LOGINตอนที่ 5: สัมผัสแห่งการลงทัณฑ์ [20+++]
เสียงคลิกของกลอนประตูที่ถูกสับล็อกดังก้องในโสตประสาท ชลธรสะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางถอยกรูดจนชนเข้ากับบานตู้โลหะเย็นเฉียบของล็อกเกอร์หมายเลข 42 ภัทรไม่ได้ก้าวเดินออกไปจากห้องพักแพทย์อย่างที่ควรจะเป็น ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มหมุนตัวกลับมา นัยน์ตาสีดำสนิทวาวโรจน์ในความสลัวราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งต้อนเหยื่อเข้ามุมจนตรอก มุมปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของคนที่ยืนตัวสั่นพิงตู้ล็อกเกอร์ “คุณ...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก ขยับตัวเตรียมเบี่ยงหนีไปทางขวา ทว่าท่อนแขนแกร่งกลับยกขึ้นฟาดปังลงบนบานโลหะ สกัดกั้นอิสรภาพเอาไว้ในเสี้ยววินาที ชลธรหันขวับไปทางซ้าย มือหนาอีกข้างของภัทรก็ทาบทับลงมาปิดตายทางหนี ร่างกายกำยำขยับเข้าประชิดจนปลายเท้าแทบจะชนกัน แผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อบดเบียดเข้าหาแผ่นอกบาง อุณหภูมิความร้อนแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักหน่วงและคุกรุ่น “คิดว่าผมจะปล่อยคุณไปคุยโทรศัพท์กับมันง่ายๆ งั้นเหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังก้องอยู่ชิดใบหู กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ มอมเมาสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่น้อยนิดของชลธรให้พร่าเลือน “มันเรื่องส่วนตัวของผม หลีกไป” ชลธรเชิดหน้าขึ้นสบตา สองมือยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง แต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว ภัทรยืนหยัดมั่นคงดั่งกำแพงหินผา “เรื่องส่วนตัว?” ภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ ปลายนิ้วหยาบกร้านละจากบานล็อกเกอร์ เลื่อนมาเชยปลายคางมน บังคับให้แหงนหน้ารับแรงอารมณ์ “เรื่องส่วนตัวของคุณมันรวมถึงการไปนั่งฉีกยิ้มหวานๆ ให้ไอ้ก้องเมื่อตอนกลางวันด้วยหรือเปล่า” “ผมกับหมอก้องเราแค่คุยเรื่องงาน!” “เรื่องงานจำเป็นต้องยืนเบียดกันขนาดนั้นไหม!” ภัทรตวาดลั่น ฝ่ามือที่จับปลายคางเลื่อนลงมาบีบเค้นที่ลาดไหล่บางผ่านเนื้อผ้าเสื้อกาวน์ “มันแตะต้องคุณตรงไหนบ้าง ตรงนี้เหรอ... หรือตรงนี้!” “โอ๊ย! ผมเจ็บนะภัทร!” ชลธรนิ่วหน้า พยายามปัดป่ายฝ่ามือร้อนผ่าวที่เริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนร่างกายอย่างหยาบคาย “หมอก้องเขาไม่ได้ทำอะไรผมทั้งนั้น เลิกบ้าสักที!” “ใช่ ผมมันบ้า!” นัยน์ตาของภัทรแดงก่ำ เส้นเลือดบริเวณขมับปูดนูน “บ้าที่เห็นคุณไปยิ้มให้มัน บ้าที่เห็นคุณห่วงใยโทรศัพท์ของไอ้เวรที่อเมริกานั่นมากกว่าความรู้สึกของผม! เจ็ดปีที่คุณทิ้งผมไป คุณเอาสิทธิ์อะไรมาทำตัวร่านไปทั่วแบบนี้ ชลธร!” คำดูถูกนั้นเปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจ ชลธรเบิกตากว้าง ฝ่ามือเรียวเงื้อขึ้นสูงและฟาดลงบนซีกหน้าหล่อเหลาอย่างแรง เพียะ! ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงตบ รอยริ้วสีแดงประทับฝังลึกบนผิวแก้ม ห้องพักแพทย์ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจสะท้านของคนทั้งคู่ ชลธรมองมือตัวเองที่สั่นระริก หยาดน้ำใสเอ่อคลอที่หางตา “ถ้าผมมันแย่ขนาดนั้น... คุณก็ปล่อยผมไปสิ จะมายุ่งกับผมทำไม!” ภัทรหันหน้ากลับมาเชื่องช้า ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มที่มีกลิ่นคาวเลือดจางๆ นัยน์ตาที่เคยวาวโรจน์บัดนี้มืดสนิทไร้ก้นบึ้ง รังสีอันตรายแผ่ซ่านจนชลธรต้องก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังก็ชนเข้ากับตู้ล็อกเกอร์จนหมดหนทาง “ปล่อยงั้นเหรอ...” ภัทรแสยะยิ้ม รวบข้อมือทั้งสองข้างของชลธรด้วยมือเพียงข้างเดียว กระชากขึ้นไปกดตรึงไว้เหนือศีรษะกับบานโลหะอย่างแรง “ฝันไปเถอะ!” สิ้นคำราม ริมฝีปากหยักก็ฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปรานีหรือความอ่อนโยน มีเพียงการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและหวงแหน ฟันคมขบกัดริมฝีปากล่างอย่างจาบจ้วง บังคับให้ช่องปากเปิดออกรับเรียวลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างหิวกระหาย “อื้อ... อื้ออ!” ชลธรส่งเสียงประท้วงอู้อี้ในลำคอ พยายามดิ้นรนส่ายหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาอีกข้างของภัทรก็เลื่อนมาสอดประสานที่ท้ายทอย ล็อกโคนผมสีเข้มไว้แน่น บังคับให้รับจูบที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ รสชาติฝาดเฝื่อนของเลือดผสมผสานกับความหวานที่คุ้นเคย ปลุกปั่นสัญชาตญาณดิบในตัวศัลยแพทย์หนุ่มให้ลุกโชนจนไม่อาจดับลงได้ง่ายๆ ภัทรดูดดึงเรียวลิ้นเล็กที่พยายามหลบหลีก ตักตวงทุกหยาดหยดความหวานราวกับคนพเนจรที่หิวกระหายน้ำกลางทะเลทราย จังหวะการจูบดุดัน หนักหน่วง และเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในทุกอณูสัมผัส ลมหายใจของชลธรขาดห้วง สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มทรยศต่อความตั้งใจ สัมผัสที่โหยหามาตลอดเจ็ดปีทำลายกำแพงความเข้มแข็งจนพังทลาย เสียงครางเครือหลุดลอดออกมาจากลำคอระหงเมื่อภัทรยอมผละริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อกอบโกยอากาศ ก่อนจะประกบจูบลงมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “อ๊ะ... ภัทร... พอ...” คำท้วงติงขาดหายไปเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของภัทรเลื่อนลงมากระชากเสื้อกาวน์สีขาวของชลธรให้หลุดพ้นจากไหล่ หล่นลงไปกองบนพื้นกระเบื้อง มือหนาจัดการกระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนจนเม็ดพลาสติกหลุดกระเด็นไปตามพื้น เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่สะท้อนแสงไฟสลัว ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศปะทะผิวเนื้อเพียงครู่เดียว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากริมฝีปากและปลายจมูกโด่งที่ซุกไซ้ลงมาตามซอกคอหอมหวาน ภัทรสูบดมกลิ่นกายประจำตัวของอดีตคนรักเข้าเต็มปอด ฟันคมขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยช้ำสีสีกุหลาบเด่นชัด ประกาศความเป็นเจ้าของทับรอยเดิมทุกตารางนิ้ว “อย่า... ตรงนี้โรงพยาบาล...” ชลธรครางสั่น ร่างกายบิดเร่าเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวลากไล้ต่ำลงมาถึงลาดไหล่และกระดูกไหปลาร้า “ช่างหัวโรงพยาบาลสิ” ภัทรพึมพำเสียงพร่าชิดผิวเนื้อ ลากไล้ปลายลิ้นชิมความเค็มปร่าของหยาดเหงื่อที่ผุดซึม “ให้ทุกคนมันรู้ไปเลย ว่าคุณเป็นของใคร” ฝ่ามือหนาที่เคยตรึงข้อมือบางไว้ปล่อยให้เป็นอิสระ ชลธรไม่ได้ใช้จังหวะนั้นผลักไสอีกต่อไป สองมือเรียวสอดเข้าขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มของคนตรงหน้า ระบายความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานขึ้นตามไขสันหลัง ภัทรสอดฝ่ามือร้อนผ่าวเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียด ปัดป่ายไปตามแนวกระดูกสันหลัง ก่อนจะเลื่อนมาบีบเฟ้นสะเอวคอดอย่างหนักมือ สลับกับปลายนิ้วที่สะกิดหยอกล้อกับยอดอกสีอ่อนที่ชูชันรับสัมผัส “อ๊า... ภัทร...” ชลธรเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจถี่รัว ดวงตาฉ่ำน้ำปรือปรอย หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นและความปรารถนากลิ้งหล่นลงมาตามพวงแก้ม ทุกการลูบไล้ ทุกการบีบเค้น ล้วนแฝงไปด้วยความหึงหวงที่รุนแรงและไฟตัณหาที่บ้าคลั่ง ภัทรแทรกท่อนขาแกร่งเข้าไประหว่างเรียวขาของชลธร บดเบียดความแข็งขืนที่ตื่นตัวเต็มที่เข้ากับหน้าขาของคนร่างโปร่ง ถูไถเนิบนาบผ่านเนื้อผ้า ก่อกวนให้เปลวไฟแห่งความต้องการลุกลามไปทั่วสรีระ เรี่ยวแรงที่เคยมีของชลธรสูญสลายไปพร้อมกับรสจูบและสัมผัสที่สูบวิญญาณ สองขาสั่นสะท้านอย่างหนักจนไม่อาจพยุงน้ำหนักตัวได้อีกต่อไป หัวเข่าทรุดฮวบลงอย่างไร้การควบคุม หากไม่ได้ท่อนแขนแกร่งของภัทรที่ตวัดรัดรอบเอวบางไว้แน่น ชลธรคงล้มพับลงไปกองกับพื้นกระเบื้องอย่างหมดสภาพ “ขะ... ขาผม... ไม่มีแรง...” ชลธรกระซิบเสียงสั่น ซบใบหน้าที่แดงจัดลงบนลาดไหล่กว้างของภัทร หอบหายใจสะท้านจนตัวโยน ภัทรช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้นอุ้มแนบอกในจังหวะเดียว ขาทั้งสองข้างของชลธรตวัดรัดรอบเอวสอบโดยสัญชาตญาณ แขนเรียวโอบกอดลำคอแกร่งไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ศัลยแพทย์หนุ่มอุ้มคนรักเดินก้าวอาดๆ ไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องพักแพทย์ วางร่างโปร่งลงบนเบาะนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนที่ตัวเองจะตามลงมาทาบทับ กักขังชลธรไว้ใต้ร่างกำยำที่เต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม นัยน์ตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและแรงอารมณ์ เสื้อเชิ้ตถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นรอยจูบสีสดประปรายทั่วบริเวณลำคอและแผงอก ภาพความงดงามที่แสนเย้ายวนตรงหน้าทำให้ก้อนความโกรธเกรี้ยวในใจของภัทรถูกหลอมละลาย เหลือเพียงความต้องการที่ฝังลึกจนสุดขั้วหัวใจ มือหนาเลื่อนลงไปปลดตะขอกางเกงสแลกของคนใต้ร่าง รูดรั้งปราการชิ้นสุดท้ายออกไปให้พ้นทางอย่างรวดเร็ว ผิวขาวจัดตัดกับสีเข้มของเบาะหนังกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าให้พุ่งทะยาน ภัทรโน้มใบหน้าลงต่ำ ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนหน้าท้องแบนราบ ก่อนที่ปลายลิ้นร้อนจัดจะตวัดเลียรอบสะดือบุ๋ม สร้างความเสียวซ่านจนชลธรต้องแอ่นแผ่นหลังขึ้นรับสัมผัส “อ๊ะ... ภัทร... อย่านะ...” ชลธรส่งเสียงร้องห้ามตะกุกตะกัก เมื่อใบหน้าคมคายเลื่อนต่ำลงไปอีก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือส่วนอ่อนไหวที่กำลังปวดหนึบ ภัทรไม่ฟังคำทัดทาน เขาครอบครองความตื่นตัวของชลธรด้วยริมฝีปากและโพรงปากที่ร้อนจัด ความเปียกชื้นและแรงดูดดึงที่ปรนเปรออยู่เบื้องล่างทำเอาสติของคนถูกกระทำเตลิดเปิดเปิง ชลธรหวีดร้องลั่น สองมือจิกทึ้งขอบโซฟาหนังจนเล็บแทบหัก ร่างกายบิดเร่าไปมาด้วยความสุขสมที่รุนแรงเกินจะต้านทาน “อ๊า! ภัทร... ผม... ไม่ไหว... อื้ออ!” เสียงครางหวานหูที่ดังก้องอยู่ในห้องพักแพทย์คือสารเสพติดชั้นดีที่มอมเมาภัทรให้คลุ้มคลั่ง เขาเร่งจังหวะการดูดกลืน รัวปลายลิ้นหยอกล้อกับส่วนปลายจนร่างกายของชลธรกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยหยาดน้ำขุ่นขาวออกมาเต็มโพรงปาก ภัทรกลืนกินมันลงไปอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นคร่อมทับร่างที่กำลังนอนหอบหายใจตัวโยน ปลายนิ้วยาวที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำรักถูกส่งไปจ่อที่ช่องทางสีสดด้านหลัง ภัทรค่อยๆ กดแทรกนิ้วแรกเข้าไปในความคับแคบ ชลธรสะดุ้งเฮือก นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่เสียดแทงเข้ามา “เจ็บ... ภัทร... ผมเจ็บ...” “ชู่ว... ผ่อนคลาย ชล คนดีของผม” ภัทรกระซิบปลอบโยนข้างใบหู กดจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างแผ่วเบา สวนทางกับปลายนิ้วที่ขยับเข้าออกเพื่อขยายช่องทางอย่างเอาแต่ใจ จากหนึ่งนิ้วเพิ่มเป็นสอง และสามนิ้ว ควงหมุนหาจุดกระสันจนความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิว “อ๊า... อ๊ะ... ลึก... ลึกไปแล้ว...” ชลธรครางกระเส่า เมื่อปลายนิ้วยาวกดเน้นย้ำตรงจุดอ่อนไหวภายใน ร่างกายตอดรัดนิ้วของภัทรแน่นจนศัลยแพทย์หนุ่มแทบจะทนความปวดร้าวของตัวเองไม่ไหว ภัทรชักนิ้วออก จัดการปลดเปลื้องกางเกงของตนเองออกไปให้พ้นทาง ความเป็นชายที่แข็งขืนและพองขยายจนปวดหนึบถูกนำมาจดจ่อที่ปากทางสีสด เขารวบเรียวขาทั้งสองข้างของชลธรพาดขึ้นบนบ่ากว้าง ก่อนจะค่อยๆ กดแทรกตัวตนเข้าไปในความคับแคบที่แสนคุ้นเคย “อึก... อ๊าาา!” ชลธรกรีดร้อง เสียงครางแหบพร่าดังก้อง ความอึดอัดและคับแน่นจุกอยู่ที่หน้าท้อง เล็บเรียวจิกขยุ้มลงบนแผ่นหลังกว้างของภัทรจนเกิดรอยเลือดซิบเพื่อระบายความปวดร้าว ภัทรขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน ความคับแน่นที่ตอดรัดเขาไว้แทบจะทำให้เขาปลดปล่อยตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มขยับ ร่างสูงหยุดนิ่งเพื่อให้อีกฝ่ายปรับตัว กดจูบลงบนหน้าผากมนที่ชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่ “เรียกชื่อผม... ชล... บอกผมว่าคุณเป็นของใคร” ภัทรเค้นเสียงถาม นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนใต้ร่าง “อ๊ะ... ภัทร... ผม... ผมเป็นของคุณ...” ชลธรละล่ำละลักตอบ น้ำตาแห่งความสุขสมและความโหยหาไหลริน คำตอบนั้นเปรียบเสมือนสวิตช์ที่ปลดปล่อยสัญชาตญาณนักล่า ภัทรเริ่มขยับสะโพกสอบ ดึงตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะกระแทกกระทั้นกลับเข้าไปจนมิดด้าม จังหวะการสอดใส่ดุดัน รุนแรง และลึกล้ำจนชลธรตัวลอยขึ้นจากเบาะโซฟา “อ๊า! อ๊ะ! ภัทร... แรง... แรงไป... อื้ออ!” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องแข่งกับเสียงสายฝนที่สาดสาดหน้าต่างโซฟาหนังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะการขยับเขยื้อนที่บ้าคลั่ง ภัทรโน้มตัวลงไปประกบจูบริมฝีปากบางอีกครั้ง แลกเปลี่ยนความหอมหวานและเสียงครางที่กลืนหายไปในลำคอ มือหนาลูบไล้ไปทั่วสรีระขาวผ่อง บีบเคล้นสะโพกมนอย่างมันเขี้ยวจนเกิดรอยนิ้วมือสีแดง ชลธรแอ่นแผ่นหลังรับทุกสัมผัส ทุกการสอดใส่ที่กระแทกโดนจุดกระสันทำเอาสติกระเจิดกระเจิง ร่างกายบิดเร่าไปมาด้วยความสุขสมที่รุนแรงเกินจะต้านทาน “ชล... ชลธร... คุณแม่ง... โคตรดี...” ภัทรสบถคำหยาบออกมาด้วยความลุ่มหลง เหงื่อกาฬแตกพลั่กไปทั่วแผงอกกว้าง จังหวะการกระแทกกระทั้นทวีความเร็วและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่ใกล้แตะขอบสวรรค์ “อ๊า! ภัทร... ผม... จะ... อ๊ะ! อ๊าาา!” ชลธรกรีดร้องลั่น ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ปลดปล่อยหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องของตนเอง ภัทรครางต่ำในลำคอ เร่งจังหวะกระแทกย้ำๆ อีกสองสามครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยสายธารความอบอุ่นฉีดพ่นเข้าไปในช่องทางสีสดจนล้นทะลัก ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงทาบทับร่างที่กำลังหอบหายใจตัวโยน ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เขาหลงใหล เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังก้องในความเงียบงัน ภัทรจูบซับหยาดเหงื่อตรงขมับของชลธรอย่างแผ่วเบา วงแขนแกร่งตระกองกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป “คุณเป็นของผม...” ภัทรกระซิบย้ำข้างใบหู “เจ็ดปีที่ผ่านมา หรือต่อจากนี้ไป... คุณก็หนีผมไม่พ้นอีกแล้ว ชลธร” ชลธรหลับตาพริ้ม ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินลงบนหมอนอิง สองแขนโอบกอดแผ่นหลังกว้างของภัทรไว้แน่น ยอมจำนนต่อสัมผัสแห่งการลงทัณฑ์ที่หลอมละลายทุกกำแพงแห่งความลับ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดกระทบหน้าต่าง จังหวะชีพจรของสองดวงใจเต้นสอดประสานกัน นำพาพวกเขาก้าวข้ามเส้นแบ่งของความถูกต้อง ดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจมีใครขัดขวางได้อีกต่อไปตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั
ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ
ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล
ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั
ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท
ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม







![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)