LOGINตอนพิเศษคืนเข้าหออันเร้าร้อนห้องนอนกว้างขวางที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงงดงามสำหรับใช้เป็นห้องหอควรจะมีบรรยากาศหวานซึ้งเพื่อรอต้อนรับคู่แต่งงาน แต่บัดนี้นั้นทั่วทั้งห้องกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบ หลังจากที่ฟางฮวาส่งบุตรชาย และบุตรสาวให้กับบิดาและมารดาของสามีห้องหอแห่งนี้ก็ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยความเงียบที่ยังโรยตัวอยู่รอบกายสั่งให้ฟางฮวารู้สึกอึดอัดจนทนต่อไปไม่ไหว นางรู้ดีว่าสามีนั้นมีท่าทีเช่นนี้ด้วยเหตุใด ฟางฮวาที่ตอนนี้ที่กลายเป็นหลี่ฮูหยินมองแผ่นหลังแข็งแกร่งกำยำด้วยความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดู ของสามีที่ตัวก็ใหญ่โตถึงเพียงนี้เหตุใดจึงใจน้อยนัก“ท่านพี่ ท่านกังวลสิ่งใดกันเจ้าคะ” นางเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน ฟางฮวาเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังของผู้ที่พึ่งร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันมาหมาด ๆ อย่างออดอ้อนแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ หลี่เจี้ยนหย่งยังทำตัวไม่ไหวติ่ง คงมีเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดเท่านั้นที่บ่งบอกว่าบุรุษผู้นี้ยังมีความรู้สึกนึกคิดอยู่บ้าง“ท่านพี่เจ้าคะ หากเป็นเรื่องของผู้นั้น ฟางเอ๋อร์สาบานต่อท่านว่าข้ามิคิดกลับไป ต่อให้วันข้างหน้าท่านจะเปลี่ยนใจไปจากข้า ข้าก็จะมิมีทาง
บทที่ 37ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ“นายหญิง ท่านจะไม่ให้ข้าติดตามไปเมืองหลวงด้วยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวซูกล่าวน้ำเสียงเศร้า เหตุเพราะนางไม่ได้ติดตามไปเมืองหลวง เพราะการคงอยู่ของนางอาจจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของนายหญิง แต่นางดูแลรับใช้นายหญิงมานานแล้ว นางไม่อยากพรากจากนายหญิงของนางไปไหนเลย“หลันเอ๋อนางตั้งครรภ์แล้ว เจ้าก็ต้องเลี้ยงหลานสิ อีกอย่างร้านเมี่ยนเซียงต้องมีช่วยกันดูแล พวกเจ้าอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ทำงานมีกิจการร่วมกัน วันหน้าค่อยไปเยี่ยมข้าที่เมืองหลวงก็ยังไม่สาย” ฟางฮวากล่าวกับเสี่ยวซูตอนนี้เสี่ยวซาน และหลันเอ๋อใช้ชีวิตร่วมกันจนกระทั่งนางตั้งครรภ์แล้ว หมี่เจี่ยวนางกำลังจะเป็นพี่สาว อีกทั้งกิจการร้านขนมทุกอย่างนางก็ถ่ายทอดให้พวกเขาไปจนหมดแล้ว วันหน้าพวกเขาเป็นเจ้าของกิจการ มีเรือนพักอาศัย เป็นเจ้านายไม่ต้องรับใช้ใครแล้ว เช่นนี้นางก็สุขใจยิ่งนัก“แต่ข้าอยู่กับนายหญิงมาตั้งนาน”“คนเราย่อมมีวันจากลา แต่เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก เจ้าต้องเป็นท่านป้า เป็นเถ้าแก่เนี้ยแล้ว ต่อไปก็ตั้งใจขยันทำมาหากินเล่า จะได้เลี้ยงหลาน เผื่อวันหน้าเจอบุรุษที่ถูกใจก็เลี้ยงดูเอาไว้สักคน”“นายหญิงท่านพูด
บทที่ 36ความขัดแย้งในตระกูลเหิงณ ตระกูลเหิงในเมืองหลวงเวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่ไป๋อวี้เจินตายจากไป เหิงหยางที่เคยคิดว่านางหนีหายไปตามที่ฉู่ซินซินบอก ตอนนี้เขาก็ไม่เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว ฉู่ซินซินที่เคยน่ารักอ่อนหวาน กลับแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเช่นเดิมนางเอาแต่พูดถึงตระกูลของตนเอง ทั้งที่ความผิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้ ท้ายที่สุดความรักที่เคยมีให้กับฉู่ซินซินก็เบาบางลงไป มันกลายเป็นความเบื่อหน่าย“เจ้าคิดเรื่องคุณหนูตระกูลมู่หรือยัง แม่คิดว่านางนั้นเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก” เหิงฮูหยินกล่าวกับบุตรชายตอนที่ไป๋อวี้เจินตายไปก็ต้องไว้อาลัยให้นางนานถึงหนึ่งปี ฉู่ซินซินเป็นเพียงอนุ จะให้ยกมาเป็นภรรยาเอกก็คงไม่เหมาะ ข่าวลือเรื่องที่ไป๋อวี้เจินตายนางก็มีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อย ตระกูลไป๋ไม่มีทางยกนางมาเป็นภรรยาเอก“แล้วแต่ท่านแม่ขอรับ” เหิงหยางตอบกับมารดาเขาไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อีกต่อไป เรือนหลังของเขาจำเป็นต้องมีสตรีที่เหมาะสมมาเป็นภรรยา เวลาผ่านมานานถึงสามปี มันนานมากพอแล้วจริง ๆ เขาจำเป็นต้องเติบโตในหน้าที่การงาน คุณหนูมู่หลิงเยว่เป็นสตรีที่เหมาะสม นางมีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉล
บทที่ 35ง้อ“ฮือออ ท่านแม่เจ็บ ท่านแม่ร้อง” คุณหนูหลี่ฟางชิงตัวน้อยในตอนนี้ที่เติบโตจนอายุขวบกว่าแล้ว กำลังร้องไห้อยู่หน้าเรือนของมารดาอย่างน่าสงสาร“คุณหนูไม่ต้องร้องนะเจ้าคะ ท่านแม่ของคุณหนูกำลังจะมีน้อง มันอาจจะเจ็บบ้าง แต่ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ” ต้าหนิวกล่าวปลอบคุณหนูน้อย เมื่อเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมารดา ทำให้คุณหนูน้อยต้องตระหนก ครั้นจะพากลับเรือน คุณหนูก็ไม่ยอมกลับ“ไม่ต้องกลัวไปหรอกลูก” เสียงของใครบางคนดังขึ้น เด็กน้อยหันมาตามเสียงก่อนจะพบชายแปลกหน้า หน้าตามีหนวดเครารุงรัง หน้าตาน่ากลัวยิ่ง สองเท้าเล็ก ๆ รีบหนีไปทางด้านหลังของต้าหนิว“บิดาของเจ้าเอง”“ทะ ท่านแม่ทัพ” ต้าหนิวที่พอจะจดจำท่านแม่ทัพได้ อีกฝ่ายสวมชุดเกราะเต็มตัว ใบหน้าดำคล้ำ ทั้งยังมีแต่หนวดเคราเต็มไปหมด เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็นจนนางต้องนิ่วหน้า“นางเข้าไปนานหรือยัง”“สองชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นข้าไปอาบน้ำก่อน” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวเขาเห็นสีหน้าต้าหนิวก็พอจะเข้าใจความลำบากของนาง ชุดเกราะพวกนี้ไม่ได้ถอดง่าย อยู่ในสนามรบที่ต้องต่อสู้ ระมัดระวังตัวตลอดเวลา คิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้อาบน้ำมานานร่วมเดือนแล้ว“เดี๋ยวพ่อมาหาเจ้า
บทที่ 34โกธรเคือง“ฮือออ แงงง” เสียงร้องไห้โยเยของหลี่ฟางชิงที่ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบิดามารดาทะเลาะกัน เด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำที่ต้องประสบพบกับความตกใจมาแล้วหลายครั้งตื่นมาร้องสะอึกสะอื้นจนตัวโยน หลี่เจี้ยนหย่งมองหน้าภรรยาด้วยความเคืองขุ่นใจ แต่เขาก็ตรงมาหาบุตรสาวตัวน้อยที่ยกมือรอให้บิดามาอุ้ม“ไม่ร้องนะเด็กดีของพ่อ” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟางฮวามองภาพตรงหน้าคล้ายจะได้สติ นางพูดแรงไปใช่หรือไม่ หากหลี่เจี้ยนหย่งไม่รักลูกของนางจริง เขาจะเดือดดาลขนาดนั้นได้อย่างไร นางพูดไปเมื่อครู่ก็เท่ากับเป็นการดูหมิ่นเจตนาของเขาใช่หรือไม่ ฟางฮวารู้สึกปวดหนึบในใจหลี่เจี้ยนหย่งนั่งปลอบประโลมบุตรสาวจนกระทั่งนางหลับไปอีกครั้ง ทั้งสองสามีภรรยาจ้องมองหน้ากัน ฟางฮวารู้ความผิดของตัวเองดี“ท่านพี่ ข้าขออภัยที่พูดจาไม่ดีกับท่าน” ฟางฮวากล่าวแต่หลี่เจี้ยนหย่งยังคงโกรธเคือง เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“ข้าขอโทษ ข้าเพียงแค่เครียดเรื่องลูกมากไปก็เท่านั้น”“แล้วเจ้าเครียดเป็นคนเดียวหรือ ข้าเลี้ยงนาง นางเรียกข้าว่าท่านพ่อ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนอย่างไร เจ้าหลอกลวงข้า ข้าก็ไม่โกรธ ทั้งยังยอมรับอย่างเต็มใ
บทที่ 33เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือหลี่เจี้ยนหย่งหยิบกระบี่ที่ซ่อนไว้ในจวนก่อนจะเดินตรงไปยังจวนตระกูลฉิน กล้าดียิ่งนักที่กล้าทำร้ายคนของเขา กล้าจับตัวลูกของเขาไป เดิมทียังคิดจะต่อลมหายใจให้คนตระกูลฉินอยู่บ้าง แต่เห็นทีความตายเท่านั้นที่เหมาะสมสำหรับพวกมัน“บังอาจ เจ้ากล้าดีอย่างไรมายืนถือกระบี่หน้าจวนตระกูลฉินแห่งนี้” ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่เป็นยามกล่าว พลางขวางประตูไว้ หลี่เจี้ยนหย่งใช้กระบี่อันแหลมคมฟาดร่างของทั้งคู่จนเกิดร่องรอยโลหิต กระบี่แหลมคม ไม่สร้างแผลที่น่ากลัว แต่กลับบาดลึกจนถึงกระดูก“อ๊ากกกก”ทหารยามทั้งสองล้มลงกับพื้นก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หลี่เจี้ยนหย่งถีบประตูเข้าไปด้านใน เขาตรงไปยังเรือนใหญ่ ข้ารับใช้มากมายต่างเข้ามาขวางเขา แต่กลับถูกหลี่เจี้ยนหย่งจัดการได้โดยง่ายเขาอยู่ในกองทัพมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือของทหารยามพวกนี้นับว่าไม่ได้ครึ่งกับที่เขาเจอมาด้วยซ้ำ ต่อให้พวกมันเข้ามารุม แต่หลี่เจี้ยนหย่งก็เร็วกว่ามาก ทั้งยังลงมือโหดเหี้ยมโดยไร้ความปราณี คนในจวนตระกูลหลี่ของเขายังไม่ได้รับความปราณี ทั้งที่มีแต่สตรี พวกมันก็ยังกล้าลงมือ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเขาจะต้องปราณีพวกมั
บทที่ 1เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นปึก!เสียงหนังสือเล่มน้อยร่วงหล่นออกจากมือของไป๋อวี้เจิน ใบหน้างดงามของนางซีดเซียวไร้สีสันในชั่วระยะเวลาฉับพลัน เดิมทีนางคิดว่าหนังสือเล่มนี้ที่ได้จากขอทานน้อยในตรอกทางตะวันตกเป็นเพียงหนังสือนิยายที่ใครบางคนคิดจะเล่นตลกกับนางเท่านั้น แต่ใครจะคิดเมื่อนางได้อ่านมาเร
บทที่ 5จัดเตรียมงานแต่ง“ท่านพี่ วันนี้ข้าจะออกไปนอกจวนหน่อยนะเจ้าคะ”ไป๋อวี้เจินแจ้งแก่สามีตามปกติ หากนางจะออกไปไหนมาไหน แต่นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ไป๋อวี้เจินจะออกไปนอกจวน เหิงหยางหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ส่วนใหญ่ไป๋อวี้เจินมักจะออกไปวัดเพื่อทำบุญในวันสำคัญเท่านั้น“ไปไหนหรือ”“ข้าตั้งใจจะไปด
บทที่ 4แผนการสำเร็จ“ข้าไม่แต่ง !!”เสียงของฉู่ซินซินดังขึ้นมา นางวิ่งเข้ามาในโถงใหญ่น้ำตาคลอเหมือนถูกใครรังแก เหิงหยางเองก็วิ่งตามมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก ไป๋อวี้เจินหันไปมองฉู่ซินซินที่กำลังร้องไห้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายเด็กสาวไม่ประสา ดวงตาเรียวเล็ก จมูกโด่งเป็นสันเล็กน
บทที่ 3สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยารุ่งขึ้นในอีกวัน ไป๋อวี้เจินแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย นางไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับราคาแพง แต่ก็ไม่ได้ใช้ของธรรมดาจนเกินไปนัก ทั้งยังสวมใส่ชุดสีอ่อนให้ดูยังเยาว์วัย สดใส และเป็นมิตร ในนิยายเล่มนั้นบรรยายว่านางมีรูปลักษณ์งดงาม ยามที่เหิงหยางพาไป๋อวี้เจินไปเหยียบย







