Mag-log inทั้งสามคนนั่งทานก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง มีชีวีกับวิวาห์ที่คุยกันตลอด บางทีก็วกวนมาหาชีวินเหมือนขอความเห็นแต่ไม่เคยได้คำตอบ เพราะเขาทำเพียงนิ่ง แต่ฟังและเก็บทุกรายละเอียดที่ทั้งสองคนคุยกันไว้หมด
“อ้าววิวาห์อีหล่าคนงาม” เสียงเอ่ยทักทายหญิงสาวจากทางหน้าร้าน
“น้องวาห์มากินก๋วยเตี๋ยวติหล่า”
ชายหนุ่มสองคนทักทายสาวน้อยขึ้นด้วยภาษาท้องถิ่น พอทั้งสามคนที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ก่อนแล้วหันไปมองคนมาใหม่ซึ่งมีสามคนเช่นกัน แต่เอ่ยทักเพียงสองคน อีกคนทำเพียงยิ้มทักทายเท่านั้น
หนุ่มเมืองกรุงเห็นหนุ่มบ้านนา ชีวินยังมองนิ่งแต่ชีวีอ้าปากค้างไปนิด ก่อนจะพูดออกไปแผ่วเบา
“หล่อมาก”
สามคนมาใหม่ตัวสูงใหญ่ทั้งใบหน้าหล่อคมเข้ม แต่งตัวสไตล์บ้าน ๆ เหมือนไปไร่ไปสวน เลี้ยงวัวในฟาร์ม แต่ยังคงความหล่อเหลาจากรูปร่างและใบหน้า เมื่อพวกเขาถอดหมวกและผ้าปิดหน้าออก
“สวัสดีจ้ะพี่นาย พี่เก้า พี่แสง”
วิวาห์เอ่ยทักทายกลับทั้งยิ้มให้ ไม่มีใครไม่รู้จักแก๊งสามหนุ่มหมู่บ้านโคนงามโคนเจริญนี้ พวกเขาฮอตมากแต่เหมือนจะไม่สนใจสาวไหน ทั้งที่อายุเยอะแล้ว อยู่แต่บ้านกับไร่กับฟาร์มและสัตว์เลี้ยง
ทั้งสามคนเองก็รู้จักสาวน้อยเมืองนอกดี เธอกับแม่ชอบสั่งปุ๋ยคอกไปบำรุงต้นไม้ที่ปลูกไว้ วิวาห์ไปที่ฟาร์มทีไรจะเจอทั้งสามคนทุกที เอ่ยทักทายกันบ่อยจนสนิท พวกเขาเองก็เอ็นดูหญิงสาวที่รูปร่างผิวพรรณอย่างกับลูกคุณหนู แต่ดันทำได้ทุกอย่าง
“พี่ ๆ มากินก๋วยเตี๋ยวเหรอจ๊ะ”
“ใช่ พึ่งออกจากฟาร์มเลยมาหาอะไรกินนะ แล้วนั่น...” ชายหนุ่มที่ทักคนแรกเหมือนชื่อพี่นายพยักพเยิดหน้ามาทางสองหนุ่มที่นั่งร่วมโต๊ะกับเธอ
“อ๋อคนนี้น้องผัว คนนี้ผัวจ้ะ” คนพูดผายมือไปทางชีวี ก่อนจะชี้นิ้วมาทางชีวินที่นั่งข้างเธอ
แค่ก แค่ก แค่ก
วิวาห์พูดจบเสียงไอของสองแฝดดังขึ้นพร้อมกันทันที เพราะสำลักเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นแทบออกจมูก ชีวีรีบหยิบกระดาษทิชชูพร้อมยื่นให้แฝดพี่เพื่อเช็ดปากเช็ดหน้า ชีวินเองยิ่งทำตัวไม่ถูกพูดตรงเกินไปแล้วยัยแสบนี่
“วิวาห์ !” ชีวินรีบเรียกชื่อเธอเพื่อปรามเรียกสติ
“อ้าว ก็เป็นคู่หมั้น สักหน่อยก็แต่งงานกัน ผัวไม่ถูกเหรอคะ”
ยังหันมาถามชีวินด้วยดวงตาใสซื่อ คิดว่าเขารู้ไม่ทันเธอเหรอว่ากำลังปั่นหัวกันอยู่
“เหรอ ถูก... ถูกแล้ว ตามสบายกันเลยนะ”
ทั้งสามหนุ่มบ้านนาที่มาทักทายวิวาห์ต่างทำตัวไม่ถูก รีบขอตัวถอยออกจากวงสนทนา เมื่อมองเห็นใบหน้าเรียบนิ่งกับสายตาชายหนุ่มที่สาวน้อยบอกว่าเป็นผัวหรือคู่หมั้น ทำหน้าเหมือนจะกินหัวเธออยู่แล้ว
พอชีวิน ชีวี และวิวาห์กินเสร็จถึงได้กลับบ้าน ชีวีไม่บ่นอีกเรื่องหิว แต่บ่นตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้านว่าง่วง
“ง่วง”
ชีวีพูดอีกทีเมื่อทุกคนเดินเข้าประตูบ้านมา ชีวินมองน้องอย่างเอือมระอา
“เดี๋ยวบ่นหิวเดี๋ยวบ่นง่วง เป็นเด็กหรือไง”
“หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนปกติปะ”
กับคนสนิทชีวีพูดมากเสมอโดยเฉพาะกับแฝดพี่
“ถูกค่ะ งั้นพี่ทั้ง 2 คนพักตามสบายเลยนะคะ”
สาวน้อยเจ้าของบ้านบอกอย่างอารมณ์ดี แฝดน้องทำเพียงยิ้มพยักหน้าให้วิวาห์ ชีวีง่วงมากตาจะหลับจริง ๆ นอนบนรถไม่สนุกสักนิด ขอพักดี ๆ สักหน่อย ถึงได้เดินปลีกตัวเข้าห้องนอนไป
เหลือเพียงชีวินที่มองตามน้องชาย พอหันกลับมาจะมองเจ้าของบ้านวิวาห์กลับเดินเกือบถึงหน้าประตูบ้านแล้ว
“จะไปไหน”
“คุยกับวาห์เหรอ” พอได้ยินเสียงเขา เธอหันกลับมาแถมยังทำตาโตยกมือชี้หน้าตัวเองอีก
ชีวินมองอยู่พยายามหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อระงับอารมณ์ สิ่งที่ควรรู้เธอดันไม่รู้ แต่พอสิ่งที่ควรไม่รู้เธอกลับรู้ดี ชีวินถอนหายใจแผ่วเบาระบายความเมื่อยล้า ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาคุยกับเธอ
“ไปสวนมะม่วงค่ะ ว่าจะไปใส่ปุ๋ยสักหน่อยกำลังติดผล พี่วินไปด้วยไหมคะ” ชีวินนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับง่าย ๆ อีกที
เขาเองก็ง่วงและอยากพักเหมือนกับชีวี แต่ยังอยากรู้ว่าวิวาห์จะทำอะไรในแต่ละวันที่ต่างจังหวัด ดูเธอเข้ากับคนง่ายปรับตัวได้ดีเหลือเกิน ทั้งที่มาอยู่ได้ไม่นาน
“งั้นเปลี่ยนชุดก่อนนะคะเดี๋ยวเลอะ”
วิวาห์หาเสื้อให้เขาใส่ใหม่เพราะกลัวเลอะเหงื่อเลอะฝุ่น
“เสื้ออะไรของใคร”
“เสื้อแถมปุ๋ยค่ะ ใส่ได้ผ้าดียังไม่มีคนใช้นะคะ เพราะเป็นไซซ์ผู้ชาย”
ชีวินยังมองอย่างชั่งใจ เพราะปกติชายหนุ่มไม่ชอบใช้ของที่ไม่ใช่ของตัวเองและไม่ใช้ร่วมกับใคร เธอบอกยังไม่มีคนใช้เขาก็จะยอม ๆ ใส่ไป วิวาห์มองอยู่ทำเพียงยิ้มให้ เธอกะจะนึกแกล้งแต่พอพี่สวมเสื้อเสร็จมันดันเข้ากับเขา ผิวขาวเนียนกับเสื้อแดงก็นะ หล่อแต่หน้านิ่ง
พอชีวินเปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยทั้งคู่ถึงได้เดินเข้าสวนไป ต้นมะม่วงน้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ออกลูกติดผลกำลังโตเต็มต้น
“พี่วินรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยววาห์เอาปุ๋ยแป๊บ”
เธอหันมาบอกเขาที่เดินตามหลังมาติด ๆ ชีวินเองก็หยุดยืนรอไม่ได้พูดอะไรออกไป วิวาห์เข้าไปยังโรงเก็บปุ๋ยเล็ก ๆ ออกมาพร้อมกระสอบปุ๋ยสีขาวเปื้อนฝุ่น
ชีวินมองตามร่างเล็กทั้งคิ้วขมวด นึกถึงคำพูดที่เวียงพิงค์แม่ของเขาบอก ‘น้องน่ารักเรียบร้อยมากทั้งอ่อนหวาน แบบบางน่าทะนุถนอมสุด ๆ’ น่ารัก ชีวินไม่เถียง เธอหน้าตาสวยน่ารักผิวพรรณดี แต่เรียบร้อยอ่อนหวาน แบบบางน่าทะนุถนอม เขาไม่แน่ใจ
เมื่อตอนนี้เธอแบกถุงปุ๋ยขึ้นบ่าเดินตัวปลิวเข้าสวนมะม่วงโดยไม่รอเขาไปแล้ว ชีวินเหมือนจะขำก็ขำไม่ออก เธอแปลกจริง ๆ เป็นคนยังไงกันแน่
“พี่วินตามมาสิคะ”
“อื้อ” ชีวินจูบปากเล็กอีกครั้ง มือสองข้างบีบคลึงเต้าอวบจากแผ่วเบาเป็นหนักมือ ทั้งขยับใบหน้าลงหายอดอกป้อนนมเธอเข้าปากตัวเองไปหญิงสาวบิดเร่าด้วยความวาบหวามยอดอกทั้งสองข้างถูกเขาดูดดึงไปมาถี่รัวจนรู้สึกเสียวซ่านชายหนุ่มเลื่อนลงต่ำยกเรียวขาสวยแยกออกมองความเป็นเธอที่ฉ่ำน้ำ เขาไม่รอแล้ว คิดพร้อมโน้มตัวยื่นหน้าจูบเนินน้อยแผ่วเบา ลากนิ้วเรียวยาวลงตามรอยแยกสวย ตามมาด้วยลิ้นร้อนสัมผัสจุดอ่อนไหวเขาใช้ทั้งมือทั้งปาก นิ้วแกร่งสองนิ้วที่เข้าออก พร้อมเรียวลิ้นตวัดปุ่มกระสัน บางที่ยังห่อปากดูดดึงจนเกินเสียงหยาบโลน“พี่วิน อื้อ”ถ้าวิวาห์เรียกเขาแปลว่าถึงจุดและตรงนั้นควรซ้ำทำต่อ คนปรนเปรอใช้ทั้งนิ้วทั้งปากเล่นงานจุดอ่อนไหว นิ้วเขาเริ่มขยับกระแทกเข้าออกจากเร็วเป็นรัว อีกมือที่ยื่นขึ้นไปบีบหน้าอกนุ่มนิ่มจนปริออกตามซอกนิ้ว“อ๊ะ พี่วินพอ พอก่อนค่ะ วาห์จะเสร็จ”หญิงสาวร้องลั่นเธอเสียวมาก มือเล็กกำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายอารมณ์ที่มากล้นชีวินทำจนน้ำหวานไหลทะลักออกมาเป็นสายให้เขาเห็น“อื้อ พี่วิน” วิวาห์ถึงกับร้องขึ้นมาอ
“เอากูไปหาหมอที”“อะไรอีก” พิทย์ถามขึ้นทั้งทำหน้างง“น้ำตาลในเลือดกูสูงก็วันนี้”เฮียบาร์พูดขึ้นก่อนใครเพื่อน เขามองชีวินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครที่บอกว่ามันยิ้มยากหวงตัวขอเถียงขาดใจ กับคนอื่นน่ะใช่ ยกเว้นกับวิวาห์“ตากูก็เริ่มมัวแล้วด้วย”“เพราะ”“เบาหวานขึ้นตา ไอ้บ้า กูเขิน” ธารพูดขึ้นบ้าง บอกตรง คันหัวใจ นึกถึงตัวเองกับยอดเตยเลย“มึงพึ่งหมั้นไปแบบนี้เปี๊ยบ”“จับขากูดูสิ ข้างนี้ยังเหลืออยู่ไหม”“ยังมี”“โล่งใจ หวานเกินพ่อหนุ่ม หวานแบบตัดขาเพื่อน ตัดขาแขกทั้งงานแล้ว”ยอดตองกับชีวีที่เล่นตบมุกมาเป็นคู่สุดท้ายทำเอาแขกในงานต่างพากันหัวเราะยินดี บางคนขำจนท้องแข็งให้กับกลุ่มเพื่อนฝ่ายชายวิวาห์ยังฉีกยิ้มกว้างนั่งข้างคู่หมั้นเธอ มีชีวินที่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เพื่อน เวียงพิงค์กับวันนานั่งจับมือกันทั้งเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอ ส่วนชอนพ่อของหญิงสาวทำเพียงนั่งยิ้มมองลูกทั้งสองคนตรงหน้าอย่างยินดีพิธีสวมแหวนเสร็จสิ้นแขกผู้ใหญ่ต่างยินดีกับทั้งคู่รวมถึงเจน
เวลาเลยผ่าน ชีวินขึ้นมัธยมปลายอยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มขอมาเจอวิวาห์ ชอนยังหวงลูกสาวอยู่เพราะเธอยังเด็กและอยู่ในช่วงวัย เขาถึงบอกให้ชีวินรออีกนิดยามที่วิวาห์เรียนมหาวิทยาลัย เขาจะส่งเธอมาไทยแล้วทั้งสองคนจะได้ทำความรู้จักกัน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งคู่ถ้ารักกันด้วยใจของตัวเองไม่ใช่เพราะพ่อแม่สนิทกัน ชอนยินดีจะปล่อยมือลูกสาวให้กับชีวิน เขารู้ทำแบบนี้เห็นแก่ตัว แต่ชายวัยกลางคนบอกชายหนุ่มรุ่นลูกไปหลายต่อหลายครั้ง ทั้งถามชีวินเป็นเชิงแซวทั้งสอนไปในตัวเรื่องความรักว่า ชีวินไม่จำเป็นต้องรอวิวาห์ เขาสามารถรักคนที่เขาอยากรักได้เลยแต่ชีวินกลับตอบชอนกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ‘ผมจะรอเธอ’ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยแม้กระทั่งวันนาและเวียงพิงค์ ชีวีเองคงมีระแคะระคายบ้างเพราะอยู่ด้วยกันตลอดชีวินไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เขาเอาแต่รอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้โตพอจะเป็นคนรักของเขาได้ ชายหนุ่มเลยไม่ค่อยพูดกับใคร เก็บตัวล็อกห้องอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวซะส่วนใหญ่ ปิดใจและไม่ให้ใครเข้าใกล้ตนเพื่อรักษาเนื้อรักษาตัวรอเธอจริง ๆเรื่องที่ทั้งคู่ทะเลาะเข้าใจผิดกันผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพอรู้ ชอนเ
“พี่อยากเจอวาห์มาก ทั้งกลัววาห์จะโตมาแล้วรักคนอื่น แต่นั่นมันสิทธิ์ของวาห์พี่ทำได้แค่รอ”วิวาห์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ เธอต้องตกใจเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่ชีวินรอเธอมาตลอดชีวิตที่มี หรือเรื่องที่เขารอแล้วต่อให้เธอรักคนอื่นก็สิทธิ์ของเธอ แล้วเขาล่ะ เขาที่รอจะเป็นยังไง ทำไมเขาถึง...“ทำไมพี่วินไม่คิดจะรักคนอื่น”หญิงสาวหันหน้ามามองผู้ชายตรงหน้า ชีวินยังยืนใกล้เธอทั้งจับมือเล็กกุมไว้ อีกมือยกขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แก้มนิ่มแผ่วเบาที่มีหยดน้ำตาไหลลงมาไม่หยุดวิวาห์ไม่ได้อยากร้องไห้แต่ควบคุมน้ำตาให้หยุดมันยาก เวลาหลายปีเขาเฝ้ารอเธอ ถ้าเธอรู้ ถ้ารู้สักนิดจะไม่ดื้อใส่เขาเลย จะยอมให้เขารักดี ๆ และจะยอมรักเขาด้วยใจทั้งหมดที่เธอมี“พี่รักวาห์ไปแล้ว รักมากขึ้นทุกวัน และมากขึ้นทุก ๆ วัน” ชีวินพูดเสียงหนักแน่นมั่นคง มือไม่ยอมถอยห่างหญิงสาวตรงหน้า เธอเป็นมากกว่ารัก เป็นทุกอย่างของเขา“แล้วที่เมินเฉยใส่วาห์” ทำไมเขาถึงเมินเฉยใส่เธอถ้าบอกว่ารักกันจริง“เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้วาห์ยิ่งเข้าใกล้พี่โดยที่พี่ไม่ต้องทำอะไร” ชีวินพ
หญิงสาววาดขาลงจากเตียงลุกขึ้นเร็ว ๆ กลับมึนหัวจวนจะล้ม จู่ ๆ ดันมีมือหนาพร้อมวงแขนแกร่งสอดเข้าเอวบางรั้งเธอเข้าหาตัวเขาไว้“พักอีกสักหน่อยวาห์มีไข้ ปวดหัวอยู่ไหม”มือที่กอดเธอไว้ปล่อยมาข้างตัวหวังแตะหน้าผากคนตัวเล็ก เพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกายแต่วิวาห์กลับปัดออก“ปล่อยค่ะ” วิวาห์เธอใจดี ขี้เล่น ยิ้มง่าย สดใสอยู่เสมอก็จริง อีกอย่างที่เขาพึ่งรู้คือเธอใจแข็งมากตลอดระยะเกือบเดือนที่คนในอ้อมกอดหนีเขาไป เธอไม่ติดต่อมาเลยสักครั้งส่วนชีวินเองก็โทร.หาเธอไม่ได้ ไปเห็นหน้าก็โดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ ทำเพียงมองจากไกล ๆ เท่านั้นอย่าให้เธอรู้ตัว เขาโคตรทรมาน แต่วันนี้มันจบแล้ว เหลือเพียงหน้าที่เขาที่ต้องทำให้วิวาห์กลับมารักเขาอีกครั้ง“ปล่อย”“พี่เป็นห่วง”เสียงคนที่กอดเธอไหวแผ่วเบา วิวาห์นิ่งไปเธอเงยหน้าสบนัยน์ตาสีอ่อนของคนตัวโต เดือนกว่าที่เธอไม่ได้เจอเขา คนตรงหน้ากลับซูบลงอย่างเห็นได้ชัดคนรักสะอาดใบหน้าเกลี้ยงเกลาเนียนใสยิ่งกว่าผู้หญิง ตอนนี้มีสิวขึ้นหลายเม็ด แถมหนวดเครายังมีให้เห็นจาง ๆ มือเล็กบีบเข้าหากันจนแน่นเพื่อห้ามไม่ให้ยื่นไปแต
ชีวินเรียนจบแล้วเขาเข้ามาบริหารธุรกิจที่บ้านเต็มตัว ทั้งเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนที่ร่วมลงทุนด้วยกันแคนยกเว้นธาร และมีเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันรวมถึงรุ่นพี่เก่ง ๆ ที่ดึงตัวมาช่วยตรงนี้ ผู้ถือหุ้นหลักมีอยู่ห้าคนคือยอดตอง ชีวี ชีวิน พิทย์ และบาร์ ชื่อบริษัท CVTPB ไม่มีความหมายอะไรตั้งตามชื่ออักษรย่อของผู้ถือหุ้น ชีวีชีวินทำหน้าที่ประมูลงานคุยกับลูกค้า พิทย์ควบคุมการออกแบบระบบ บาร์กับยอดตองแยกย้ายกันดูหน้าไซต์งานหลายเดือนมานี้ชีวินทำงานอย่างบ้าคลั่งจนซูบและมีปัญหาด้านสุขภาพบ่อยครั้ง หลังจากวันนั้นที่วิวาห์บอกว่าเธอจะหายไปจากชีวิตเขาเอง เธอไปจริง ๆ ตามก็ไม่ได้เพราะถูกสั่งห้ามไว้“มันจะตายไหมนั่น”เฮียบาร์ที่เห็นชีวินเอาแต่นั่งอ่านแผนงานทั้งที่ตอนนี้เวลาพักเที่ยง พวกเขาหกคนมารวมตัวกันที่บริษัทสั่งอาหารมาเยอะแยะไปหมด มันดันเลือกดื่มเพียงน้ำเปล่าแล้วบอกจะเร่งงานต่อ“อาการเข้าขั้นโคม่า” พิทย์ที่มองเพื่อนอย่างเห็นใจทั้งเห็นสมควร ใจร้ายกับเขาได้ ไม่ไว้ใจใครไม่ว่า ไม่ไว้ใจเมีย ผลที่ได้ก็ตามนั้น“ไอซียูไม่รับนะแบบนี้ ห้องดับจิตน่าจะได้อยู่”ยอดตองที
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






