Share

บทเรียนนอกตำรา

last update Tanggal publikasi: 2026-04-25 21:11:25

เย็นวันเดียวกัน โซเฟีย โค้ชและคู่ซ้อมของนักกีฬาชาวโรมาเนียมาขอคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับแขกในบ้าน

“คุณเหมย ฉันอยากให้คุณช่วยนวดผ่อนคลายให้นักกีฬาของพวกเราหน่อยได้ไหมคะ รวมถึงตอนไปแข่งด้วย เราจะแข่งทั้งหมด 3 รายการ พวกเราคุยกันแล้วว่าอยากจ้างคุณเป็นพิเศษ”

ฉันวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเธอ “ได้ค่ะ ช่วงนี้ฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันขอให้คุณช่วยฉันก่อนเลยแล้วกันนะ”

“ช่วย?” ฉันมองหน้าโซเฟียอย่างไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร

“บางทีพวกเราก็มีความกดดันที่บอกใครไม่ได้น่ะค่ะ มันเป็นส่วนหนึ่งของการผ่อนคลายทั้งร่างกายและอารมณ์”

ฉันพยักหน้ารับคำ “ได้ค่ะ” พอลองวิเคราะห์ดูแล้ว ดูเหมือนบ่ากับเอวของเธอจะรับภาระหนักเกินไป แถมยังมีอาการเจ็บลามไปถึงหลังและต้นขาด้วย

“จะเจ็บหน่อยนะค”

ฉันกดลงบนจุด ไหปลาร้า และนวดคลึงเบาๆ ที่ใต้ราวนมอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดมือแล้วพาเธอขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นสอง ไม่ต้องบอกเธอก็รู้งานว่าต้องทำอะไร ไม่นานนักร่างเปลือยเปล่าของโค้สาวก็ลงไปนอนคว่ำอยู่บนเตียง

“ดูท่าสะโพกกับเข่าจะรับน้ำหนักมากเกินไปนะคะ” ฉันนั่งคร่อมลงบนขาของเธอ ใช้นิ้วโป้งกดลงเหนือกระเบนเหน็บพร้อมๆ กับหลังส่วนล่าง ค่อยๆ เพิ่มแรงกดอย่างจังหวะ ก่อนจะไล่เส้นลงมาที่ต้นขาใต้ก้นยาวไปจนถึงเหนือเข่า

“เบามือหน่อยค่ะ...” เธอครางประท้วง

ฉันพยักหน้าแล้วนวดวนรอบหัวเข่าไล่ลงไปจนถึงข้อเท้าและฝ่าเท้า ตามด้วยการฝังเข็มเพื่อกระตุ้นการไหลเวียน

“เป็นยังไงบ้างคะ”

“โอเคเลยค่ะ ตัวเบาขึ้นมาก ไม่เจ็บแล้ว”

“ต่อไปเป็นส่วนบนนะคะ มันจะรู้สึกแปลกๆ หน่อยนะ”

โซเฟียไม่ได้ตอบอะไร ฉันจึงเริ่มคลายกล้ามเนื้อหลังและสะบักแขน พอออกแรงกดลงไปเต็มที่ เธอก็ร้องออกมาดังลั่นห้อง ฉันรีบกดจุดเพื่อไล่ลมที่อั้นไว้ออกทันที ตามด้วยการรีดเลือดเสียออกทางปลายนิ้วมือ

“ยกตัวขึ้นหน่อยค่ะ”

ฉันจัดท่าให้เธอหมอบกราบ ก้นยกสูงและกดอกลงกับเตียง ฉันนับหนึ่ง สอง สาม... ป็อก! เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นพร้อมเสียงครางแผ่วเบาที่หลุดออกมา ฉันลูบไล้ไปตามแผ่นหลังที่เกรียมแดดจนเห็นรอยเสื้อกีฬาชัดเจน

“อย่าแกล้งกันสิคะ ฉันไม่รังเกียจหรอกนะ...”

“ได้ค่ะ”

เมื่อร่างกายผ่อนคลาย ฉันก็เริ่ม ‘ผ่อนคลายทางอารมณ์’ ให้เธออย่างอ่อนโยนและเชี่ยวชาญ เสียงครางหวานหูดังขึ้นไม่ขาดสาย ฉันกระซิบข้างหูว่าจะนวดด้านหน้าให้ เธอก็พลิกตัวนอนหงายด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ มองดูฉันที่วุ่นอยู่กับจุดกึ่งกลางกาย ไล่ขึ้นมาจนถึงหน้าอกแล้วนวดวนเบาๆ ขณะที่นิ้วมือยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์

“สุดยอดเลย... สะสมมาหลายเดือน โล่งไปหมดเลยค่ะ” โซเฟียที่อาบน้ำเสร็จเดินกลับมานั่งข้างฉันบนเตียง

“โอเคไหมคะ”

“โอเคที่สุดเลยค่ะ นวดแบบนี้... ต้องมี ‘ของดี’ ใช่ไหมเนี่ย” โซเฟียหันมาจูบฉันอย่างดูดดื่ม “พรุ่งนี้จะให้เด็กๆ สลับกันมานะคะ”

“แล้วเจอกันค่ะ”

เมื่อเธอกลับไป ฉันก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายใจ แต่น้าพรก็เดินเข้ามายืนมองฉันที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ฉันแกล้งอ้าขาออกเล็กน้อยเป็นการเชิญชวน

“ยัยหนู ทำไมถึงร่านแบบนี้หือ?”

“ก็เพราะน้านั่นแหละ”

“หรอคะคนสวย...” น้าพรมองฉันแล้วเอื้อมมือไปปิดไฟ ก่อนที่ความร้อนแรงจะเริ่มขึ้น ฉันกลายเป็นเครื่องบำบัดอารมณ์ของเธอ น้าพรกลายเป็นแม่เสือสาวผู้ดุร้าย ส่วนฉันก็เป็นเพียงกระต่ายขาวตัวน้อย

“หวานไปทั้งตัวเลยนะเหมย...” หลังเสร็จกิจ เธอยังคงกอดกระชับฉันไว้ สองมือยังไม่หยุดซุกซนจนฉันเสียวซ่านไปทั้งตัวก่อนจะเผลอหลับไปพร้อมเธอ

“เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอคะ... ที่รัก” ฉันยิ้มยั่วเธอที่กำลัง ‘ชิม’ ร่างกายฉันเหมือนเป็นอาหารเช้า สองมือของฉันกดศีรษะเธอไว้แน่น เม้มปากจนเป็นเส้นตรงด้วยความเสียวซ่าน

“นอนต่อเถอะ เดี๋ยวให้น้าหวานดูงานไปก่อน น้ากลับดึกหน่อยนะไม่ต้องรอ”

“ค่ะ...” เธอจูบฉันแล้วเดินออกไป ฉันตื่นมาอีกทีก็เย็นมากแล้ว เห็นโซเฟียนั่งรออยู่ที่โซฟาปลายเตียงพร้อมนักกีฬาอีกคนที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่

“มาตั้งแต่ตอนไหนคะ?”

“คุณหวานให้เข้ามารอในห้องค่ะ”

ฉันพยักหน้าแล้วบิดขี้เกียจ ก่อนจะเดินไปอาบน้ำโดยลืมไปว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น พอกลับออกมา ฉันใส่เพียงเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นตัวบาง ไม่ได้ใส่อะไรทับข้างในเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

“สีหน้าคุณดูดีขึ้นมากเลยนะ”

“ขอบคุณมากค่ะ เป็นเพราะคุณแท้ๆ” ฉันยิ้มแล้วเริ่มพูดคุยสอบถามอาการเพื่อเริ่มทำการรักษา...

สองชั่วโมงผ่านไป นักกีฬาชาวโรมาเนียคนนั้นดูสดใสขึ้นมาก อาการบาดเจ็บหายไปเป็นปลิดทิ้ง โซเฟียให้นักกีฬากลับไปก่อน แล้วกระซิบบอกฉันว่าขอ ‘แบบพิเศษ’ ทำเอาท้องน้อยฉันปั่นป่วนไปหมด

“คุณนี่มีของดีไม่น้อยเลยนะ...” โซเฟียหอบหายใจแรง ทิ้งตัวลงกองกับพื้นด้วยความหมดแรง

“รีบกลับเถอะค่ะ ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย”

“จริงด้วยสินะ”

เมื่อฟ้ามืดลง ฉันกับหวานก็มานั่งทานปิ้งย่างอยู่ที่ลานหินกว้าง โดยมีโมกับส้มตามมาสมทบทีหลัง พวกเธอขอบคุณฉันมากที่ให้ทั้งงานและที่อยู่ ทำให้ปีใหม่นี้มีเงินกลับบ้านและมีเงินซื้อของส่วนตัว เงินเดือนที่ได้รวมๆ เกือบสามหมื่นบาท นอกจากงานประชาสัมพันธ์แล้ว พวกเธอยังเป็นนางแบบโฆษณาให้บริษัทน้าพรด้วย ส่วนหวานส่วนใหญ่จะช่วยฉันบริหารโรงแรม ดีที่มีพวกเสี่ยวอี้มาเสริม ทำให้งานสบายขึ้นเยอะ

“เจ๊คะ พวกเราไม่มีอะไรจะตอบแทนเลย...”

“ส้มว่า... พวกเรา...”

ฉันหน้าแดงก่ำ มองผ่านเสื้อตัวบางของส้มจนเห็นบราลูกไม้สีดำข้างใน “ส้ม... ใจเย็นๆ นะ”

สามสาวรวมหัวกันโทรไปหาน้าพรซึ่งเป็นเจ้านาย คุยกันไม่นานก็รีบทานข้าวแล้วช่วยกันเก็บของไปล้าง ใช่! คืนนั้นทำเอาฉันขาอ่อนจนแทบเดินไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นเหยื่อของสาวๆ ทั้งสามคนไปเสียแล้ว ฉันนอนหมดแรงหลังจากเจอ ‘ของเล่น’ ของพวกเธอที่จัดหนักไม่ยอมหยุดมือ เริ่มสงสัยแล้วว่าฉันพลาดตรงไหน ทำไมถึงโดนรุมนวดแบบ ‘พิเศษ’ ขนาดนี้...

เช้า วันพุธ หลังจากเสร็จภารกิจส่วนตัว ฉันก็มานั่งตรวจงานต่อเติมที่คืบหน้าไปมาก ห้องพักเสร็จสมบูรณ์หมดแล้ว เหลือเพียงการจัดวางอุปกรณ์และเดินระบบไฟฟ้ากับระบบอากาศเท่านั้น

“เหมย” ฉันหันไปมองน้าพรที่พักนี้เริ่มเรียกชื่อฉันแปลกไป

“ผัวมีอะไรให้เมียช่วยคะ?”

แค่กๆ! หวานถึงกับสำลักน้ำเมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น

“อย่าเล่นสิ”

“ก็ได้ค่ะ มีอะไรเหรอคะ”

“น้าจะให้ลูกสาวย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่นี่ด้วย เรื่องเรียนกับการรับส่งฝากหลานดูแลด้วยนะ” ฉันถึงกับพูดไม่ออก รู้แค่ว่าลูกสาวน้าพรกำลังจะจบมัธยมต้น เป็นหลานสาวที่ฉันแทบไม่เคยเจอหน้าเลย

“แล้วน้าจะไปไหนล่ะคะ”

น้าพรเดินเข้ามาใกล้ฉัน “เมียช่วยผัวดูแลหน่อยไม่ได้เหรอคะ พอดีผัวต้องออกไปทำงานข้างนอกน่ะ”

หวานตาเหลือก ทุบอกตัวเองอย่างแรงราวกับจะบอกว่า ‘นี่พวกเจ๊เล่นอะไรกันเนี่ย!’

ฉันตอบตกลงแล้วคว้าคอน้าพรลงมาจูบโชว์จนคนแถวนั้นพากันเบือนหน้าหนี

“คุณเหมยคะ...” ฉันผละออกแล้วเห็นครูแพทเดินเข้ามาพร้อมกลุ่มนักเรียน

“ค่ะครูแพท”

“พรุ่งนี้พวกเราจะกลับกันแล้ว แพทอยากให้นักเรียนที่เป็นนักกีฬาเทนนิสของโรงเรียนได้มีโอกาสลองแข่งกับนักกีฬาอาชีพดูจะได้ไหมคะ”

ฉันมองกลุ่มเด็กนักเรียนในชุดลำลอง ดูน่ารักสมวัย “ครูมีแผนจะส่งน้องๆ ลงแข่งรายการใหญ่เหรอคะ?”

ครูแพทพยักหน้า ฉันจึงโทรหาอเล็กซ์ให้มาคุยกันที่ห้องทำงาน เพราะดูแล้วคนที่มีฝีมือและรู้น้ำหนักมือดีที่สุดก็น่าจะเป็นสาวผิวแทนชาวอเมริกันคนนี้แหละ

“เหมย มีอะไรให้ฉันช่วยเหรอ”

“ฉันอยากให้คุณช่วยจัดโปรแกรมซ้อมให้เด็กกลุ่มนี้หน่อยได้ไหมคะ” อเล็กซ์มองเด็กๆ อยู่พักใหญ่ก่อนจะพยักหน้า “ตกลงค่ะ”

ตกเย็น การแข่งขันนัดมิตรภาพเล็กๆ ก็เริ่มขึ้น ฉันคิดว่าแค่เล่นกันสนุกๆ แต่ที่ไหนได้ ฝั่งนักกีฬาอาชีพจัดเต็มจนเด็กๆ ทำแต้มแทบไม่ได้เลย

“โดนกดแต้มซะหมดรูปเลยนะ” ฉันมองดูเด็กสาวที่นั่งหมดแรงอยู่ข้างสนาม “เอาล่ะทุกคน มานั่งรวมกันตรงนี้หน่อย”

“พวกน้องๆ แพ้วันนี้ไม่ต้องกังวลว่าตัวเองไม่เก่งนะ คนพวกนี้เขามีประสบการณ์มากกว่าเท่านั้นเอง อย่าเพิ่งรีบร้อนจนเกินไป รู้ไหมทำไมพวกเขาถึงไม่ผ่อนแรงให้เลย?” ทุกคนส่ายหัว บางคนถึงกับแอบปาดน้ำตา

“เพราะการสอนที่ดีที่สุดคือการไม่ผ่อนแรง ต้องใส่ให้เต็มที่เพื่อให้เราได้รู้ขีดจำกัดและรูปแบบของตัวเอง อย่าได้น้อยใจไปเลยนะ ขอแค่มีโอกาสได้แข่งและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ พวกน้องจะเก่งขึ้นแน่นอน”

ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะร่วมกันถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกและจัดงานเลี้ยงอำลากระชับมิตร

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ฤทธิ์สุรา หรืออะไร เลือดลมของฉันปั่นป่วนหนักจนเลือดกำเดาไหลออกมา ดีที่เหลือแค่ครูแพทที่นั่งอยู่เป็นเพื่อน ฉันมองเธอด้วยลมหายใจที่ติดขัด “คุณมะ...เหมย” ครูแพทสะดุ้งเมื่อไปสัมผัสโดนอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงขาสั้นของฉัน

“ครูแพทคะ เหมยขอโทษ...”

ครูแพทกลืนน้ำลายอึกใหญ่จนฉันได้ยิน เธอรีบประคองฉันกลับเข้าห้องนอนชั้นบน ฉันตื่นตัวเต็มที่จนเริ่มคุมไม่อยู่แล้ว ครูแพทที่ใจอ่อนและเห็นว่าฉันดูแลพวกเธอเป็นอย่างดีจึงตัดสินใจช่วย... ดูเหมือนครูสาวตัวเล็กผิวขาวจากทางเหนือคนนี้จะมีความชำนาญไม่น้อยเลยทีเดียว เสียงของเธอนั้น ไพเราะเสนาะหู จนฉันแทบกลั้นอารมณ์ไว้ไม่ไหว

ยามเช้ามาเยือน เราสองคนยังคงนอนกอดกันไม่ห่าง กลิ่นกายของเธอหอมละมุนเป็นเอกลักษณ์ไปทุกส่วน ริมฝีปากก็หวานฉ่ำจนอดใจไม่ไหว

“ฉันขออีกรอบนะ...”

“แพทไม่ว่าอะไรค่ะ ถ้าคุณเหมย...” ครูแพทหน้าแดงอย่างน่ารัก “ถ้าคุณเหมยจะแวะไปเยี่ยมแพทบ้าง”

“ค่ะ เหมยสัญญา”

ฉันรสจูบและชิมความหวานในยามเช้า ฟังเสียงดรุณีขับร้องลำนำในเช้าอันสดใส เชยชมยอดปทุมชมพูคู่นั้น สองนารีเล่นน้ำขับขานจังหวะรัก ฝากความทรงจำไว้ในวันที่ต้องจากลา...

ฉันโบกมือลาครูแพทที่เดินทางกลับไปพร้อมคณะ “เอาล่ะ เรายังมีงานต้องทำอีกเยอะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   ดินแดนสนธยา

    บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาวยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับละอองหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา ผสมผสานกับความเงียบสงัดไร้สรรพเสียงของผืนป่าทึบเบื้องหน้า จนให้ความรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าจะมาทำภารกิจช่วยตัวประกันเสียอีก“ปราณค้นหา!”กระแสพลังลมปราณรับรู้แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาลำไพรทั่วทั้งเขตภูเขา แต่กลับไม่มีสัญญาณพลังชีวิตแปลกปลอมใดๆ ตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย ทว่า... บริเวณหุบเบื้องหน้ากลับปรากฏจุดแสงสีแดงเลือนรางส่องสว่างขึ้นมาจุดหนึ่ง“มันคืออะไรกันแน่...”ฉันบังคับม้าคู่ใจให้เดินย่างก้าวช้าๆ อย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดยืนหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ไม่ไกลจากปากถ้ำมืดทึบแห่งหนึ่ง มีกลุ่มควันไฟจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากด้านใน รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยล้อรถยนต์และรอยเท้าคนจำนวนมากที่ขับลุยเข้ามา“ซาซ่า... ช่วยติดต่อหน่วยสนับสนุนให้ที ฉันเจอถ้ำที่มีลักษณะโครงสร้างแปลกประหลาดคล้ายกับที่เราเคยเจอในป่าลึกแล้วล่ะ” ฉันตัดสินใจต่อสายตรงหาพวกพ้อง‘คุณอยู่ไหนเนี่ย?’ ปลายสายถามด้วยความแปลกใจ“อยู่แถวเขตชายแดนฮังการี” ฉันส่งพิกัดดาวเทียมอัปเดตกลับไปให้ซา

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   ทะยานข้ามทวีป

    พูดจบฉันก็ขี่กระบี่บินพุ่งตัวทะยานออกไปทันที แต่ก็ไม่ลืมส่งสัญญาณบอกให้จอร์ทช่วยประสานงานแจ้งเตือนทางเรดาร์ว่าเป็นเพียงการทดสอบอากาศยานลับของฝั่งอเมริกา จากนั้นฉันก็เร่งพลังปราณพุ่งทะลุชั้นเมฆขึ้นไปด้านบน บินด้วยความเร็วสูงลิ่วตามเส้นทางการบินสากลของฝั่งทหารระหว่างที่กำลังรักษาระดับความเร็วฝ่ากระแสลม จอร์ทก็ส่งข้อความเข้าเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวว่า จะมีฝูงบินทหารผ่านเส้นทางที่ฉันกำลังมุ่งหน้าไปฮังการีพอดี ให้ระวังตัวและอย่าบินเฉี่ยวชนกับใคร ฉันเลยพิมพ์ตอบกลับไปทีเล่นทีจริงว่า ‘งั้นขอเกาะปีกเครื่องบินอาศัยไปด้วยหน่อยก็แล้วกัน’ ทำเอาปลายสายอย่างจอร์ทหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นและไม่นานนัก... เครื่องบินขนส่งทหารขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีสัญลักษณ์ ‘ดาวแดง’ เด่นหร่าอยู่ข้างลำตัวเครื่องก็ปรากฏโผล่เข้ามาอยู่ในระยะสายตา หรือว่าตะกี้นี้ฉันบินเอื่อยเฉื่อยช้าเกินไป ฝูงบินขนส่งยักษ์พวกนี้ถึงได้บินไล่ตามมาทันกันแน่นะเนี่ย?ฉันเลยผ่อนแรงลดความเร็วลงเล็กน้อย บินร่อนไปประกบตีคู่จนอยู่ในวิสัยทัศน์ของห้องนักบินพอดี“ขึ้นฟรี...” นักบินหนุ่มในชุดเครื่องแบบเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นใหญ่แล้วยกโชว์ขึ้นแปะกระจกฉั

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   งานเข้า

    “หวานขอร้องเถอะค่ะ... หยุดแกล้งหนูเถอะนะ”หวานส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนจะร้องไห้แต่คนอย่างฉันมีหรือจะยอมหยุดง่ายๆ ฉันจัดการตวัดและตอกลิ้นเข้ากับร่องโพรงอุ่นชื้นแฉะที่ขมิบตอดรัดเป็นจังหวะ จนเด็กสาวบิดเร่าส่ายสะโพกหนีด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด มือเรียวเล็กเอื้อมมากดท้ายทอยของฉันไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์ ปากก็ต้องกัดนิ้วตัวเองเอาไว้จนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางหวานๆ ออกมาลั่นห้องและพอสายโทรศัพท์ถูกตัดวางลง หวานก็หันมาทุบตีไหล่ฉันชุดใหญ่ทั้งน้ำตาซึม “คุณเหมยคนนิสัยไม่ดี!”“โอ๋ๆ น่ารักจริงๆ เลย... มานี่มะ เดี๋ยวฉันปลอบ”“ว้าย!! คุณเหมยก็จะ...”หวานอุทานลั่นบ้านเมื่อจู่ๆ ฉันก็ช้อนอุ้มร่างบางของเธอลอยหวือกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อเริ่มต้นภารกิจออกกำลังกายยามเช้าต่อทันทีแบบไม่ปล่อยให้พักหายใจ“คุณเหมยค่ะ... เมื่อกี้ทางครูแพทโทรมาบอกว่า จะพาหมอนวดฝีมือดีมาใหม่อีกสองคนค่ะ บอกว่าฝากมาทำงานด้วย” หวานเอ่ยบอกเสียงกระเส่าขณะนอนซุกซบอยู่บนอกของฉันพลางส่งสายตาปริบๆ เหมือนลูกแมวอ้อน“หึ... ฝากงานที่ไหนกันล่ะ ทรงแบบนี้เอามาทำงานขัดดอกใช้หนี้ชัดๆ”“นี่คุณเหมยคิดจะเปิดร้านนวดแผนไทยจริง

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   เรื่องราวยามค่ำคืน

    เช้าวันต่อมา... โอปอเดินหน้าตาตื่นเข้ามาเคาะห้องทำงานส่วนตัวของฉันเพื่อขอโทษขอโพยกับเรื่องเมื่อวาน เธอยยอมเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมดว่า ที่บ้านของเธอไปกู้เงินธนาคารมาสองล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนปรับปรุงร้านอาหารเล็กๆ และเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองหมุนเวียน ส่วนตัวเธอก็กู้ยืมเงิน กยศ. เรียนหนังสือมาตลอดแต่ปัญหาคือพอใกล้จะถึงงวดชำระคืนงวดสุดท้าย จู่ๆ ผู้จัดการสาขาธนาคารเจ้าเดิมก็ส่งคนแปลกหน้ามาติดต่อพูดคุย อ้างว่าสำนักงานใหญ่มีคำสั่งให้เร่งรัดปิดหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พวกมันเลยยื่นข้อเสนอทางเลือกนรกให้... คือบังคับเธอต้องไปทำงานส่งยาและบริการแขกในเครือข่ายของพวกมัน แลกกับการไม่ถูกฟ้องล้มละลายและการยึดบ้านยึดทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัว“เรื่องนี้ลุงว่ายังไงบ้างคะ?” ฉันหันไปปรึกษาชายวัยกลางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ“เฮ้อ... เรื่องมันใหญ่โตเกินกว่ากำลังของเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหวแล้วล่ะนะ” ลุงถอนหายใจยาว“ถ้าไอ้พวกเวรตะไลนี่มันไม่รนหาที่วิ่งมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านหนูเองนะ... หนูค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางอยากจะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกมันหรอก”“เธอนี่มันเกิดมาพร้อมกับตัวดูด

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   สัจธรรม

    “คือว่า... หนูไปรับจ๊อบทำงานมาค่ะ” โอปออ้อมแอ้มตอบ หลบสายตาฉันฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโอปอ... อ่านประกายชะตาชีวิตของเธอ หากเด็กคนนี้ยังดึงดันเอาตัวเองไปพัวพันกับอโคจรสถานหรือสิ่งที่กำลังทำลายชีวิตคนอื่น “จงหยุดซะเถอะนะโอปอ... อย่าปล่อยให้เงินก้อนนี้มันมาทำลายอนาคตหนูเลย”“หนูไม่ได้ทำอะไรไม่ดีจริงๆ นะคะเจ๊”“โอปอ... พี่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองอะไรเลยสักนิด ตั้งใจเรียนให้จบแล้วมาทำงานกับพี่ ค่อยหักทยอยใช้หนี้จากเงินเดือนก็ได้ ถ้าน้องเดือดร้อนเรื่องเงินจริงๆ ทำไมไม่มาหาพี่ตรงๆ?”โอปอน้ำตาซึม “หนูขอโทษค่ะ...”“บอกพี่มา... ใครเป็นคนจ้างให้เธอไปทำอะไรแบบนี้?”“รุ่นพี่ต่างวิทยาลัยค่ะ... เขาบอกว่าเป็นงานสบาย แค่ไปยืนเสิร์ฟอาหารแล้วก็ช่วยแจก ‘ลูกอมพิเศษ’ ให้กับพวกแขกในงานปาร์ตี้แค่นั้นเองค่ะ...”ฉันรู้ทันทีว่าลูกอมที่พูดถึงคืออะไร... มันไม่มีทางเป็นลูกอมแก้เจ็บคอธรรมดาแน่ๆ แต่มันคือยาอีหรือยาเคอัดเม็ดที่พวกแก๊งค้ายานรกใช้มอมเหยื่อในปาร์ตี้อโคจร ซึ่งน่าจะเป็นเครือข่ายเดียวกับไอ้พวกสวะที่จับตัวขวัญกับใบเฟิร์นไปไม่มีผิด ทั้งคู่ก็โดนหลอกล่อมาจากผับย่านพุทธมณฑลก่อนจะเลยเถิดไปไกล แถมรากเหง้าข

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   มิจแท้ที่รัก

    “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะคนสวย”กิ่งพลิกตัวขึ้นมานอนท่อมคร่อมทับฉันไว้ทันที มือเรียวเล็กยื่นมาเขี่ยปอยผมฉันเล่นด้วยท่าทางขี้เล่นยั่วยวน“เธอแอบทำอะไรฉันเมื่อคืนเนี่ยห่ะ?”“ก็นิดๆ หน่อยๆ แหละน่า เธอนี่มันไร้เดียงสาจริงๆ เลยนะ โดนสาวชวนขึ้นห้องสองต่อสองทั้งที ยังไม่รู้ตัวอีกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อ”“ฉันไม่คิดเลยว่าจะมาโดนเจ้าของบ้านจอมเจ้าเล่ห์รุกไล่เอาดื้อๆ แบบนี้”“เหมย... มาเป็นแฟนกับฉันไหมล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงดูปูเสื่อเธอเอง สบายใจหายห่วง”“ยัยบ้องเอ๊ย รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะเถอะน่า ฉันจะได้ขับรถกลับบ้านสักที”“วันนี้ฉันไม่มีคิวงานที่ไหนทั้งนั้นแหละ... พรุ่งนี้ก็หยุดยาว”“งั้นก็นอนต่อสิ รออะไรอยู่ ฉันเองก็ยังไม่อยากรีบกลับเหมือนกัน”“เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะ”พูดจบ กิ่งก็ก้มหน้าลงมาประกบปากแลกลิ้นดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เราสองคนกอดกันนัวเนียพลิกตัวสลับสับเปลี่ยนกันรุกและรับอย่างเป็นจังหวะจะโคน แม้จะไม่มีบทเพลงบรรเลงยาวนานเหมือนวันก่อน แต่ลีลาเด็ดดวงและรสสัมผัสที่กิ่งโถมเข้าใส่ก็เล่นเอาฉันแทบหมดแรงจนฉันอดคิดในใจไม่ได้ว่า... ยัยนี่มันแกล้งลงทุนเจ็บตัวตกบันไดเลื่อนเพื่อหลอกล่อให้ฉันตายใจแล้วพาเข

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   ความเมตตา

    เมื่อเห็นว่าสายเกินกว่าจะกลับไปเรียน ฉันจึงให้ฝ้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพากันไปหาอะไรกิน ก่อนจะกลับมารับยัยตัวแสบนภาที่ ‘ขาย’ อาของตัวเองให้คนอื่น หนำซ้ำค่าตัวฉันยังเกือบหลักหมื่น (ที่ฝ้ายจ่ายเป็นการช่วยทำการบ้านให้นภาแทน)“เจ๊คะ ทำไมเจ๊แซ่บจัง หนูยังอยากกินอีกนะเนี่ย”“พอเลย อยากให้เจ๊ติดคุกหรือไง”“

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   ทำงานนอกบ้าน

    “คุณเหมยใช่ไหมค่ะ”ฉันมองดูผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูบ้านออกมาต้อนรับฉัน“ฉันมารับหลานสาวค่ะ”ฉันยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตรพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอ หลังอีกฝ่ายหันหลังก้มลงเก็บเงินที่หล่น สะโพกโค้งกลมได้รูปทำเอาใจคอแทบร้อนผ่าวไปหมด“เข้ามาก่อนค่ะ”เธอยิ้มให้ฉัน พลางบอกว่าหลานสาวของฉันกำลังทำการบ้านอยู่ ต้องร

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   ภารกิจหนัก

    ฉันนั่งฟังสองแม่ลูกคุยโทรศัพท์กันอยู่นานสองนานจนแทบหลับ พอเริ่มง่วงเลยต้องเลี่ยงไปยืนรดน้ำต้นไม้รอ ไม่คิดเลยว่าอากาศที่ไทยจะร้อนระอุได้ขนาดนี้ตื๊อออออ!เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้น ฉันจึงเดินกลับเข้ามาเพื่อรับสาย เป็นเสียงน้าพรที่โทรเข้ามา“เหมย หลานไปรับคนที่จะมาพักหน่อยนะ น้าส่งข้อมูลไปในไลน์แล้

  • ชีวิตวุ่นวานของอาเหมย   แขกไม่ได้รับเชิญ

    เสียงลูกบิดประตูขยับเบาๆ ฉันย่อตัวลงในมุมอับ ใช้โสตประสาทฟังจังหวะก้าวเดิน... ‘ผู้หญิง’ทันทีที่เห็นขาโผล่พ้นขอบประตู ฉันก็ฟาดขวดแก้วหนาหนักใส่หน้าแข้งเต็มแรง ก่อนจะตามด้วยฝ่ามือกระแทกเข้าท้องน้อยจนอีกฝ่ายตัวงอล้มลงไปกองกับพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของฉันด้วยแววตาตื่นตะลึง“กัดฟั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status