Beranda / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 2: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

Share

ตอนที่ 2: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

last update Tanggal publikasi: 2026-10-06 18:09:24

ตอนที่ 2: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

สายน้ำเย็นจัดพุ่งทะลักจากเซนเซอร์ก๊อกอัตโนมัติ กระทบก้นอ่างสเตนเลสจนเกิดเสียงดังซู่ซ่า กลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำยาฆ่าเชื้อคลอร์เฮกซิดีนลอยคละคลุ้ง ผสมปนเปกับไอเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่พ่นความหนาวเหน็บลงมาปะทะผิวหนัง

ภัทรยืนสอดมือเข้าไปใต้สายน้ำ แขนเสื้อสครับสีเขียวเข้มถูกถกขึ้นไปถึงเหนือข้อศอก ปลายนิ้วหยาบกร้านที่ผ่านการจับมีดผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังขัดถูฟองสบู่ไปตามง่ามนิ้วและท่อนแขน จังหวะขัดถูเชื่องช้า... ทว่าหนักหน่วง นัยน์ตาคมกริบภายใต้หมวกคลุมผมสีเขียวและหน้ากากอนามัยไม่ได้จดจ่ออยู่กับฟองสีขาวบนผิวหนัง สายตาของเขาถูกตรึงไว้กับภาพสะท้อนบนกระจกเงาบานกว้างด้านหน้า

ถัดไปเพียงหนึ่งช่วงแขน ร่างโปร่งในชุดสครับสีเดียวกันกำลังก้มหน้าก้มตาขัดล้างมืออย่างเงียบเชียบ แพขนตางอนยาวหลุบต่ำ หยดน้ำเกาะพราวบนหน้าผากมนที่โผล่พ้นขอบหมวกคลุมผม ชลธรเอียงคอเล็กน้อยตอนลงน้ำหนักแปรงขัดซอกเล็บ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันนิดๆ ยามใช้สมาธิ

ทุกการขยับตัว ทุกท่วงท่า คุ้นตาเสียจนกระบอกตาของภัทรร้อนผ่าว

เจ็ดปีที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำไร้ก้น ถูกถมจนเต็มเพียงแค่อีกฝ่ายกลับมายืนอยู่ใกล้ๆ

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังแทรกความเงียบ บานประตูห้องเตรียมตัวถูกผลักออก หมอก้องก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง ศัลยแพทย์รุ่นน้องเดินตรงมาหยุดยืนที่อ่างล้างมือฝั่งซ้ายของชลธร

“เมื่อคืนนอนหลับสบายไหมครับหมอชล” หมอก้องเอ่ยทักทาย น้ำเสียงเจือความสนิทสนมอย่างปิดไม่มิด “หน้าตาดูสดใสเชียว”

ชลธรชะงักแปรงในมือ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนถามผ่านกระจก “ก็... หลับๆ ตื่นๆ ครับ สงสัยยังปรับเวลาไม่ค่อยได้”

“ถ้าคืนนี้ยังนอนไม่หลับ โทรหาผมได้นะครับ ผมมีวิธีแก้เจ็ตแล็กแบบเด็ดๆ เพียบเลย” หมอก้องหัวเราะร่วน ขยับตัวเข้าใกล้จนลาดไหล่แทบจะชนกับร่างโปร่ง

แกรก...

แปรงขัดเล็บในมือของภัทรถูกบีบอัดจนพลาสติกโค้งงอผิดรูป สันกรามคมขบเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดปูดนูน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ตวัดมองภาพสะท้อนของศัลยแพทย์รุ่นน้อง อุณหภูมิรอบตัวหัวหน้าทีมแพทย์ลดฮวบลงกะทันหัน พยาบาลส่งเครื่องมือที่เพิ่งเดินผ่านแผ่นหลังกว้างไปถึงกับชะงักฝีเท้า ลอบกลืนน้ำลายลงคอ

“ถ้ามีเวลาว่างไปหาวิธีแก้เจ็ตแล็กให้คนอื่น...” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขัดขึ้น ภัทรกดข้อศอกลงบนปุ่มปิดน้ำ หันขวับมาเผชิญหน้ากับหมอก้องตรงๆ “ก็ช่วยเอาเวลานั้นไปทบทวนขั้นตอนการทำบายพาสให้แม่นๆ ด้วยนะก้อง วันนี้ฉันไม่อนุญาตให้มีความผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว”

รอยยิ้มในดวงตาของหมอก้องเจื่อนลง ศัลยแพทย์รุ่นน้องค้อมศีรษะลงเล็กน้อย “ครับพี่ภัทร... ผมทบทวนมาอย่างดีแล้วครับ”

ชลธรบังคับสายตาตัวเองไม่ให้หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนแผ่รังสีคุกคามอยู่ด้านขวา มือเรียวรีบล้างฟองสบู่ออกจนสะอาด ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นระดับอกตามหลักการปลอดเชื้อ ก่อนจะก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องผ่าตัดโดยไม่ปริปากพูดอะไร

ภัทรปรายตามองแผ่นหลังบางที่เดินหนีไป ริมฝีปากใต้หน้ากากอนามัยเหยียดตึง เขาก้าวตามเข้าไปติดๆ ทิ้งให้หมอก้องยืนมองตามด้วยแววตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดา

บานประตูสวิงเปิดออกสู่ห้องผ่าตัด แสงสว่างจ้าจากโคมไฟแฮโลเจนสาดส่องลงมากลางเตียง เครื่องวัดสัญญาณชีพส่งเสียงร้องเตือนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด บรรยากาศภายในห้องเย็นเฉียบ อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นไอความเย็นของก๊าซทางการแพทย์

ผู้ป่วยสูงอายุนอนสลบไสลอยู่ใต้ผ้าคลุมสีเขียว บริเวณทรวงอกถูกเปิดออกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดที่ซับซ้อน

ภัทรยืนอยู่ตำแหน่งศัลยแพทย์มือหนึ่งฝั่งขวาของเตียง สองมือที่สวมถุงมือยางปลอดเชื้อกำมีดผ่าตัดแน่น สายตาคมกริบจดจ้องอยู่ที่ก้อนเนื้อสีแดงสดที่กำลังเต้นตุบๆ ในทรวงอกของผู้ป่วย

ชลธรยืนอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ของเครื่องเอคโคคาร์ดิโอแกรมทางหลอดอาหาร ถัดไปไม่ไกล นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพการทำงานของลิ้นหัวใจที่แสดงผลบนหน้าจอ มือเรียวคอยปรับจูนภาพและส่งสัญญาณให้ทีมวิสัญญีเป็นระยะ

“มีดับเบิลลูเมนพร้อมแล้วนะ” ภัทรส่งเสียงบอกพยาบาลส่งเครื่องมือ

การผ่าตัดเริ่มต้นขึ้น ทุกจังหวะการลงมีด การเย็บ การผูกไหม ของภัทรเต็มไปด้วยความแม่นยำและเด็ดขาด มือหนาขยับรวดเร็วทว่านุ่มนวลราวกับกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชลธรลอบมองปลายนิ้วที่ชุ่มไปด้วยเลือดเหล่านั้น... นิ้วที่เคยลูบไล้เส้นผมของเขา นิ้วที่เคยกุมมือเขาไว้แน่นในวันที่ฝนตกหนัก

ขวับ...

ภัทรปรายตาขึ้นมองผ่านแว่นตาป้องกันสารคัดหลั่ง นัยน์ตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาสีอ่อนที่ลอบมองอยู่ก่อนแล้ว ชลธรสะดุ้งเล็กน้อย รีบหลบตาหันกลับไปจดจ่อกับหน้าจอมอนิเตอร์ตรงหน้า ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนตึง

ภัทรหรี่ตาลง มุมปากใต้หน้ากากกระตุกขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มลงทำงานตรงหน้าต่อ ทว่าตลอดการผ่าตัด ทุกครั้งที่เขาขยับเปลี่ยนเครื่องมือ หรือรอพยาบาลส่งเข็มเย็บแผล สายตาของศัลยแพทย์มือหนึ่งจะตวัดไปจับจ้องคนร่างโปร่งที่ยืนอยู่หลังจอมอนิเตอร์เสมอ คล้ายกับกำลังสร้างอาณาเขตล่องหน ล้อมรอบตัวชลธรเอาไว้ไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าล้ำเส้น

“ความดันเลือดกำลังลดลง” ชลธรเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเร่งด่วน “MAP ตอนนี้อยู่ที่ห้าสิบห้า... ลิ้นหัวใจรั่วมากขึ้นตอนที่เปิดช่องอก”

“เพิ่มนอร์อีพิเนฟริน” ภัทรสั่งการทันทีโดยไม่ต้องละสายตาจากแผลผ่าตัด

“ดริปนอร์อีพิเนฟรินแล้วค่ะคุณหมอ” วิสัญญีแพทย์ขานรับ

เสียงเตือนจากจอมอนิเตอร์กลับดังถี่ขึ้น... ติ๊ดติ๊ดติ๊ดติ๊ด!

“หัวใจเต้นผิดจังหวะ! วีเอฟ!” ชลธรส่งเสียงเตือน ดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายขยับเข้าใกล้เตียงผ่าตัดโดยสัญชาตญาณ

สถานการณ์พลิกผันในเสี้ยววินาที เลือดสีสดทะลักท้นขึ้นมาบังทัศนวิสัยในช่องอก หมอก้องที่ยืนเป็นผู้ช่วยฝั่งตรงข้ามชะงักไปชั่วครู่ มือที่ถือท่อดูดเลือดสั่นเล็กน้อยจนปลายท่อพลาสติกขูดกับขอบกระดูกสันอก

“ก้อง! ซักชันตรงนี้!” ภัทรตวาดลั่น นัยน์ตาดุดันตวัดมองรุ่นน้อง

หมอก้องรีบจ่อท่อดูดเลือดลงไป แต่ตำแหน่งกลับคลาดเคลื่อนไปจากจุดเลือดออกหลัก ภัทรสบถในลำคอ หันขวับมาทางชลธร

ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก มีเพียงสายตาสองคู่ที่สอดประสานกันเหนือหน้ากากอนามัย

เสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน

ภัทรมองลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อน ชลธรอ่านสายตาคู่นั้นออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ราวกับว่ากำแพงเจ็ดปีที่คั่นกลางถูกทลายลงด้วยสัญชาตญาณที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณ

ไม่ต้องรอให้อ้าปากสั่ง ชลธรพุ่งตัวไปคว้าแป้นกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจชนิดใช้ภายในจากรถเข็นฉุกเฉิน มือเรียวส่งด้ามจับใส่มือของพยาบาลส่งเครื่องมือที่ยังคงยืนงงอยู่

“ชาร์จยี่สิบจูลพร้อมแล้ว!” ชลธรตะโกนบอก

พยาบาลส่งเครื่องมือรีบส่งแป้นกระตุ้นไฟฟ้าให้ภัทร ศัลยแพทย์หนุ่มรับมาทาบลงบนกล้ามเนื้อหัวใจที่กำลังสั่นพลิ้วอย่างรวดเร็ว

“เคลียร์!”

ร่างของผู้ป่วยกระตุกขึ้นเล็กน้อยตามแรงอัดประจุไฟฟ้า สายตาของภัทรและชลธรยังคงประสานกันนิ่งงันผ่านเตียงผ่าตัด จังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงสอดประสานกันท่ามกลางความเป็นความตายของคนไข้ตรงหน้า

กราฟบนจอมอนิเตอร์กระตุกแรงหนึ่งครั้ง ก่อนจะกลับมาทิ้งตัวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

“กลับมาเป็นไซนัสริทึมแล้วครับ” ชลธรพรูลมหายใจออกยาว นัยน์ตาที่เคยกังวลคลายความตึงเครียดลง “ความดันเริ่มคงที่... ทำบายพาสต่อได้เลย”

ภัทรลดแป้นกระตุ้นไฟฟ้าลง ส่งคืนให้พยาบาล นัยน์ตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวาน การประสานงานเมื่อครู่ลื่นไหลและไร้รอยต่อจนน่าขนลุก ไม่ต้องรอให้เขาสั่ง ชลธรก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร ไม่ต้องรอให้เขาอธิบาย ชลธรก็มองเห็นปัญหาเดียวกับที่เขามองเห็น

พวกเขาทำงานร่วมกันราวกับเครื่องจักรที่ถูกออกแบบมาเพื่อกันและกัน... เหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

หมอก้องที่เพิ่งตั้งสติได้ลอบมองบรรยากาศแปลกประหลาดระหว่างหัวหน้าทีมและแพทย์คนใหม่ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

การผ่าตัดดำเนินต่อไปอีกกว่าสี่ชั่วโมง ทุกครั้งที่ภัทรต้องการข้อมูลจากหน้าจอ เขาไม่ต้องเอ่ยปากถาม เพียงแค่ปรายตามอง ชลธรก็จะขานตัวเลขและประเมินสถานการณ์ให้ทันที ทุกครั้งที่ชลธรเห็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ภัทรก็จะปรับเปลี่ยนน้ำหนักมือแก้ไขมันได้ก่อนที่ชลธรจะทันได้อ้าปากเตือน

“เย็บปิดแผลเรียบร้อย...” ภัทรวางเข็มเย็บแผลลงบนถาด โลหะกระทบกันเสียงดังคลิก “ขอบคุณทุกคนมาก”

บรรยากาศตึงเครียดในห้องผ่าตัดคลายตัวลง เสียงถอนหายใจยาวของทีมแพทย์และพยาบาลดังขึ้นพร้อมกัน

“สุดยอดไปเลยครับพี่ภัทร หมอชลด้วย” หมอก้องเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มกว้าง เดินอ้อมเตียงมายืนข้างชลธร “เมื่อกี้ตอนที่เกิดวีเอฟ ผมใจหายแวบเลย แต่พี่ภัทรกับหมอชลแก้สถานการณ์ได้เร็วมาก... เหมือนรู้ใจกันมาเป็นสิบปีเลยนะครับเนี่ย”

ชลธรตัวแข็งทื่อ รีบก้าวถอยหลังรักษาระยะห่างจากหมอก้อง “มันเป็นหน้าที่ที่ต้องสแตนด์บายอยู่แล้วครับ... ผมขอตัวไปเขียนเรคคอร์ดคนไข้ก่อนนะครับ”

ร่างโปร่งหันหลังเดินออกจากห้องผ่าตัดไปอย่างรวดเร็วราวกับคนกำลังหนี ภัทรปรายตามองหมอก้องด้วยสายตาเย็นเยียบ ก่อนจะสาวเท้าก้าวตามชลธรออกไปติดๆ

อ่างล้างมือในห้องเตรียมตัวกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ชลธรดึงหน้ากากอนามัยออก โยนทิ้งลงถังขยะติดเชื้อ มือเรียวที่สวมถุงมือเปื้อนเลือดกำลังจะดึงขอบยางออก เงาดำขนาดใหญ่ทาบทับลงมาจากด้านหลัง

เสียงฝีเท้าหยุดลงห่างไปไม่ถึงคืบ

ชลธรสะดุ้งสุดตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียด กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจากร่างสูงใหญ่ลอยมากระทบจมูก

ภัทรยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แผ่นอกกว้างแทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังบาง สองมือหนายื่นออกมากั้นขนาบข้างลำตัวของชลธร วางทาบลงบนขอบอ่างสเตนเลส กักขังอดีตคนรักไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ

“ทำได้ดีนี่...” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นชิดใบหู ลมหายใจร้อนรดรินบนลาดไหล่ที่โผล่พ้นคอเสื้อสครับสีเขียว

ชลธรเม้มริมฝีปากแน่น บังคับมือที่กำลังสั่นให้ดึงถุงมือยางออก เสียงยางดีดกระทบผิวเนื้อดังแปะเบาๆ ในความเงียบ “มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”

“หน้าที่?” ภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองภาพสะท้อนของพวกเขาในกระจกเงา “หน้าที่ที่ต้องคอยมองผมตลอดเวลา หรือหน้าที่ที่ต้องคอยหลบสายตาผมกันแน่”

“ผมมองที่จอมอนิเตอร์ ไม่ได้มองคุณ” ชลธรเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามเบี่ยงตัวออกจากการกักขัง ท่อนแขนแกร่งกลับเกร็งแน่นขึ้น ไม่ยอมเปิดทางให้หนี

“โกหก” ภัทรกระซิบชิดใบหูมากขึ้นจนปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านเส้นผมนิ่ม “ตอนที่คุณมองผมเหนือหน้ากากอนามัย... แววตาคุณมันฟ้องทุกอย่าง ชลธร แววตาที่บอกว่าคุณยังจำทุกสัมผัส จำทุกจังหวะของเราได้ดี”

หัวใจของชลธรเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาว เขาหลับตาลงแน่น กัดฟันข่มความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมา “กรุณาถอยไปด้วยครับ ผมจะไปทำงานต่อ”

“ถ้าผมไม่ถอยล่ะ” ภัทรท้าทาย ขยับกายเข้าประชิดจนแผ่นหลังของชลธรแนบสนิทกับอกแกร่ง อุณหภูมิความร้อนแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าบางเบา

“คุณภัทร...” ชลธรเค้นเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายเป็นครั้งแรก นัยน์ตาสีอ่อนลืมขึ้นสบตากับคนในกระจก แววตาเต็มไปด้วยความรวดร้าวที่พยายามปิดบัง “เราจบกันไปตั้งเจ็ดปีแล้ว อย่าทำแบบนี้เลยครับ”

สันกรามของภัทรขบเข้าหากันจนขึ้นรอยนูน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและความหึงหวงที่ถูกสะกดกลั้นมาตลอดการผ่าตัด ภาพที่หมอก้องเดินเข้าไปยืนใกล้ชิด ภาพรอยยิ้มที่ชลธรมอบให้คนอื่น ฉายวนซ้ำในหัวจนสติแทบขาดผึง

มือหนาข้างขวาละจากขอบอ่าง เลื่อนขึ้นมาคว้าหมับเข้าที่ปลายคางมน ออกแรงบีบบังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาเผชิญหน้าตรงๆ

“เจ็ดปีที่คุณหนีไปเสวยสุข... ทิ้งให้ผมเป็นไอ้โง่จมอยู่กับอดีต” ภัทรกดเสียงต่ำ นัยน์ตาดุดันกวาดมองริมฝีปากสีสดที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งว่าผมควรทำหรือไม่ควรทำอะไร ชลธร... ไม่มีสิทธิ์เลยสักนิด”

“ปล่อยผม...” ชลธรพยายามบิดหน้าหนี แต่แรงบีบที่ปลายคางกลับเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกเจ็บ

“แล้วจำเอาไว้” ภัทรโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแทบจะชนกัน “อย่าไปส่งยิ้มแบบนั้นให้ไอ้ก้อง หรือใครหน้าไหนในโรงพยาบาลนี้อีก”

“ผมจะยิ้มให้ใครมันก็เรื่องของผม!” ชลธรตวาดกลับ ความน้อยใจที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออก “คุณไม่ใช่เจ้าของชีวิตผมอีกแล้ว!”

ภัทรดึงร่างโปร่งให้หันกลับมาเต็มตัว กระแทกแผ่นหลังบางเข้ากับขอบอ่างสเตนเลสอย่างแรง มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของชลธรตรึงไว้ด้านหลัง ก่อนจะก้มลงบดขยี้ริมฝีปากที่เอาแต่พ่นคำพูดดื้อรั้นอย่างดุดันและหิวกระหาย

จูบที่ไม่มีความอ่อนโยนเจือปน มีเพียงความโกรธแค้น หึงหวง และความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ บังคับให้ช่องปากเปิดรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างเอาแต่ใจ

ชลธรเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกใจ เสียงประท้วงอู้อี้ดังอยู่ในลำคอ พยายามดิ้นรนหนีจากการเกาะกุม ยิ่งดิ้น ภัทรก็ยิ่งบดเบียดร่างกายเข้าหา สัมผัสถึงความแข็งแกร่งและแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนน่ากลัว

รสเลือดผสานกับความหวานที่คุ้นเคยปลุกปั่นสัญชาตญาณในตัวภัทรให้ลุกโชน มือหนาที่ตรึงข้อมือบางไว้คลายออก เปลี่ยนมาสอดประสานเข้ากับท้ายทอย ล็อกใบหน้าหวานไม่ให้หันหนี ป้อนจูบที่ลึกซึ้งและเว้าวอนมากขึ้นจนชลธรแทบขาดอากาศหายใจ

หยาดน้ำใสเอ่อคลอที่หางตาของชลธร สองขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มโอนอ่อนตามแรงดึงดูด มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ ยกขึ้นกำเสื้อสครับบริเวณหน้าอกของภัทรไว้แน่น

ภัทรผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังก้องในห้องที่เงียบสงัด หน้าผากยังคงแนบชิดกัน ภัทรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อนที่ฉ่ำปรือและสั่นไหว นัยน์ตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่มืดมิดและอันตราย

“อย่าท้าทายผม ชลธร...” ภัทรกระซิบเสียงพร่า ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยคราบเลือดที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นย้อนแย้งกับการกระทำอันป่าเถื่อนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “เพราะผมอาจจะทนไม่ไหว จับคุณขังไว้ในห้องนี้ไม่ให้ออกไปเจอใครอีกเลย”

ชลธรสะท้านไปทั้งตัว รีบผลักแผ่นอกกว้างออกสุดแรง ภัทรยอมปล่อยมือ ร่างโปร่งถอยกรูดไปจนชิดกำแพง หอบหายใจตัวโยน นัยน์ตามองคนตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่นและสับสน

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการผ่าตัดครับ... หัวหน้า” ชลธรเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัววิ่งออกจากห้องเตรียมตัวไปอย่างรวดเร็ว

ภัทรยืนนิ่งอยู่กับที่ ทอดสายตามองบานประตูที่ปิดลง รสชาติความหวานและกลิ่นคาวเลือดที่ปลายลิ้นยังคงตราตรึง สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นอีกครั้ง

ความสัมพันธ์ที่แหลกสลายไปแล้ว กำลังจะถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยเศษซากของความแค้นและความคลั่งรักที่ไม่มีวันดับมอดลงง่ายๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status