายในบ้านมีฝุ่นเกาะและหยากไย่ขึ้นเต็ม จึงทำให้เดินเข้าไปข้างในไม่ได้ นางจึงเอ่ยขึ้นว่า “วันนี้คงต้องทำความสะอาดภายในบ้านก่อน พรุ่งนี้ค่อยทำข้างนอก” ตอนนี้เพิ่งยามอู่ยังพอมีเวลาในการทำความสะอาดอีกหลายชั่วยามกว่าจะถึงเวลาอาหารค่ำ

“เหมือนจะมีงูเลยเจ้าค่ะนายหญิง” ซิ่วอิงพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว ในใจรู้สึกสงสารนายหญิงกับคุณหนูยิ่งนักที่ต้องมาอยู่บ้านเก่า ๆ แบบนี้ ถึงจวนสกุลเว่ยจะไม่ใหญ่โตมาก แต่เรือนฮูหยินใหญ่ก็ใหญ่โตมากกว่าบ้านหลังนี้หลายเท่า คิดมาถึงตรงนี้ซิ่วอิงก็นึกชิงชังเสิ่นอี๋เหนียงขึ้นมาจนเข้ากระดูกดำ

“ในหีบมีสมุนไพรไล่สัตว์มีพิษ ทำความสะอาดแล้วเจ้านำมาจุดสักหน่อยก็แล้วกัน” สมุนไพรสองหีบที่นำติดตัวมาวันนี้ล้วนเป็นสิ่งที่หมอจ้าวมอบให้นางก่อนที่ท่านจะจากไปรวมถึงตำราแพทย์อีกจำนวนหนึ่ง ถึงนางจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการแพทย์มากนักแต่ก็พอรู้จักชื่อสมุนไพรและประโยชน์ของมันอยู่บ้าง

“เจ้าค่ะ”

“ท่านแม่มีสมุนไพรด้วยหรือเจ้าคะ” เว่ยซินเหยียนถามออกด้วยความใคร่รู้

“มีสิ แม่ยังมีตำราแพทย์อีกหลายสิบเล่มด้วยนะ เป็นของท่านตาของเจ้าทั้งนั้น”

“จริงหรือเจ้าคะ” ดวงตาดำขลับเป็นประกายวาววับ เช่นนั้นก็ดีเลย นางจะได้ศึกษาเรื่องสมุนไพรและศาสตร์การแพทย์ไปพร้อม ๆ กัน

นางลืมไปได้อย่างไรว่าท่านตาของเจ้าร่างนี้เคยเป็นหมอเท้าเปล่ามาก่อน และท่านแม่ยังเคยเล่าให้นางฟังอีกว่าเป็นเพราะท่านตาเคยช่วยชีวิตเว่ยเฉิงเอาไว้ ท่านพ่อกับท่านแม่จึงได้เจอกันและเกิดเป็นความรัก ทั้งสองจึงได้แต่งงานกัน ด้วยครอบครัวของเว่ยเฉิงก็เป็นเพียงชาวนาธรรมดาฐานะค่อนข้างยากจน อีกทั้งพ่อแม่ของเขายังแก่ชราและมีบุตรชายเพียงคนเดียว

พอทราบว่าลูกเขยจะสอบเป็นขุนนางหมอจ้าวกับจ้าวฟางหรูก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ กระทั่งช่วยกันหาเงินส่งเสียเขาเรียนจนสอบเป็นขุนนางได้ แต่พอมีหญิงอื่นเข้ามาเขากลับไม่เคยนึกถึงคุณค่าของจ้าวฟางหรูที่เคยลำบากเพื่อเขาเลยแม้แต่น้อย

“จริงสิ” จ้าวฟางหรูมองบุตรสาวด้วยความรักสุดหัวใจ ตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมานางก็ชอบถามเกี่ยวกับเรื่องการแพทย์กับมารดาตลอด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เว่ยซินเหยียนไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลยสักนิด วัน ๆ เอาแต่เล่นตุ๊กตาผ้าที่มารดาเย็บให้

“เช่นนั้นข้าขอยืมตำราแพทย์ไปอ่านได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ย่อมได้อยู่แล้ว” ถึงบุตรสาวของนางจะอ่านหนังสือไม่ค่อยเก่ง แต่นางย่อมไม่ห้ามอยู่แล้ว ตอนอยู่ที่จวนสกุลเว่ยถึงบุตรสาวจะมีพัฒนาการทางสมองที่ค่อนข้างช้าแต่ศาสตร์ทั้งสี่ไม่ว่าจะเป็น พิณ หมากล้อม อักษร วาดภาพ นางก็จ้างอาจารย์มาสอนสั่งไม่เคยขาด ถึงเว่ยซินเหยียนจะทำได้ไม่ดีมากก็ตาม

ว่าจบจ้าวฟางหรูก็หยิบไม้กวาดขึ้นมา เตรียมทำความสะอาดบ้าน แต่แม่นมเตียวกลับห้ามไว้ “ให้ข้ากับซิ่วอิงทำเถิดเจ้าค่ะ นายหญิงกับคุณหนูเดินทางมาเหนื่อย ๆ นั่งพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ” ถึงแม้บาดแผลบนหลังเกือบจะหายดีแล้วแต่อาการป่วยของนายหญิงยังคงเหมือนเดิม “ข้าจะไปก่อไฟต้มยาให้นายหญิงก่อนเจ้าค่ะ” แม่นมเตียวกล่าวเสริมขึ้นอีก “ส่วนยาของคุณหนูคงไม่ต้องแล้วกระมัง”

“อืม” จ้าวฟางหรูตอบ พลางเดินจูงมือบุตรสาวออกไปนั่งม้านั่งที่เป็นไม้อยู่หน้าบ้าน เอ่ยถามลูกว่า “เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม”

“ลูกไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ” เว่ยซินเหยียนก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน ตอนอยู่ที่โลกเดิมนางเป็นหมอทหารจำได้ว่าวันนั้นตนเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด พอเข้าไปในห้องพักส่วนตัวแล้วก็รู้สึกว่าตนอ่อนเพลียและง่วงมาก และคงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในร่างนี้แล้ว แถมกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง มิหนำซ้ำยังรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไหลวนอยู่ในร่างกายตลอดเวลา แม้กระทั่งในยามหลับนางก็ยังรู้สึกได้ อีกทั้งอาการป่วยอ่อนแรงของเจ้าของร่างเดิมก็หายไปด้วย รู้สึกว่าร่างกายของนางมีพลังมหาศาลทีเดียว แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองมันคืออะไร แต่นางจะต้องหาคำตอบกับเรื่องนี้ให้ได้ แต่สิ่งที่น่าเสียใจมากที่สุดก็คือเจ้าของร่างนี้ได้ตายไปแล้ว ตายด้วยน้ำมือพ่อแท้ ๆ ของตน

ถึงจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนสกุลเว่ยเพียงใด แต่จ้าวฟางหรูก็ดีใจที่สุดที่บุตรสาวหายป่วย และกลับมามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป มุมปากยกยิ้มขึ้นจาง ๆ พูดออกเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” มือบางวางบนศีรษะบุตรสาวแล้วลูบไปมาอย่างรักใคร่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 32 รอของฝาก

    ซ่งฉือได้สติจึงรีบขานรับ “ขอรับ ๆ” พลางคิดในใจว่า ที่ไม่ยอมแบ่งขนมให้ลูกน้องก็เพราะหวงไว้กินเองนี่เอง มุมปากจึงยกยิ้มขึ้นแล้วหัวเราะหึ ๆ ด้วยความชอบใจ จางหมัวมัวเดินเข้ามายอบกายคารวะเจิ้นเสิ่นอ๋อง เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง พระชายาจะออกไปเที่ยวตลาดอีกแล้วเจ้าค่ะ” “ตามใจนางเถิด อย่ากลับค่ำก็พอ” เขาพูดเสียงเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ จางหมัวมัวอ้าปากด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเจิ้นเสิ่นอ๋องจะอนุญาตให้พระชายาออกจากจวนบ่อยขนาดนี้ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นขนมเซียนฮวาปิ่งเหลืออยู่เพียงสองชิ้นเท่านั้น เจิ้นเสิ่นอ๋องมองตามสายตาของจางหมัวมัวจึงคิดหาคำแก้ตัว “ข้าก็แค่กลัวว่านางจะเสียน้ำใจ ต่อไปไม่ต้องให้นางซื้อมาอีก” “ข้าจะบอกพระชายาให้เจ้าค่ะ” ยอบกายคารวะแล้วจึงเดินอมยิ้มออกมา นางไม่ได้ตาฝาดจริง ๆ หากพระชายาทำให้เจิ้นเสิ่นอ๋องเข้าใจความรู้สึกระหว่างชายหญิงได้ก็คงจะดี คิดมาถึงตรงนี้จิตใจพลันรู้สึกห่อเหี่ยว พระชายางดงามปานนั้นไหนเลยจะมาชอบท่านอ๋องของนางได้ ภาวนาไม่ให้นางปลิดชีพตนเองยังง่ายกว่า ให้หลังจางหมัวมัว เจิ้นเสิ่นอ๋องจึงเรียกองครั

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 31 กินขมแล้วต้องกินหวานตาม

    พ้นร่างจางหมัวมัว องครักษ์ทั้งสองที่ตามติดพระชายาไปทุกที่ก็ปรากฏตัวตรงริมหน้าต่างทันที เจิ้นเสิ่นอ๋องถามออกโดยไม่หันไปมอง “วันนี้นางไปที่ใดมาบ้าง” “จุดพักม้าแล้วก็ตลาดขอรับ” เฉาหยวนตอบ “นางไปทำอะไรที่จุดพักม้า” ที่นั่นเป็นจุดพักม้าและที่รับส่งจดหมายไปยังเมืองต่าง ๆ อีกทั้งยังมีโรงเตี๊ยมที่เอาไว้เป็นที่พักพิงสำหรับนักเดินทาง “ข้าเข้าไปสอบถามกับเถ้าแก่โรงเตี๊ยมตอนที่นางออกไปแล้ว เถ้าแก่บอกว่านางมารับจดหมายขอรับ” เฟิ่งหนิงหลง “จดหมายจากผู้ใด” “เถ้าแก่โรงเตี๊ยมไม่ได้บอกขอรับ เขาบอกว่าเป็นความลับของลูกค้าขอรับ” เจิ้นเสิ่นอ๋องเพียงครุ่นคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา จากนั้นจึงถามองครักษ์ต่อ “แล้วที่ตลาดนางไปทำอะไรบ้าง” เฟิ่งหนิงหลงตอบว่า “นางไปกินข้าว เดินชมตลาด ซื้อขนมแล้วก็กลับจวนขอรับ ไม่ได้ไปพบผู้ใด” ซ่งฉือเหลือบมองขนมเซียนฮวาปิ่งแล้วลอบกลืนน้ำลาย พูดขึ้นว่า “หากท่านอ๋องไม่กินขนมนั่น ให้พวกข้าเอาไปแบ่งกันก็ได้นะขอรับ” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบจานขนม แต่มือขาวซีดของเจ้า

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 30 ของฝากจากพระชายา

    “ให้นางไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถิดเจ้าค่ะ”เจิ้นเสิ่นอ๋องจึงเรียกหาองครักษ์เงาทั้งสอง “เฟิ่งหนิงหลง เฉาหยวน”ทันใดนั้นบุรุษหนุ่มสองคนรูปร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏกายอยู่ริมหน้าต่าง ขานรับพร้อมกันว่า “ขอรับ”“ติดตามพระชายาไปห่าง ๆ อย่าให้นางรู้ตัว”“ขอรับ”เขาบอกจางหมัวมัวว่า “ไปบอกนางว่าข้าอนุญาต และให้นางกลับก่อนปลายยามเว่ย”“เจ้าค่ะ”เว่ยซินเหยียนเมื่อได้รับอนุญาตให้ออกจากจวนได้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก ซิ่วอิงถามอย่างตื่นเต้นว่า “พระชายาเราจะไปที่ใดกันเจ้าคะ”“จุดพักม้า” ในจดหมายที่นางส่งให้หมอฉินตอนที่นางอยู่ที่จวนสกุลเว่ย นางบอกเขาว่านางมีความจำเป็นบางอย่างต้องมาอยู่ทางชายแดนเหนือ เรื่องการค้ากับโรงหมอจินฮงคงต้องหยุดไว้ก่อน แต่หากหมอฉินยังอยากทำการค้ากับนางให้ส่งจดหมายมาที่จุดพักม้าของเมืองเสิ่นหยาง หมอฉินเป็นคนที่พอไว้ใจได้ นางจึงอยากทำการค้ากับเขาต่อ หากเขารู้จักโรงหมอที่นี่นางก็พอมีช่องทางหาเงินได้บ้าง นายบ่าวทั้งสองยังสวมใส่ผ้าปิดบังใบหน้าเช่นเคย จากนั้นจึงขึ้นรถม้าของจวนเจิ้นเสิ่นอ๋องไปลงในตลาด และบอกกับคนขับรถม้าว่าให้รออยู่ที่นี่ จากนั้นทั้งสองก็เดินหายไปในตลาด พอลับสายตาสารถี สองนายบ่าวก็ห

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 29 อยากไปเดินตลาด

    ดวงตาของเจิ้นเสิ่นอ๋องเปล่งประกายวาววามคล้ายมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง บอกองครักษ์ว่า “สืบต่อไป” จากนั้นถามซ่งฉือว่า “เจ้าได้รับบาดเจ็บ แผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ใกล้จะหายดีแล้วขอรับ นางเย็บแผลได้อย่างดีเยี่ยมจนแทบไม่เห็นรอยแผลเป็นด้วยซ้ำ พรุ่งนี้นางนัดให้ข้าไปตัดไหม หากเป็นเมื่อก่อนตัวข้าต้องมีรอยแผลเป็นยาวแน่” พูดพลางถอดเสื้อให้เจิ้นเสิ่นอ๋องดู การเย็บแผลของนางสวยงามจริง ๆ “นางเป็นหมอรึ” เรื่องนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเขาไม่เคยสนใจสตรีคนไหนที่แต่งเข้ามาในจวนอยู่แล้ว “ข้าไม่แน่ใจขอรับ แต่นางช่วยเหลือทหารที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน แถมยังช่วยเย็บแผลให้ข้าอีกด้วย นางยังบอกอีกว่าการเย็บแผลก็คล้ายกับการเย็บผ้าขอรับ” ซ่งฉือตอบ “ท่านอ๋อง หรือจะให้นางลองรักษาท่านดูขอรับ” หมิงจ้านออกความเห็น “ไม่ได้ หากนางตายขึ้นมาเจ้าจะรับผิดชอบไหว…อื้อ ๆ” ซ่งฉือพูดยังไม่ทันจบ หมิงจ้านก็ใช้มือปิดปากเขาไว้แน่นไม่ให้เขาพูดต่อ หมิงจ้านทั้งถลึงตาทั้งขยิบตาให้สหาย ซ่งฉือถึงได้สติกลับคืนมาว่าตนได้พลั้งปากไปแล้ว เขาจึงก้มหน้าสองมือประสานไว้ด้านหน้

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 28 ผู้ช่วยหมอเทวดาเป็นสตรี

    ถึงคราวที่ต้องดื่มสุรามงคลเขาก็เดินไปหยิบสุราที่จางหมัวมัวเตรียมไว้ให้มาให้นาง จากนั้นก็คล้องแขนกรอกสุราลงคอโดยไม่ถอดหน้ากาก เว่ยซินเหยียนทำตามอย่างว่าง่าย นางไม่ได้ซักถามหรือสงสัยแต่อย่างใด เพราะคิดว่าเจิ้นเสิ่นอ๋องคงไม่อยากให้ใครเห็นความอัปลักษณ์ของตนพิธีการทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้วเขาจึงพูดเสียงเข้มว่า “ขอให้เจ้าอยู่ในจวนนี้ให้ดี อย่าได้เที่ยวเพ่นพ่านไปในที่ที่ข้าไม่อนุญาต” เขาพูดต่อว่า “อีกอย่างถ้าไม่อยากอายุสั้นก็อย่าได้สงสัยอะไรในตัวข้าหรือเรื่องที่ข้าไม่อยากให้รู้” กล่าวเพียงเท่านั้นร่างสูงโปร่งก็เดินออกกจากห้องหอทันทีเว่ยซินเหยียนพูดตามหลังว่า “เจ้าค่ะ” พูดประชดในใจต่ออีกว่า ดุจริง ๆจากนั้นจึงมีสาวใช้นางหนึ่งอายุราวสี่สิบต้นเดินเข้ามาพร้อมกับซิ่วอิง“ท่านอ๋องให้ข้าจางหมัวมัวมาปรนนิบัติพระชายาเจ้าค่ะ” นางคือหมัวมัวที่เคยอยู่กับมู่กุ้ยเฟยซึ่งเป็นมารดาของเจิ้นเสิ่นอ๋องมาก่อน ภายหลังเมื่อมู่กุ้ยเฟยถูกส่งตัวเข้าตำหนักเย็นเพราะให้กำเนิดพระโอรสหน้าตาอัปลักษณ์ และองค์ชายใหญ่ถูกส่งตัวมาอยู่ที่เมืองเสิ่นหยางนางจึงติดตามเขามาด้วยตามความต้องการของมู่กุ้ยเฟย เว่ยซินเหยียนมองน

  • ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์    ตอนที่ 27 พบหน้าพระชายา

    เว่ยซินเหยียนเดินเข้าไปดูอาการของซ่งฉือกับทหารอีกคน เขาคือม่อห่าวหรัน จากนั้นจึงเอ่ยกับซิ่วอิงว่า “ต้องเย็บแผล” เพราะแผลโดนคมดาบมีลักษณะเป็นทางยาว หากไม่เย็บปิดปากแผล แผลอาจจะอักเสบได้ อีกทั้งยังหายช้าอีกด้วย ซ่งฉือกับหมิงจ้านพลันสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย หมิงจ้านถามออกไปว่า “พระชายาทำเป็นหรือขอรับ” “ก็เหมือนเย็บผ้า เหตุใดข้าจะทำไม่เป็น” เหล่าองครักษ์ที่ได้ยินต่างกลืนน้ำลายดังเอื้อก ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คิดในใจว่าแค่เย็บผ้าเป็นก็เย็บแผลได้แล้วหรือ เหตุใดภรรยาที่บ้านไม่เคยเล่าให้พวกเขาฟังบ้างเลย เว่ยซินเหยียนบอกซ่งฉือว่า “ข้าจะเย็บแผลให้เจ้าก่อน” เพราะแผลของเขาฉกรรจ์กว่าของม่อห่าวหรัน “ขอรับ” ซ่งฉือรับคำอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แม้ตอนออกรบต่อสู้กับข้าศึก เขายังไม่รู้สึกกลัวเท่านี้มาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมถอดเสื้อออกโดยง่าย ซ่งฉือได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย ยังนับว่าโชคดีที่เขาถนัดขวา เว่ยซินเหยียนล้างแผลด้วยน้ำเกลือ จากนั้นใช้สำลีเช็ดรอบบาดแผลด้วยแอลกอฮอล์ และซับแผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาดก่อนฉีดยาชา จากนั้นจึงเริ่ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status