Masuk“คุณเหมยใช่ไหมค่ะ”
ฉันมองดูผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูบ้านออกมาต้อนรับฉัน
“ฉันมารับหลานสาวค่ะ”
ฉันยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตรพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอ หลังอีกฝ่ายหันหลังก้มลงเก็บเงินที่หล่น สะโพกโค้งกลมได้รูปทำเอาใจคอแทบร้อนผ่าวไปหมด
“เข้ามาก่อนค่ะ”
เธอยิ้มให้ฉัน พลางบอกว่าหลานสาวของฉันกำลังทำการบ้านอยู่ ต้องรออีกซักพัก เลยพาฉันมานั่งรอที่ห้องทำงานของเธอที่ใกล้ห้องนอน
“คุณเหมยปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วค่ะ”
ฉันรีบเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นคุณนายคนสวยโน้มตัวมาใกล้
“สามสิบกว่าแล้วค่ะ พึ่งกลับไทยได้ไม่... คุณนายค่ะ”
“คุณเหมยค่ะ...”
“คุณนายจะทำอะไรค่ะ”
ฉันมองเธอเดินไปล็อกห้องและปิดผ้าม่าน ก่อนจะปลดชุดออกทั้งหมดแล้วมานั่งกลางหว่างขาฉัน
“คุณพรเล่าให้ฉันฟังหมดแล้วค่ะ ระหว่างรอ....” เธอยิ้มกริ่มแล้วงัดมังกรของฉันออกมา
‘เวรแล้ว ยายังไม่หมดฤธิ์!’
เสียงของเราทั้งคู่ดังเคล้าคลอกันเป็นจังหวะ ฉันโดนจับกระทำอย่างหนัก เธอเอาฉันแทบตาย แต่กระนั้นก็ไม่ยอมหยุด
“คะ... คุณนาย...”
“เรียกฉันนายแม่”
เธอกระซิบข้างหูฉันเบาๆ แล้วขบลงที่ใบหูจนฉันเสียวไปทั้งตัว แม้ยาจะสิ้นแล้ว แต่เธอก็ยังไม่หยุด ฉันไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว จนกระทั่งโทรศัพท์ดังขึ้น
“นายแม่ เหมยขอรับสายก่อนน่ะ”
“ตายแล้ว เย็นแล้วหรอเนี่ย แม่ขอชิมน้ำทิพย์หน่อยน่ะ”
ฉันกัดฟันกรอดด้วยความอดทด พยายามกัดฟันพูดอย่างเป็นธรรมชาติอย่างถึงที่สุด เป็นหลายสาวของฉันที่โทรมาตา เสียงในสายยังแอบบ่นว่ามาถึงแล้วทำไมไม่โทรบอก ฉันเลยบอกไปว่านั่งคุยอยู่กับแม่ของเพื่อนสนิทเธอ เธอก็เลยบอกว่าจะมาหาก่อนกดวางสายไป
“เหมยค่ะ” เธอโอบกอดฉันแล้วกดจูบอย่างดูดดื่มและหิวกระหาย
“นายแม่พอใจไหมค่ะ”
ใบหน้าของเธอแดงละเลือนแล้วจูบลงที่คอและยอดปทุมของฉัน แล้วพาเข้าไปกินต่อในห้องน้ำ ฉันแต่งตังแล้วออกมานั่งพักเอาแรง หลังถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักสองชั่วโมง
“ขอโทษด้วยน่ะค่ะ ฉัน... ห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ”
ฉันโอบไหล่เธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ “ไม่เป็นไรค่ะ เหมยเข้าใจดีค่ะ ไม่เป็นน่ะถ้าอยากเมื่อไหร่ก็บอกฉันได้น่ะ
“ค่ะ” เธอคล้องคอฉันแล้วจูบกันอีกครั้ง พลางลูบไล้แผ่นหลังกันไปมาจนกระทั่งได้ยิงเสียงลูกบิดประตู
“เจ้เหมย มาถึงแล้วทำไมไม่บอกหนู” ฉันมองดูหลานสาวที่ไม่ได้พบหน้ากันสิบปีกำลังบ่นอุบ
“น้าคุยงานอยู่ แอร์เย็นๆ เลยงีบหลับ”
“อ้อ ป่ะกลับบ้าน พรุ่งนี้ไปส่งพวกหนูด้วยน่ะ”
“ก็ได้ๆ”
พวกเราสองคนเดินออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน สองแม่ลูกโบกมือลาพวกเรา ฉันคิดไม่ออกว่าทำไมถึงกลายมาเป็นคนช่วยผ่อนคลายให้แม่สาวคนนี้ได้
พอมาถึงบ้านก็เห็นคนป่วยสองคนมานั่งรออยู่แล้ว ฉันสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเริ่มรักษาให้พวกเธอทั้งการและใจ ความเคลียดทั้งวันถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด
“พวกคุณแข่งวันไหน”
“วันจันทร์แข่งรอบแรก”
“โอเค พรุ่งนี้ฉันกลับมาช่วงเย็น”
“งั้นพวกเราไปพักก่อน”
“ฝันดีค่ะ”
ฉันอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว แต่อยู่ๆ ก็มีมือขาวๆ มาโอบกุมยอดปทุมชมพูของฉัน
“คุณเหมย ลืมหวานหรือยัง”
“หวานไม่พักหรอ”
“คืนนี้ให้หวานช่วยเองน่ะค่ะ”
ฉันขยี้หัวของหวานด้วยความเอ็นดู เพราะฉันเองก็เหนื่อยล้าเต็มที เมื่อหวานเสนอฉันก็ไม่มีอะไรจะขัด เธอช่วยฉันอาบน้ำและเช็ดตัวให้ ก่อนจะลากฉันมานอน เธอนอนกอดฉันทั้งคืนจนเช้า
หลังจากออกกำลังกายเสร็จก็มานั่งดูงานที่ออฟฟิต มองนาฬิกาพึ่งเจ็ดโมงเช้า บรรยากาศโดยรวมยังสงบและไม่วุ่นวายมากนัก มีแค่พวกนักเทนนิสที่กำลังออกไปซ้อม และอเล็กที่มันนั่งคุยแล้วขอให้ฉันช่วยปลุกไฟให้
“แต่เช้าเลยน่ะ”
“ฉันคิดถึงคุณ”
อเล็กยิ้มให้ฉันแล้วจูบฉันหนึ่งทีก่อนจะเดินออกไป ฉันส่ายหัวช้าๆ มองตาหลังอเล็กที่วิ่งหายไปใต้อาคาร พวกเสี่ยวอี้เริ่มออกมาทำงานกันแต่เช้าตรู กลิ่นออมเล็ทและครัวซองค์หอมฟุ้งลอยออกมาจากในครัว ปลุกบรรดาผีดิบให้ลุกจากเตียงมาที่ห้องครัว
“นภา หลานตื่นแล้วหรอ”
“เจ้ ใครทำอะไรหอมจัง”
“ไปนั่งกินข้าวเถอะ วันนี้มีเรียนครึ่งวันใช่ไหม”
“เจ้มีอะไร”
“เจ้ต้องไปส่งและรอรับเธอกลับไง
“อ้อ โอเคเจ้” นภาที่กำลังหันหลังไปครัวก็เดินย้อนกลับมา “เจ้ วันนี้ต้องไปห้องพี่ฝ้ายด้วยน่ะ”
“ใครอีก”
“รุ่นพี่ที่โรงเรียนค่ะ เธอเตรียมเข้าเรียนที่มหาลัยใกล้ๆ บ้านเรา แม่เลยให้เธอมาเช่าห้องที่นี่”
“งั้นเจ้เอารถใหญ่ไป”
“ได้ค่ะ”
รถคันใหญ่สีดำจอดหน้าโรงเรียน หลานฉันเดินอ้าปากหาวฟอดใหญ่เข้ารั้วโรงเรียน แล้วลากรุ่นพี่มาให้ฉันทำความรู้จัก
“สวัสดีค่ะ ฝ้ายค่ะ”
“เหมยค่ะ เป็นอาของนภา”
“เรียกเจ้เหมยก็พอ” นภาแนะนำสั้นๆ
“เจ้ค่ะ หนูลืมหนังสือไว้ห้อง รบกวนเจ้ได้ไหม”
“ได้ซิ”
แต่สายตาฉันเหมือนเห็นฝ้ายส่งอะไรบางอย่างให้นภาหลานฉันด้วยรอยยิ้มแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้คิดไรมาก แต่พอขับรถออกมาฉันกลับรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก มันร้อนๆ รุ่มๆ
“ทิวลิป... เจ้ว่ามันแปลกๆ น่ะ”
“ไม่แปลกหรอกค่ะ นภาบอกว่าตามสบาย เธอบอกว่าเจ้เก่งมาก”
ฉันกลืนน้ำลายลงคน พลางจอดรถในผ้าม่าน แล้วความมืดก็เข้าปกคลุมใบหน้าของฝ้ายที่ดูกระหายจนหน้ากลัว
ผ่านไปหลายชั่วโมง หลังจากฉันนวดกดจุดและรักษาอาการเคลียดให้เธอแล้ว ก็ต่อด้วยการผ่อนคลายทางอารมณ์และร่างกาย ใครจะคิดว่าเธอนั้นจะไฟแรงได้ขนาดนี้ บางทีเรียนหนักไปก็ลำบากเหมือนกัน แม้แต่ฉันที่กลายมาเป็นแบบนี้ก็เพราะ งานที่หนักเกินไปเช่นกัน
บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาวยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับละอองหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา ผสมผสานกับความเงียบสงัดไร้สรรพเสียงของผืนป่าทึบเบื้องหน้า จนให้ความรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าจะมาทำภารกิจช่วยตัวประกันเสียอีก“ปราณค้นหา!”กระแสพลังลมปราณรับรู้แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาลำไพรทั่วทั้งเขตภูเขา แต่กลับไม่มีสัญญาณพลังชีวิตแปลกปลอมใดๆ ตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย ทว่า... บริเวณหุบเบื้องหน้ากลับปรากฏจุดแสงสีแดงเลือนรางส่องสว่างขึ้นมาจุดหนึ่ง“มันคืออะไรกันแน่...”ฉันบังคับม้าคู่ใจให้เดินย่างก้าวช้าๆ อย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดยืนหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ไม่ไกลจากปากถ้ำมืดทึบแห่งหนึ่ง มีกลุ่มควันไฟจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากด้านใน รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยล้อรถยนต์และรอยเท้าคนจำนวนมากที่ขับลุยเข้ามา“ซาซ่า... ช่วยติดต่อหน่วยสนับสนุนให้ที ฉันเจอถ้ำที่มีลักษณะโครงสร้างแปลกประหลาดคล้ายกับที่เราเคยเจอในป่าลึกแล้วล่ะ” ฉันตัดสินใจต่อสายตรงหาพวกพ้อง‘คุณอยู่ไหนเนี่ย?’ ปลายสายถามด้วยความแปลกใจ“อยู่แถวเขตชายแดนฮังการี” ฉันส่งพิกัดดาวเทียมอัปเดตกลับไปให้ซา
พูดจบฉันก็ขี่กระบี่บินพุ่งตัวทะยานออกไปทันที แต่ก็ไม่ลืมส่งสัญญาณบอกให้จอร์ทช่วยประสานงานแจ้งเตือนทางเรดาร์ว่าเป็นเพียงการทดสอบอากาศยานลับของฝั่งอเมริกา จากนั้นฉันก็เร่งพลังปราณพุ่งทะลุชั้นเมฆขึ้นไปด้านบน บินด้วยความเร็วสูงลิ่วตามเส้นทางการบินสากลของฝั่งทหารระหว่างที่กำลังรักษาระดับความเร็วฝ่ากระแสลม จอร์ทก็ส่งข้อความเข้าเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวว่า จะมีฝูงบินทหารผ่านเส้นทางที่ฉันกำลังมุ่งหน้าไปฮังการีพอดี ให้ระวังตัวและอย่าบินเฉี่ยวชนกับใคร ฉันเลยพิมพ์ตอบกลับไปทีเล่นทีจริงว่า ‘งั้นขอเกาะปีกเครื่องบินอาศัยไปด้วยหน่อยก็แล้วกัน’ ทำเอาปลายสายอย่างจอร์ทหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นและไม่นานนัก... เครื่องบินขนส่งทหารขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีสัญลักษณ์ ‘ดาวแดง’ เด่นหร่าอยู่ข้างลำตัวเครื่องก็ปรากฏโผล่เข้ามาอยู่ในระยะสายตา หรือว่าตะกี้นี้ฉันบินเอื่อยเฉื่อยช้าเกินไป ฝูงบินขนส่งยักษ์พวกนี้ถึงได้บินไล่ตามมาทันกันแน่นะเนี่ย?ฉันเลยผ่อนแรงลดความเร็วลงเล็กน้อย บินร่อนไปประกบตีคู่จนอยู่ในวิสัยทัศน์ของห้องนักบินพอดี“ขึ้นฟรี...” นักบินหนุ่มในชุดเครื่องแบบเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นใหญ่แล้วยกโชว์ขึ้นแปะกระจกฉั
“หวานขอร้องเถอะค่ะ... หยุดแกล้งหนูเถอะนะ”หวานส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนจะร้องไห้แต่คนอย่างฉันมีหรือจะยอมหยุดง่ายๆ ฉันจัดการตวัดและตอกลิ้นเข้ากับร่องโพรงอุ่นชื้นแฉะที่ขมิบตอดรัดเป็นจังหวะ จนเด็กสาวบิดเร่าส่ายสะโพกหนีด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด มือเรียวเล็กเอื้อมมากดท้ายทอยของฉันไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์ ปากก็ต้องกัดนิ้วตัวเองเอาไว้จนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางหวานๆ ออกมาลั่นห้องและพอสายโทรศัพท์ถูกตัดวางลง หวานก็หันมาทุบตีไหล่ฉันชุดใหญ่ทั้งน้ำตาซึม “คุณเหมยคนนิสัยไม่ดี!”“โอ๋ๆ น่ารักจริงๆ เลย... มานี่มะ เดี๋ยวฉันปลอบ”“ว้าย!! คุณเหมยก็จะ...”หวานอุทานลั่นบ้านเมื่อจู่ๆ ฉันก็ช้อนอุ้มร่างบางของเธอลอยหวือกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อเริ่มต้นภารกิจออกกำลังกายยามเช้าต่อทันทีแบบไม่ปล่อยให้พักหายใจ“คุณเหมยค่ะ... เมื่อกี้ทางครูแพทโทรมาบอกว่า จะพาหมอนวดฝีมือดีมาใหม่อีกสองคนค่ะ บอกว่าฝากมาทำงานด้วย” หวานเอ่ยบอกเสียงกระเส่าขณะนอนซุกซบอยู่บนอกของฉันพลางส่งสายตาปริบๆ เหมือนลูกแมวอ้อน“หึ... ฝากงานที่ไหนกันล่ะ ทรงแบบนี้เอามาทำงานขัดดอกใช้หนี้ชัดๆ”“นี่คุณเหมยคิดจะเปิดร้านนวดแผนไทยจริง
เช้าวันต่อมา... โอปอเดินหน้าตาตื่นเข้ามาเคาะห้องทำงานส่วนตัวของฉันเพื่อขอโทษขอโพยกับเรื่องเมื่อวาน เธอยยอมเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมดว่า ที่บ้านของเธอไปกู้เงินธนาคารมาสองล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนปรับปรุงร้านอาหารเล็กๆ และเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองหมุนเวียน ส่วนตัวเธอก็กู้ยืมเงิน กยศ. เรียนหนังสือมาตลอดแต่ปัญหาคือพอใกล้จะถึงงวดชำระคืนงวดสุดท้าย จู่ๆ ผู้จัดการสาขาธนาคารเจ้าเดิมก็ส่งคนแปลกหน้ามาติดต่อพูดคุย อ้างว่าสำนักงานใหญ่มีคำสั่งให้เร่งรัดปิดหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พวกมันเลยยื่นข้อเสนอทางเลือกนรกให้... คือบังคับเธอต้องไปทำงานส่งยาและบริการแขกในเครือข่ายของพวกมัน แลกกับการไม่ถูกฟ้องล้มละลายและการยึดบ้านยึดทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัว“เรื่องนี้ลุงว่ายังไงบ้างคะ?” ฉันหันไปปรึกษาชายวัยกลางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ“เฮ้อ... เรื่องมันใหญ่โตเกินกว่ากำลังของเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหวแล้วล่ะนะ” ลุงถอนหายใจยาว“ถ้าไอ้พวกเวรตะไลนี่มันไม่รนหาที่วิ่งมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านหนูเองนะ... หนูค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางอยากจะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกมันหรอก”“เธอนี่มันเกิดมาพร้อมกับตัวดูด
“คือว่า... หนูไปรับจ๊อบทำงานมาค่ะ” โอปออ้อมแอ้มตอบ หลบสายตาฉันฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโอปอ... อ่านประกายชะตาชีวิตของเธอ หากเด็กคนนี้ยังดึงดันเอาตัวเองไปพัวพันกับอโคจรสถานหรือสิ่งที่กำลังทำลายชีวิตคนอื่น “จงหยุดซะเถอะนะโอปอ... อย่าปล่อยให้เงินก้อนนี้มันมาทำลายอนาคตหนูเลย”“หนูไม่ได้ทำอะไรไม่ดีจริงๆ นะคะเจ๊”“โอปอ... พี่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองอะไรเลยสักนิด ตั้งใจเรียนให้จบแล้วมาทำงานกับพี่ ค่อยหักทยอยใช้หนี้จากเงินเดือนก็ได้ ถ้าน้องเดือดร้อนเรื่องเงินจริงๆ ทำไมไม่มาหาพี่ตรงๆ?”โอปอน้ำตาซึม “หนูขอโทษค่ะ...”“บอกพี่มา... ใครเป็นคนจ้างให้เธอไปทำอะไรแบบนี้?”“รุ่นพี่ต่างวิทยาลัยค่ะ... เขาบอกว่าเป็นงานสบาย แค่ไปยืนเสิร์ฟอาหารแล้วก็ช่วยแจก ‘ลูกอมพิเศษ’ ให้กับพวกแขกในงานปาร์ตี้แค่นั้นเองค่ะ...”ฉันรู้ทันทีว่าลูกอมที่พูดถึงคืออะไร... มันไม่มีทางเป็นลูกอมแก้เจ็บคอธรรมดาแน่ๆ แต่มันคือยาอีหรือยาเคอัดเม็ดที่พวกแก๊งค้ายานรกใช้มอมเหยื่อในปาร์ตี้อโคจร ซึ่งน่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกับไอ้พวกสวะที่จับตัวขวัญกับใบเฟิร์นไปไม่มีผิด ทั้งคู่ก็โดนหลอกล่อมาจากผับย่านพุทธมณฑลก่อนจะเลยเถิดไปไกล แถมรากเหง้าข
“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะคนสวย”กิ่งพลิกตัวขึ้นมานอนท่อมคร่อมทับฉันไว้ทันที มือเรียวเล็กยื่นมาเขี่ยปอยผมฉันเล่นด้วยท่าทางขี้เล่นยั่วยวน“เธอแอบทำอะไรฉันเมื่อคืนเนี่ยห่ะ?”“ก็นิดๆ หน่อยๆ แหละน่า เธอนี่มันไร้เดียงสาจริงๆ เลยนะ โดนสาวชวนขึ้นห้องสองต่อสองทั้งที ยังไม่รู้ตัวอีกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อ”“ฉันไม่คิดเลยว่าจะมาโดนเจ้าของบ้านจอมเจ้าเล่ห์รุกไล่เอาดื้อๆ แบบนี้”“เหมย... มาเป็นแฟนกับฉันไหมล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงดูปูเสื่อเธอเอง สบายใจหายห่วง”“ยัยบ้องเอ๊ย รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะเถอะน่า ฉันจะได้ขับรถกลับบ้านสักที”“วันนี้ฉันไม่มีคิวงานที่ไหนทั้งนั้นแหละ... พรุ่งนี้ก็หยุดยาว”“งั้นก็นอนต่อสิ รออะไรอยู่ ฉันเองก็ยังไม่อยากรีบกลับเหมือนกัน”“เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะ”พูดจบ กิ่งก็ก้มหน้าลงมาประกบปากแลกลิ้นดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เราสองคนกอดกันนัวเนียพลิกตัวสลับสับเปลี่ยนกันรุกและรับอย่างเป็นจังหวะจะโคน แม้จะไม่มีบทเพลงบรรเลงยาวนานเหมือนวันก่อน แต่ลีลาเด็ดดวงและรสสัมผัสที่กิ่งโถมเข้าใส่ก็เล่นเอาฉันแทบหมดแรงจนฉันอดคิดในใจไม่ได้ว่า... ยัยนี่มันแกล้งลงทุนเจ็บตัวตกบันไดเลื่อนเพื่อหลอกล่อให้ฉันตายใจแล้วพาเข
เมื่อเห็นว่าสายเกินกว่าจะกลับไปเรียน ฉันจึงให้ฝ้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพากันไปหาอะไรกิน ก่อนจะกลับมารับยัยตัวแสบนภาที่ ‘ขาย’ อาของตัวเองให้คนอื่น หนำซ้ำค่าตัวฉันยังเกือบหลักหมื่น (ที่ฝ้ายจ่ายเป็นการช่วยทำการบ้านให้นภาแทน)“เจ๊คะ ทำไมเจ๊แซ่บจัง หนูยังอยากกินอีกนะเนี่ย”“พอเลย อยากให้เจ๊ติดคุกหรือไง”“
เย็นวันเดียวกัน โซเฟีย โค้ชและคู่ซ้อมของนักกีฬาชาวโรมาเนียมาขอคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับแขกในบ้าน“คุณเหมย ฉันอยากให้คุณช่วยนวดผ่อนคลายให้นักกีฬาของพวกเราหน่อยได้ไหมคะ รวมถึงตอนไปแข่งด้วย เราจะแข่งทั้งหมด 3 รายการ พวกเราคุยกันแล้วว่าอยากจ้างคุณเป็นพิเศษ”ฉันวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเธอ “ได้ค่ะ ช
ฉันนั่งฟังสองแม่ลูกคุยโทรศัพท์กันอยู่นานสองนานจนแทบหลับ พอเริ่มง่วงเลยต้องเลี่ยงไปยืนรดน้ำต้นไม้รอ ไม่คิดเลยว่าอากาศที่ไทยจะร้อนระอุได้ขนาดนี้ตื๊อออออ!เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้น ฉันจึงเดินกลับเข้ามาเพื่อรับสาย เป็นเสียงน้าพรที่โทรเข้ามา“เหมย หลานไปรับคนที่จะมาพักหน่อยนะ น้าส่งข้อมูลไปในไลน์แล้
เสียงลูกบิดประตูขยับเบาๆ ฉันย่อตัวลงในมุมอับ ใช้โสตประสาทฟังจังหวะก้าวเดิน... ‘ผู้หญิง’ทันทีที่เห็นขาโผล่พ้นขอบประตู ฉันก็ฟาดขวดแก้วหนาหนักใส่หน้าแข้งเต็มแรง ก่อนจะตามด้วยฝ่ามือกระแทกเข้าท้องน้อยจนอีกฝ่ายตัวงอล้มลงไปกองกับพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของฉันด้วยแววตาตื่นตะลึง“กัดฟั







