Se connecter“อิหล่าวิวาห์อีกแล้วติสู ลูกสาววันนาเป็นหมู่เจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วเด้อ เขาว่าเป็นหมู่เจ้าสาวเกิน 3 เทือ บ่ได้ผัวคัก ๆ” (หนูวิวาห์อีกแล้วเหรอ ลูกสาววันนาเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วนะ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกิน 3 ครั้งจะไม่ได้สามีนี่)
ยายคนหนึ่งนั่งไม่ใกล้ไม่ไกลหรี่ตามองจ้องใบหน้าสาวน้อยลูกครึ่ง วันนาผู้เป็นแม่พาลูกสาวกลับจากต่างประเทศมาอยู่ที่ต่างจังหวัดได้ไม่นาน แต่วิวาห์เข้าพิธีสู่ขวัญเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับงานแต่งงานคนในหมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงไปแล้ว รวมงานนี้เป็นครั้งที่สี่
คนโบราณถือ ถ้าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกินสามครั้ง อาจจะไม่ได้แต่งงานมีสามี แต่นั่นก็เป็นเพียงคำพูดบอกต่อกันมาเท่านั้น
ส่วนวิวาห์สาวน้อยที่เป็นหัวข้อสนทนาทำเพียงฉีกยิ้มกว้าง เธอไม่ได้พูดอะไร เพราะการไม่มีสามีคือสิ่งที่เธอต้องการ ยิ่งตอนนี้ว่าที่สามีเธอยังมานั่งอยู่ในงานด้วย พอหันมาเห็นหน้าชีวินที่คิ้วเขาขมวดเป็นปมอยู่ ใบหน้ารูปไข่ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมส่งไปให้
เห็นแบบนั้นคนพี่ยังทำแบบเดิมคือถอนหายใจแล้วเมินหน้าไปทางอื่น ไม่รู้ว่าเขาต้องถอนหายใจกับเธออีกกี่ครั้ง
พิธีสู่ขวัญบ่าวสาวตามประเพณีเริ่มขึ้น ทั้งผูกข้อไม้ข้อมือรับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ ชีวินกับวิวาห์เองก็ได้ผูกไม่ต่างจากเจ้าบ่าวเจ้าสาว ข้อมือสองข้างมีด้ายสายสิญจน์สีขาวผูกเต็มไปหมด
จนพิธียินดีเสร็จสิ้น
“หอมแก้มให้แม่ ๆ เบิ่งแหน่หล่า ฮักกันแพงกันหอมกันให้เบิ่งแหน่” (หอมแก้มให้แม่ ๆ ดูหน่อยลูก รักกันทะนุถนอมกัน หอมกันให้ดูหน่อย)
“หอมเลย หอมเลย หอมเลย”
เจ้าบ่าวเจ้าสาวยิ้มน้อย ๆ เขินอายกับการที่ต้องแสดงความรักต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน แน่นอนว่าที่ผ่านมาคบกันมาหลายปีต้องเคยทำมากกว่านั้นแน่ เมื่อผู้ใหญ่เรียกร้องอยากเห็นพอกระชุ่มกระชวยหัวใจ ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนเจ้าบ่าวจะหอมเจ้าสาวทำเพียงยื่นจมูกแตะแก้มนิ่มเท่านั้น
เห็นแบบนั้นผู้ใหญ่ต่างยิ้มแย้ม พอกำลังจะร้องเฮยินดีเป็นต้องชะงักกันถ้วนหน้า
เมื่อสาวน้อยที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว เธอเดินมานั่งข้างเพื่อนเจ้าบ่าวตั้งแต่เมื่อตอนไหน ชีวินเองก็ไม่รู้ตัวเพราะมัวยินดีกับคู่บ่าวสาวอยู่
ที่ทุกคนในงานชะงักไปเพราะวิวาห์ยื่นหน้าหอมแก้มเพื่อนเจ้าบ่าวจน ใบหน้าชายหนุ่มเอียงไปนิด
ชีวินเองก็ตกใจที่จู่ ๆ มีคนมาแตะตัว พอหันไปมองถึงเห็นใบหน้าอ่อนใสกับดวงตากลมโตมองกันอยู่ก่อนแล้ว พร้อมรอยยิ้มหวานฉีกกว้างส่งให้เขาอยู่
คนพาทำพิธีที่ถือไมโครโฟนรีบพูดขึ้น
“อะ... เอ่อ หอมแค่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็พอลูก”
พอโฆษกประจำหมู่บ้านพูดจบ เสียงซุบซิบพูดคุยกันของป้า ๆ ยาย ๆ ที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็ดังขึ้นให้ได้ยิน
“ปกติหนูวาห์ก็ไม่เคยไปหอมเพื่อนเจ้าบ่าว 3 งานที่ผ่านมานะ”
“นั่นสิ ทำไมงานนี้ถึงหอมแก้มเพื่อนเจ้าบ่าวได้”
“แถมยังยิ้มหน้าตาสดใส หรือเขาเป็นแฟนกัน”
“พ่อหนุ่มคนนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนหน้าเลย”
“เขาว่าคนนี้เป็นลูกชายเวียงพิงค์ที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับวันนา”
สองคนผู้เป็นแม่ที่มีชื่อในหัวข้อสนทนานั่งอยู่มุมหนึ่งของบ้านงานแต่ง วันนานั่งไหล่ตกทิ้งตัวซบหาอกเวียงพิงค์ มีชีวีใช้พัดสารจากไม้ไผ่หลากสี พัดเรียกลมให้น้าวันทั้งยื่นยาดมให้ เพราะวันนาทำท่าลมจะจับ
เมื่อเห็นลูกสาวคนเดียวหอมแก้มผู้ชายต่อหน้าคนเกือบทั้งหมู่บ้าน ถึงจะเป็นคู่หมั้นก็เถอะ มันยังไม่ถึงขั้นนั้นจริง ๆ สักหน่อย ยัยวาห์นะยัยวาห์ ป้า ๆ ยาย ๆ รุ่นนี้ยิ่งเหมือนโทรโข่งชั้นดี เชื่อสิว่าข่าวจะแพร่ออกไปไกลถึงอีกหมู่บ้าน
ชีวินที่นิ่งเงียบรีบดึงแขนคนข้าง ๆ ที่มองกันอยู่ให้นั่งลงดี ๆ และแนบชิดกับตัวเขา
“อ๊ะ พี่วินเบาสิคะ วาห์เจ็บนะ”
ชีวินคิ้วขมวดทันทีพร้อมหันมองคนนั่งข้าง เธอพูดว่าเจ็บซะเสียงดัง แต่ดวงตาใสแป๋วกับรอยยิ้มทะเล้นนั่นแสดงเก่ง ยัยดื้อ
“เงียบ ๆ สิ คนมองเห็นไหม”
น้ำเสียงราบเรียบติดดุรีบบอกออกไป วิวาห์ถึงได้ยักไหล่นั่งลงข้างพี่เงียบ ๆ มือหนายังจับแขนเธออยู่ไม่ยอมปล่อย คนน้องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาใช้นิ้วหัวแม่มือลูบแผ่วเบาเป็นการปลอบเพราะเธอบอกเจ็บ
“วาห์ วิวาห์ลูก ให้แม่ถามจักคำแหน่หล่า” (แม่ขอถามสักนิดได้ไหม)
เสียงยายที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นึกสงสัยและด้วยความอยากใส่ใจมาก จนต้องขอถามสาวน้องตรงหน้าให้รู้แจ้ง
“จ้ะยาย”
“ผัวโตติ”
“ใช่จ้ะ”
“หา/นี่/เฮ้อ/วัน/น้าวันครับ” เสียงอุทานหลายเสียงดังผสานขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
‘หา’ คือเสียงป้า ๆ ยาย ๆ คนในหมูบ้านที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ส่วน ‘นี่’ เป็นเสียงของชีวินที่นั่งข้างเธอ แล้วเสียงถอนหายใจเฮือกสุดท้ายก็เป็นแม่เธอ และสองเสียงสุดท้ายเป็นของป้าเวียงกับชีวีเรียกสติวันนาแม่ของเธอ เพราะวันนาเหมือนจะโดนลมจับอีกรอบทั้งอับอาย
“ไม่ใช่เหรอคะ เราเป็นคู่หมั้นกันนี่ สักวันต้องเป็นผัวเมียกัน”
เจ้าตัวยังหันมาถามชายหนุ่มด้วยดวงตาใสซื่อ ชีวินพอรู้เธออยู่ต่างประเทศนาน พูดตรง ทำจริง แต่นี่มันตรงไปและเรื่องของเราทั้งคู่ยังไปไม่ถึงไหน ผู้คนกลับรู้ทั้งหมู่บ้าน ชีวินขอถอนหายใจอีกรอบเพื่อระบายความเหนื่อยหน่าย เขาจะทำยังไงกับเธอดี
“โอ๋ บัดได๋แท้เป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน กะว่าแบบนั้นแหน่ แม่กะตกใจเห็นอิหล่าหอมแก้มอ้าย นึกว่าบ่ได้เป็นหยังกัน” (อ๋อ ที่ไหนได้เป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน ก็บอกแบบนั้นหน่อย แม่ก็ตกใจเห็นหนูหอมแก้มพี่เขา นึกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน) เสียงยายที่ถามขึ้นก่อนหน้าทำท่าทางเข้าใจ
“อื้อ” ชีวินจูบปากเล็กอีกครั้ง มือสองข้างบีบคลึงเต้าอวบจากแผ่วเบาเป็นหนักมือ ทั้งขยับใบหน้าลงหายอดอกป้อนนมเธอเข้าปากตัวเองไปหญิงสาวบิดเร่าด้วยความวาบหวามยอดอกทั้งสองข้างถูกเขาดูดดึงไปมาถี่รัวจนรู้สึกเสียวซ่านชายหนุ่มเลื่อนลงต่ำยกเรียวขาสวยแยกออกมองความเป็นเธอที่ฉ่ำน้ำ เขาไม่รอแล้ว คิดพร้อมโน้มตัวยื่นหน้าจูบเนินน้อยแผ่วเบา ลากนิ้วเรียวยาวลงตามรอยแยกสวย ตามมาด้วยลิ้นร้อนสัมผัสจุดอ่อนไหวเขาใช้ทั้งมือทั้งปาก นิ้วแกร่งสองนิ้วที่เข้าออก พร้อมเรียวลิ้นตวัดปุ่มกระสัน บางที่ยังห่อปากดูดดึงจนเกินเสียงหยาบโลน“พี่วิน อื้อ”ถ้าวิวาห์เรียกเขาแปลว่าถึงจุดและตรงนั้นควรซ้ำทำต่อ คนปรนเปรอใช้ทั้งนิ้วทั้งปากเล่นงานจุดอ่อนไหว นิ้วเขาเริ่มขยับกระแทกเข้าออกจากเร็วเป็นรัว อีกมือที่ยื่นขึ้นไปบีบหน้าอกนุ่มนิ่มจนปริออกตามซอกนิ้ว“อ๊ะ พี่วินพอ พอก่อนค่ะ วาห์จะเสร็จ”หญิงสาวร้องลั่นเธอเสียวมาก มือเล็กกำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายอารมณ์ที่มากล้นชีวินทำจนน้ำหวานไหลทะลักออกมาเป็นสายให้เขาเห็น“อื้อ พี่วิน” วิวาห์ถึงกับร้องขึ้นมาอ
“เอากูไปหาหมอที”“อะไรอีก” พิทย์ถามขึ้นทั้งทำหน้างง“น้ำตาลในเลือดกูสูงก็วันนี้”เฮียบาร์พูดขึ้นก่อนใครเพื่อน เขามองชีวินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครที่บอกว่ามันยิ้มยากหวงตัวขอเถียงขาดใจ กับคนอื่นน่ะใช่ ยกเว้นกับวิวาห์“ตากูก็เริ่มมัวแล้วด้วย”“เพราะ”“เบาหวานขึ้นตา ไอ้บ้า กูเขิน” ธารพูดขึ้นบ้าง บอกตรง คันหัวใจ นึกถึงตัวเองกับยอดเตยเลย“มึงพึ่งหมั้นไปแบบนี้เปี๊ยบ”“จับขากูดูสิ ข้างนี้ยังเหลืออยู่ไหม”“ยังมี”“โล่งใจ หวานเกินพ่อหนุ่ม หวานแบบตัดขาเพื่อน ตัดขาแขกทั้งงานแล้ว”ยอดตองกับชีวีที่เล่นตบมุกมาเป็นคู่สุดท้ายทำเอาแขกในงานต่างพากันหัวเราะยินดี บางคนขำจนท้องแข็งให้กับกลุ่มเพื่อนฝ่ายชายวิวาห์ยังฉีกยิ้มกว้างนั่งข้างคู่หมั้นเธอ มีชีวินที่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เพื่อน เวียงพิงค์กับวันนานั่งจับมือกันทั้งเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอ ส่วนชอนพ่อของหญิงสาวทำเพียงนั่งยิ้มมองลูกทั้งสองคนตรงหน้าอย่างยินดีพิธีสวมแหวนเสร็จสิ้นแขกผู้ใหญ่ต่างยินดีกับทั้งคู่รวมถึงเจน
เวลาเลยผ่าน ชีวินขึ้นมัธยมปลายอยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มขอมาเจอวิวาห์ ชอนยังหวงลูกสาวอยู่เพราะเธอยังเด็กและอยู่ในช่วงวัย เขาถึงบอกให้ชีวินรออีกนิดยามที่วิวาห์เรียนมหาวิทยาลัย เขาจะส่งเธอมาไทยแล้วทั้งสองคนจะได้ทำความรู้จักกัน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งคู่ถ้ารักกันด้วยใจของตัวเองไม่ใช่เพราะพ่อแม่สนิทกัน ชอนยินดีจะปล่อยมือลูกสาวให้กับชีวิน เขารู้ทำแบบนี้เห็นแก่ตัว แต่ชายวัยกลางคนบอกชายหนุ่มรุ่นลูกไปหลายต่อหลายครั้ง ทั้งถามชีวินเป็นเชิงแซวทั้งสอนไปในตัวเรื่องความรักว่า ชีวินไม่จำเป็นต้องรอวิวาห์ เขาสามารถรักคนที่เขาอยากรักได้เลยแต่ชีวินกลับตอบชอนกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ‘ผมจะรอเธอ’ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยแม้กระทั่งวันนาและเวียงพิงค์ ชีวีเองคงมีระแคะระคายบ้างเพราะอยู่ด้วยกันตลอดชีวินไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เขาเอาแต่รอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้โตพอจะเป็นคนรักของเขาได้ ชายหนุ่มเลยไม่ค่อยพูดกับใคร เก็บตัวล็อกห้องอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวซะส่วนใหญ่ ปิดใจและไม่ให้ใครเข้าใกล้ตนเพื่อรักษาเนื้อรักษาตัวรอเธอจริง ๆเรื่องที่ทั้งคู่ทะเลาะเข้าใจผิดกันผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพอรู้ ชอนเ
“พี่อยากเจอวาห์มาก ทั้งกลัววาห์จะโตมาแล้วรักคนอื่น แต่นั่นมันสิทธิ์ของวาห์พี่ทำได้แค่รอ”วิวาห์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ เธอต้องตกใจเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่ชีวินรอเธอมาตลอดชีวิตที่มี หรือเรื่องที่เขารอแล้วต่อให้เธอรักคนอื่นก็สิทธิ์ของเธอ แล้วเขาล่ะ เขาที่รอจะเป็นยังไง ทำไมเขาถึง...“ทำไมพี่วินไม่คิดจะรักคนอื่น”หญิงสาวหันหน้ามามองผู้ชายตรงหน้า ชีวินยังยืนใกล้เธอทั้งจับมือเล็กกุมไว้ อีกมือยกขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แก้มนิ่มแผ่วเบาที่มีหยดน้ำตาไหลลงมาไม่หยุดวิวาห์ไม่ได้อยากร้องไห้แต่ควบคุมน้ำตาให้หยุดมันยาก เวลาหลายปีเขาเฝ้ารอเธอ ถ้าเธอรู้ ถ้ารู้สักนิดจะไม่ดื้อใส่เขาเลย จะยอมให้เขารักดี ๆ และจะยอมรักเขาด้วยใจทั้งหมดที่เธอมี“พี่รักวาห์ไปแล้ว รักมากขึ้นทุกวัน และมากขึ้นทุก ๆ วัน” ชีวินพูดเสียงหนักแน่นมั่นคง มือไม่ยอมถอยห่างหญิงสาวตรงหน้า เธอเป็นมากกว่ารัก เป็นทุกอย่างของเขา“แล้วที่เมินเฉยใส่วาห์” ทำไมเขาถึงเมินเฉยใส่เธอถ้าบอกว่ารักกันจริง“เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้วาห์ยิ่งเข้าใกล้พี่โดยที่พี่ไม่ต้องทำอะไร” ชีวินพ
หญิงสาววาดขาลงจากเตียงลุกขึ้นเร็ว ๆ กลับมึนหัวจวนจะล้ม จู่ ๆ ดันมีมือหนาพร้อมวงแขนแกร่งสอดเข้าเอวบางรั้งเธอเข้าหาตัวเขาไว้“พักอีกสักหน่อยวาห์มีไข้ ปวดหัวอยู่ไหม”มือที่กอดเธอไว้ปล่อยมาข้างตัวหวังแตะหน้าผากคนตัวเล็ก เพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกายแต่วิวาห์กลับปัดออก“ปล่อยค่ะ” วิวาห์เธอใจดี ขี้เล่น ยิ้มง่าย สดใสอยู่เสมอก็จริง อีกอย่างที่เขาพึ่งรู้คือเธอใจแข็งมากตลอดระยะเกือบเดือนที่คนในอ้อมกอดหนีเขาไป เธอไม่ติดต่อมาเลยสักครั้งส่วนชีวินเองก็โทร.หาเธอไม่ได้ ไปเห็นหน้าก็โดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ ทำเพียงมองจากไกล ๆ เท่านั้นอย่าให้เธอรู้ตัว เขาโคตรทรมาน แต่วันนี้มันจบแล้ว เหลือเพียงหน้าที่เขาที่ต้องทำให้วิวาห์กลับมารักเขาอีกครั้ง“ปล่อย”“พี่เป็นห่วง”เสียงคนที่กอดเธอไหวแผ่วเบา วิวาห์นิ่งไปเธอเงยหน้าสบนัยน์ตาสีอ่อนของคนตัวโต เดือนกว่าที่เธอไม่ได้เจอเขา คนตรงหน้ากลับซูบลงอย่างเห็นได้ชัดคนรักสะอาดใบหน้าเกลี้ยงเกลาเนียนใสยิ่งกว่าผู้หญิง ตอนนี้มีสิวขึ้นหลายเม็ด แถมหนวดเครายังมีให้เห็นจาง ๆ มือเล็กบีบเข้าหากันจนแน่นเพื่อห้ามไม่ให้ยื่นไปแต
ชีวินเรียนจบแล้วเขาเข้ามาบริหารธุรกิจที่บ้านเต็มตัว ทั้งเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนที่ร่วมลงทุนด้วยกันแคนยกเว้นธาร และมีเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันรวมถึงรุ่นพี่เก่ง ๆ ที่ดึงตัวมาช่วยตรงนี้ ผู้ถือหุ้นหลักมีอยู่ห้าคนคือยอดตอง ชีวี ชีวิน พิทย์ และบาร์ ชื่อบริษัท CVTPB ไม่มีความหมายอะไรตั้งตามชื่ออักษรย่อของผู้ถือหุ้น ชีวีชีวินทำหน้าที่ประมูลงานคุยกับลูกค้า พิทย์ควบคุมการออกแบบระบบ บาร์กับยอดตองแยกย้ายกันดูหน้าไซต์งานหลายเดือนมานี้ชีวินทำงานอย่างบ้าคลั่งจนซูบและมีปัญหาด้านสุขภาพบ่อยครั้ง หลังจากวันนั้นที่วิวาห์บอกว่าเธอจะหายไปจากชีวิตเขาเอง เธอไปจริง ๆ ตามก็ไม่ได้เพราะถูกสั่งห้ามไว้“มันจะตายไหมนั่น”เฮียบาร์ที่เห็นชีวินเอาแต่นั่งอ่านแผนงานทั้งที่ตอนนี้เวลาพักเที่ยง พวกเขาหกคนมารวมตัวกันที่บริษัทสั่งอาหารมาเยอะแยะไปหมด มันดันเลือกดื่มเพียงน้ำเปล่าแล้วบอกจะเร่งงานต่อ“อาการเข้าขั้นโคม่า” พิทย์ที่มองเพื่อนอย่างเห็นใจทั้งเห็นสมควร ใจร้ายกับเขาได้ ไม่ไว้ใจใครไม่ว่า ไม่ไว้ใจเมีย ผลที่ได้ก็ตามนั้น“ไอซียูไม่รับนะแบบนี้ ห้องดับจิตน่าจะได้อยู่”ยอดตองที
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา







