เข้าสู่ระบบ“ดีแล้ว ไปให้เขาเห็นว่า มังกรกรุป ยินดีต้อนรับหนูเนยในฐานะสะใภ้ใหญ่”
แววตาที่เจ้าสัวมองดูลูกชายคนโตสลับกับว่าที่เจ้าสาว ทำเอาเนยรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกว่า นั่นไม่ใช่ถ้อยคำแสดงความยินดี
ได้ยินดังนั้น เนยรีบลุกขึ้น เธอนึกถึงฉากในนิยายที่บรรยายคฤหาสน์ของสี่ครอบครัวจตุรมิตร
‘เอาน่า! อย่างน้อยก็มีบ้านหลังใหญ่อยู่ มีข้าวให้กินก็แล้วกัน แม้จะนึกถึงเรื่องที่จะกลับไปโลกจริงไม่ได้ก็ตามเถอะ’
คุณชายใหญ่หรือพี่ใหญ่ แม้จะรู้กันว่า เป็นคนไม่ชอบงานสังคมและพร้อมจะรวนหากใครคิดจะจับเขาเข้ามาในวงพบปะสนทนาประเภทคัดเลือกคู่ครองที่เหมาะสม หรืองานหวังจะนัดพบเพื่อให้ดูตัว ข่าวลือที่ออกไปภายนอก ล้วนบอกว่า เขาไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ ที่สำคัญในบริษัท เพราะความเป็นลูกเมียเก่าที่ตายจากไปนานแล้ว ทำให้ความสำคัญในใจผู้พ่อลดน้อยลงด้วยคุณสองต่างหากที่เป็นทายาทตัวจริง เพราะมารดาของเขาคือ หนึ่งในทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่อินทรีกรุป
เมื่อนึกถึงเรื่องซุบซิบพวกนั้น มันช่างแตกต่างกับบรรยากาศภายในคฤหาสน์แห่งนี้ เนยเห็นท่าทีที่บรรดาพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายเคารพนบนอบต่อเขา ในระดับเดียวกับท่านเจ้าสัว แม้แต่ท่าทีของคุณชายสองก็ดูเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน
เขายืนรออยู่หน้าระเบียงเพียงไม่นาน รถสีดำคันใหญ่ก็จอดเทียบ
“ขึ้นไปสิ”
ออกมาจากห้องอาหารได้ เขาก็ไม่ได้สนใจไยดีที่จะจับจูงหรือแตะต้องเนื้อตัวเธออีก
เนยเดินขึ้นไปนั่งอย่าว่าง่าย เธอทั้งมึนทั้งปรี๊ด ‘นี่ฉันเข้ามาอยู่ในนิยาย โอ๊ย! ดันเป็นนิยายของยายแยมตัวร้ายนั่นอีก หึ! ถ้าจำไม่ผิด เรื่องนี้ฉันเป็นตัวอิจฉานี่นา!’
“ไปส่งคุณเนยที่บ้าน”
“ครับ”
เธอเอาหัวพิงประตูรถพลางขบคิดถึงเหตุผลร้อยแปดพันอย่างที่เคยอ่านในนิยายว่า ทำไมถึงมีคนข้ามภพหรือข้ามมิติได้? เธอคิดจนหัวจะแตกก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไมตัวเองถึงหลุดเข้ามาในนิยายสุดป่วนเรื่องนี้ของคู่อริของเธอ
“เป็นอะไร ปวดหัวรึไง?” น้ำเสียงของเขากระด้างเกินกว่าจะทึกทักว่า เห็นใจ
“ใช่ มึนไปหมด”
“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อคืน เธอกรอกไวน์ลงไปกี่แก้วกันล่ะ”
‘เฮ้อ! ฉันมึนเรื่องที่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงต่างหากเล่า ตาบ้า!’
“อืม....คราวหน้าฉันจะไม่ทำแล้ว”
“ไม่มีคราวหน้า เพราะฉันขอห้ามเธอไว้เลย ถ้าหากมีอีกก็ไม่รู้ว่า จะเข้าไปนัวเนียผู้ชายหน้าไหน? ฉันไม่อยากถูกคนนินทา”
“อ้าว! ถ้าฉันทำแล้วเกี่ยวอะไรกับคุณล่ะ?”
เขาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ กัดฟันกรอดๆ “คนเขาก็จะบอกว่า เธอได้ฉันแล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ ฉันไม่อยากกลายเป็นดอกไม้ริมทางของใครหรอกนะ”
“หา!” เธอตะลึง หันไปมองเขาด้วยความรู้สึกที่เหลือเชื่อ
“จะบ้าตาย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงส่ำส่อนนะ”
“ที่แน่ๆ เธอจะทิ้งฉันตอนนี้ไม่ได้ และจะไปยุ่งกับคนอื่นไม่ได้”
ดวงหน้าคมสันที่ยื่นเข้ามาใกล้ พูดย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนเนยตื่นกลัวใจเต้นโครมคราม
‘ขู่อีกแล้ว....หมอนี่มัน...’
เธอไม่กล้าโต้ตอบรุนแรง ได้แต่กอดอกพิงพนักแรงๆ
“เชอะ!”
ท่าทีนอบน้อมที่คุณใหญ่แสดงต่อครอบครัวตะวันกรุป ทำให้เนยแทบไม่เชื่อสายตา
“คุณพ่อของผม ฝากกราบขออภัยคุณอาเป็นอย่างสูง ที่ทางเราได้ล่วงเกินน้องเนย ผมเองถือว่า ตัวเองทำเรื่องเลวร้ายอย่างยิ่งกับครอบครัวคุณอา เมื่อคืนผมเมามากจนจำอะไรไม่ได้จริง แต่ตื่นเช้ามาเมื่อเห็นน้องนอนอยู่ในเตียงนอน ผมก็คิดไว้อยู่แล้วว่า ยังไงก็ต้องมากราบขอโทษคุณอาทั้งสองด้วยตนเองครับ”
น้ำเสียงที่เขาโทษตัวเองในยามที่เล่าเรื่องความผิดพลาดเมื่อคืน ท่าทีที่ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นยกมือไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ของเธอที่นั่งอยู่บนโซฟา แล้วยังหันมามือใหญ่ที่กุมมือเล็กของเธอไว้อย่างทนุถนอม
“คุณใหญ่อย่าโทษตัวเองเลย คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้หรอกนะ” คุณหญิงลินดา แม้จะพูดเหมือนให้อภัยแต่ใบหน้าที่แทบจะไม่มีรอยยิ้มก็ทำให้คนฟังรู้สึกทะแม่งๆ
“เอาเถอะ ในเมื่อข้าวสารเป็นข้าวสุกไปแล้ว คุณใหญ่เองก็พร้อมจะรับผิดชอบ อาเองก็ยินดี” คุณไพบูลย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หากคุณอาทั้งสองไม่ขัดข้อง คุณพ่อกับคุณอาวิราจะมาสู่ขอน้องเนยสัปดาห์หน้าครับ จะได้จัดงานแต่งทันที ก่อนจะมีเรื่องผิดพลาด”
คำขอโทษอย่างจริงใจและขอรับผิดชอบอย่างจริงจังต่อการเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายของเธอ ดูคล้ายขั้นตอนที่ไม่เกี่ยวกับเธอสักนิด
“เดี๋ยวค่ะ ไม่มีใครถามเนยเลยสักคนเหรอคะว่า เนยเต็มใจไหม?”
ระหว่างก่อนมาถึงที่นี่ เธอนึกถึงบุคลิกของคุณพ่อคุณแม่ของคุณหนูเนยในนิยาย ‘ชิงรักไฮโซ’ ของยายแยมตัวร้ายในเว็บไซต์ Readthebest ‘เอ๊ะ! คาแรกเตอร์ตัวละครพ่อกับแม่บอกว่าไงนะ’
“จะถามไปทำไม ตอนนี้ข่าวของแกมันโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงแล้ว ถ้าไม่แต่งแล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไปถามยายน้ำดูสิว่า คนเขาพูดถึงแกว่ายังไง?”
‘ห้ะ ลืมไปในนิยาย ฉันยังมีพี่สาวอีกคน อ้อ! คนชื่อน้ำนี่เอง’ ความทรงจำของเธอแล่นปราด น้ำค้าง คือ พี่สาวที่เกิดจากภรรยาคนแรกของพ่อ ก่อนที่จะถูกบังคับให้แต่งงานกับแม่ของเธอ
“เอาเถอะค่ะ คุณ เรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว” คุณหญิงหันมาลูบหัวลูกสาวจอมแก่น “เรื่องนี้เราผิดนะ เนย แม่ว่า อย่าเถียงคุณพ่อจะดีกว่า”
ผู้ชายหน้านิ่งที่นั่งข้างเธอ แสร้งขยับเข้ามาโอบไหล่ “อย่าว่าเนยเลยครับ เป็นธรรมดาที่น้องจะอึดอัดเพราะน้องไม่ได้ชอบผม แต่ไม่เป็นไรผมเข้าใจดี เราจะแต่งงานกันไปก่อนเพื่อทำให้ข่าวลือมันหายไป จากนั้นถ้าน้องไม่อยากอยู่กับผมจริงๆ ผมก็จะไม่ฝืนใจน้อง”
รอยยิ้มเห็นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคุณหญิงลินดา “โถ คุณใหญ่ ขอบคุณมากนะคะที่คิดเผื่อเนยทุกอย่าง”
“ขอแค่ให้ลบเรื่องฉาวๆ พวกนี้ไปให้หมดก่อนก็แล้วกัน ฝากขอบคุณเจ้าสัวด้วยนะคุณใหญ่ที่กรุณาให้เกียรติมาสู่ขอ” คุณไพบูลย์คล้ายจะย้ำให้ชายหนุ่มรู้ว่า เขารับทราบและตอบตกลงแล้ว
“ครับ ผมจะกลับไปเรียนคุณพ่อ”
อาการถอนหายใจของชายวัยกลางคน ทำให้ชายหนุ่มฉายประกายพอใจในดวงตา ‘แผนมา แผนกลับ ไม่โกง’
ชายหนุ่มกุมมือเธอให้ลุกขึ้นนั่งโซฟา เนยกำลังคิดถึงเรื่องราวในนิยายรายตอนที่เธออ่าน เรื่องนี้เธอรู้ว่า “พี่ใหญ่” คือ พระเอก ส่วนแยมเป็นนางเอก และเพื่อความสะใจ แยมจึงเขียนให้เธอ คู่แข่งตลอดกาลกลายเป็นนางร้าย ‘เอ๊ะ! ในเรื่องแยมต้องเป็นคู่หมายกับพี่ใหญ่สิ แล้วนี่! บทมันตาลปัตรมาหาเธอได้ยังไง?’
“ผมขออนุญาตไปส่งน้องที่ห้องนอนนะครับ”
ในเมื่อตกลงกันเป็นหมั่นเหมาะแล้ว ฐานะของเขาก็เท่ากับคู่หมั้นของเธอ การจะไปส่งถึงนอนห้องก็ย่อมกลายเป็นเรื่องปกติ
“ไปสิจ๊ะ” คุณหญิงพยักหน้าอนุญาต
เธอมองดูตัวละครทุกตัวกำลังดำเนินไปตามบทบาทในนิยายที่เธออ่าน เรื่องนี้ความจริงต้องเป็นนางเอกถูกส่งให้ไปจับคุณสองแต่ผิดพลาดไปเข้าห้องพระเอก และจำต้องแต่งงานกัน ‘ตกลง มันเกิดผิดพลาดตรงไหนล่ะนี่ ทำไมกลายมาเป็นตัวร้ายได้พระเอก’ เนยเตือนตัวเองให้ใจเย็นๆ เธอต้องตามหาแยมเพื่อสืบเรื่องนี้
“คุณเนย มาแล้วเหรอคะ? เนตรรอตั้งนาน” แม่สาวรับใช้ส่วนตัวของเธอในชุดเมดสีน้ำเงิน ผ้ากันเปื้อนสีขาว เดินทำตาแดงมาใกล้ๆ
เนยกระพริบตาเรียกสติ
“อืม พาไปห้องที่ เหนื่อยจะแย่”
ตอนนี้เธอนึกถึงทางไปห้องนอนไม่ถูก คฤหาสน์แห่งนี้ก็ไม่ต่างจากที่มังกรกรุปสักหน่อย มีห้องและทางเดินคดเคี้ยวมากมาย ‘นิยายของยายแยมเขียนเว่อร์ชะมัด นิย้าย นิยาย’ เธอยังจำคำค่อนแคะตอนที่อ่านใหม่ๆ ได้
*************
คุณสองมองพี่ชายด้วยสายตาบ่งบอกว่าเหลือเชื่อ พี่ชายที่แสนจะเย็นชากับสาวๆ ที่เข้ามารุมล้อมของเขา แค่เห็นเด็กสาวมหาลัยที่แต่งตัวธรรมดาคนหนึ่งถึงกับรำพันออกมาแบบนี้...ดูน่าเป็นห่วง.... คุณใหญ่ไม่กล้าเอ่ยความรู้สึกทั้งหมดออกมา เขารู้สึกอยากพุ่งเข้าไปกอด อยากจูบ อยากจะอุ้มเธอขึ้นเตียงไปเสียตอนนั้น แต่สติส่วนหนึ่งก็เตือนว่า.....นี่เป็นการพบกันครั้งแรกและเธอกับเขาก็เพิ่งรู้จักกัน คุณหนิงเลขาสาวสวยเดินเอาแฟ้มเข้ามาส่ง “คุณใหญ่รู้จักลูกสาวคุณวรรณที่เป็นนักเขียนด้วยเหรอคะ? หรือว่าได้อ่านนิยายที่คุณใหญ่เป็นพระเอกแล้ว?” คุณใหญ่ลืมตาขึ้นมองเลขาหนิง “คุณว่ายังไงนะ? ใครเป็นพระเอกนิยาย?” “ก็เรื่องชิงรักไฮโซไงคะ? เห็นคุณวรรณบอกว่าลูกสาวเขาประทับใจในตัวคุณใหญ่มากก็เลยยืมเอาไปเขียนเป็นพระเอกนิยายค่ะ ในนั้นมีคุณสองด้วยนะคะ” คุณสองหัวเราะร่า “ผมนี่นะ ไปอยู่ในละครด้วย ไหนๆ ลองอ่านดูสิ อยู่เว็บไหนล่ะคุณหนิง” คุณหนิงบอกปุ๊บคุณสองก็ค้นหาในระบบอินเตอร์เน็ตบนหน้าจอมือถือปั๊บ ก้มลงอ่านไปสักพัก คุณสองก็หัวเราะเสียงดังล
“เอางี้ เดี๋ยวฉันเล่าเรื่องให้แกฟังก่อน แล้วแกค่อยคิดว่าจะเขียนตามที่ฉันบอกไหม?”พอเห็นแยมสนใจ เนยจึงเริ่มเล่าเรื่องที่เธอประสบมาไล่ไปตามลำดับ แยมนั่งฟังด้วยความสนใจ นิยายของเธอถูกเนยเล่าถึงตัวละครแต่ละตัวราวกับไปอยู่ในนั้น “แกคิดไว้ขนาดนี้ แทบจะเป็นคนเขียนแทนฉันได้แล้ว” “มันเป็นเรื่องที่แกคิด ถ้าแกตกลงก็รีบเขียนเถอะ” เนยกลับมาก็ตรวจดูแล้วว่าในเว็บไซต์นิยายเนื้อเรื่องยังเหลือเท่าเดิมเหมือนตอนก่อนที่เธอจะพลัดหลงเข้าไป “แกไม่อยากจะเขียนจบแล้วตีพิมพ์หรือไง? แฟนคลับแกมาคอมเม้นต์บ่นกันเยอะแยะแล้วนะ แกไม่อ่านบ้างเลยเหรอ?” “ฉันอ่านแล้ว แต่ทำไงได้ ตันก็คือตัน...แกก็รู้นี่?” “ตอนนี้ไม่ตันแล้ว แกเขียนต่อเถอะ” แยมแปลกใจที่เพื่อนไม่เคยสนิทคนนี้จู่ๆ ก็มารบเร้าเธอเขียนนิยายที่ดองไว้ ให้จบ “พูดตามตรงสิ แกมาเร่งฉันเพื่ออะไรกันแน่?” เนยถอนหายใจ เห็นทีเรื่องนี้คงต้องบอกไปตามความจริง“ถ้าฉันบอกว่าเรื่องทั้งหมดฉันไปเจอมาเองล่ะ แกจะเชื่อไหม?” “เฮ้ย!” “ไม่เฮ้ยล่ะ...ตอนนี้ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เป็นไงบ้าง? ถ้าแกไม่ยอ
“พวกแกพูดเรื่องอะไรกัน?” เจนนิสโมโหที่เนยกับแยมพูดคุยกันเหมือนจะเยาะเย้ยเธอ“อันที่จริง ถ้าแกไม่เป็นแบบนี้เรื่องมันจะจบได้ยังไง? จริงไหมแยม?” เนย หันไปเพื่อนรัก แล้วหันกลับมองเจนนิส “พวกเรากำลังรอแกอยู่พอดี รีบมาก็ดีฉันจะได้กลับบ้านซะที” เจนนิสอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าเนยพูดถึงอะไร?“แกคิดว่าฉันจะไม่กล้ายิงล่ะสินะ” “ถ้าคุณทำอย่าหาว่าผมโหดร้ายก็แล้วกัน” คุณใหญ่ตวาดออกมา “พี่ใหญ่ก็โหดร้ายกับเจนอยู่แล้วนี่คะ? มีอะไรต้องคิดมากอีก?” เจนนิสหันไปโต้ตอบด้วยความน้อยใจ สายตาของเธอเจ็บปวดเหลือประมาณ ความหวังที่จะได้กลับไปยืนอยู่ข้างเขาไม่เหลืออีกแล้ว จริงอย่างที่เนยพูดต่อให้เธอฆ่าเนยได้ พี่ใหญ่ก็ไม่มีวันจะหันมามองเธอเหมือนเดิมอีก เนยงอเข่ายกเท้าขึ้นด้านหลังถอดรองเท้าออกมา“ฉันว่าแกกล้า แต่แกยังไม่รู้ว่าฉันก็บ้าต่างหาก”เนยขว้างรองเท้าตรงเข้าที่ใบหน้าของเจนนิสอย่างจัง “โอ๊ย!” ส้นรองเท้ากระแทกตาของเจนนิสพอดี เธอเผลอยกมือขึ้นกุมตา ปัง! ปืนที่เตรียมเหนี่ยวไกอยู่นั่นพลันลั่นขึ้น เฉียดศีรษะเนยไปกว่าฟุต หญิงสาวสะบัดจากการเกาะกุมของสา
เมื่อแขกทยอยออกไปจนหมด คุณใหญ่หันกลับมาเห็นเนยท่าทางเหนื่อยอ่อนจึงนึกได้ว่าเธอยังหิวอยู่ เขาหันไปส่งพ่อบ้านให้ทำข้าวผัดกุ้งออกมาให้เนยกับแยมคนละจาน “เนยกินข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวก็เป็นลมไปซะก่อน” แยมที่มองเห็นข้าวผัดอเมริกันจานใหญ่ที่เมดถือเข้ามาก็ตาโต “ว้าว! น่าอร่อยจังค่ะ แยมกินด้วยได้ไหมคะ?” “พี่สั่งให้ทั้งสองคนนั้นล่ะ” คุณใหญ่หันไปยิ้มให้แยมที่ยืนกลืนน้ำลายหลายอึก คุณสองอมยิ้ม “ยายโก๊ะ ทำตัวตะกละแบบนี้เสียมารยาทแย่!” “พูดแบบนี้คิดจะเป็นพ่อบ้านใจกล้าหรือไง?” คุณสองหน้าเจื่อนเมื่อเห็นแยมทำตาขวาง“ใช่ค่ะพี่ใหญ่ คุณสองเขามีห้องนอนส่วนตัวใหญ่โตไงคะ?” “ไม่นะ...ผมชอบอาศัยห้องนอนของคนอื่น” ประธานบริษัทมังกรกรุปคนใหม่รีบเอ่ยประจบเจ้าของคอนโดมิเนียม “คืนนี้นอนนอกห้องแน่เจ้าสอง ตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว จะพูดจะจาอะไรคิดให้เยอะ” พี่ชายคนโตหันมากระซิบด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน คุณสองรีบหันไปรินน้ำเปล่ามาวางตรงหน้าพี่สะใภ้กับแฟน พร้อมนั่งลงประกบแยมด้วยท่าทีเจี๋ยมเจี้ยม “อร่อ
“ตำรวจต้องมาตอนจบด้วยไหม? อย่าทำเชียว เดี๋ยวโดนล้อแย่” เนยหันไปเตือน เธอนึกถึงกระทู้ที่เหล่านักเขียนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่พระเอกเก่งมากจนจัดการคนร้ายได้สำเร็จ ส่วนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มักจะมาในตอนท้าย“ฉันเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนนี่ปวดหัวกว่านิยายรักของแกน่าดู ต้องคิดเรื่องให้แตกต่างกว่าที่คนเคยอ่าน ยิ่งหักมุมได้ยิ่งดี”“งั้นแกก็ออกแบบฉากนี้ช่วยฉันหน่อยสิ ให้นึกตอนนี้ก็นึกไม่ออกหรอกว่าจะให้ตำรวจมาช่วยตอนไหนดี? แกอย่าลืมว่าส่วนใหญ่ตำรวจมาช้า”เนยพยักหน้า“จริงของแก! อันดับแรกการเผชิญหน้ากับอันตรายก็ต้องหวังพึ่งตัวเองก่อน ว่าแต่งานนี้แอมมี่หรือเจนนิสที่พกปืน?”เนยเดาความคิดเพื่อนทันที หากแยมเขียนฉากนี้เป็นฉากจบ ตัวร้ายต้องมีความกดดันที่จะล้างแค้นให้จบ การตามฆ่าศัตรูหัวใจย่อมต้องเกิดขึ้นแน่!“พกมาทั้งคู่”“บ้าเอ๊ย! แล้วฉันจะหลบกระสุนทีละสองคนทันได้ไง? แล้วแกคิดว่าใครจะช่วยฉันได้ล่ะนี่?”“ก็ต้องสามีแกสิ คุณใหญ่เป็นพระเอกของแกอยู่แล้วนี่?”“สองคนนั่นเดินมาแล้ว!”“ถ้าเกิดพวกนั้นควักปืนออกมายิงตอนนี้ล่ะ”“แกคิดจะสู้หรือหนีล่ะ?”“แกเขียนให้ฉันตายหรือเปล่า?”“ไม่นี่! ฉันไม่เคยคิดจะเขียนให้แกตาย
คุณสี่มองพี่ชายทั้งสามแล้วแววตาสลดลง“เหลือผมคนเดียวแล้วสินะ! ผมยังไม่เจอคนถูกใจเลย” คุณใหญ่ถอนหายใจนึกอยากจะปลอบน้องชายคนเล็กว่าอีกไม่นานเขาเองก็ต้องกลายเป็นพ่อม่ายเมียหาย ยิ่งจะแย่กว่าเจ้าสี่มากมายนัก คนไม่เคยมีอาจจะแค่ปรารถนาแต่คนที่เคยครอบครองมาก่อนแล้วสูญเสีย ยากนักจะทำใจ! “ที่พี่เรียกมาวันนี้เพราะพี่อยากจัดงานเลี้ยงผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหลาย” คุณสองขมวดคิ้ว ทุกครั้งที่จัดงานเลี้ยงเช่นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการประกาศเรื่องสำคัญ “พี่ใหญ่คิดจะทำอะไรเหรอครับ?” “พี่จะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้เจ้าสอง” “หา!” น้องชายทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกัน “เพราะอะไรพี่ใหญ่?” คุณสองโน้มร่างมาข้างหน้า มองพี่ชายอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง “พี่ขอพักงานสักพัก บางทีอาจจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศหลายเดือนหน่อย” สีหน้าของคุณใหญ่ดูเคร่งเครียดขึ้น เขายังประเมินไม่ถูกว่าหลังจากที่เนยหายตัวไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดสังเกตก็คงต้องบอกออกไปว่าพาภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศ คุณสองทำหน้าแตกตื่น แต่เดิมพี่ชาย







