Beranda / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 3: รอยยิ้มที่ไม่ใช่ของผม

Share

ตอนที่ 3: รอยยิ้มที่ไม่ใช่ของผม

last update Tanggal publikasi: 2026-10-06 18:09:51

ตอนที่ 3: รอยยิ้มที่ไม่ใช่ของผม

รสชาติฝาดเฝื่อนของเลือดผสมผสานกับความหวานล้ำที่ตกค้างอยู่บนปลายลิ้นยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน

ชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าอ่างล้างมือภายในห้องน้ำชายของแผนกอายุรกรรมหัวใจ นัยน์ตาสีอ่อนทอดมองภาพสะท้อนของตนเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยยกขึ้นแตะริมฝีปากล่างอย่างแผ่วเบา รอยช้ำสีแดงอมม่วงและรอยปริแตกตรงมุมปากคือหลักฐานชั้นดีที่ตอกย้ำว่าเหตุการณ์ป่าเถื่อนในห้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดไม่ใช่ความฝัน

บาดแผลเล็กๆ บนกลีบปากเต้นตุบตามจังหวะชีพจร สัมผัสที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น หึงหวง และแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บมานานถึงเจ็ดปีของภัทร รุนแรงเสียจนสติสัมปชัญญะของเขาแทบจะแหลกสลาย

ร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด มือเรียวเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำ ปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดไหลซู่ลงมากระทบหลังมือ ก่อนจะวักน้ำขึ้นล้างหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อเรียกความเข้มแข็งที่หล่นหายไปให้กลับคืนมา หยดน้ำเกาะพราวบนแพขนตาและใบหน้าเนียนละเอียด เขาเอื้อมมือดึงกระดาษทิชชูมาซับหน้าจนแห้งสนิท ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย สวมทับความรวดร้าวทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากของแพทย์เฉพาะทางผู้สุขุมเยือกเย็น

เขาบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าการกลับมาเหยียบโรงพยาบาลแห่งนี้ คือการกลับมาเพื่อค้นหาความลับสีเลือดที่ถูกฝังกลบเมื่อเจ็ดปีก่อน ไม่ใช่การกลับมาเพื่อรื้อฟื้นความรู้สึกเก่าๆ หรือยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นรังแกอีก

บานประตูห้องน้ำถูกผลักออก ชลธรก้าวเดินไปตามโถงทางเดินกว้างขวางของโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคลอร์เฮกซิดีนที่คุ้นเคยช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น เสียงทักทายจากพยาบาลประจำวอร์ดดังขึ้นเป็นระยะเมื่อเขาเดินผ่าน ชลธรส่งยิ้มบางๆ ตอบรับทุกคนตามมารยาท ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้บุนวมหลังเคาน์เตอร์พยาบาล มือเรียวดึงแฟ้มประวัติคนไข้ที่ต้องออกตรวจในช่วงบ่ายมาเปิดอ่าน เพื่อดึงสมาธิทั้งหมดกลับมาที่เรื่องงาน

“รับอเมริกาโนเย็นไม่ใส่น้ำตาลสักแก้วไหมครับหมอชล”

แก้วพลาสติกใสที่มีหยดน้ำเกาะพราวถูกวางแหมะลงบนโต๊ะกระจกข้างแฟ้มเอกสาร พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ลอยมาเตะจมูก ชลธรชะงักปลายปากกา เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่

หมอก้องยืนส่งยิ้มกว้างขวางอยู่ตรงข้ามเคาน์เตอร์ ศัลยแพทย์หนุ่มรุ่นน้องอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก สวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ท่าทีผ่อนคลายและดูเป็นมิตรต่างจากความตึงเครียดในห้องผ่าตัดเมื่อหลายชั่วโมงก่อนอย่างสิ้นเชิง

“ขอบคุณครับหมอก้อง” ชลธรวางปากกาลง เลื่อนแก้วกาแฟเข้ามาใกล้ “รู้ได้ยังไงครับว่าผมดื่มอเมริกาโนไม่ใส่น้ำตาล”

“เดาเอาจากบุคลิกน่ะครับ” หมอก้องหัวเราะร่วน เท้าแขนทั้งสองข้างลงกับขอบเคาน์เตอร์พยาบาล ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “คนเนี้ยบๆ ดูเป็นผู้ใหญ่และใจเย็นแบบหมอชล ไม่น่าจะชอบพวกเครื่องดื่มหวานๆ หรอก จริงไหมครับ”

“คุณเดาเก่งนะ” ชลธรคลี่ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง รอยยิ้มที่เกิดจากความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้คุยกับคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี “แต่คราวหน้าไม่ต้องลำบากซื้อมาเผื่อหรอกครับ เกรงใจแย่เลย”

“ไม่ลำบากเลยครับ แผนกศัลยกรรมกับอายุรกรรมหัวใจก็อยู่ชั้นติดกันแค่นี้เอง ถือซะว่าผมเลี้ยงต้อนรับหมอชลกลับไทยก็แล้วกัน” หมอก้องทอดสายตามองใบหน้าหวานอย่างพิจารณา ก่อนจะแกล้งลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน “ว่าแต่... รอยที่ปากหมอชล ไปโดนอะไรมาเหรอครับ เมื่อเช้าตอนเข้าเคสผ่าตัดผมยังไม่เห็นมีเลย”

คำถามนั้นจี้ถูกจุดจนคนฟังชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง

ชลธรเผลอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบดึงมือลงไปซ่อนไว้ใต้โต๊ะ หลบสายตาช่างสังเกตของศัลยแพทย์รุ่นน้อง “เอ่อ... ผมเผลอกัดปากตัวเองตอนนอนพักในห้องเวรน่ะครับ สงสัยจะเพลียจัด”

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง” หมอก้องพยักหน้ารับ รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้า ทว่าแววตากลับฉายแววครุ่นคิดบางอย่างที่อ่านไม่ออก “ผมก็นึกว่าโดนใครรังแกมาซะอีก ถ้ามีใครทำอะไรหมอชล บอกผมได้เลยนะครับ ผมพร้อมเป็นบอดี้การ์ดให้เสมอ”

ประโยคหยอกล้อนั้นทำให้ชลธรหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาในลำคอ ความตึงเครียดที่แบกรับไว้ตั้งแต่เช้าถูกปัดเป่าออกไปชั่วขณะ “บอดี้การ์ดคงไม่ต้องหรอกครับ โรงพยาบาลนะครับไม่ใช่สนามรบ”

“สำหรับบางคน... ที่นี่ก็ไม่ต่างจากสนามรบหรอกครับ”

การสนทนาของทั้งคู่เป็นไปอย่างลื่นไหล รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของชลธรที่มอบให้กับคนตรงหน้า ดึงดูดสายตาของพยาบาลหลายคนที่ลอบมองความเข้ากันได้ของแพทย์หนุ่มทั้งสอง ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า บรรยากาศผ่อนคลายนั้นกำลังจะถูกพายุลูกใหญ่พัดถล่มในไม่ช้า

ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร บริเวณหัวมุมทางเดินหน้าลิฟต์โดยสาร

ร่างสูงใหญ่ของนายแพทย์ภัทรยืนนิ่งเป็นรูปสลัก นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์กำแน่นจนเล็บจิกฝังลงไปในฝ่ามือ สันกรามคมขบเข้าหากันจนเกิดเสียงดังกึก

เขายืนมองภาพนั้นมาได้สักพักแล้ว ภาพของคนที่ทำตัวหมางเมิน เย็นชา และสร้างกำแพงใส่เขาสารพัด กำลังส่งยิ้มหวานและหัวเราะอย่างมีความสุขให้กับผู้ชายคนอื่น

รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่เคยเป็นของเขาเพียงคนเดียว รอยยิ้มที่เขาเฝ้าโหยหาและฝันถึงมาตลอดเจ็ดปี บัดนี้มันกำลังถูกแจกจ่ายให้กับไอ้เด็กรุ่นน้องที่เขาเกลียดขี้หน้า

ก้อนความหึงหวงตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกหวงแหนรุนแรงบีบรัดหัวใจจนปวดหนึบ ภัทรเกลียด... เกลียดที่ตัวเองยังมีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของอีกฝ่ายไม่ได้เท่ากับที่อีกฝ่ายมีอิทธิพลต่อทุกจังหวะการเต้นของหัวใจเขา

ขายาวก้าวอาดๆ ตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาล รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงจนพยาบาลที่เดินสวนทางต้องรีบก้มหน้าหลบทางให้ อุณหภูมิบริเวณแผนกอายุรกรรมหัวใจคล้ายจะลดฮวบลงกะทันหัน

เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหยุดลงที่ด้านหลังของหมอก้อง

“ฉันจำได้ว่าตารางเวรเช้านี้ นายมีตรวจคนไข้ที่แผนกศัลยกรรมทรวงอกไม่ใช่หรือไง ก้อง”

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนแทบจะจับขั้วหัวใจดังก้องขึ้น หมอก้องชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหัวหน้าทีมแพทย์ รอยยิ้มบนใบหน้าของศัลยแพทย์รุ่นน้องไม่จางหายไป ทว่ามันดูแข็งขืนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ผมเพิ่งตรวจเสร็จพอดีครับพี่ภัทร เลยแวะเอาซองประวัติคนไข้ที่ต้องคอนซัลต์มาส่งให้แผนกอายุรกรรม แล้วก็เลยซื้อกาแฟมาฝากหมอชลด้วย”

นัยน์ตาสีเข้มของภัทรตวัดมองแก้วกาแฟบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาจดจ้องใบหน้าหวานของคนที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ชลธรหน้าซีดเผือดลงทันทีที่สบตากับพายุอารมณ์ในดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มที่เคยมีสลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

“กฎของแผนกอายุรกรรมหัวใจ ไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มหรืออาหารมารับประทานที่เคาน์เตอร์พยาบาล” ภัทรเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดแฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาด มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วอเมริกาโนเย็นบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ “พยาบาลวิภา เอาแก้วนี้ไปทิ้งที”

“คะ? เอ่อ... ค่ะคุณหมอ” พยาบาลสาวสะดุ้งสุดตัว รีบรับแก้วกาแฟจากมือของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ไปทิ้งลงถังขยะอย่างรวดเร็วโดยไม่กล้าสบตา

ชลธรเบิกตากว้าง เม้มริมฝีปากแน่น กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งขืนด้วยความโกรธที่ถูกหักหน้าและถูกลิดรอนสิทธิ์ส่วนตัว “คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะครับ มันเป็นของของผม”

“ผมเป็นหัวหน้าทีมดูแลเคสร่วมของชั้นนี้ ผมมีสิทธิ์จัดการทุกอย่างที่ขัดต่อระเบียบ” ภัทรตอกกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบกดมองลงมาอย่างท้าทาย “ถ้าคุณอยากดื่มกาแฟ ก็กรุณาไปดื่มในห้องพักแพทย์ ไม่ใช่มานั่งฉีกยิ้มรับของแจกฟรีอยู่ตรงนี้”

ประโยคนั้นเชือดเฉือนและหยาบคายจนหมอก้องต้องขมวดคิ้ว

“พี่ภัทรครับ ผมว่าพี่ทำเกินไปหน่อยนะ หมอชลเพิ่งมาทำงาน อาจจะยังไม่ชินกับจุกจิกพวกนี้ กาแฟแก้วเดียวไม่เห็นต้อง...”

“ฉันไม่ได้สั่งให้นายพูด” ภัทรตวาดเสียงกร้าว หันขวับมาจ้องหน้ารุ่นน้องด้วยแววตาดุดันราวกับราชสีห์ที่พร้อมจะฉีกกระชากคอเหยื่อ “ถ้านายว่างมากจนมีเวลามาเดินเล่นแจกกาแฟคนอื่น ฉันจะโอนเคสผ่าตัดบายพาสของบ่ายนี้ให้นายรับผิดชอบทั้งหมด แล้วถ้ามีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว... นายเตรียมตัวเขียนรายงานชี้แจงผู้อำนวยการได้เลย กลับไปที่แผนกของนายซะ!”

หมอก้องหน้าตึง สันกรามขบเข้าหากันแน่น ศัลยแพทย์รุ่นน้องลอบมองชลธรด้วยแววตาเห็นใจ ก่อนจะค้อมศีรษะให้ภัทรอย่างเสียไม่ได้ “ครับ... หัวหน้า”

ร่างของศัลยแพทย์รุ่นน้องเดินกระแทกส้นเท้าจากไป ทิ้งให้บรรยากาศหลังเคาน์เตอร์พยาบาลตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด พยาบาลรอบข้างต่างก้มหน้าก้มตาทำงานราวกับตัวเองไม่มีตัวตนในบริเวณนั้น

ภัทรหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับชลธรอีกครั้ง แฟ้มประวัติคนไข้ปึกใหญ่จำนวนห้าแฟ้มถูกโยนกระแทกลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าคนร่างโปร่งเสียงดังปัง!

ฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ ชลธรสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงเชิดหน้าขึ้นสบตา

“ถ้าคุณมีเวลาว่างมากพอจะมานั่งหัวเราะระริกระรี้กับผู้ชายคนอื่น...” ภัทรโน้มตัวลงมา เท้าแขนทั้งสองข้างลงกับขอบโต๊ะ กักขังชลธรไว้ด้วยสายตาและท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยการคุกคาม “ก็ช่วยเอาเวลาเหล่านั้น มาประเมินแฟ้มคนไข้ห้าเคสนี้ให้เสร็จก่อนบ่ายโมงตรงด้วย”

ชลธรมองแฟ้มปึกหนาตรงหน้า สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความพาลและหึงหวงอย่างไร้เหตุผล ก้อนความน้อยใจและความโกรธปะทุขึ้นมาในอก เขาเพิ่งกลับมาทำงานวันที่สอง การต้องอ่านประวัติคนไข้ซับซ้อนถึงห้าเคสภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงคือการกลั่นแกล้งกันชัดๆ

แต่คนอย่างชลธร ไม่มีวันยอมก้มหัวอ้อนวอนให้คนใจร้ายตรงหน้าเห็นใจ

“ได้ครับ” ชลธรตอบกลับเสียงแข็ง แววตาสีอ่อนเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมหลบสายตาคมกริบที่กำลังกดทับลงมา “ผมจะเคลียร์ให้เสร็จก่อนบ่ายโมงตรง... มีคำสั่งอะไรจะยัดเยียดให้ผมอีกไหมครับ หัวหน้า”

สรรพนามประชดประชันนั้นทำให้ภัทรกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ก็ดี... ผมจะรอตรวจงานของคุณ หวังว่าคุณจะเก่งเหมือนปากนะ หมอชลธร”

ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ปรายตามองรอยช้ำที่มุมปากของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวงแหนขั้นสุด ก่อนจะหมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าจากไป ทิ้งให้ชลธรนั่งจมอยู่กับกองแฟ้มเอกสารและความรู้สึกที่หนักอึ้งในหัวใจ

สิบห้านาทีต่อมา ภายในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์

ภัทรทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากขึ้นอย่างหงุดหงิด ปลายนิ้วหนาเคาะลงบนพนักวางแขนเป็นจังหวะรัวเร็ว นัยน์ตาคมกริบชำเลืองมองหน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดของแผนกอายุรกรรมหัวใจ

ภาพความละเอียดสูงปรากฏร่างโปร่งของชลธรที่กำลังก้มหน้าก้มตาเปิดแฟ้มประวัติคนไข้อย่างเอาเป็นเอาตาย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความเคร่งเครียด ริมฝีปากบางเม้มแน่นขณะจดบันทึกข้อมูลลงในสมุด

หัวหน้าทีมศัลยแพทย์แค่นหัวเราะในลำคอ ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าจอตรงตำแหน่งใบหน้าหวานของคนที่เขารักและเกลียดที่สุดในเวลาเดียวกัน สัมผัสถึงความเย็นเยียบของกระจกหน้าจอที่ขัดแย้งกับไฟปรารถนาในอก

เขาตั้งใจมอบงานหนักพวกนั้นให้ เพื่อกันไม่ให้ชลธรมีเวลาไปสนทนาพาทีหรือส่งยิ้มให้ใครหน้าไหนได้อีก เขาเลือกที่จะใช้อำนาจและกลายเป็นคนงี่เง่าในสายตาของอีกฝ่าย ดีกว่าต้องทนเห็นคนของเขาไปยืนหัวเราะอยู่ข้างคนอื่น

ต่อให้ชลธรจะโกรธ จะเกลียด หรือจะมองเขาเป็นเจ้านายเผด็จการที่เลวร้ายแค่ไหน เขาก็ไม่สน

ขอแค่แววตาดื้อรั้นคู่นั้น... จดจ้องมาที่เขาเพียงคนเดียวก็พอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status