LOGIN“ตำหนักพิรุณ...”
“สำนักหมอดูหรืออะไรทำนองนั้นใช่ไหม” ทั้งสามสาวมองหน้ากันไปมาเพื่อหาคำตอบ
ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยกกระเป๋าลงแล้วเดินเข้าไปด้านในหอพัก รปภ. หญิงที่เฝ้าประตูพอเห็นฉันก็รีบออกมาต้อนรับ พร้อมเรียกแม่บ้านให้มาช่วยยกของจากรถ ไม่นานแม่บ้านก็เดินมาพร้อมกับรถเข็นคันใหญ่
“แม่บ้านกับ รปภ. ที่ไหนจะสวยขนาดนี้เนี่ย” หนึ่งในสามสาวพึมพำ
“สวัสดีค่ะคุณเหมย ฉันชื่อน้ำอิงเป็นแม่บ้านของที่นี่ ส่วนทางนี้คือพี่สวยค่ะ” น้ำอิงมองไปทางสามสาวที่ยืนอ้าปากค้าง “แล้วคนพวกนี้คือ...”
“เหมยเก็บมาได้น่ะ ไม่ต้องใส่ใจหรอก ช่วยเปิดห้องฝั่งหอพักให้พวกเธอหน่อยนะ”
น้ำอิงพยักหน้ารับ ฉันจึงพาทั้งสามคนมุ่งหน้าไปที่อาคารหลัก พอน้ำอิงบอกว่าน้าพรให้คนทำความสะอาดอาคารปีกขาวของบ้านไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขอแยกตัวไปพักผ่อนทันที
พอช่วงเย็น ฉันลงมานั่งทานข้าวที่ใต้อาคารพักส่วนตัวซึ่งอยู่หลังหอพัก ทั้งสามคนแนะนำตัวทีละคน คนแรกชื่อ ‘หวาน’ คนที่พาฉันเที่ยวและนอนกับฉันเมื่อคืน ส่วนอีกสองคนผิวคล้ำนิดหน่อย หน้าตารูปร่างคล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออก ทั้งคู่เป็นฝาแฝดชื่อ ‘โม’ กับ ‘ส้ม’
ฉันพยักหน้ารับพลางมองทั้งคู่ที่สวมเสื้อกล้ามรัดรูปกับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาที่กระชับดูดีสมชื่อจริงๆ ส่วนหวานเองก็ไม่น้อยหน้าใคร... ใช่ ฉันชิมมาแล้วนี่นา!
“ให้หวานอยู่ด้วยจะดีเหรอคะคุณเหมย”
ฉันคีบเนื้อค้างอยู่ในปากเมื่อเจ้าตัวโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อรินน้ำใส่แก้วให้ฉัน อึก! ฉันรีบกลืนเนื้อลงคออย่างไม่ทันตั้งตัว “ดีสิ”
“พวกเราขอมาอยู่ด้วยได้ไหมคะ” ฝาแฝดถามขึ้นพร้อมกัน
ฉันถามกลับว่าปกติพวกเธอทำงานอะไร ทั้งคู่ตอบว่าเป็นพริตตี้ตามงานมอเตอร์โชว์ ถ่ายแบบโฆษณา และรับงานขับรถบ้างในบางครั้ง แต่อางานหลักจริงๆ คือเป็นเซลล์ขายรถหรู
“ได้นะ แต่ที่นี่ไกลหน่อยจะสะดวกเหรอ” ฉันจิบน้ำแล้วมองหน้าพวกเธอ “แล้วงานที่ทำอยู่นั่นล่ะ”
ทั้งสามคนเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่หวานจะตอบเสียงเบาว่าเธอถูก ‘แบน’ ออกจากวงการถาวรจนตกงานเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกสองสาวก็เพิ่งโดนไล่ออกมาหมาดๆ เช่นกัน สุดท้ายพวกเธอก็ซดเบียร์ต่างน้ำจนเมาไม่ได้สติ ฉันนั่งกุมขมับมองสามสาวที่นอนแผ่เหมือนคนตาย
พวกพี่สวยกับน้ำอิงก็เลิกงานกลับไปแล้ว ทำให้ฉันต้องจัดการย้ายทั้งสามคนเพียงลำพัง
“ให้ตายเถอะ นี่ฉันไป...” พูดไม่ทันจบ หวานก็ผลักฉันลงบนโซฟาด้วยสายตาฉ่ำเยิ้ม รสจูบนั้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ เราต่างก็ถอดเสื้อผ้าออกแล้วจมดิ่งเข้าสู่ห้วงอารมณ์ด้วยกันทั้งคู่
เช้าวันต่อมา น้าพรกลับมาที่หอพักพร้อมกับเลขาส่วนตัว
“หลานคิดจะส่งคนเข้าไปทำงานในบริษัทของน้าเหรอ” น้าพรเอ่ยถาม
“สามคนค่ะน้าพร พวกเธอเรียกว่าอะไรนะ...” ฉันหันไปมองหน้าสามสาวที่เพิ่งตกงานเมื่อวาน “อ้อ... สาวบริการค่ะ”
แค่กๆ!
น้าพรสำลักน้ำจนเลขาต้องรีบมาลูบหลังให้เบาๆ “ยัยโง่!”
ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมน้าต้องตะโกนเสียงดังขนาดนั้น ฉันว่าฉันพูดไม่ผิดนะ ในเมื่อพวกเธอทำงานด้านบริการ ถ้าไม่เรียกว่าสาวบริการจะให้เรียกว่าอะไร? แต่ฉันก็ไม่ได้เถียงอะไรต่อ มองดูน้าพรพลิกอ่านแฟ้มผลงานของทั้งสามคนแทน
“ตกลง น้าจะรับพวกเธอเข้าทำงาน แล้วหลานล่ะ... มีคนช่วยงานที่ร้านหรือยัง”
ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่มี แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็นเท่าไหร่เลยให้พวกเธอไปฝึกงานกับน้าพรก่อน ระหว่างที่นั่งคุยกันก็มีสายโทรเข้ามาจากเหล่าจ้าว
“หวานว่างไหม ขับรถไปสนามบินให้หน่อย”
“อาเหมย หลานคิดว่าสนามบินเป็นตลาดสดหรือไง คิดจะไปก็ไป” น้าพรบ่น
“ก็ปกติไม่ใช่เหรอคะ... อ้อ เหมยขอเข้าถึงข้อมูลฝั่งโรงแรมหน่อยนะคะ” ฉันพูดจบก็รีบกรอกข้อมูลผู้เข้าพักตามที่เหล่าจ้าวส่งมาให้ เป็นทีมช่างฝีมือด้านงานตกแต่งและออกแบบงานวัฒนธรรมร่วมสมัย 6 คน เครื่องน่าจะถึงช่วงเย็น ฉันถามน้าว่ามีรถตู้ไหมเพราะต้องขนของเยอะด้วย
“กี่คน แล้วใครจ่ายค่ารถ”
“เหล่าจ้าวค่ะ” ฉันตอบสั้นๆ แล้วเดินไปเปลี่ยนชุด
พอกลับมาก็เห็นหวานยืนรออยู่แล้ว ส่วนอีกสองคนตามน้าพรไปที่บริษัทเพื่อเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้
รถตู้สีดำคันใหญ่เคลื่อนออกจากหอพักมุ่งหน้าสู่ทางด่วนเพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิ เรานำรถไปจอดที่อาคารจอดรถด้านหลัง
“ไปเถอะ ลงไปรอรับคนกัน” ฉันเดินนำหวานเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร พอดูเวลาก็เห็นว่ายังเหลืออีกนานเลยชวนกันไปนั่งในร้านอาหาร
จังหวะที่เข้าห้องน้ำ ฉันอาศัยช่วงที่ไม่มีคนดึงหวานเข้าไปในห้องน้ำด้วยกันเพื่อ ‘กินของหวาน’ ให้ชื่นใจ หวานมองตาฉันเหมือนจะประท้วง
“ฉันคิดผิดไหมเนี่ยที่มาทำงานกับคุณ”
“หวานงอนเหมยเหรอ” ฉันจูบเธอเบาๆ ฉันรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่กลับมาไทย ความต้องการมันเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวจนน่าตกใจ ทั้งที่ปกติฉันก็คลุกคลีอยู่กับบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องเป็นปกติอยู่แล้ว
จู่ๆ ร่างกายของฉันก็ร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก ฉันรีบพาหวานกลับไปที่รถทันที แล้วส่งพิกัดให้คนของเหล่าจ้าวมาหาแทน
“คุณเหมยเป็นอะไรไปคะ!” หวานเริ่มกังวลเมื่อเห็นเลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกและซึมที่ขอบตาของฉัน
ฉันกัดฟันแน่น “เอากระเป๋าให้ฉัน!” ทว่ามันไม่ทันแล้ว ฉันต้องถ่ายพลัง ‘หยิน’ ออกโดยเร็ว แต่พอดูในกระเป๋า... “ยา... ไม่มียา!” มือฉันเริ่มสั่นเทา “หวาน... ช่วยฉันที”
“ค่ะ!”
ฉันไม่รอช้า จัดการกับร่างกายตัวเองทันที หวานรู้ใจว่าฉันต้องการอะไร ผ่านไปร่วมชั่วโมงฉันแทบนอนหมดแรงอยู่ในรถ ดีที่ฉันใช้วิชากันเสียงและสร้างภาพลวงตาไว้ ประกอบกับบริเวณนั้นไม่ค่อยมีคน ไม่เช่นนั้นคงแย่แน่ ส่วนหวานก็นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว
‘ท่านอาจารย์ ส่งยามาให้ศิษย์หน่อยค่ะ’ ฉันพิมพ์ข้อความลงในแชท ไม่นานก็มีข้อความตอบกลับมา ‘ตรุษจีนนี้ให้กลับไปเอาเอง’
“ท่านคิดว่าไทยกับจีนอยู่แค่ปากซอยหรือไงคะ” ฉันบ่นอุบ ก่อนจะจัดการเช็ดตัวให้ทั้งหวานและตัวเอง รีบทำความสะอาด ฉีดน้ำยาปรับอากาศ และเปิดแอร์ระบายอากาศอย่างรวดเร็ว
“คุณเหมยโอเคไหมคะ” หวานที่ตื่นมาเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วถามขึ้น
“ขอบคุณเธอมากเลยนะหวาน”
“ค่ะ...” ฉันว่าสายตาที่หวานมองฉันมันดูแปลกไป เหมือนเสือที่เห็นเหยื่อไม่มีผิด
ตื๊ออออ...
เบอร์โทรศัพท์จากคนของเหล่าจ้าวดังขึ้น ดูเหมือนพวกเธอจะหลงทาง ฉันกับหวานเลยต้องเดินออกไปรับที่หน้าประตู
“ใช้เวลาตั้งสองชั่วโมงเลยเหรอคะ” ฉันถามหวานที่เดินท่าทางแปลกๆ ขาสั่นพั่บๆ
“คุณหวาน... แรงดีจังเลยนะคะ” คนที่เดินผ่านไปมาหันมองเราเป็นตาเดียวจนฉันต้องรีบลากหวานหนีออกมา
หลังพบกับกลุ่มคนที่เหล่าจ้าวส่งมา เราก็ช่วยกันขนของขึ้นรถแล้วตรงกลับหอพักทันที ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนฉันก็ลากสังขารอันเหนื่อยเพลียกลับไปที่ห้อง
“เหมย... มาคุยกับน้าหน่อยสิ”
ฉันถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นน้าพรในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงปรี๊ดนั่งรออยู่...
บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาวยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับละอองหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา ผสมผสานกับความเงียบสงัดไร้สรรพเสียงของผืนป่าทึบเบื้องหน้า จนให้ความรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าจะมาทำภารกิจช่วยตัวประกันเสียอีก“ปราณค้นหา!”กระแสพลังลมปราณรับรู้แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาลำไพรทั่วทั้งเขตภูเขา แต่กลับไม่มีสัญญาณพลังชีวิตแปลกปลอมใดๆ ตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย ทว่า... บริเวณหุบเบื้องหน้ากลับปรากฏจุดแสงสีแดงเลือนรางส่องสว่างขึ้นมาจุดหนึ่ง“มันคืออะไรกันแน่...”ฉันบังคับม้าคู่ใจให้เดินย่างก้าวช้าๆ อย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดยืนหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ไม่ไกลจากปากถ้ำมืดทึบแห่งหนึ่ง มีกลุ่มควันไฟจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากด้านใน รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยล้อรถยนต์และรอยเท้าคนจำนวนมากที่ขับลุยเข้ามา“ซาซ่า... ช่วยติดต่อหน่วยสนับสนุนให้ที ฉันเจอถ้ำที่มีลักษณะโครงสร้างแปลกประหลาดคล้ายกับที่เราเคยเจอในป่าลึกแล้วล่ะ” ฉันตัดสินใจต่อสายตรงหาพวกพ้อง‘คุณอยู่ไหนเนี่ย?’ ปลายสายถามด้วยความแปลกใจ“อยู่แถวเขตชายแดนฮังการี” ฉันส่งพิกัดดาวเทียมอัปเดตกลับไปให้ซา
พูดจบฉันก็ขี่กระบี่บินพุ่งตัวทะยานออกไปทันที แต่ก็ไม่ลืมส่งสัญญาณบอกให้จอร์ทช่วยประสานงานแจ้งเตือนทางเรดาร์ว่าเป็นเพียงการทดสอบอากาศยานลับของฝั่งอเมริกา จากนั้นฉันก็เร่งพลังปราณพุ่งทะลุชั้นเมฆขึ้นไปด้านบน บินด้วยความเร็วสูงลิ่วตามเส้นทางการบินสากลของฝั่งทหารระหว่างที่กำลังรักษาระดับความเร็วฝ่ากระแสลม จอร์ทก็ส่งข้อความเข้าเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวว่า จะมีฝูงบินทหารผ่านเส้นทางที่ฉันกำลังมุ่งหน้าไปฮังการีพอดี ให้ระวังตัวและอย่าบินเฉี่ยวชนกับใคร ฉันเลยพิมพ์ตอบกลับไปทีเล่นทีจริงว่า ‘งั้นขอเกาะปีกเครื่องบินอาศัยไปด้วยหน่อยก็แล้วกัน’ ทำเอาปลายสายอย่างจอร์ทหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นและไม่นานนัก... เครื่องบินขนส่งทหารขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีสัญลักษณ์ ‘ดาวแดง’ เด่นหร่าอยู่ข้างลำตัวเครื่องก็ปรากฏโผล่เข้ามาอยู่ในระยะสายตา หรือว่าตะกี้นี้ฉันบินเอื่อยเฉื่อยช้าเกินไป ฝูงบินขนส่งยักษ์พวกนี้ถึงได้บินไล่ตามมาทันกันแน่นะเนี่ย?ฉันเลยผ่อนแรงลดความเร็วลงเล็กน้อย บินร่อนไปประกบตีคู่จนอยู่ในวิสัยทัศน์ของห้องนักบินพอดี“ขึ้นฟรี...” นักบินหนุ่มในชุดเครื่องแบบเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นใหญ่แล้วยกโชว์ขึ้นแปะกระจกฉั
“หวานขอร้องเถอะค่ะ... หยุดแกล้งหนูเถอะนะ”หวานส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนจะร้องไห้แต่คนอย่างฉันมีหรือจะยอมหยุดง่ายๆ ฉันจัดการตวัดและตอกลิ้นเข้ากับร่องโพรงอุ่นชื้นแฉะที่ขมิบตอดรัดเป็นจังหวะ จนเด็กสาวบิดเร่าส่ายสะโพกหนีด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด มือเรียวเล็กเอื้อมมากดท้ายทอยของฉันไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์ ปากก็ต้องกัดนิ้วตัวเองเอาไว้จนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางหวานๆ ออกมาลั่นห้องและพอสายโทรศัพท์ถูกตัดวางลง หวานก็หันมาทุบตีไหล่ฉันชุดใหญ่ทั้งน้ำตาซึม “คุณเหมยคนนิสัยไม่ดี!”“โอ๋ๆ น่ารักจริงๆ เลย... มานี่มะ เดี๋ยวฉันปลอบ”“ว้าย!! คุณเหมยก็จะ...”หวานอุทานลั่นบ้านเมื่อจู่ๆ ฉันก็ช้อนอุ้มร่างบางของเธอลอยหวือกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อเริ่มต้นภารกิจออกกำลังกายยามเช้าต่อทันทีแบบไม่ปล่อยให้พักหายใจ“คุณเหมยค่ะ... เมื่อกี้ทางครูแพทโทรมาบอกว่า จะพาหมอนวดฝีมือดีมาใหม่อีกสองคนค่ะ บอกว่าฝากมาทำงานด้วย” หวานเอ่ยบอกเสียงกระเส่าขณะนอนซุกซบอยู่บนอกของฉันพลางส่งสายตาปริบๆ เหมือนลูกแมวอ้อน“หึ... ฝากงานที่ไหนกันล่ะ ทรงแบบนี้เอามาทำงานขัดดอกใช้หนี้ชัดๆ”“นี่คุณเหมยคิดจะเปิดร้านนวดแผนไทยจริง
เช้าวันต่อมา... โอปอเดินหน้าตาตื่นเข้ามาเคาะห้องทำงานส่วนตัวของฉันเพื่อขอโทษขอโพยกับเรื่องเมื่อวาน เธอยยอมเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมดว่า ที่บ้านของเธอไปกู้เงินธนาคารมาสองล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนปรับปรุงร้านอาหารเล็กๆ และเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองหมุนเวียน ส่วนตัวเธอก็กู้ยืมเงิน กยศ. เรียนหนังสือมาตลอดแต่ปัญหาคือพอใกล้จะถึงงวดชำระคืนงวดสุดท้าย จู่ๆ ผู้จัดการสาขาธนาคารเจ้าเดิมก็ส่งคนแปลกหน้ามาติดต่อพูดคุย อ้างว่าสำนักงานใหญ่มีคำสั่งให้เร่งรัดปิดหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พวกมันเลยยื่นข้อเสนอทางเลือกนรกให้... คือบังคับเธอต้องไปทำงานส่งยาและบริการแขกในเครือข่ายของพวกมัน แลกกับการไม่ถูกฟ้องล้มละลายและการยึดบ้านยึดทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัว“เรื่องนี้ลุงว่ายังไงบ้างคะ?” ฉันหันไปปรึกษาชายวัยกลางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ“เฮ้อ... เรื่องมันใหญ่โตเกินกว่ากำลังของเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหวแล้วล่ะนะ” ลุงถอนหายใจยาว“ถ้าไอ้พวกเวรตะไลนี่มันไม่รนหาที่วิ่งมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านหนูเองนะ... หนูค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางอยากจะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกมันหรอก”“เธอนี่มันเกิดมาพร้อมกับตัวดูด
“คือว่า... หนูไปรับจ๊อบทำงานมาค่ะ” โอปออ้อมแอ้มตอบ หลบสายตาฉันฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโอปอ... อ่านประกายชะตาชีวิตของเธอ หากเด็กคนนี้ยังดึงดันเอาตัวเองไปพัวพันกับอโคจรสถานหรือสิ่งที่กำลังทำลายชีวิตคนอื่น “จงหยุดซะเถอะนะโอปอ... อย่าปล่อยให้เงินก้อนนี้มันมาทำลายอนาคตหนูเลย”“หนูไม่ได้ทำอะไรไม่ดีจริงๆ นะคะเจ๊”“โอปอ... พี่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองอะไรเลยสักนิด ตั้งใจเรียนให้จบแล้วมาทำงานกับพี่ ค่อยหักทยอยใช้หนี้จากเงินเดือนก็ได้ ถ้าน้องเดือดร้อนเรื่องเงินจริงๆ ทำไมไม่มาหาพี่ตรงๆ?”โอปอน้ำตาซึม “หนูขอโทษค่ะ...”“บอกพี่มา... ใครเป็นคนจ้างให้เธอไปทำอะไรแบบนี้?”“รุ่นพี่ต่างวิทยาลัยค่ะ... เขาบอกว่าเป็นงานสบาย แค่ไปยืนเสิร์ฟอาหารแล้วก็ช่วยแจก ‘ลูกอมพิเศษ’ ให้กับพวกแขกในงานปาร์ตี้แค่นั้นเองค่ะ...”ฉันรู้ทันทีว่าลูกอมที่พูดถึงคืออะไร... มันไม่มีทางเป็นลูกอมแก้เจ็บคอธรรมดาแน่ๆ แต่มันคือยาอีหรือยาเคอัดเม็ดที่พวกแก๊งค้ายานรกใช้มอมเหยื่อในปาร์ตี้อโคจร ซึ่งน่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกับไอ้พวกสวะที่จับตัวขวัญกับใบเฟิร์นไปไม่มีผิด ทั้งคู่ก็โดนหลอกล่อมาจากผับย่านพุทธมณฑลก่อนจะเลยเถิดไปไกล แถมรากเหง้าข
“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะคนสวย”กิ่งพลิกตัวขึ้นมานอนท่อมคร่อมทับฉันไว้ทันที มือเรียวเล็กยื่นมาเขี่ยปอยผมฉันเล่นด้วยท่าทางขี้เล่นยั่วยวน“เธอแอบทำอะไรฉันเมื่อคืนเนี่ยห่ะ?”“ก็นิดๆ หน่อยๆ แหละน่า เธอนี่มันไร้เดียงสาจริงๆ เลยนะ โดนสาวชวนขึ้นห้องสองต่อสองทั้งที ยังไม่รู้ตัวอีกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อ”“ฉันไม่คิดเลยว่าจะมาโดนเจ้าของบ้านจอมเจ้าเล่ห์รุกไล่เอาดื้อๆ แบบนี้”“เหมย... มาเป็นแฟนกับฉันไหมล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงดูปูเสื่อเธอเอง สบายใจหายห่วง”“ยัยบ้องเอ๊ย รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะเถอะน่า ฉันจะได้ขับรถกลับบ้านสักที”“วันนี้ฉันไม่มีคิวงานที่ไหนทั้งนั้นแหละ... พรุ่งนี้ก็หยุดยาว”“งั้นก็นอนต่อสิ รออะไรอยู่ ฉันเองก็ยังไม่อยากรีบกลับเหมือนกัน”“เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะ”พูดจบ กิ่งก็ก้มหน้าลงมาประกบปากแลกลิ้นดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เราสองคนกอดกันนัวเนียพลิกตัวสลับสับเปลี่ยนกันรุกและรับอย่างเป็นจังหวะจะโคน แม้จะไม่มีบทเพลงบรรเลงยาวนานเหมือนวันก่อน แต่ลีลาเด็ดดวงและรสสัมผัสที่กิ่งโถมเข้าใส่ก็เล่นเอาฉันแทบหมดแรงจนฉันอดคิดในใจไม่ได้ว่า... ยัยนี่มันแกล้งลงทุนเจ็บตัวตกบันไดเลื่อนเพื่อหลอกล่อให้ฉันตายใจแล้วพาเข
ฉันนั่งฟังสองแม่ลูกคุยโทรศัพท์กันอยู่นานสองนานจนแทบหลับ พอเริ่มง่วงเลยต้องเลี่ยงไปยืนรดน้ำต้นไม้รอ ไม่คิดเลยว่าอากาศที่ไทยจะร้อนระอุได้ขนาดนี้ตื๊อออออ!เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้น ฉันจึงเดินกลับเข้ามาเพื่อรับสาย เป็นเสียงน้าพรที่โทรเข้ามา“เหมย หลานไปรับคนที่จะมาพักหน่อยนะ น้าส่งข้อมูลไปในไลน์แล้
ฉันนอนสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของน้าสาวที่กำลังหลับปุ๋ยอย่างสบายใจ หลังจากที่เธอจับฉันกดลงบนเตียงทันทีที่รู้เรื่องระหว่างฉันกับหวาน น้าพรของฉันเองก็แรงดีไม่น้อย ดูท่าคงจะเก็บกดมานานถึงได้จัดเต็มทั้งคืนจนฉันแทบไม่ได้พักหายใจฉันค่อยๆ พยายามพาตัวเองออกจากอ้อมกอดของน้าพรที่มีตัวโตกว่าฉันมาก เธอสูงถึง 185 เ
“ยัยเหมยยยยย!”ฉันรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน เมื่อน้าสาวคนสวยตะโกนลั่นสายมาขนาดนั้น“มีอะไรคะน้าพร”“หลานสั่งอะไรมาเยอะแยะ!”“ก็น้าบอกว่ามีห้องร้านค้าว่าง เหมยเลยสั่งของไปลงไงคะ”เสียงน้าสาวถอนหายใจยาวเหยียด บอกแค่ว่าจะให้คนขนไปเก็บไว้ในร้านค้าที่ว่างให้ก่อนจะตัดสายทิ้งไปอย่างไว ส่วนฉันยัง
เสียงลูกบิดประตูขยับเบาๆ ฉันย่อตัวลงในมุมอับ ใช้โสตประสาทฟังจังหวะก้าวเดิน... ‘ผู้หญิง’ทันทีที่เห็นขาโผล่พ้นขอบประตู ฉันก็ฟาดขวดแก้วหนาหนักใส่หน้าแข้งเต็มแรง ก่อนจะตามด้วยฝ่ามือกระแทกเข้าท้องน้อยจนอีกฝ่ายตัวงอล้มลงไปกองกับพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของฉันด้วยแววตาตื่นตะลึง“กัดฟั







