LOGIN“พ่อ... พ่อคือพ่อโอลิเวอร์ของลูกยังไงล่ะครับ”
โอลิเวอร์ผลักประตูก้าวเข้าไปหาลูกชาย เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้เด็กน้อยที่ทำหน้าเหวอ ย่อตัวอ้าแขนออกสบตาสีเดียวกันแล้วพยักหน้าให้ น้องเอื้อนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่งริมฝีปากสีสดเบะออกก่อนจะโผเข้าหาอ้อมกอดที่แกรอคอยมาทั้งชีวิต พร้อมกับปล่อยโฮลั่น
“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่อเป็นพ่อโอลิเวอร์ของเอื้อจริงๆนะครับ” เจ้าตัวซุกหน้ากับอกอุ่น สองแขนกอดรัดลำตัวหนาไว้แน่น เมื่อถูกกอดรัดตอบหัวใจดวงน้อยก็พองโต น้ำตาไหลพรากออกมาแบบยั้งไม่อยู่ “น้องเอื้อรอคุณพ่อ น้องเอื้ออยากไปหาคุณพ่อ ฮือ... แม่สินีบอกว่าคุณพ่อทำงานอยู่เมืองนอกไกลมาก”
โอลิเวอร์ตื้อในอกขอบตาร้อนผ่าวน้ำตาซึมเขากอดรัดร่างน้อยแนบอก มือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นอย่างเวทนา สิตาภาหลอกลูกว่าเขาอยู่ไกล ปล่อยให้ลูกโหยหาอ้อมกอดของคนเป็นพ่ออยู่นานหลายปี หากไม่บังเอิญเจอสองแม่ลูกเขาคงไม่รู้ว่ามีดวงใจน้อยดวงนี้เฝ้ารออยู่ และลูกก็คงจะรอพ่อเก้ออยู่นานแสนนาน อาจจะนานจนแกเติบใหญ่โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ได้รับรู้ได้อุ้มชูสายเลือดในอก สายเลือดที่ติดท้องเธอไปในวันที่เขาพร่าผลาญร่างกายเธอ โอลิเวอร์สะท้อนในใจ สิตาภาคงเกลียดเขามากที่ทำร้ายเธอแบบนั้น สิ่งเลวร้ายที่เธอก่อมันทำให้เขาเกิดโทสะจนขาดสติ แรงรักแรงเกลียดสุมแน่นในทรวงจนผลักดันการกระทำอันเลวทรามนั้นขึ้น เขาไม่เข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่ทำไม่ผิด เมื่อความจริงแล้วเขารู้สึกผิดมาตลอด แต่ถามว่าเขายกโทษให้เธอได้ไหม โอลิเวอร์ก็ไม่อาจทำใจให้อภัยกับความร้ายกาจนั้นลง สิตาภายิงพี่ชายเขาจนเกือบตาย หลอกลวงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรักกับความเกลียดปนเปกันจนแยกไม่ออก เขาเกลียดเธอมาก แต่ก็รักเธอฝังใจ ยิ่งตอนนี้ได้รู้ว่าเธอมีลูกชายให้เขา ชายหนุ่มกลับทำใจปล่อยเธอไปไม่ได้ ห้าปีกับการทำตัวเหลวไหล ห้าปีกับหัวใจที่ไม่เคยหายเจ็บปวด เขาอยากหยุดความทรมานนั้นเสียที โดยการให้ต้นเหตุกลับมาชดใช้ความผิดที่เธอทำไว้
“อย่าร้องนะลูก พ่อกลับมาแล้ว พ่อจะมารับน้องเอื้อกับแม่ของลูกไปอยู่ด้วยกันที่อังกฤษ ไปอยู่กับพ่อนะลูก” เขาปลอบโยนลูกน้อย ขณะปาดป้ายคราบน้ำตาออกจากพวงแก้มอ่อนใสนั้นอย่างอ่อนโยน
น้องเอื้อฉีกยิ้มกว้าง พยักหน้ารับในทันทีด้วยความดีใจ “ครับ น้องเอื้อจะไปอยู่กับคุณพ่อ เราไปหาแม่สินีกับเถอะครับ แม่อยู่ในบ้าน” ลูกชายตัวน้อยจูงแขนผู้เป็นพ่อพาเดินเข้ามาในบ้าน
โอลิเวอร์มองไปทั่วตัวบ้านหลังน้อย เขาหยุดดูรูปถ่ายของสองแม่ลูกที่วางอยู่บนชั้นโชว์ข้างผนัง สิตาภาบันทึกภาพพัฒนาการของลูกชายไว้ทุกระยะ ตั้งแต่เกิดจนเติบโตในช่วงปีจนถึงปัจจุบัน ใบหน้างามของเธอแต้มรอยยิ้มน่ามอง ดวงตาดูอบอุ่นอ่อนโยนยามทอดมองเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขน ช่วงเวลาดีๆ แสนมีค่าเหล่านั้นช่างน่าเสียดายนัก หากเขารู้เร็วกว่านี้เขาคงได้โอบอุ้มลูกตั้งแต่แกลืมตาดูโลก เฝ้าดูแลมองเห็นทุกย่างก้าวของแกไปพร้อมกัน ลูกคงไม่อ้างว้างว้าเหว่ขอดพ่อมานานขนาดนี้ เขารู้สึกวูบในอกหัวใจทั้งดวงราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นจนเจ็บหนึบไปหมด หัวร้อนร้อนผ่าวแสบพร่าก้อนแข็งๆ แล่นมาจุกอก ชายหนุ่มก้มลงมองลูกชายด้วยแววตาเสียใจก่อนจะอุ้มแกมากอดซบบ่า สองแขนกอดรัดร่างน้อยแนบแน่นอย่างแสนรัก ให้สัญญากับตัวเองว่าเขาจะไม่มีปล่อยให้ลูกต้องขาดความอบอุ่นอีกแล้ว
“ปล่อยลูกชายฉันมานะ!”
เสียงคุ้นหูของหญิงสาวทำให้โอลิเวอร์หันไปมอง เขาแค่นยิ้มเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างหวั่นหวาด
“น้องเอื้อเป็นลูกของผม” เขามองหน้าซีดๆ ของเธอแล้วกดเสียงหนัก จ้องมองด้วยสายตาเข้มดุ “แกเป็นลูกของเราสิตา”
วาสินีสบสายตาดุดันของชายหนุ่มร่างใหญ่ แววตาของเขามันทำให้คนถูกจ้องสั่นไปทั้งตัว หญิงสาวมองร่างน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างใจหาย ลูกชายของเธอยอมให้คนแปลกหน้าอุ้ม ทั้งๆ ที่เป็นคนหวงตัว กับโจนาธานเพื่อนร่วมธูรกิจของเธอ น้องเอื้อไม่เคยยอมให้แตะตัว ออกฤทธิ์ออกเดชแกล้งอีกฝ่ายสารพัด แต่กลับยอมให้โอลิเวอร์กอดแกอุ้มแก นี่สินะที่เขาเรียกว่าสายใยของความผูกพันทางสายเลือด...
“แม่สินี พ่อโอลิเวอร์มารับเราไปอยู่ด้วยกันครับ” เสียงใสแจ้วของเด็กชายปลุกคนเป็นแม่ให้หลุดจากความหวาดหวั่น “คุณพ่อกลับมาหาเอื้อกับแม่แล้ว ดีใจจังเลย”
วาสินีจุกในอก น้ำตาแทบร่วงเมื่อลูกเทใจให้พ่อของแกหมดดวงตั้งแต่แรกพบ เธอไม่เคยปิดบังลูกว่าพ่อของแกชื่ออะไร แม้ไม่เคยให้ดูรูปเพราะสิตาภาพี่สาวฝาแฝดของเธอซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของน้องเอื้อไม่เคยเก็บรูปถ่ายของพ่อเด็กไว้ แต่วาสินีก็ฝังความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับพ่อไว้ในหัวลูก หลังจากสิตาภาคลอดน้องเอื้อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้พี่สาวของเธอไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ด้วยตัวเอง ในฐานะน้องสาวน้าของเด็กชายวาสินีก็ทำหน้าที่ต่างแม่ให้เด็กน้อยตั้งแต่แรกเกิด แม้ไม่ใช่แม่แต่ก็เลี้ยงดูอุ้มชูมาตั้งแต่เล็กความผูกพันมีล้นเหลือจนลืมเลือนสถานะที่แท้จริงไปหมดสิ้น ยามนี้พ่อตัวจริงของเอื้อมาทวงสิทธิ์แล้ว เธอในฐานะแม่กำมะลอจะทำยังไงดีไม่ให้เขาพรากลูกไปจากอกเธอ
“มาหาแม่ก่อนน้องเอื้อ” วาสินีเรียกลูกชายเสียงนุ่ม หวังให้ลูกยอมออกจากอกพ่อมาหาเธอเอง แต่เด็กน้อยกลับกวักมือเรียก
“แม่สินีมาหาเอื้อกับพ่อสิครับ” เด็กชายยิ้มแป้นมองหน้าพ่อของแกอย่างสุขใจ เกิดความคิดอยากเห็นพ่อกับแม่ได้กอดกัน “แม่สินีมานี่สิครับ คุณพ่อแม่สินีดื้อครับ ไม่ยอมเดินมาหาเรา”
เจ้าตัวน้อยทำคิ้วย่น เมื่อเห็นมารดายังยืนเฉย แกอยากให้พ่อกับแม่มากอดแกพร้อมๆ กัน เหมือนที่เคยฝันทุกคืน แม่สินีก็อะไรไม่รู้ เคยบอกว่าคิดถึงพ่อแต่เจอพ่อแล้วไม่มาหาแถมยังทำเสียงดุอีก หรือว่าแม่ไม่รักพ่อแล้ว... เด็กชายแอบใจหาย แม่ต้องงอนพ่อแน่ๆ ที่หายไปนานไม่ยอมกลับมาสักที แบบนี้ต้องให้พ่อง้อแม่สักหน่อย เด็กเจ้าแผนการมองหน้าพ่อแม่พร้อมกับความคิดเล็กในหัววาบขึ้นมา แกก้มลงไปกระซิบบอกผู้เป็นพ่อว่า
“เอื้อว่าแม่งอนพ่อแน่ๆ เลยครับ พ่อไปง้อแม่หน่อยสิครับ”
โอลิเวอร์ละสายตาจากวาสินี หันมาสนใจฟังลูกชาย “ง้อยังไงครับ บอกวิธีพ่อหน่อยสิครับ” เขาเล่นไปตามน้ำ ไม่อยากทะเลาะกับแม่เด็กให้ลูกชายเห็น เกรงลูกจะสะเทือนใจ
วาสินีมองดูลูกชายกระซิบกระซาบส่งเสียงหัวเราะคิกคักกับคนเป็นพ่อ ราวกับสนิทสนมกันมาตั้งแต่เกิด ก็รู้สึกน้อยใจลูกขึ้นมา แค่ไม่ทันพ้นชั่วโมงเจ้าลูกชายก็แปรพักตร์ไปเข้าข้างคนเป็นพ่อแล้ว หากลูกรู้ว่าเธอไม่ใช่แม่คงยอมตามพ่อไปอยู่ด้วย หัวใจโหวงวูบราวกับโดนกระชากหัวใจออกไป เมื่อความคิดนั้นปรากฏในหัว
ไม่... เธอไม่ยอมให้เขาชุบมือเปิบเอาลูกที่เธอเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกไป ถึงเขาจะเป็นพ่อก็ได้สิทธิ์นั้นมาแบบไม่ชอบธรรม สิตาภาเล่าทุกอย่างในชีวิตให้แฝดอย่างเธอฟัง แม้สิ่งที่พี่สาวเคยทำในอดีตจะไม่ใช่สิ่งดีนัก แต่ในฐานะสายเลือดเดียวกัน เธอก็ยอมรับฟังและให้กำลังใจพี่สาวซึ่งตอนนั้นมีสภาพน่าเวทนาจากการถูกผู้ชายใจร้ายคนนี้ขืนใจ และยังต้องหนีคดีพยายามฆ่าพี่ชายของเขา วาสินีตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งที่เมืองไทยหอบหิ้วพี่สาวฝาแฝดข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้ เกาะล้อมรักหรือชาวต่างชาติเรียกเกาะเลิฟซึ่งปัจจุบันถูกสร้างเป็นรีสอร์ตหรูกลางทะเล มีทัศนียภาพงดงามไม่แพ้เกาะใดใด โดยความช่วยเหลือของนายชาญชัยบิดาของทั้งสองที่มาร่วมหุ้นกับโจนาธาน ที่นี่ทำให้สิตาภารอดพ้นจากการตามจับของเจ้าหน้าที่ และกลายเป็นที่พักพิงให้พี่สาวของเธอหลังจากตั้งครรภ์ไม่สมประสงค์จากผลพวงของการถูกขืนใจ
พรึบ !!! กรี๊ดดด !!!ไฟดับมืดลงเมื่อเขาก้าวพ้นห้อง มิเชลรีบกระโจนลงจากเตียงวิ่งตามออกมาทันที ก่อนจะกรี๊ดลั่นอีกรอบเมื่อถูกกอดรัดไว้แน่น“ผมเอง เครื่องปั่นไฟมันคงเสีย ไฟเลยดับ เราคงต้องอยู่มืดๆ กันไปก่อน มาผมจะกอดคุณไว้นะ กลัวหรือเปล่าเสียงฟ้าร้องดังเชียว”โจนาธานกอดรัดหญิงสาวไว้แน่น พาเดินกลับเข้ามาในห้องโดยอาศัยแสงจากฟ้าแลบที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาเมื่อมานั่งบนเตียงได้ มิเชลก็ผลักร่างหนาออก “มากอดฉันทำไม ฉันไม่ได้กลัวฟ้าร้องฟ้าผ่านะแค่ตกใจที่ไฟดับเฉยๆ อย่าฉวยโอกาส” เธอสะบัดค้อนให้เขาในความมืด“เราอุตส่าห์จะปลอบ ดันเป็นผู้หญิงแกร่งเสียได้ ไม่เหมือนกับสินีเลย รายนั้นกลัวเสียงฟ้าร้องที่สุด ป่านนี้คงให้สามีเขากอดปลอบใจอยู่” โจนาธานขยับเข้ามาใกล้ แล้วกอดเธอไว้อีกหน ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเอ็นดูมิเชลต่างจากวาสีนีราวกับฟ้ากับดิน หากเป็นวาสินีอยู่ตรงนี้คงตกใจกลัวเสียงฟ้าร้องจนร้องไห้ไปแล้ว เขาต้องคอยโทรมาหาตอนที่เกิดฝนตกกำชับให้เธอปิดม่านและหายานอนหลับมากินจะได้ไม่ต้องกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ป่านนี้หญิงสาวคงอยู่ในอ้อมกอดของสามีของเธอ ฟ้าฝนคงเป็นใจให้สองสามีภรรยาได้ผูกสัมพันธ์กันแนบแน่นขึ้น และตัวเข
“โอลิเวอร์... อืม”เสียงเรียกขานชื่อของเขาดังขึ้นแผ่วๆ เมื่อชายหนุ่มระริมฝีปากออก เขายิ้มละมุนเมื่อสบตาปรือปรอยของหญิงสาว เธอไม่ดิ้นรนไม่ขัดขืนเขาแต่ก็ไม่ได้ตอบสนองเต็มที่ มือบางขยุ้มเสื้อตรงอกเขาหอบหายใจแรงเหมือนคนขาดอากาศ ร่างบางสั่นระริกไปทั้งตัววาสินีสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอหัวหมุนไปหมดเมื่อถูกเขารุกเร้าแบบนี้ ร่างกายอ่อนระทวยยอมให้เขาสัมผัสอย่างสิ้นแรงขัดขืน ปฏิกิริยาของเธอไร้ซึ่งการรังเกียจเดียดฉันท์ แต่เปิดรับสัมผัสของเขาราวกับคุ้นเคยกับมันบ้างแล้ว สมองพร่าพรายกับฤทธิ์เสน่หาที่กำลังโหมแรงในกายสาว มือหนาเลื่อนมาจับเอวขอดพลิกร่างเธอให้นอนหงาย ร่างกายใหญ่โตล่ำสันบังร่างบางจนมิด เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวใช้หัวเข่าพยุงร่างไว้กึ่งคร่องกึ่งก่ายเกยให้กลางลำตัวแนบชิดบดเบียดกันจนรู้สึกถึงบางอย่างที่โป่งนูนร้อนผ่าวนั้น กางเกงผ้าฝ้ายเนื้อบางพอๆ กับกระโปรงของเธอที่บางพอกัน ปราการขวางกั้นไร้ประโยชน์เมื่ออีกฝ่ายตลบชายกระโปรงมากองบนเอวตอนที่พลิกกายเธอลงมาแนบพื้น ใบหน้าคมจ้องมองใบหน้างามในระยะประชิด จนลมหายใจร้อนๆ รินรดกัน ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกขณะถูกเขาครอบครองอีกครั้ง เสียงครางเบาๆ ดังขึ
การคบหากันจึงไม่คืบหน้าไปไกลเท่าที่ควร เขาแทบไม่รู้จักตัวตนของเธอจนเกิดเรื่องขึ้นและได้รับรู้ว่าเธอไม่ได้จริงใจกับเขาเลย เธอคบเขาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเข้าชิดใกล้โรสิตาและทำร้ายเอริก ทว่า.. สองสามวันนี้ตั้งแต่ได้พบเธออีกครั้งสิตาภาเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนจนเขาเผลอคิดว่าเธอไม่ใช่คนเดิม จากการสัมผัสร่างกายเธอในตอนนั้นช่างต่างกับยามนี้ราวกับคนละคน ร่างกายของสิตาภาในยามนั้นงดงามไม่ผิดเพี้ยนกับสิตาภาตอนนี้ แต่ต่างกันที่ความนุ่มหยุ่นของผิวเนื้อ สิตาภาคนนั้นผิวเนื้อแน่นตึงอย่างคนชอบออกกำลังกายรูปร่างเพรียวกว่าไม่อวบนิ่มนุ่มละมุนไปทั้งตัวแบบสิตาภาคนนี้ โอลิเวอร์มองใบหน้างามของหญิงสาวอย่างสงสัย ก่อนจะปัดความกังขาในใจออกไปเมื่อคิดว่าเธอผ่านการมีลูกมาแล้ว ร่างกายคงจะอวบนิ่มตามกาลเวลา เธอจะเป็นคนอื่นไปได้อย่างไร เขาช่างคิดอะไรเลอะเทอะแท้เชียว...ชายหนุ่มยิ้มขำความคิดของตัวเอง จับมือนุ่มมาแตะริมฝีปากอย่างแสนรัก “ขอเวลาให้สินีได้ปรับตัวสักพักนะคะ สินียังไม่เคยชินกับการอยู่ใกล้ๆ เอ่อ... ผู้ชาย” เธอบอกเขาเสียงเบา ไม่ใช่แค่ไม่เคยชิน แต่วาสินีไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมากเท่าเขาเลย กับโจนาธานก็รู้จักสน
“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณสวยมาก” เขาเชยคางมน งอปลายนิ้วล็อกปลายคางให้มองสบตา“แต่คุณนิสัยแย่ วันๆ คิดแต่จะหาทางแย่งชิงผู้ชายที่เขามีเมียแล้วมาเป็นของตัวเอง ลองคิดดูสิว่าถ้าโอลิเวอร์เขาคิดอะไรกับคุณ เขาไม่ปล่อยเวลามาเนิ่นนานถึงป่านนี้หรอก เขาไม่เคยสนใจคุณไม่เคยคิดอยากได้คุณสักนิด อะ อ๊ะ อย่าเถียง ถ้าคุณไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปคุณคงจะมองเห็นความจริงข้อนี้” คำพูดของเขาราวกับปลายมีดคมกรีดลงมาบนหัวใจคนฟัง มิเชลอ้าปากจะเถียงก็เถียงไม่ออก ในส่วนลึกหญิงสาวยอมรับว่าทุกสิ่งที่โจนาธานพูดคือความจริง เธอพยายามทุกทางให้โอลิเวอร์หันมามอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจยิ่งเธอเข้าใกล้เขายิ่งถอยห่าง เธอได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะเห็นเธอในสายตาบ้าง แต่พอเขาเจอสิตาภาเขาก็กระโจนกลับเข้าหาขุมนรกขุมเดิมที่เคยทำให้เขาทุกข์ทรมานมาห้าปีอย่างไม่เข็ดหลาบ หากเขาไปรักคนอื่นหรือแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่สิตาภาเธอคงร่วมยินดีด้วย แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้คนที่เคยทำร้ายโอลิเวอร์ เธอไม่มีวันยอมให้เขาต้องถูกผู้หญิงกลับกรอกคนนั้นหลอกลวงซ้ำอีกแน่ แม้จะถูกมองว่าเป็นนางร้ายขี้อิจฉาก็ตาม“คุณไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้ หากคุณรักใค
“อลัน เราลงไปข้างล่างกันไหมครับ น้ามิเชลว่าบนนี้มันสูงอันตรายออก” มิเชลชักชวนเด็กชายให้ลงไป แต่ใบหน้าเล็กส่ายปฏิเสธ“ไม่เอา ผมอยากดูวิวอยากเล่นบนนี้นานๆ ลุงโจผมอยากได้บ้านต้นไม้นี้บ้าง”เด็กชายไม่สนใจจะลงไปง่ายๆ เขาติดใจบรรยากาศข้างบนที่คล้ายกับบ้านต้นไม้ของทาร์ซานการ์ตูนเรื่องโปรด ติดใจจนยอมขอให้คนที่แกไม่ชอบหน้าสร้างบ้านแบบนี้ให้ ปกติเด็กชายแทบไม่ยอมสนิทสนมกับโจนาธานเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งมารดา ตอนนี้เมื่อบิดากลับมาแล้ว แกเลยวางใจไม่กลัวเรื่องนี้อีก บวกกับโจนาธานยอมตามใจพาแกขึ้นมาบนนี้ ยิ่งทำให้เด็กชายรู้สึกดีด้วยกว่าเดิมลดความเป็นอริลง“ไว้ลุงจะสร้างให้ที่เกาะล้อมรักสักหลังนะ เอาแถวๆ บ้านตาการ์ซูดีไหม” โจนาธานลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดูยอมตามใจเด็กชาย ทำเอาเจ้าตัวน้อยยิ้มแป้นอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้มาก่อน“จริงๆ นะครับลุงโจ”“จริงสิ แต่มีข้อแม้นะ” โจนาธานย่อตัวนั่งลง แล้วดึงร่างเล็กมาใกล้ ก่อนจะกระซิบบอกข้อตกลงบางอย่าง น้องเอื้อพยักหน้ารับ ก่อนจะวิ่งตัวปลิวลงไปข้างล่าง มิเชลร้องห้ามเสียงหลงกลัวแกจะตกบันได“ว้าย ค่อยๆ เดิน อย่าวิ่งเดี๋ยวตกบันได” หญิงสาวขยับจะวิ่งตาม แต่ถูกคว้าข้อมือไว
“ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้สิตา”เธอฝืนยิ้มทั้งที่รู้สึกรวดร้าว หัวใจทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้ มันเร็วไปไหมกับการรู้สึกแบบนี้กับเขา หรือที่เคยได้ยินว่ารักไม่ต้องการเวลามันคือเรื่องจริง “ผมขอโทษ ขอโทษที่เคยทำร้ายคุณ” เขากล่าวคำที่อยากบอกเธอมานานหลายปีออกมาวาสินีพยักหน้าช้าๆ “มันผ่านไปแล้วค่ะ สิตาก็ทำผิดไว้กับคุณและครอบครัวของคุณมากมาย ถือว่าชดใช้ให้กันนะคะ” เธอยิ้มให้เขาโอลิเวอร์นิ่งงันกับคำตอบของเธอ ดวงตาคมมองใบหน้างามของเธอนิ่ง ในหัวนึกถึงเรื่องของสิตาภาในอดีต หญิงสาวเคยทำร้ายเขาและพี่ชายไว้ร้ายแรงนัก หลอกลวง ปั้นหน้า สร้างเรื่องโกหกสารพัด จนถึงขั้นยิงเอริกจนปางตายเธอก็ทำมาแล้ว หัวใจของเขาเจ็บปวดกับการกระทำของเธอจนแทบขาดใจตาย และกลั่นความรู้สึกเจ็บแค้นมาทำร้ายเธอในภายหลัง วูบแรกที่เจอเธอมันทั้งดีใจและปวดใจในคราเดียวกัน ทั้งรักทั้งแค้นแต่ก็ไม่อาจปล่อยเธอไป“เราจะเริ่มต้นกันใหม่นะ ให้โอกาสผมนะสินี”โอลิเวอร์ยิ้มให้เธอ ก่อนจะก้มลงมาประทับจุมพิตบนริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบแล้วแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานฉ่ำอย่างโหยหา เมื่อคืนเขาทนทรมานตัวเองนอนหันหลังให้เธอตลอดทั้งคืนไม่ใช่เพราะเขาโกร







