Home / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 1: จังหวะชีพจรที่ผิดเพี้ยน

Share

ชีพจรซ่อนรัก
ชีพจรซ่อนรัก
Author: พิมพ์ใจ

ตอนที่ 1: จังหวะชีพจรที่ผิดเพี้ยน

last update publish date: 2026-10-06 18:08:17

ตอนที่ 1: จังหวะชีพจรที่ผิดเพี้ยน

หยาดฝนเม็ดใหญ่สาดกระทบกระจกบานกว้างของห้องประชุมชั้นสิบห้า เสียงหวีดหวิวของลมพายุด้านนอกถูกสกัดกั้นด้วยกระจกนิรภัยหนาตึบ เหลือเพียงเสียงครางหึ่งของเครื่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นเฉียบออกมาอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนแพทย์หลายคนต้องยกมือขึ้นกอดอกหรือกระชับคอเสื้อกาวน์เข้าหากัน

ตึก... ตึก... ตึก...

ปลายปากกาหมึกซึมโลหะสีดำขลับถูกเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าสม่ำเสมอ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมทอดมองหน้าปัดนาฬิกาเรือนแพงบนข้อมือซ้าย สันกรามคมขบเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดปูดนูนจางๆ บริเวณขมับ กลิ่นกาแฟดำเอสเปรสโซในแก้วเซรามิกตรงหน้าเย็นชืดไปนานแล้ว แต่ความหงุดหงิดจากการต้องมานั่งเสียเวลารอคอยกลับยิ่งคุกรุ่น

“เมื่อไหร่จะเริ่ม” น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากหยักของ ‘นายแพทย์ภัทร’ หัวหน้าทีมศัลยกรรมทรวงอก

แพทย์ประจำบ้านที่นั่งอยู่ถัดไปสะดุ้งเล็กน้อย รีบก้มหน้ามองจอไอแพดในมือ “ท่านผู้อำนวยการแจ้งว่ากำลังพาแพทย์คนใหม่ขึ้นมาครับ น่าจะถึงในอีกสองสามนาที...”

จังหวะการเคาะปากกาหยุดชะงักลงทันทีที่เสียงลูกบิดประตูโลหะดังคลิก

บานประตูไม้โอ๊กเปิดออกกว้าง ร่างท้วมของผู้อำนวยการโรงพยาบาลก้าวเข้ามาด้านในด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง ตามด้วยร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา

อากาศในห้องประชุมคล้ายจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้นในวินาทีนั้น

ภัทรชะงักค้าง ปากกาในมือร่วงหล่นลงบนโต๊ะกระจกไร้เสียง นัยน์ตาสีเข้มที่เคยวางเฉยเบิกกว้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่พายุอารมณ์รุนแรงจะพัดผ่านมาและถูกฉาบทับด้วยแผ่นน้ำแข็งเยือกเย็นในชั่วพริบตา

เจ็ดปี...

เจ็ดปีเต็มที่คนคนนี้ทิ้งเขาไป

ผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง แสงไฟสว่างจ้าจากเพดานสาดกระทบใบหน้าเนียนละเอียดที่ภัทรจำได้ทุกตารางนิ้ว รอยยิ้มบางๆ ประดับบนริมฝีปากสีสด ทว่าวินาทีที่นัยน์ตาสีอ่อนคู่นั้นกวาดมาปะทะกับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ รอยยิ้มนั้นก็สลายหายไปราวกับถูกแช่แข็ง

ปลายนิ้วเรียวที่เกาะกุมขอบแฟ้มประวัติส่วนตัวบีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หน้าอกบางสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการสูดลมหายใจที่ผิดเพี้ยน ‘ชลธร’ เบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว แพขนตาหลุบต่ำลง ซ่อนความสั่นไหวที่พังทลายลงมาเพียงแค่เผลอสบตากับคนตรงหน้า

“ขออภัยที่ให้รอนะครับทุกคน” ผู้อำนวยการผายมือไปยังคนข้างกาย “นี่คือหมอชลธร แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมหัวใจคนใหม่ของเรา เพิ่งบินกลับจากการทำงานที่อเมริกา จะมาร่วมทีมดูแลเคสผู้ป่วยโรคหัวใจซับซ้อนของโรงพยาบาลเราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

“สวัสดีครับ... ผมชลธร ฝากตัวด้วยนะครับ” น้ำเสียงของชลธรนุ่มนวล แต่หากตั้งใจฟัง จะรับรู้ได้ถึงปลายเสียงที่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่

“ยินดีต้อนรับครับหมอชล” เสียงทุ้มสดใสแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงของ ‘หมอก้อง’ ศัลยแพทย์หนุ่มรุ่นน้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่งยิ้มกว้างขวางพร้อมกับขยับเก้าอี้ตัวว่างข้างๆ ตนเองออกให้ ฝ่ามือหนาของหมอก้องแตะลงบนแผ่นหลังของชลธรเบาๆ เป็นเชิงรั้งให้เข้ามานั่ง “นั่งตรงนี้สิครับ เมื่อกี้ผมให้เลขาเตรียมแฟ้มประวัติคนไข้วีไอพีสำหรับประชุมวันนี้ไว้ให้หมอชลแล้ว”

ชลธรช้อนตาขึ้นมองรอยยิ้มเป็นมิตรนั้น ก่อนจะค้อมศีรษะให้เล็กน้อย “ขอบคุณครับหมอก้อง”

คิ้วเข้มของภัทรกระตุก มุมปากที่เคยวางเฉยเหยียดตึง สายตาคมกริบดุจใบมีดจดจ้องไปยังฝ่ามือของศัลยแพทย์รุ่นน้องที่บังอาจวางทาบลงบนแผ่นหลังของร่างโปร่ง เสียงเลื่อนเก้าอี้ของชลธรดังบาดหู กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในห้องประชุมจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมสะอาดๆ คล้ายกลิ่นสบู่เด็กที่ลอยมาเตะจมูก... กลิ่นเฉพาะตัวที่ภัทรโหยหาและสาปแช่งมาตลอดเจ็ดปี

ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้หนังเลื่อนครูดไปด้านหลังเสียงดังสแกรก

ทุกสายตาในห้องประชุมหันมามองหัวหน้าทีมแพทย์เป็นตาเดียว บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่ขาดผึงลงทันที

ภัทรล้วงมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ ก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะประชุมช้าๆ รองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังก้อง... ตึก... ตึก... ตึก

ชลธรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กล้ามเนื้อช่วงไหล่เกร็งขืนเมื่อหางตาจับภาพร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่ตนเพิ่งทรุดตัวลงนั่ง ความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยลอยวนอยู่เหนือศีรษะ

“ทีมของเราทำงานแข่งกับเวลา...” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นเหนือหัว

ชลธรหลับตาลงชั่ววินาทีเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ฝ่ามือชื้นเหงื่อซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกระจก

ภัทรโน้มตัวลงมา วางฝ่ามือหนาลงบนพนักพิงเก้าอี้ของชลธร ปลายนิ้วเฉียดผ่านไหล่บางเพียงมิลลิเมตร ทว่ากลับสร้างกระแสไฟฟ้าแล่นริ้วไปตามไขสันหลังของคนถูกคุกคาม

“...ความรับผิดชอบคือสิ่งสำคัญที่สุด” ภัทรกดเสียงให้ต่ำลงอีก นัยน์ตาคมกริบจดจ้องเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของอดีตคนรัก “หวังว่าคุณจะมีความรับผิดชอบมากพอ... ที่จะไม่ทิ้งเคสหนีหายไปกลางคันเหมือนที่ผ่านมา”

ประโยคนั้นราบเรียบ ทว่าเชือดเฉือนและทิ่มแทงลงไปกลางความเงียบ แพทย์คนอื่นในห้องต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากสอดแทรกสงครามเย็นที่กำลังก่อตัว

ชลธรเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด สองมือจิกเข้าหากันเพื่อเรียกสติ เขาเลือกที่จะเดินกลับมาลงนรกขุมนี้ด้วยตัวเอง เพื่อสืบหาความจริงที่ถูกฝังกลบเมื่อเจ็ดปีก่อน จะมาพังทลายเพียงแค่อีกฝ่ายใช้คำพูดประชดประชันไม่ได้

ใบหน้าหวานเชิดขึ้น ค่อยๆ หันกลับไปสบตากับคนร่างสูง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของกันและกัน

“ผมเป็นหมอ...” ชลธรเอ่ยเสียงเรียบ พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมจังหวะการหายใจ “และผมรู้หน้าที่ของตัวเองดีครับ... หัวหน้า”

สรรพนามที่ห่างเหินราวกับคนแปลกหน้า ทำให้กระแสกรามของภัทรขบเข้าหากันจนเห็นสันนูนเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ไปด้วยพายุอารมณ์และความเจ็บปวดที่ถูกกระชากขึ้นมาตรงหน้า

“ก็ดี” ภัทรแค่นยิ้มหยัน “พิสูจน์ให้ผมเห็นสิ ว่าคุณมีค่าพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้”

ร่างสูงผละออกไปอย่างรวดเร็ว ภัทรเดินกลับไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะของตนเองตามเดิม คว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดพลิกหน้ากระดาษอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง

ชลธรพรูลมหายใจออกมายาวๆ ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ แผ่นหลังบางเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบปากกาบนโต๊ะ

“หมอชล... กาแฟไหมครับ” หมอก้องกระซิบถามพร้อมรอยยิ้ม เลื่อนแก้วกาแฟอุ่นๆ ส่งมาให้ตรงหน้า

“ขอบคุณครับ” ชลธรยิ้มตอบบางๆ รับแก้วกาแฟมาถือไว้เพื่ออาศัยไออุ่นซ่อนอาการมือสั่น

ภาพความสนิทสนมนั้นตกอยู่ในสายตาของหัวหน้าทีมแพทย์ทั้งหมด ภัทรก้มหน้ามองตัวอักษรในแฟ้มที่ไม่เข้าหัวเลยสักตัว แววตาที่เคยวางเฉยบัดนี้มืดมิดและเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ

“เอาล่ะ เรามาเริ่มการประชุมกันเลยดีกว่า” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความอึดอัด หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่เลื่อนลงมาจากเพดาน แสงสว่างจ้าฉายภาพฟิล์มเอกซเรย์ทรวงอกของผู้ป่วยวีไอพี “เคสนี้เป็นผู้ป่วยชายอายุหกสิบห้าปี มีภาวะลิ้นหัวใจรั่วขั้นรุนแรงร่วมกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เราต้องการความเห็นจากทั้งฝั่งศัลยกรรมและฝั่งอายุรกรรมหัวใจ”

ชลธรปรับสีหน้ากลับเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างรวดเร็ว สายตากวาดมองฟิล์มเอกซเรย์และตัวเลขผลการตรวจเลือดบนหน้าจอ ปลายปากกาจรดลงบนสมุดโน้ต จดบันทึกรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ท่าทีสุขุมและเป็นมืออาชีพราวกับว่าเหตุการณ์บีบคั้นหัวใจเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

ภัทรปรายตามองการกระทำนั้นเงียบๆ แสงจากโปรเจกเตอร์สาดกระทบเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังจดจ่ออยู่กับงาน ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ชลธรเก่งเสมอ... เก่งในการสร้างกำแพง เก่งในการซ่อนความรู้สึก และเก่งที่สุดคือการทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ

“จากผลเอคโคคาร์ดิโอแกรม...” ชลธรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงกลับมามั่นคงและหนักแน่น “การบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้ายลดลงเหลือเพียงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าจะทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ความเสี่ยงเรื่องหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหลังผ่าตัดจะสูงมาก ผมเสนอให้ปรับยาลดความดันและยาขับปัสสาวะเพื่อประเมินอาการก่อนสักหนึ่งสัปดาห์”

“แต่คนไข้มีอาการน้ำท่วมปอดซ้ำซาก” ภัทรแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงดุดันและทรงอำนาจ “ถ้ามัวแต่รอปรับยา ระหว่างสัปดาห์นั้นคนไข้เกิดหัวใจวายคาเตียงขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ ทีมศัลยกรรมพร้อมเปิดหน้าอกพรุ่งนี้เช้า เราทำบายพาสพร้อมกับเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้ในคราวเดียว”

“ร่างกายคนไข้ทนการดมยาสลบที่ยาวนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอกครับ” ชลธรหันขวับมาสบตา นัยน์ตาสีอ่อนไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป “การผ่าตัดใหญ่ไม่ใช่ทางออกเดียวเสมอไป เราต้องประเมินสภาพความพร้อมของผู้ป่วยเป็นหลัก ไม่ใช่ประเมินจากความมั่นใจของศัลยแพทย์”

ความเงียบทับถมลงกลางห้องประชุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าหายใจแรงเมื่อแพทย์เฉพาะทางมือใหม่กล้าโต้แย้งหัวหน้าทีมศัลยกรรมทรวงอกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผด็จการที่สุดในโรงพยาบาล

ภัทรเหยียดยิ้ม นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกหลวมๆ “คุณกำลังจะสอนผมทำงานงั้นสิ ชลธร”

“ผมแค่เสนอความเห็นตามหลักวิชาการครับ” ชลธรตอบกลับเสียงเรียบ วางปากกาลงบนโต๊ะ “ถ้าหัวหน้าคิดว่าทีมศัลยกรรมควบคุมความเสี่ยงทั้งหมดได้... ผมก็ยินดีจะเตรียมทีมอายุรกรรมเพื่อดูแลหลังการผ่าตัดให้ดีที่สุด”

หมอก้องที่นั่งฟังอยู่รีบแทรกตัวเข้ามาไกล่เกลี่ย “ผมว่าเราลองนำแผนของหมอชลไปพิจารณาร่วมกับผลตรวจเลือดพรุ่งนี้เช้าดีไหมครับพี่ภัทร ปลอดภัยไว้ก่อนก็น่าจะดีกับคนไข้วีไอพีรายนี้”

สรรพนาม ‘พี่ภัทร’ ที่หมอก้องใช้เรียกอย่างสนิทสนม และท่าทีที่ออกหน้าปกป้องชลธรอย่างชัดเจน ทำให้เส้นความอดทนของภัทรขาดผึง

“เลิกประชุม” ภัทรผุดลุกขึ้นยืน รวบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างลวกๆ “พรุ่งนี้เช้าเก้าโมง ผมต้องการเห็นแผนการรักษาที่รัดกุมกว่านี้บนโต๊ะทำงาน... หวังว่าคุณจะทำได้นะ หมอชลธร”

พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว บานประตูไม้โอ๊กปิดกระแทกตามหลังเสียงดังสนั่น ทิ้งความเงียบงันและบรรยากาศอึดอัดไว้เบื้องหลัง

ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวที่ดูสมบูรณ์แบบ มือหนายังคงกำแน่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง รอยเล็บจิกฝังลึกจนเลือดซึม เสียงหัวใจที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งในอกดังก้องเสียจนเขาแทบจะควบคุมมันไม่ได้ ภาพของคนใจร้ายที่หวนกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่มอบให้ชายอื่น กำลังสุมไฟริษยาในอกของศัลยแพทย์หนุ่มให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status