Share

ตอนที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-08-18 07:00:55

“เออ แม่นอยู่ หมั้นกันแล้วกะส่ำผัวเมีย แต่งมื้อได๋อย่าลืมเอิ้นพวกแม่ ๆ เด้อนางเด้อ” (เออ ใช่ หมั้นกันแล้วก็เท่ากับเป็นผัวเป็นเมีย แต่งวันไหนอย่าลืมเรียกแม่ ๆ นะลูกนะ) 

ยายอีกคนพูดบอกอย่างเข้าใจและแสดงท่าทางยินดี ส่วนคนเปิดเรื่องยิ้มกว้างทั้งพยักหน้ารับทั้งส่ายหัวบอกออกไปเช่นกัน

“จ้ะ ไม่ลืมแน่นอนจ้ะ”

ชีวินที่มองเธอคุยกับยาย ๆ อยู่ได้แต่นั่งนิ่ง พูดเป็นตุเป็นตะ ใครจะไปแต่งงานกับเธอกัน

หลังจากเรื่องชุลมุนจบลงพิธียินดีกับบ่าวสาวกลับมาปกติ ผูกข้อไม้ข้อมืออวยพรเสร็จเรียบร้อย เจ้าภาพงานแต่งเชิญแขกแยกย้ายไปรับประทานอาหารร่วมกัน

รวมทั้งคนเมืองกรุงกับคนเมืองนอกที่ทำตัวนอกเมืองด้วย

ชีวินนั่งอยู่เก้าอี้พลาสติกสี่ขาสีแดง ด้านขวาเป็นเวียงพิงค์แม่ของเขานั่งอยู่ ส่วนอีกข้างปกติควรเป็นชีวี แต่ตอนนี้ไม่ปกติเพราะด้านซ้ายของเขากลับกลายเป็นยัยคุณหนูหลงทางนั่งข้าง ส่วนชีวีย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วมันก็กินอย่างเดียวไม่สนใจใคร

ที่ชีวินเรียกวิวาห์ว่า ‘คุณหนูหลงทาง’ เพราะเธอทำตัวตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นอยู่บ่อยครั้งจนชายหนุ่มงงสับสนกับเธอไปหมด ส่วนเจ้าตัวที่นั่งข้างเขาทำเพียงฉีกยิ้มกว้างเห็นฟันหน้าครบทุกซี่ ปากขยับพูดคุยกับคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างร่าเริงสดใส จนชีวินอยากรู้จริง ๆ ว่า ‘ยัยนี่ใส่ถ่านกี่ก้อนกันนะ’

หลังจากทานข้าวเสร็จเวียงพิงค์และวันนายังคงอยู่ที่งานแต่งกับเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน ปล่อยให้เด็ก ๆ กลับบ้านไปก่อน โดยมีวิวาห์เป็นคนดูแลพี่ ๆ เพราะเป็นเจ้าถิ่น

ชีวีที่บ่นแล้วบ่นอีกว่าหิวข้าว ทั้งที่ตอนอยู่งานแต่งมันก็กินไม่พูดไม่จากับใครแต่ยังบ่นหิวบอกไม่อิ่ม จนวิวาห์เสนอพาไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเด็ดในหมู่บ้าน แต่เธอขอไปเปลี่ยนชุดก่อนรวมทั้งชีวินด้วย

ชีวินเองไม่ได้พูดอะไรแล้วเขาก็ไม่ได้หิว แต่โดนลากไปด้วยทุกที่แล้วไอ้สองตัวนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย สองตัวที่ว่าก็คือวิวาห์กับชีวี

พอมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งเป็นร้านไม่ใหญ่มาก เป็นเพียงร้านเล็ก ๆ ในหมู่บ้านเท่านั้นแต่ที่นั่งสะอาดสะอ้าน เป็นโต๊ะไม้และโต๊ะม้าหินอ่อนพร้อมเก้าอี้อยู่หกชุดให้เลือกนั่ง

“ยายน้อยจ๊ะ เล็ก 2 ใหญ่ 1 พิเศษทุกอย่างจ้ะ”

เสียงเล็กพูดพร้อมยิ้มสดใส ช่างแตกต่างกับใบหน้าเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวสุด ๆ ชีวินกับชีวีต่างคิดว่าทำไมป้าแกทำหน้าเหมือนเรามาขอกินฟรี

“ยายน้อยหน้าแกเป็นแบบนี้แต่ไหนแต่ไรค่ะ คนในหมู่บ้านชอบเรียกยายน้อยหน่าหน้ายาก แต่ก๋วยเตี๋ยวอร่อยมากนะคะ หมู่บ้านใกล้เคียงยังแห่กันมากิน เด็กนักเรียนเลิกเรียนมาเข้าเต็มทุกวันเลย”

วิวาห์เดินมาที่โต๊ะสองหนุ่มนั่งรออยู่ พร้อมลากเก้าอี้หัวกลมถ่างขาออกนิดแล้วนั่งลงข้างชีวิน ทั้งอธิบายร่ายยาวให้สองหนุ่มฟังแบบกระซิบกระซาบ เหมือนป้าข้างบ้านแอบนินทาคนนั่งข้าง ชีวินนั่งฟังปกติแต่ชีวีนี่สิทั้งโน้มตัวชะโงกหน้าเอียงหูเข้ามาใกล้ ทั้งพยักหน้ารับทุกคำที่น้องเล่าอย่างตั้งใจ

ชีวินเห็นแบบนั้นทำเพียงส่ายหัวไปมา บอกตรง ๆ เหนื่อยตั้งแต่มาถึง นี่ยังไม่ได้พักต้องมาเจอพลังเหลือล้นของสาวน้อยข้างกายยิ่งเหนื่อยหนักกว่าเดิม

“เล็ก 2 ใหญ่ 1 พิเศษทุกอย่าง”

เสียงพูดราบเรียบพร้อมก๋วยเตี๋ยวสามชามถูกวางลงโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ พอทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นยายน้อยเจ้าของร้านมองจ้องสองหนุ่มอยู่ไม่กะพริบตา วิวาห์ถึงได้รีบบอกให้กระจ่าง

“ญาติจ้ะยายน้อย มาจากในเมือง”

“เสียดายยายมีแต่ลูกชาย”

แค่ก แค่ก แค่ก

ยายน้อยหน่าพูดจบแค่นั้นก็เดินกลับไปทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าคนอื่นต่อ ชีวีที่กำลังชิมน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวถึงกับสำลักไอออกมาเมื่อได้ยินเจ้าของร้านบอกเสียดายมีแต่ลูกชาย แล้วถ้ามีลูกสาวจะยกให้พวกเขาหรือยังไงกัน พึ่งเจอหน้ากันแท้ ๆ

“ป้าแกชอบแซวค่ะ ถึงจะหน้ายากก็ใจดีมากนะคะ เขาบอกคนที่ชอบทำหน้ายุ่งยากจะใจดีจริงไหมคะพี่วิน”

ช่วงประโยคแรกคุยกับชีวี ส่วนประโยคท้ายหันมาจ้องชีวินที่นั่งข้าง สายตาเขายังทิ้งไว้น้องชายที่สำลักน้ำก๋วยเตี๋ยวอยู่ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตานิ่งเรียบ

“รีบกิน”

ชีวินไม่ตอบคำถามของคนช่างพูด บอกเพียงให้เธอรีบกินเพราะเขาเหนื่อยใจอยากพักแล้ว

ชายหนุ่มพอจะหันมาสนใจถ้วยก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าของคิ้วหนาขมวดนิด เขาไม่ได้บอกนี่ว่าจะเอาเส้นอะไร แต่พอมองไปอีกสองถ้วยของคนร่วมโต๊ะ ทำไมชีวีกับวิวาห์ถึงได้เส้นเล็กเหมือนกัน 

“ทำไมของพี่เส้นใหญ่คนเดียว”

จริง ๆ ชีวินไม่มีปัญหาเส้นอะไรเขาก็กินได้ แค่อยากรู้

“ของพี่วินใหญ่เหรอคะ”

แค่ก แค่ก แค่ก

วิวาห์ถามจบชีวีไอสำลักน้ำก๋วยเตี๋ยวอีกรอบทันที ชีวินหันไปมองน้องชายแป๊บเดียวแล้วหันกลับมาจ้องคนนั่งข้าง

“เส้น ! พี่หมายถึงเส้นใหญ่”

“อ๋อเส้นใหญ่ วาห์สั่งให้เองกินได้ไหม กินไม่ได้เปลี่ยนกับวาห์ได้นะคะ วาห์ชอบอะไรใหญ่ ๆ”

“ไม่สั่งเองตั้งแต่แรก”

“อยากให้พี่วินกินค่ะจะได้ใหญ่เหมือนเส้น”

“หมายถึงอะไรกันแน่”

พอพี่ถาม ยัยน้องกลับกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวมาถึงเป้ากางเกง ยังมาทิ้งสายตาไว้อยู่ครู่หนึ่ง คนเป็นพี่เริ่มทำตัวไม่ถูกทั้งสองมือกำตะเกียบกับช้อนไว้แน่น อดใจไว้ไม่ปล่อยนิ้วไปจิ้มตาเธอ แพรวพราวดีนัก

แต่คนเจ้าเล่ห์อย่างวิวาห์รีบตวัดสายตาขึ้นมามองหน้าชีวิน พร้อมฉีกยิ้มหวานกลับไปให้

“ใจค่ะ... ใจใหญ่” คนน้องพูดจบชีวินถอนหายใจให้ยัยตัวแสบ เขาเชื่อเธอเลยจริง ๆ

ชีวีที่นั่งอยู่ตรงข้ามทั้งคู่กลั้นขำจนหน้าแดง ทั้งนึกคิดมวยถูกคู่สุด ๆ ดูเพลิน ฝ่ายน้ำเงินชีวินที่นิ่งเงียบและหวงตัวกับฝ่ายแดงอย่างวิวาห์ที่พูดได้ตลอดเวลาและปล่อยตัวกับพี่เขาสุด ช่างเหมาะสมกันมากเหมือนกิ่งทองกับใบรับรองแพทย์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 13

    “วิวาห์ตื่นแล้วอยู่ในครัวกับแม่น่ะ ไปดูไหม พวกน้ากำลังทำกับข้าว”วันนาพูดทั้งยิ้มให้แล้วเดินไปทางครัว ชีวินเองก็เดินตามไป ไม่ยักรู้ว่ายัยสาวต่างบ้านต่างเมืองจะตื่นเช้าเป็นพอเดินมาถึงโซนครัวที่มีขนาดกว้างขวาง น้าวันกำลังวุ่นอยู่กับหม้อสองใบที่ตั้งอยู่บนเตาแก๊สมีควันลอยฟุ้ง ส่งกลิ่นหอมของอาหารเรียกน้ำย่อยจนท้องร้อง เมื่อวานพวกเขาไม่ได้กินข้าวเย็น กินเพียงก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่วิวาห์สั่งให้ช่วงบ่ายแก่ ๆเท่านั้นส่วนวิวาห์นั่งเช็ดปิ่นโตสีเงินลายสวยกับสีเหลืองไข่นวลตา ข้างเธอเป็นเวียงพิงค์ แม่ของเขาที่กำลังนั่งปอกผลไม้เรียงใส่ชั้นปิ่นโต“อ้าวตาวิน ตื่นแล้วเหรอ มาพอดี มาช่วยแม่ทำกับข้าวไปวัดสิลูก”เวียงพิงค์เงยหน้าจากมองลูกสะใภ้ หันมาเห็นลูกชายพอดีที่ยืนอยู่หน้าประตู รีบกวักมือเรียกวิวาห์มองตามถึงได้สบนัยน์ตาสีอ่อน คนตัวโตทิ้งสายตาไว้ที่เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นึกถึงเรื่องเมื่อวานที่ดื้อใส่เขา หญิงสาวพลันทำตัวไม่ถูก ใบหน้าอ่อนใสขึ้นสีระเรื่อนิดแต่ยังยิ้มแฉ่งส่งไปให้ ชีวินที่เห็นอย่างนั้นทำเพียงถอนหายใจยาวเหยียดเช่นเคย ทั้งเมินสายตาไปทาง

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 12

    “เธอแบกมาไม่ได้ถือ” เขาแค่อยากช่วยวิวาห์ยังดื้อจะถือให้ได้“ถือจะเมื่อยค่ะ เพราะต้องเดินไกล แบกจะช่วยซับแรงดีกว่า” ชีวินยังมองคนตรงหน้านิ่งทีเรื่องอย่างนี้ดันฉลาด“ไปตรงไหน”คร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว เพราะเขาที่ยกถุงปุ๋ยถือในมือเริ่มหนัก“ฝั่งโน้นค่ะ เราจะเริ่มใส่ตั้งแต่ฝั่งโน้นมาถึงตรงนี้”นิ้วเล็กชี้ไปชี้มาชีวินทำเพียงเดินตาม ทั้งสองคนช่วยกันใส่ปุ๋ยจนหมดถุงหลัก ๆ เป็นวิวาห์ทำ ชีวินยกถุงปุ๋ยตามเธอเท่านั้น เขาไม่ได้รังเกียจที่จะจับปุ๋ยคอก เพียงแต่คนหนึ่งยกคนหนึ่งตักปุ๋ยใส่ต้นมะม่วง ต่างคนต่างหน้าที่ก็ถูกแล้ว เขาถึงให้เธอเป็นคนทำพอใส่ปุ๋ยจนหมดถุงทั้งคู่หน้าตามอมแมมใช้ได้ วิวาห์พาชีวินเดินออกจากสวนมะม่วงลัดเลาะมาทางเดินที่เป็นคันนา มีต้นข้าวกำลังออกรวงเต็มที่ รอเวลาอีกไม่นานก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้เดินไปยังไม่ถึงไหนวิวาห์ดันร้องลั่นอย่างตื่นเต้น“ว้ายปลา ปลาค่ะพี่วิน”พูดไม่ทันจบชีวินไม่ทันหันมองตามเสียงเล็กที่บอกให้เขาดูปลาในทุ่งนา วิวาห์ดันกระโดดจากคันนาลงไปจับปลาที่มีน้ำขังเล็กน้อ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 11

    ทั้งสามคนนั่งทานก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง มีชีวีกับวิวาห์ที่คุยกันตลอด บางทีก็วกวนมาหาชีวินเหมือนขอความเห็นแต่ไม่เคยได้คำตอบ เพราะเขาทำเพียงนิ่ง แต่ฟังและเก็บทุกรายละเอียดที่ทั้งสองคนคุยกันไว้หมด“อ้าววิวาห์อีหล่าคนงาม” เสียงเอ่ยทักทายหญิงสาวจากทางหน้าร้าน“น้องวาห์มากินก๋วยเตี๋ยวติหล่า”ชายหนุ่มสองคนทักทายสาวน้อยขึ้นด้วยภาษาท้องถิ่น พอทั้งสามคนที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ก่อนแล้วหันไปมองคนมาใหม่ซึ่งมีสามคนเช่นกัน แต่เอ่ยทักเพียงสองคน อีกคนทำเพียงยิ้มทักทายเท่านั้นหนุ่มเมืองกรุงเห็นหนุ่มบ้านนา ชีวินยังมองนิ่งแต่ชีวีอ้าปากค้างไปนิด ก่อนจะพูดออกไปแผ่วเบา“หล่อมาก”สามคนมาใหม่ตัวสูงใหญ่ทั้งใบหน้าหล่อคมเข้ม แต่งตัวสไตล์บ้าน ๆ เหมือนไปไร่ไปสวน เลี้ยงวัวในฟาร์ม แต่ยังคงความหล่อเหลาจากรูปร่างและใบหน้า เมื่อพวกเขาถอดหมวกและผ้าปิดหน้าออก“สวัสดีจ้ะพี่นาย พี่เก้า พี่แสง”วิวาห์เอ่ยทักทายกลับทั้งยิ้มให้ ไม่มีใครไม่รู้จักแก๊งสามหนุ่มหมู่บ้านโคนงามโคนเจริญนี้ พวกเขาฮอตมากแต่เหมือนจะไม่สนใจสาวไหนท

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 10

    “เออ แม่นอยู่ หมั้นกันแล้วกะส่ำผัวเมีย แต่งมื้อได๋อย่าลืมเอิ้นพวกแม่ ๆ เด้อนางเด้อ” (เออ ใช่ หมั้นกันแล้วก็เท่ากับเป็นผัวเป็นเมีย แต่งวันไหนอย่าลืมเรียกแม่ ๆ นะลูกนะ)ยายอีกคนพูดบอกอย่างเข้าใจและแสดงท่าทางยินดี ส่วนคนเปิดเรื่องยิ้มกว้างทั้งพยักหน้ารับทั้งส่ายหัวบอกออกไปเช่นกัน“จ้ะ ไม่ลืมแน่นอนจ้ะ”ชีวินที่มองเธอคุยกับยาย ๆ อยู่ได้แต่นั่งนิ่ง พูดเป็นตุเป็นตะ ใครจะไปแต่งงานกับเธอกันหลังจากเรื่องชุลมุนจบลงพิธียินดีกับบ่าวสาวกลับมาปกติ ผูกข้อไม้ข้อมืออวยพรเสร็จเรียบร้อย เจ้าภาพงานแต่งเชิญแขกแยกย้ายไปรับประทานอาหารร่วมกันรวมทั้งคนเมืองกรุงกับคนเมืองนอกที่ทำตัวนอกเมืองด้วยชีวินนั่งอยู่เก้าอี้พลาสติกสี่ขาสีแดง ด้านขวาเป็นเวียงพิงค์แม่ของเขานั่งอยู่ ส่วนอีกข้างปกติควรเป็นชีวี แต่ตอนนี้ไม่ปกติเพราะด้านซ้ายของเขากลับกลายเป็นยัยคุณหนูหลงทางนั่งข้าง ส่วนชีวีย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วมันก็กินอย่างเดียวไม่สนใจใครที่ชีวินเรียกวิวาห์ว่า ‘คุณหนูหลงทาง’ เพราะเธอทำตัวตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นอยู่บ่อยครั้งจนชายหนุ่มงงสับสนกับเ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 9

    “อิหล่าวิวาห์อีกแล้วติสู ลูกสาววันนาเป็นหมู่เจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วเด้อ เขาว่าเป็นหมู่เจ้าสาวเกิน 3 เทือ บ่ได้ผัวคัก ๆ” (หนูวิวาห์อีกแล้วเหรอ ลูกสาววันนาเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วนะ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกิน 3 ครั้งจะไม่ได้สามีนี่)ยายคนหนึ่งนั่งไม่ใกล้ไม่ไกลหรี่ตามองจ้องใบหน้าสาวน้อยลูกครึ่ง วันนาผู้เป็นแม่พาลูกสาวกลับจากต่างประเทศมาอยู่ที่ต่างจังหวัดได้ไม่นาน แต่วิวาห์เข้าพิธีสู่ขวัญเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับงานแต่งงานคนในหมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงไปแล้ว รวมงานนี้เป็นครั้งที่สี่คนโบราณถือ ถ้าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกินสามครั้ง อาจจะไม่ได้แต่งงานมีสามี แต่นั่นก็เป็นเพียงคำพูดบอกต่อกันมาเท่านั้นส่วนวิวาห์สาวน้อยที่เป็นหัวข้อสนทนาทำเพียงฉีกยิ้มกว้าง เธอไม่ได้พูดอะไร เพราะการไม่มีสามีคือสิ่งที่เธอต้องการ ยิ่งตอนนี้ว่าที่สามีเธอยังมานั่งอยู่ในงานด้วย พอหันมาเห็นหน้าชีวินที่คิ้วเขาขมวดเป็นปมอยู่ ใบหน้ารูปไข่ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมส่งไปให้เห็นแบบนั้นคนพี่ยังทำแบบเดิมคือถอนหายใจแล้วเมินหน้าไปทางอื่น ไม่รู้ว่าเขาต้องถอนหายใจกับเธ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 8

    “เวียงนั่งก่อน มาเหนื่อย ๆ พักสักหน่อยเดี๋ยวค่อยไปบ้านงานแต่งกัน” เจ้าของบ้านพาเพื่อนมานั่งลงที่ชุดเก้าอี้ไม้สักทองขนาดใหญ่ภายในตัวบ้าน“ไม่เป็นไร ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากเลย ดีใจซะด้วยซ้ำที่ได้เจอวันและหนูวาห์ ทั้งจะได้เจอเพื่อนรุ่นเราที่ไม่ได้พบกันมานาน”เวียงพิงค์พูดไปยิ้มไป สองมือยังกุมมือเพื่อนไม่ยอมปล่อย เธอดีใจจริง ๆ ที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากวันนาคลอดลูกได้ไม่นานก็ต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ด้วยธุรกิจที่ทำอยู่ร่วมกันกับครอบครัวสามีเธอเอง พอไปอยู่ที่นู่นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากนักช่วงแรก เพราะเริ่มต้นใหม่อะไรก็ดูยากและยังไม่ลงตัวไปหมดแต่พอเด็ก ๆ โตขึ้นทั้งวันนาและเวียงพิงค์ถึงได้ติดต่อกันมากกันพูดคุยกันบ่อย ตอนเวียงพิงค์เสียสามีหัวหน้าครอบครัวไป ครอบครัวของวันนาก็มาแต่วิวาห์ไม่ได้มาเพราะติดอะไรหลาย ๆ อย่างปัจจุบันงานบริษัทสาขาที่ต่างประเทศกลายเป็นชอนสามีวันนาเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วนสาขาในประเทศเป็นเวียงพิงค์และลูกชายดูแลระหว่างที่ผู้ใหญ่สองคนพูดคุยซักถามกัน ชีวินชีวีเองก็นั่งฟังและมองรอบตัวบ้านไปพลาง

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 5

    ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 4

    “แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 3

    ‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 2

    “อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status