Beranda / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 7: เงาที่ตามติด

Share

ตอนที่ 7: เงาที่ตามติด

last update Tanggal publikasi: 2026-10-09 17:50:12

ตอนที่ 7: เงาที่ตามติด

แสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบโครงหน้าคมคาย ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ เข็มสั้นของนาฬิกาตั้งโต๊ะชี้บอกเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ทว่าเจ้าของห้องกลับยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปสลักอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนัก สองแขนกอดอก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับตารางเอกเซลบนหน้าจอ

ตารางเวรของแพทย์แผนกอายุรกรรมหัวใจประจำเดือนนี้

ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับมีดผ่าตัดเลื่อนคลิกเมาส์เชื่องช้า สายตาไล่กวาดตามตัวอักษรชื่อ ‘นพ.ชลธร’ ที่ถูกจัดสรรให้เข้าเวรเช้าสลับดึก กระจายตัวไปตามความเหมาะสมของวอร์ด

กระแสกรามของภัทรขบเข้าหากันจนเห็นสันนูน ภาพแผ่นหลังบางที่เดินหันหลังให้เขาเมื่อช่วงบ่ายยังคงฉายชัดในหัว ความเย็นชาและแววตาสมเพชที่อีกฝ่ายส่งมาให้เปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลึกลงไปในอีโก้ของศัลยแพทย์มือหนึ่ง เขาคิดว่าการใช้กำลังและความดุดันจะสยบความดื้อรั้นนั้นได้เหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อน แต่เขาคิดผิด

ชลธรคนนี้ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่คอยเดินตามหลังเขาอีกต่อไป กำแพงน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นมาหนาทึบเสียจนการใช้กำลังป่าเถื่อนมีแต่จะยิ่งผลักไสให้ร่างนั้นถอยห่างออกไปไกลกว่าเดิม

แต่ถ้าคิดว่าคนอย่างภัทรจะยอมแพ้และปล่อยมือ... ชลธรก็ประเมินอดีตคนรักของตัวเองต่ำเกินไป

มือหนาขยับเมาส์ ลากคลุมทับช่วงเวลาเข้าเวรของชลธรทั้งหมด ปลายนิ้วรัวแป้นพิมพ์ พิมพ์รหัสผ่านระดับหัวหน้าแผนกเพื่อเข้าถึงสิทธิ์การแก้ไขข้อมูลขั้นสูงสุด

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงแป้นคีย์บอร์ดดังก้องในความเงียบ ภัทรจัดการลบตารางเดิมทิ้งทั้งหมด ก่อนจะคัดลอกตารางเวรของตนเอง แล้ววางทับลงไปในช่องของชลธรอย่างไร้ความลังเล

เวรเช้า... ตรงกัน

เวรบ่าย... ตรงกัน

เวรดึก... ตรงกัน

แม้กระทั่งวันหยุดพักผ่อน... ก็ต้องตรงกัน

มุมปากหยักกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกล้ำยามทอดมองผลงานบนหน้าจอ เขาไม่สนว่าการใช้อำนาจแทรกแซงข้ามแผนกจะทำให้ผู้อำนวยการหรือใครหน้าไหนไม่พอใจ ในเมื่อชลธรอยากสร้างระยะห่างนัก เขาก็จะใช้ตำแหน่งหัวหน้าทีมนี่แหละ บีบบังคับให้ตารางชีวิตของอีกฝ่ายต้องหมุนรอบตัวเขาเพียงคนเดียว

ปลายนิ้วกดบันทึกข้อมูล ก่อนจะพับหน้าจอแล็ปท็อปลง ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้น คว้ากุญแจรถยุโรปคันหรูและเสื้อกาวน์พาดบ่า ก้าวเดินออกจากห้องทำงานไปท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดินโรงพยาบาล

ละอองฝนเม็ดเล็กโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้าสีดำสนิทของกรุงเทพมหานคร ที่ปัดน้ำฝนทำงานเป็นจังหวะเนิบนาบ ปัดเป่าหยาดน้ำที่เกาะพราวบนบานกระจก

ล้อรถสปอร์ตสีเข้มค่อยๆ ชะลอความเร็ว ก่อนจะจอดสนิทลงในมุมมืดใต้ต้นไม้ใหญ่ ฝั่งตรงข้ามกับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง

เครื่องยนต์ถูกดับลง เหลือเพียงความเงียบงันและเสียงหยาดฝนที่ตกกระทบหลังคารถ ภัทรลดกระจกฝั่งคนขับลงเล็กน้อย ปล่อยให้ไอเย็นชื้นและกลิ่นดินลอยเข้ามาปะทะใบหน้า นัยน์ตาคมกริบทอดมองขึ้นไปยังตัวอาคารสูงตระหง่าน สายตาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าต่างบานหนึ่งบนชั้นสิบสอง... บานที่ไฟสีส้มสลัวยังคงเปิดสว่างอยู่

เขาไม่ได้ตามสืบ แค่สั่งให้คนไปค้นประวัติที่อยู่ของแพทย์คนใหม่จากฝ่ายบุคคล มันเป็นเรื่องง่ายดายเสียยิ่งกว่าการผ่าตัดไส้ติ่ง

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพวงมาลัยหุ้มหนัง กลิ่นนิโคตินจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องโดยสารเมื่อเขายกบุหรี่ขึ้นอัดควันเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นระบายมันออกมาทางช่องกระจก สายตายังคงจับจ้องหน้าต่างบานนั้นไม่กะพริบ

เงาดำสายหนึ่งทาบทับลงบนผ้าม่านโปร่งแสงที่ปิดอยู่ รูปร่างเพรียวบางคุ้นตาขยับเคลื่อนไหวไปมา ภัทรกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว เงามืดนั้นยกแขนขึ้น คล้ายกำลังถอดเสื้อเชิ้ตออกจากตัว เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของช่วงเอวที่สะท้อนผ่านแสงไฟ

ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ริมฝีปากที่คาบบุหรี่อยู่เม้มแน่นจนข้อนิ้วที่จับพวงมาลัยขาวซีด

ความรู้สึกโหยหาและหวงแหนบีบรัดลำคอจนหายใจแทบไม่ออก เขาอยากจะเปิดประตูรถ ก้าวข้ามถนน เดินเข้าไปในตึกนั้น กดลิฟต์ขึ้นไปชั้นสิบสอง พังประตูห้องเข้าไปรวบร่างบางนั้นมากอดให้จมอก อยากจะสัมผัสผิวเนื้อเนียนละเอียด อยากจะฝากรอยรักสีสดทับลงไปบนทุกตารางนิ้วให้สมกับความคลั่งแค้นที่ต้องทนทรมานมาเจ็ดปี

แต่เขาทำไม่ได้...

หากเขาบุกขึ้นไปตอนนี้ กำแพงที่ชลธรสร้างไว้จะยิ่งสูงชันขึ้นไปอีก เขาต้องอดทน ต้องใช้วิธีต้อนเหยื่อให้จนมุมอย่างช้าๆ ให้ชลธรเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาก่อน... ไม่มีทางหนีพ้น

แสงไฟในห้องชั้นสิบสองดับลง กลืนกินเงามืดนั้นหายไปในความรัตติกาล

ภัทรขยี้ปลายบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ในรถ นัยน์ตาดุดันยังคงจับจ้องหน้าต่างบานนั้นท่ามกลางความมืดมิด เขานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า เฝ้ามองอาณาเขตของคนรักอย่างเงียบเชียบ เป็นดั่งเงาที่แฝงตัวอยู่ในความมืด... เฝ้ารอเวลาที่พระอาทิตย์จะขึ้น เพื่อดึงร่างนั้นกลับมาอยู่ในกำมืออีกครั้ง

เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลแผนกอายุรกรรมหัวใจคึกคักไปด้วยการส่งเวรของเจ้าหน้าที่

ชลธรก้าวเดินเข้ามาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาสวมทับด้วยเสื้อกาวน์ ใบหน้าเนียนละเอียดดูสดใสขึ้นหลังจากได้พักผ่อนเต็มอิ่ม ทว่ารอยช้ำจางๆ ที่มุมปากยังคงต้องอาศัยคอนซีลเลอร์ปกปิดเอาไว้บางๆ

“สวัสดีครับพี่วิภา” ชลธรเอ่ยทักทายพยาบาลหัวหน้าวอร์ดด้วยรอยยิ้มละมุน “ผมขอแฟ้มตารางเวรของอาทิตย์นี้หน่อยครับ เมื่อวานผมเห็นว่าช่วงบ่ายผมว่าง จะได้ลงคิวตรวจคนไข้นอกเพิ่ม”

พยาบาลวิภาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงเอกสาร สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกปรากฏขึ้นทันที เธอหยิบแฟ้มตารางเวรสีน้ำเงินส่งให้แพทย์หนุ่มด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย “เอ่อ... หมอชลคะ คือว่า... ตารางเวรของหมอชลเพิ่งถูกอัปเดตใหม่เมื่อตอนตีหนึ่งค่ะ”

“อัปเดตใหม่?” ชลธรเลิกคิ้ว รับแฟ้มมาเปิดดู

ดวงตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อไล่สายตาอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษ ตารางที่ควรจะกระจายเวรอย่างสมดุล กลับถูกขีดฆ่าและพิมพ์ทับใหม่ทั้งหมด

วันจันทร์: เวรเช้า-บ่าย (ราวด์วอร์ดร่วมกับ นพ.ภัทร)

วันอังคาร: เวรเช้า-บ่าย (เข้าเคสผ่าตัดร่วมกับ นพ.ภัทร)

วันพุธ: เวรดึก (สแตนด์บายฉุกเฉินร่วมกับ นพ.ภัทร)

มือเรียวที่ถือแฟ้มกำแน่นจนกระดาษยับย่น ลมหายใจสะดุดกึก ความกรุ่นโกรธแล่นริ้วจากปลายเท้าขึ้นสู่สมอง ไม่ต้องมีใครมาอธิบาย เขาก็รู้ได้ทันทีว่าใครเป็นคนบงการเรื่องบ้าๆ พวกนี้

“ใครเป็นคนอนุมัติเรื่องนี้ครับ” ชลธรเค้นเสียงถาม พยายามกดอารมณ์ให้ราบเรียบที่สุด

“หมอภัทรค่ะ...” พยาบาลวิภาตอบเสียงอ่อย “หมอภัทรใช้สิทธิ์หัวหน้าทีมดูแลเคสร่วม ปรับตารางของหมอชลให้ตรงกับตารางของหมอภัทรทั้งหมด แจ้งเหตุผลในระบบว่าเพื่อความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วยวีไอพีค่ะ”

“ข้ออ้างทุเรศ...” ชลธรสบถในลำคอ ปิดแฟ้มเสียงดังปังจนพยาบาลรอบข้างสะดุ้ง

ร่างโปร่งหมุนตัวกลับ ก้าวเดินฉับๆ ตรงไปยังลิฟต์โดยสาร เป้าหมายคือชั้นแผนกศัลยกรรมทรวงอก ความตั้งใจที่จะทำตัวหมางเมินและสร้างกำแพงใส่ถูกพังทลายลงด้วยความเผด็จการที่ล้ำเส้นจนเกินไป

บานประตูห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต

“ทำไมตารางเวรผมถึงถูกเปลี่ยน!” ชลธรเปิดฉากทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู

ภัทรนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบละจากหน้าจอแล็ปท็อปขึ้นมามองผู้บุกรุก มุมปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความโกรธ เสื้อกาวน์ที่ปลิวตามแรงเดินบ่งบอกถึงความรีบร้อนของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

“เข้ามาห้องคนอื่น ไม่คิดจะเคาะประตูหน่อยหรือไง หมอชลธร” ภัทรเอ่ยเสียงเรียบ ท่าทีผ่อนคลายขัดกับอารมณ์ที่เดือดพล่านของคนฟังอย่างสิ้นเชิง

“ผมถามว่าทำไมตารางผมถึงถูกเปลี่ยนไปผูกติดกับตารางของคุณทุกวัน!” ชลธรสาวเท้าเข้าไปหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงาน วางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะกระจก โน้มตัวเข้าหาอย่างเอาเรื่อง “ผมเป็นหมอแผนกอายุรกรรมนะ ไม่ใช่ผู้ช่วยศัลยแพทย์ส่วนตัวของคุณ คุณไม่มีสิทธิ์มาจัดแจงชีวิตผมแบบนี้!”

“ผมมีสิทธิ์” ภัทรหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความได้เปรียบทางสรีระทำให้เขาสามารถมองกดลงมายังร่างโปร่งได้อย่างง่ายดาย “ในฐานะหัวหน้าทีมดูแลเคสร่วม ผมต้องการให้แพทย์เจ้าของไข้อายุรกรรม ติดตามอาการคนไข้ของผมอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความผิดพลาด”

“นั่นมันข้ออ้าง! คนไข้อายุรกรรมคนอื่นก็ต้องการหมอเหมือนกัน ผมต้องออกตรวจโอพีดี ไม่ใช่มาเดินตามหลังคุณต้อยๆ วันละสิบสองชั่วโมง!”

“ถ้าจัดการเวลาไม่ได้ ก็เป็นปัญหาความสามารถของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของผม” ภัทรตอบหน้าตาย เลื่อนมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูราวกับไม่ใส่ใจ

ความยียวนและท่าทีใช้อำนาจบาตรใหญ่ทำให้เส้นความอดทนของชลธรขาดผึง

“ตกลงครับ...” ชลธรยืดตัวขึ้น ยิ้มเย็นชา “ถ้าคุณอยากให้ผมทำตามตารางบ้าๆ นี่นัก ผมก็จะทำ แต่ผมจะประสานงานผ่านพยาบาลเท่านั้น ผมจะไม่คุย จะไม่มองหน้า และจะไม่อยู่ใกล้คุณเกินความจำเป็นแม้แต่เซนติเมตรเดียว... เข้าใจตรงกันนะครับ หัวหน้า”

พูดจบ ร่างโปร่งก็หมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้อง

ทว่าความไวของศัลยแพทย์มือหนึ่งกลับเหนือกว่า ภัทรก้าวอ้อมโต๊ะทำงานเพียงสองก้าว คว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของชลธร ออกแรงกระชากจนร่างบางปลิวถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้าง แผ่นหลังถูกดันไปชิดกับบานประตูไม้โอ๊กที่ปิดสนิท

“อ๊ะ! ปล่อยนะ!” ชลธรดิ้นรน สองมือผลักอกแกร่งสุดแรง

ภัทรรวบข้อมือทั้งสองข้างของอดีตคนรักด้วยมือเพียงข้างเดียว กดตรึงไว้กับบานประตูเหนือศีรษะ มือหนาอีกข้างสอดเข้าที่เอวคอด รั้งให้ร่างกายท่อนล่างแนบชิดกันจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน

“เก่งนักนะเรื่องสร้างกำแพง” ภัทรกดเสียงต่ำชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน “คุณคิดว่าผมจะยอมให้คุณทำตัวเย็นชาใส่ผมง่ายๆ งั้นเหรอ ชล”

“คุณมันบ้าอำนาจ! ผมเกลียดคุณ!” ชลธรตวาด นัยน์ตาสีอ่อนสั่นไหวด้วยความกรุ่นโกรธ

“เกลียดผมให้มากๆ เลยชล...” ภัทรไล้ปลายจมูกไปตามสันกรามของร่างบาง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่เขาโหยหา นัยน์ตาสีดำสนิทวาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาและการครอบครองที่ลึกซึ้ง “ยิ่งคุณหนี ผมก็จะยิ่งตาม ยิ่งคุณสร้างกำแพง ผมก็จะพังมันลงมา... ต่อให้ต้องล่ามโซ่คุณไว้กับตัวผม ผมก็จะทำ”

ชลธรเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก สัมผัสถึงความร้อนรุ่มและจังหวะชีพจรที่หนักหน่วงจากร่างกายที่บดเบียดกัน

“จำเอาไว้...” ภัทรเลื่อนริมฝีปากมาหยุดอยู่ห่างจากกลีบปากบางเพียงนิด น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอันตราย “ตารางชีวิตของคุณและทุกลมหายใจ... เป็นของผมคนเดียว”

ลมหายใจของชลธรขาดห้วง สองขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ภายใต้ดวงตาที่แข็งกร้าวของภัทร เขาเห็นเงาของความคลั่งที่มืดมิดและไร้ก้นบึ้ง... เงาที่จะไม่มีวันปล่อยให้เขาเดินจากไปไหนได้อีกตลอดกาล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status