Beranda / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 4: ล็อกเกอร์ที่ปิดตาย

Share

ตอนที่ 4: ล็อกเกอร์ที่ปิดตาย

last update Tanggal publikasi: 2026-10-06 18:10:20

ตอนที่ 4: ล็อกเกอร์ที่ปิดตาย

เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังขยับเดินเป็นจังหวะเชื่องช้า... ติ๊ก... ติ๊ก... แข่งกับเสียงหยาดฝนเม็ดใหญ่ที่สาดกระทบกระจกบานกว้างของห้องพักแพทย์เวร ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอสมาร์ตโฟนที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกบอกเวลา 02:15 น.

แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวนวลถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงความสลัว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยวนอยู่ในอากาศถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักหน่วง ชลธรยกมือขึ้นบีบนวดหลังคอที่ปวดเกร็ง แผ่นหลังบางเอนพิงพนักโซฟาหนังสีดำอย่างหมดสภาพ

แฟ้มประวัติคนไข้เคสซับซ้อนจำนวนห้าแฟ้มที่ถูก ‘หัวหน้าทีมศัลยแพทย์’ โยนโครมลงบนโต๊ะเมื่อช่วงสาย ถูกจัดการประเมินและเขียนแผนการรักษาล่วงหน้าเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วทั้งหมด ร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึก พยุงร่างกายที่เหนื่อยล้าจนแทบจะแหลกสลายลุกขึ้นยืน สองเท้าในรองเท้าสลิปเปอร์เดินลากไปหยุดอยู่หน้าล็อกเกอร์หมายเลข 42

มือเรียวแตะลงบนบานประตูโลหะเย็นเฉียบ ความตั้งใจแรกคือการหยิบเสื้อกาวน์ตัวใหม่มาเปลี่ยน ทว่าความหนักอึ้งที่กระบอกตาและกล้ามเนื้อที่ประท้วงอย่างหนักทำให้เขาทำได้เพียงเอนหน้าผากพิงกับตู้ล็อกเกอร์ เปลือกตาสีมุกหลุบต่ำลงช้าๆ

‘ขอพักแค่สิบนาที...’

ชลธรบอกตัวเองในใจ เขาทิ้งตัวลงนอนขดบนโซฟาหนังตัวยาว ดึงหมอนอิงใบเล็กมากอดแนบอกเพื่อบรรเทาความหนาวสั่นจากอุณหภูมิห้องที่ลดต่ำ ลมหายใจที่เคยหอบถี่ค่อยๆ ทอดจังหวะสม่ำเสมอ เข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลียขั้นสุด

แกรก...

เสียงลูกบิดประตูห้องพักแพทย์ถูกหมุนเปิดออกอย่างแผ่วเบาที่สุด แสงสว่างจากโถงทางเดินด้านนอกสาดส่องเข้ามาเป็นเส้นตรง ก่อนจะถูกตัดขาดลงเมื่อบานประตูไม้โอ๊กถูกปิดสนิทไร้เสียง

เงาดำขนาดใหญ่ทาบทับลงบนพื้นกระเบื้อง ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวก้าวเข้ามาด้านใน ภัทรยกมือขึ้นถอดแว่นสายตาทรงเหลี่ยมออก เก็บมันลงในกระเป๋าเสื้อ สันกรามคมขบเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความตึงเครียดจากการผ่าตัดเคสฉุกเฉินที่เพิ่งจบลง

ทว่าทันทีที่นัยน์ตาคมกริบกวาดมองฝ่าความสลัว ฝีเท้าของศัลยแพทย์มือหนึ่งก็ชะงักงัน

ร่างโปร่งที่นอนขดตัวสั่นเทาอยู่บนโซฟาดึงดูดทุกความสนใจของเขาไปจนหมดสิ้น ภัทรกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว สองขาก้าวเข้าไปใกล้เชื่องช้าราวกับกลัวว่าเสียงรองเท้ากระทบพื้นจะปลุกคนบนโซฟาให้ตื่นขึ้นมาทำหน้านิ่งเฉยใส่ตนเองอีก

เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างโซฟา นัยน์ตาสีเข้มทอดมองใบหน้าเนียนละเอียดที่ห่างออกไปเพียงคืบ แพขนตางอนยาวหลับสนิท คิ้วเรียวที่มักจะขมวดมุ่นเวลาเถียงเขาบัดนี้คลายออก ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ รอยช้ำสีม่วงจางๆ ตรงมุมปาก... ผลงานจากความป่าเถื่อนของเขาเองในห้องเตรียมตัวผ่าตัด ปรากฏชัดเจนกระทบสายตา

ก้อนเนื้อในอกซ้ายของภัทรกระตุกวูบ

เจ็ดปีที่ผ่านมา ไม่มีคืนไหนเลยที่เขาไม่นึกถึงใบหน้านี้ ไม่มีวินาทีไหนที่เขาไม่ตั้งคำถามว่าอีกฝ่ายไปอยู่ที่ไหน ทำอะไร และ... อยู่กับใคร

ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับมีดหมอค่อยๆ ยกขึ้น สั่นเทาเล็กน้อยขณะลากผ่านอากาศ ว่างเปล่าเหนือพวงแก้มใสเพียงมิลลิเมตร ภัทรไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้อง กลัวว่าความอุ่นวาบจากผิวเนื้อนี้จะเป็นเพียงภาพลวงตาเหมือนหลายร้อยคืนที่ผ่านมา

กลิ่นหอมสะอาดคล้ายสบู่เด็กอ่อนๆ ลอยมากระทบจมูก ภัทรหลับตาลง สูดกลิ่นประจำตัวของชลธรเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจถอดเสื้อกาวน์ตัวหนาของตนเองออก คลุมทับลงบนร่างบางที่กำลังนอนสั่นสะท้านอย่างเบามือที่สุด ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายที่หลงเหลืออยู่บนเนื้อผ้า ทำให้ชลธรขยับตัวซุกหน้าเข้าหาเสื้อกาวน์นั้นอย่างเผลอไผล

มุมปากของภัทรกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา... รอยยิ้มที่ไม่มีใครในโรงพยาบาลนี้เคยได้เห็น

ครืด... ครืด... ครืด...

ความสงบสุขที่เปราะบางถูกทำลายลงในเสี้ยววินาที

สมาร์ตโฟนของชลธรที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสว่างจ้าจากหน้าจอสาดส่องกระทบใบหน้าของภัทร นัยน์ตาคมกริบตวัดมองต้นเหตุของเสียงรบกวน ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุดกึก

ตัวเลขสิบเอ็ดหลักปรากฏหราบนหน้าจอ

+1-415-555-XXXX

รหัสประเทศสหรัฐอเมริกา... ซานฟรานซิสโก

รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาสลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยพายุทอร์นาโดที่หมุนวนอยู่ในดวงตาคู่คม สันกรามถูกขบเข้าหากันจนเกิดเสียงดังกึก เส้นเลือดบริเวณขมับและท่อนแขนปูดนูน

ตีสองสี่สิบห้า... เวลานี้ที่อเมริกาคือช่วงบ่าย

ใครหน้าไหนมันกล้าโทรข้ามทวีปมาหาชลธรในเวลาที่คนปกติควรจะนอนหลับพักผ่อน!

ความหึงหวงที่ไร้ขอบเขตพุ่งทะยานขึ้นบีบรัดลำคอจนหายใจไม่ออก ภาพที่ชลธรเคยส่งยิ้มหวานให้หมอก้องเมื่อตอนกลางวันย้อนกลับมาฉายซ้ำ ร่างกายของภัทรขยับเร็วกว่าความคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่สมาร์ตโฟนเครื่องนั้น ออกแรงบีบแน่นจนเคสพลาสติกแทบจะปริแตกคามือ

แรงสั่นสะเทือนที่หายไปจากโต๊ะกระจก ประกอบกับรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายออกมากดทับบรรยากาศในห้อง ปลุกให้คนที่กำลังหลับลึกสะดุ้งตื่น

ชลธรครางอู้อี้ในลำคอ เปลือกตาสีมุกค่อยๆ ปรือขึ้น แสงสว่างจ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เขาต้องหยีตา ก่อนที่ม่านตาจะปรับโฟกัส เห็นเงาดำทะมึนของร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เหนือศีรษะ

“อืม... ใคร...” ชลธรพึมพำด้วยความงัวเงีย สมองยังประมวลผลไม่เต็มที่

“ตื่นมารับสายสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนแทบจะแช่แข็งหยดน้ำฝนดังก้องขึ้น

สติสัมปชัญญะของชลธรกลับมาครบถ้วนในวินาทีนั้น ร่างโปร่งผุดลุกขึ้นนั่ง เสื้อกาวน์สีขาวที่คลุมร่างอยู่เลื่อนหลุดลงไปกองบนตัก นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าถมึงทึงของภัทร และสมาร์ตโฟนของตนเองที่ตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย

เบอร์โทรศัพท์จากอเมริกา!

ความตื่นตระหนกแล่นปราดไปทั่วร่าง ชลธรรู้ดีว่าเบอร์นั้นอาจเกี่ยวข้องกับการข่มขู่ที่เขาได้รับ หรืออาจเป็นสายสำคัญจากครอบครัวที่เขาฝากฝังไว้ที่นั่น เขาต้องรับสายนี้

“ส่งโทรศัพท์มาให้ผมครับ” ชลธรเอ่ยเสียงแข็ง พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะยื่นออกไปตรงหน้า

ภัทรไม่ตอบรับ เขาชูสมาร์ตโฟนขึ้นสูงเหนือศีรษะ นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของอดีตคนรัก “ใคร”

“ธุระส่วนตัวของผม กรุณาคืนมาด้วยครับ คุณภัทร” ชลธรเน้นย้ำสรรพนามห่างเหิน หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อแย่งชิงของของตนเองคืน

ทว่าความสูงที่ต่างกันเกือบสิบเซนติเมตร ประกอบกับความแข็งแกร่งของศัลยแพทย์มือหนึ่ง ทำให้ชลธรดูเหมือนลูกไก่ในกำมือ ภัทรก้าวเท้าเข้าหาหนึ่งก้าว ชลธรผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ

ตึก... ตึก...

ทุกย่างก้าวของภัทรเต็มไปด้วยการคุกคาม ชลธรถอยร่นไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับแถวตู้ล็อกเกอร์โลหะด้านหลัง เสียงเนื้อกระทบเหล็กดังก้องในความเงียบ หมดหนทางหนี

ปัง!

ฝ่ามือหนาข้างที่ว่างของภัทรกระแทกลงบนบานประตูล็อกเกอร์เฉียดใบหูของชลธรไปเพียงมิลลิเมตร ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงมา กักขังร่างโปร่งไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ อุณหภูมิความร้อนจากแผงอกกว้างแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า สัมผัสได้ถึงจังหวะการหายใจที่หนักหน่วงและคุกรุ่น

“ตีสองสี่สิบห้า...” ภัทรกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มขาวที่กำลังซีดเผือด “โทรข้ามทวีปมาป่านนี้... ถ้าไม่เกิดเรื่องคอขาดบาดตาย ก็คงจะ ‘คิดถึง’ กันจนทนไม่ไหวสินะ”

“อย่ามาคิดเอาเอง!” ชลธรตวาดกลับ เชิดหน้าขึ้นสบตาอย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วต่อให้เขาจะคิดถึงผม มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมายุ่ง!”

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันแกลลอนใหญ่ที่สาดโครมลงบนกองไฟ

นัยน์ตาของภัทรแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ เขาจัดการกดปุ่มปิดเสียงโทรศัพท์ ยัดมันลงในกระเป๋ากางเกงสแลกของตนเองอย่างหน้าตาเฉย ก่อนที่มือใหญ่จะเลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางมน ออกแรงบังคับให้ใบหน้าหวานแหงนขึ้นรับแรงอารมณ์

“ไม่ใช่เรื่องของผมงั้นเหรอ?” ภัทรเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายกำยำบดเบียดเข้าหาจนแผ่นอกแนบชิด ท่อนขาแกร่งแทรกเข้าไประหว่างเรียวขาของชลธรอย่างไร้ความเกรงใจ “งั้นเรื่องของใคร? เรื่องของไอ้เวรที่โทรมานี่เหรอ หรือเรื่องของไอ้ก้องที่มันมาคอยตามแจกยิ้มให้คุณตั้งแต่เช้า!”

“อ๊ะ... ปล่อยผมนะ!” ชลธรนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ สองมือเรียวยกขึ้นผลักแผงอกกว้างสุดแรง แต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ภัทร!”

“ใช่ ผมมันบ้า! บ้าที่เอาแต่คิดถึงคนที่ทิ้งผมไปตั้งเจ็ดปี!” ภัทรตวาดลั่น ฝ่ามือที่บีบปลายคางคลายออก เปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตของชลธร รั้งร่างบางให้ลอยหวือขึ้นมาปะทะกับร่างกายของตนเอง “คุณคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เลือกงั้นสิ ชลธร... คิดว่ากลับมาแล้วจะไปโปรยเสน่ห์ให้ใครก็ได้ หรือจะแอบซุกใครไว้ที่อเมริกาก็ได้อย่างนั้นสิ!”

“ผมไม่ได้ซุกใครทั้งนั้น! โอ๊ย!”

ชลธรหลุดเสียงครางเมื่อริมฝีปากหยักก้มลงมาขบเม้มที่ติ่งหูอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บปวดผสมความเสียวซ่าน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาว กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมความดิบเถื่อนของบุรุษเพศมอมเมาสติสัมปชัญญะของเขาจนพร่าเลือน

“จำเอาไว้ให้ดี ชลธร...” ภัทรกระซิบชิดริมฝีปากบางที่สั่นระริก ไล้ปลายจมูกโด่งไปตามสันกรามของคนในอ้อมกอด สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวใต้ผิวเนื้อ “คุณไม่มีสิทธิ์ไปเป็นของใคร จนกว่าผมจะอนุญาต... ซึ่งผม ไม่มีวันอนุญาต”

“คุณมันเผด็จการ...” ชลธรหอบหายใจถี่ นัยน์ตาฉ่ำน้ำช้อนมองคนใจร้ายด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนแทบระเบิด

“ถ้าเผด็จการแล้วทำให้คุณหนีไปร่านกับคนอื่นไม่ได้ ผมก็จะทำ”

คำพูดดูถูกนั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจ ชลธรเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด หยาดน้ำใสเอ่อคลอที่หางตา แต่เขาเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ไม่ยอมให้น้ำตาหยดนั้นไหลออกมาให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอ

ภัทรจ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น กรามคมขบแน่น เขายอมรับว่าตัวเองพูดแรงเกินไป แต่ความหึงหวงมันบดบังทุกเหตุผลไปจนหมดสิ้น ร่างสูงผละออกอย่างเชื่องช้า แต่ยังคงยืนกั้นทางหนีไว้ทุกทิศทาง

“พรุ่งนี้เช้า...” ภัทรเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจขั้นสุด “ย้ายของในล็อกเกอร์นี้ ไปไว้ที่ห้องทำงานส่วนตัวของผม”

ชลธรหันขวับกลับมา “อะไรนะ! ผมไม่...”

“ผมไม่ได้ขอความเห็น นี่คือคำสั่ง” ภัทรแทรกขึ้นทันที นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อน “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณไม่มีสิทธิ์คลาดสายตาผมแม้วินาทีเดียว”

ร่างสูงหมุนตัวเดินหันหลังกลับ

“เดี๋ยว! โทรศัพท์ผม!” ชลธรร้องเรียก พยายามจะก้าวตาม

“คืนนี้คุณไม่ต้องคุยกับใครทั้งนั้น”

ภัทรไม่ได้หันกลับมามอง บานประตูไม้โอ๊กถูกเปิดออกและปิดกระแทกตามหลังเสียงดังปัง! ทิ้งให้ห้องพักแพทย์ตกอยู่ในความเงียบงันและอุณหภูมิที่เย็นเยียบอีกครั้ง

ชลธรยืนนิ่งอยู่กับที่ ขาทั้งสองข้างหมดเรี่ยวแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งยองๆ พิพงแผ่นหลังกับตู้ล็อกเกอร์โลหะ มือเรียวยกขึ้นปิดหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหวาดกลัวและความสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก

เขากำลังเล่นอยู่กับไฟ... ไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นจุล

แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ไฟริษยาของภัทร... ทว่ากลับเป็นหัวใจของเขาเอง ที่ยังคงเต้นแรงทุกครั้งที่ถูกผู้ชายคนนั้นสัมผัส ราวกับว่าเจ็ดปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีความหมายอะไรเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status