เข้าสู่ระบบคุณสี่มองการต่อปากต่อคำของว่าที่สามีภรรยาแล้วรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่า อาการนี้ของพี่ใหญ่ คือ อาการหวงของ หากพยายามเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่เขา ‘หวง’ แล้วล่ะก็ ไม่ซวยเรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
“งั้นผมขอตัวแล้วกัน พี่ใหญ่กับเนยตามสบายนะครับ” คุณชายสี่แห่งมังกรกรุปรีบลาจากไป โดยไม่ต้องให้ใครอนุญาต
คุณใหญ่ปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองคนในอ้อมกอด “ไปสิ ไปคุยกับพ่อเธอดูว่า เขาจะยอมให้ฉันไม่ต้องรับผิดชอบเธอหรือเปล่า?”
“ปล่อยสิ” เธอดิ้นรน
ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมแขน แต่ยังจับมือหนึ่งไว้แน่น
“อย่าลืมบอกคุณพ่อเธอด้วยว่า ฉันไม่ได้ทำอะไรมาก แค่ฝากคิสมาร์กเอาไว้ยืนยันว่า เรามีความสัมพันธ์แนบแน่นกันแค่ไหน?”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“คุณใหญ่คะ เจ้าสัวเชิญทานกลางวันบ้านใหญ่ให้พาคุณเนยไปด้วย”
เนยตาโต ‘ทำไมฝันคราวนี้มันนานจังวุ้ย?’
ชายหนุ่มไม่รอให้เธอแสดงความคิดเห็น เขาลากเธอข้อมือเธอเดินนำหน้าลิ่วๆ ไปยังห้องรับประทานอาหารรวม นานๆ ครั้งเจ้าสัวถึงจะนึกสนุกชวนลูกทั้งสี่คนมาร่วมโต๊ะอาหาร ‘นี่ถ้าจะเป็นโอกาสพิเศษแน่’
‘ตื่นๆ เนยตื่น’ หญิงสาวพยายามหยิกแก้มตัวเอง ขณะเท้ายังเดินตามเขาอย่างเร่งรีบ
เจ้าสัวนั่งอยู่บนหัวโต๊ะรับประทานขนาดยาว เก้าอี้ที่ยังไม่ถูกดึงออกมาใช้จำนวนมากนั้น บ่งบอกว่าสามารถรับแขกได้ร่วมยี่สิบคน ด้านซ้ายมือมีผู้ชายหน้าตาดีเลิศ แต่งกายสุภาพสามคนนั่งเรียงราย ด้านขวาถูกปล่อยว่างไว้ ผนังห้องนี้มีหน้าต่างกระจกโค้งบานสูงแทบจรดเพดาน แม้แสงสว่างจะเข้าเต็มที่ แต่เพราะด้านนอกมีหลังคาไม้เลื้อยยื่นยาวออกไปครอบไว้ จึงทำให้แสงแดดส่องไม่ถึง
‘นี่ฉันหลุดมาในปราสาทแถวยุโรปหรือเปล่านี่?’ เนยมองสิ่งรอบข้างอย่างตื่นตาตื่นใจ ทำให้การขัดขืนน้อยลง
อาการกึ่งลากกึ่งจูงของคนร่างสูงข้างหน้าหยุดกะทันหัน
“สวัสดีครับคุณพ่อ”
เขาค้อมศีรษะลงให้ ชราผมสีดอกเลา ใบหน้าคมสันคล้ายกันกับลูกชาย แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบๆ ดูเนี้ยบและสุภาพ ราศีของผู้บริหารข่มให้คนมองรู้สึกเกรงใจได้ไม่ยาก
“นั่งสิ” สายตาของประธานในโต๊ะบอกให้เขาพาผู้หญิงของเขามานั่งที่ด้านขวา นั่นคือที่เว้นไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะ “เอ้า! เนย เข้ามาสิลูก”
ความทรงจำเดิมบอกให้เธอรู้ว่า ร่างนี้เคยมานั่งรับประทานอาหารที่นี่หลายครั้งแต่ตำแหน่งคือ ข้างๆ กับผู้ชายรูปหล่อด้านซ้ายมือต่างหาก!
คุณใหญ่จูงมือเธอเข้าประจำการ หญิงสาวในชุดแบบฟอร์มแม่บ้านสีฟ้าสองคนที่ยืนรอรีบเข้ามาเสิร์ฟน้ำและตักข้าว
“วันนี้ พ่ออยากกินอาหารไทย” ชายสูงวัยมองดูสายตาสนเท่ห์ของลูกชายคนโต
“พี่ใหญ่ ลองชิมนี่ดู”
การสนทนาของชายทั้งห้าคนบนโต๊ะอาหารเริ่มต้นขึ้น แต่ก็เป็นแค่การตักอาหารและสอบถามเรื่องรสชาติเท่านั้น เนยค่อยๆ ทบทวนความทรงจำว่า เธอรู้จักคนเหล่านี้หรือไม่? อย่างไร? ความทรงจำในร่างนี้ก็เริ่มปล่อยเรื่องราวให้เธอได้รับรู้ทีละเรื่อง ที่นี่คือ ปราสาทมังกรของเจ้าสัวเฟยหลง ประธานมังกรกรุป บริษัทที่เป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เธอมาที่นี่เพื่อวางแผนจับผู้ชายที่นั่งติดกับด้านซ้ายมือของเจ้าสัว ‘พี่สอง’
ผ่านไปยี่สิบนาที เจ้าสัวผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมภูมิฐานก็รวบช้อนแล้วดื่มน้ำ คุณสองก็เริ่มอิ่มตาม
“เจ้าสี่ แกเตรียมเรื่องงานเลี้ยงไปถึงไหนแล้ว”
“ผมส่งการ์ดครบแล้วครับ” ผู้ชายผมสีทองอ่อนๆ ที่ปลายสุดหันมาตอบพี่ชายคนรอง
“เออดี เจ้าสาม งานนี้อย่าหนีไปไหนอีกล่ะ ช่วยกันต้อนรับสาวๆ ให้ดี” คนสั่งการหันมากำชับผู้ชายมาดเฟี้ยวที่นั่งตรงกลาง
“ตกลง ใหญ่จะประกาศแต่งในงานนี้เลยใช่ไหม?”
“ครับ คุณพ่อ” เขามีท่าทีเรียบเฉย
เนยสะดุ้ง เธอมองใบหน้าผู้ชายสองวัยสลับไปมา ในใจนึกสงสัยตะหงิดๆ
“พี่ใหญ่จะแต่งกับใครเหรอคะ?”
เจ้าสัวหันมายิ้มน้อยๆ “อ้าว! ก็หนูยังไงล่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบหนูอย่างเต็มที่ ลุงยอมไม่ได้หรอกนะ”
เธอสูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ยกน้ำขึ้นจิบเรียกขวัญกำลังใจ
“แต่ว่า หนูไม่ได้อยากแต่งงานกับพี่ใหญ่นี่คะ”
“ไม่แต่งไม่ได้แล้ว ทางเราแจ้งพ่อกับแม่หนูเรียบร้อย ถึงยังไงการร่วมมือกันระหว่างมังกรกรุปกับตะวันกรุปก็ต้องเกิดขึ้น” เจ้าสัวใช้น้ำเสียงเรียบๆ แต่ทรงอำนาจตัดสินใจให้เธอ
เนยหันไปกระตุกชายเสื้อชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ ชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบ
“พี่ใหญ่ จะยอมถูกคลุมถุงชนแบบนี้เหรอคะ?”
เขาปรายตามามองเธอเล็กน้อย “ยอม”
คำตอบนั้นทำเอาเนยหุบปากแทบไม่ทัน
“ทางตะวันกรุปตอบตกลงแล้วเหรอครับ?” พี่สองทำหน้าตึง
สายตาที่เขามองดูเธอดูแปลกพิกล เนยมองตอบแล้วรู้สึกอึดอัด สมองเธอส่งความทรงจำเพิ่มเติมมาให้ว่า ที่เธอมาคอยป้วนเปี้ยนครอบครัวนี้ก็เพื่อที่จะทำให้ตัวเองได้ลงเอยกับพี่สอง บุตรชายคนเดียวของเจ้าสัวกับคุณวิราซึ่งถือทะเบียนสมรส ทำให้อำนาจการดูแลมังกรกรุปทั้งหมดตกเป็นของเขา
“รอให้หนูเนยกลับไป ทางนั้นจะให้คำตอบ” เจ้าสัวตอบยิ้มๆ
อาหารบนโต๊ะถูกเก็บไปหมดแล้ว แม่บ้านเลื่อนถ้วยของหวานเล็กๆ เข้ามาแทน
เนยเหลือบมองหน้าเจ้าสัวเฟยหลง แม้ปากของเขาจะยิ้มแต่ดวงตาไม่ได้ยิ้ม แวบหนึ่ง เนยรู้สึกเหมือนมันสะท้อนรังสีความเคืองออกมาด้วย ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของตะวันกรุป ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่บริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มจตุรมิตร ที่ทั้งด้านหนึ่งคอยให้ความร่วมมือ แต่อีกด้านก็คอยขัดแข้งขัดขาในทางธุรกิจ
“เจ้าสอง คงไม่ได้เสียดายเจ้าสาวหรอกนะ”
“ว่าไม่ได้นะพี่ใหญ่ ผมเองก็เสียดาย” คุณสามหันมาตอบแทน
“คงไม่ได้ล่ะ เนยต้องรับผิดชอบฉันแล้ว”
เนยหันขวับ ‘จะบ้าตาย เอะอะก็ให้รับผิดชอบ’ เธอโวยวายอยู่ในใจคนเดียว ‘ดะ เดี๋ยวนะ ฉากนี้มันคุ้นๆ’ เธอทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปมา ลองหยิกตัวเองสักทีสิ เผื่อจะตื่น
“โอ๊ย!”
“เป็นอะไร?” ใบหน้าคมสันหันมาถาม
“ตะคริวค่ะ” เธอรีบหาข้ออ้าง ‘เฮ้ย! ไม่ได้ฝัน’ จำได้ว่า ครั้งสุดท้ายเธอกำลังแก้ไขปริญญานิพนธ์ตามคำแนะนำของอาจารย์แล้ว ตื่นขึ้นมาก็ มาอยู่ที่นี่!
คุณสี่มองพี่ชายทั้งสามถกประเด็นสาวน้อยที่นั่งข้างพี่ใหญ่ด้วยแววตาวาววับ ‘หึ! ตกลงไม่รู้ใครจะผิดหวังกันแน่’
ครั้นหันไปมองดูหญิงสาวเจ้าของประเด็น เธอกำลังมีดวงตาเหม่อลอยคล้ายไม่ได้รับรู้สิ่งที่ทุกคนถกเถียงกัน
“เนย เป็นอะไรหรือเปล่า?” เธอยังคงนิ่งเฉย แต่ดวงตาเลื่อนมามองที่เขา
‘ฉากนี้มัน ห้องนี้มันคุ้นๆ เฮ้ย! เหมือนในนิยายของแยม ใช่แล้ว! พี่ใหญ่ พี่สอง พี่สาม พี่สี่ ตายแล้ว! นี่ฉันจะบ้าจริงๆ ใช่ไหม?’
“น้องเนย” เสียงเรียกที่ดังขึ้น ทำเอาในโต๊ะตกใจ หันมามองเธอเป็นตาเดียว “พี่ใหญ่ดู เจ้าสาวของพี่ สงสัยจะดีใจจนบ้าไปซะแล้ว”
คุณใหญ่หันมาจับคางเธอให้มาประจันหน้ากับตนเอง “บ้าตรงไหน?”
“เจ็บนะ” เนยได้สติ เธอรีบดึงมือเขาออกอย่างแรง
“ใหญ่ อย่าทำหนูเนยแบบนั้น ทางโน้นเขาจะว่าเราได้ว่า ไม่ทนุถนอมลูกสาวเขา เดี๋ยวเขาไม่ยกลูกสาวให้” เสียงดุนั้น ทำให้หนุ่มร่างสูงใหญ่เบือนหน้าออกจากเธอ
“หึ! ยังไงก็ต้องยกให้อยู่แล้วครับ”
“ดูมั่นใจจังนะครับพี่ใหญ่”
เขาลุกขึ้นยืน ก่อนชะโงกหน้าตอบชายหนุ่มใบหน้าเรียบเฉยที่นั่งตรงข้าม
“แน่นอน ของของฉัน ใครก็อย่าหวังว่าจะได้ไป” เขาหันไปก้มศีรษะให้ผู้เป็นพ่ออีกครั้ง
“ผมขอตัวไปส่งว่าที่เจ้าสาวก่อนครับ”
****************
คุณสองมองพี่ชายด้วยสายตาบ่งบอกว่าเหลือเชื่อ พี่ชายที่แสนจะเย็นชากับสาวๆ ที่เข้ามารุมล้อมของเขา แค่เห็นเด็กสาวมหาลัยที่แต่งตัวธรรมดาคนหนึ่งถึงกับรำพันออกมาแบบนี้...ดูน่าเป็นห่วง.... คุณใหญ่ไม่กล้าเอ่ยความรู้สึกทั้งหมดออกมา เขารู้สึกอยากพุ่งเข้าไปกอด อยากจูบ อยากจะอุ้มเธอขึ้นเตียงไปเสียตอนนั้น แต่สติส่วนหนึ่งก็เตือนว่า.....นี่เป็นการพบกันครั้งแรกและเธอกับเขาก็เพิ่งรู้จักกัน คุณหนิงเลขาสาวสวยเดินเอาแฟ้มเข้ามาส่ง “คุณใหญ่รู้จักลูกสาวคุณวรรณที่เป็นนักเขียนด้วยเหรอคะ? หรือว่าได้อ่านนิยายที่คุณใหญ่เป็นพระเอกแล้ว?” คุณใหญ่ลืมตาขึ้นมองเลขาหนิง “คุณว่ายังไงนะ? ใครเป็นพระเอกนิยาย?” “ก็เรื่องชิงรักไฮโซไงคะ? เห็นคุณวรรณบอกว่าลูกสาวเขาประทับใจในตัวคุณใหญ่มากก็เลยยืมเอาไปเขียนเป็นพระเอกนิยายค่ะ ในนั้นมีคุณสองด้วยนะคะ” คุณสองหัวเราะร่า “ผมนี่นะ ไปอยู่ในละครด้วย ไหนๆ ลองอ่านดูสิ อยู่เว็บไหนล่ะคุณหนิง” คุณหนิงบอกปุ๊บคุณสองก็ค้นหาในระบบอินเตอร์เน็ตบนหน้าจอมือถือปั๊บ ก้มลงอ่านไปสักพัก คุณสองก็หัวเราะเสียงดังล
“เอางี้ เดี๋ยวฉันเล่าเรื่องให้แกฟังก่อน แล้วแกค่อยคิดว่าจะเขียนตามที่ฉันบอกไหม?”พอเห็นแยมสนใจ เนยจึงเริ่มเล่าเรื่องที่เธอประสบมาไล่ไปตามลำดับ แยมนั่งฟังด้วยความสนใจ นิยายของเธอถูกเนยเล่าถึงตัวละครแต่ละตัวราวกับไปอยู่ในนั้น “แกคิดไว้ขนาดนี้ แทบจะเป็นคนเขียนแทนฉันได้แล้ว” “มันเป็นเรื่องที่แกคิด ถ้าแกตกลงก็รีบเขียนเถอะ” เนยกลับมาก็ตรวจดูแล้วว่าในเว็บไซต์นิยายเนื้อเรื่องยังเหลือเท่าเดิมเหมือนตอนก่อนที่เธอจะพลัดหลงเข้าไป “แกไม่อยากจะเขียนจบแล้วตีพิมพ์หรือไง? แฟนคลับแกมาคอมเม้นต์บ่นกันเยอะแยะแล้วนะ แกไม่อ่านบ้างเลยเหรอ?” “ฉันอ่านแล้ว แต่ทำไงได้ ตันก็คือตัน...แกก็รู้นี่?” “ตอนนี้ไม่ตันแล้ว แกเขียนต่อเถอะ” แยมแปลกใจที่เพื่อนไม่เคยสนิทคนนี้จู่ๆ ก็มารบเร้าเธอเขียนนิยายที่ดองไว้ ให้จบ “พูดตามตรงสิ แกมาเร่งฉันเพื่ออะไรกันแน่?” เนยถอนหายใจ เห็นทีเรื่องนี้คงต้องบอกไปตามความจริง“ถ้าฉันบอกว่าเรื่องทั้งหมดฉันไปเจอมาเองล่ะ แกจะเชื่อไหม?” “เฮ้ย!” “ไม่เฮ้ยล่ะ...ตอนนี้ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เป็นไงบ้าง? ถ้าแกไม่ยอ
“พวกแกพูดเรื่องอะไรกัน?” เจนนิสโมโหที่เนยกับแยมพูดคุยกันเหมือนจะเยาะเย้ยเธอ“อันที่จริง ถ้าแกไม่เป็นแบบนี้เรื่องมันจะจบได้ยังไง? จริงไหมแยม?” เนย หันไปเพื่อนรัก แล้วหันกลับมองเจนนิส “พวกเรากำลังรอแกอยู่พอดี รีบมาก็ดีฉันจะได้กลับบ้านซะที” เจนนิสอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าเนยพูดถึงอะไร?“แกคิดว่าฉันจะไม่กล้ายิงล่ะสินะ” “ถ้าคุณทำอย่าหาว่าผมโหดร้ายก็แล้วกัน” คุณใหญ่ตวาดออกมา “พี่ใหญ่ก็โหดร้ายกับเจนอยู่แล้วนี่คะ? มีอะไรต้องคิดมากอีก?” เจนนิสหันไปโต้ตอบด้วยความน้อยใจ สายตาของเธอเจ็บปวดเหลือประมาณ ความหวังที่จะได้กลับไปยืนอยู่ข้างเขาไม่เหลืออีกแล้ว จริงอย่างที่เนยพูดต่อให้เธอฆ่าเนยได้ พี่ใหญ่ก็ไม่มีวันจะหันมามองเธอเหมือนเดิมอีก เนยงอเข่ายกเท้าขึ้นด้านหลังถอดรองเท้าออกมา“ฉันว่าแกกล้า แต่แกยังไม่รู้ว่าฉันก็บ้าต่างหาก”เนยขว้างรองเท้าตรงเข้าที่ใบหน้าของเจนนิสอย่างจัง “โอ๊ย!” ส้นรองเท้ากระแทกตาของเจนนิสพอดี เธอเผลอยกมือขึ้นกุมตา ปัง! ปืนที่เตรียมเหนี่ยวไกอยู่นั่นพลันลั่นขึ้น เฉียดศีรษะเนยไปกว่าฟุต หญิงสาวสะบัดจากการเกาะกุมของสา
เมื่อแขกทยอยออกไปจนหมด คุณใหญ่หันกลับมาเห็นเนยท่าทางเหนื่อยอ่อนจึงนึกได้ว่าเธอยังหิวอยู่ เขาหันไปส่งพ่อบ้านให้ทำข้าวผัดกุ้งออกมาให้เนยกับแยมคนละจาน “เนยกินข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวก็เป็นลมไปซะก่อน” แยมที่มองเห็นข้าวผัดอเมริกันจานใหญ่ที่เมดถือเข้ามาก็ตาโต “ว้าว! น่าอร่อยจังค่ะ แยมกินด้วยได้ไหมคะ?” “พี่สั่งให้ทั้งสองคนนั้นล่ะ” คุณใหญ่หันไปยิ้มให้แยมที่ยืนกลืนน้ำลายหลายอึก คุณสองอมยิ้ม “ยายโก๊ะ ทำตัวตะกละแบบนี้เสียมารยาทแย่!” “พูดแบบนี้คิดจะเป็นพ่อบ้านใจกล้าหรือไง?” คุณสองหน้าเจื่อนเมื่อเห็นแยมทำตาขวาง“ใช่ค่ะพี่ใหญ่ คุณสองเขามีห้องนอนส่วนตัวใหญ่โตไงคะ?” “ไม่นะ...ผมชอบอาศัยห้องนอนของคนอื่น” ประธานบริษัทมังกรกรุปคนใหม่รีบเอ่ยประจบเจ้าของคอนโดมิเนียม “คืนนี้นอนนอกห้องแน่เจ้าสอง ตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว จะพูดจะจาอะไรคิดให้เยอะ” พี่ชายคนโตหันมากระซิบด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน คุณสองรีบหันไปรินน้ำเปล่ามาวางตรงหน้าพี่สะใภ้กับแฟน พร้อมนั่งลงประกบแยมด้วยท่าทีเจี๋ยมเจี้ยม “อร่อ
“ตำรวจต้องมาตอนจบด้วยไหม? อย่าทำเชียว เดี๋ยวโดนล้อแย่” เนยหันไปเตือน เธอนึกถึงกระทู้ที่เหล่านักเขียนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่พระเอกเก่งมากจนจัดการคนร้ายได้สำเร็จ ส่วนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มักจะมาในตอนท้าย“ฉันเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนนี่ปวดหัวกว่านิยายรักของแกน่าดู ต้องคิดเรื่องให้แตกต่างกว่าที่คนเคยอ่าน ยิ่งหักมุมได้ยิ่งดี”“งั้นแกก็ออกแบบฉากนี้ช่วยฉันหน่อยสิ ให้นึกตอนนี้ก็นึกไม่ออกหรอกว่าจะให้ตำรวจมาช่วยตอนไหนดี? แกอย่าลืมว่าส่วนใหญ่ตำรวจมาช้า”เนยพยักหน้า“จริงของแก! อันดับแรกการเผชิญหน้ากับอันตรายก็ต้องหวังพึ่งตัวเองก่อน ว่าแต่งานนี้แอมมี่หรือเจนนิสที่พกปืน?”เนยเดาความคิดเพื่อนทันที หากแยมเขียนฉากนี้เป็นฉากจบ ตัวร้ายต้องมีความกดดันที่จะล้างแค้นให้จบ การตามฆ่าศัตรูหัวใจย่อมต้องเกิดขึ้นแน่!“พกมาทั้งคู่”“บ้าเอ๊ย! แล้วฉันจะหลบกระสุนทีละสองคนทันได้ไง? แล้วแกคิดว่าใครจะช่วยฉันได้ล่ะนี่?”“ก็ต้องสามีแกสิ คุณใหญ่เป็นพระเอกของแกอยู่แล้วนี่?”“สองคนนั่นเดินมาแล้ว!”“ถ้าเกิดพวกนั้นควักปืนออกมายิงตอนนี้ล่ะ”“แกคิดจะสู้หรือหนีล่ะ?”“แกเขียนให้ฉันตายหรือเปล่า?”“ไม่นี่! ฉันไม่เคยคิดจะเขียนให้แกตาย
คุณสี่มองพี่ชายทั้งสามแล้วแววตาสลดลง“เหลือผมคนเดียวแล้วสินะ! ผมยังไม่เจอคนถูกใจเลย” คุณใหญ่ถอนหายใจนึกอยากจะปลอบน้องชายคนเล็กว่าอีกไม่นานเขาเองก็ต้องกลายเป็นพ่อม่ายเมียหาย ยิ่งจะแย่กว่าเจ้าสี่มากมายนัก คนไม่เคยมีอาจจะแค่ปรารถนาแต่คนที่เคยครอบครองมาก่อนแล้วสูญเสีย ยากนักจะทำใจ! “ที่พี่เรียกมาวันนี้เพราะพี่อยากจัดงานเลี้ยงผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหลาย” คุณสองขมวดคิ้ว ทุกครั้งที่จัดงานเลี้ยงเช่นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการประกาศเรื่องสำคัญ “พี่ใหญ่คิดจะทำอะไรเหรอครับ?” “พี่จะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้เจ้าสอง” “หา!” น้องชายทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกัน “เพราะอะไรพี่ใหญ่?” คุณสองโน้มร่างมาข้างหน้า มองพี่ชายอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง “พี่ขอพักงานสักพัก บางทีอาจจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศหลายเดือนหน่อย” สีหน้าของคุณใหญ่ดูเคร่งเครียดขึ้น เขายังประเมินไม่ถูกว่าหลังจากที่เนยหายตัวไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดสังเกตก็คงต้องบอกออกไปว่าพาภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศ คุณสองทำหน้าแตกตื่น แต่เดิมพี่ชาย






![สามีติดเซ็กส์ [PWP] + [SM25+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
